บรรยากาศภายในโถงเรียนที่เงียบสงัดกลับดูอึดอัดขึ้นมาทันที เมื่อฝ่ามืออุ่นหนาของหลิวอวี้กดทับลงบนแผ่นหลังบางของฉางเสวี่ย แม้จะมีผ้าไหมเนื้อดีกั้นอยู่ แต่ความร้อนจากกายชายหนุ่มกลับส่งผ่านเข้ามาจนนางรู้สึกรุ่มร้อนอย่างประหลาด
แสงแดดยามบ่ายที่ส่องลอดผ่านหน้าต่างไม้แกะสลักทำให้เงาของทั้งคู่ทอดยาวไปบนพื้นไม้เก่าแก่ ฉางเสวี่ยนั่งตัวตรงบนเก้าอี้ไม้ ขณะที่หลิวอวี้ยืนอยู่ข้างหลังนาง ท่าทางดูเหมือนการสอนพิเศษธรรมดาทั่วไป แต่ความตึงเครียดในอากาศกลับหนาแน่นจนแทบจับต้องได้
"ท่านอาครับ... ผ้าไหมนี่มันลื่นเกินไป หลานััไม่ถูกว่ากระดูกสันหลังข้อที่้านั้นอยู่ตรงไหนกันแน่" หลิวอวี้เอ่ยเสียงพร่าข้างใบหูนาง ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาพัดโชยมาถูกใบหูขาวนวล ทำให้ฉางเสวี่ยต้องกัดริมฝีปากแน่น "มันทำให้หลานระบุจุด 'เสินเต้า' ไม่ชัดเจนเลยครับ..."
ฉางเสวี่ยรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นทุกที เมื่อฝ่ามือของหลิวอวี้เริ่มเคลื่อนไหวช้าๆ ไปตามแนวสันหลัง เขาแสร้งทำเป็กำลังค้นหาจุดที่ถูกต้อง แต่การัันั้นดูจงใจและละเอียดอ่อนเกินกว่าที่ควรจะเป็ ทุกครั้งที่ปลายนิ้วของเขาแตะลงบนผิวผ้าไหม นางจะรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านไปตามกระดูกสันหลัง
"หลิวอวี้..." นางเอ่ยเสียงสั่นเล็กน้อย พยายามรักษาความเป็อาจารย์ไว้ "เ้าต้องระมัดระวังให้มาก จุดเสินเต้านั้นอันตรายมาก หากกดผิดตำแหน่งหรือใช้แรงมากเกินไป อาจทำให้ปราณย้อนกลับได้"
"หลานเข้าใจแล้วครับ" หลิวอวี้ตอบด้วยเสียงที่ฟังดูจริงจัง แต่ในใจกลับรู้สึกพอใจกับการที่ฉางเสวี่ยไม่ได้ผลักมือเขาออก มือของเขาเคลื่อนไหวไปมาบนแผ่นหลังของนางอย่างช้าๆ ราวกับกำลังศึกษาทุกรายละเอียด
หลิวอวี้ค่อยๆ เลื่อนมือลงมาตามแนวสันหลัง แสร้งทำเป็กำลังตรวจสอบเส้นชีพจร แต่ในความเป็จริงแล้ว เขากำลังเพลิดเพลินกับการััร่างกายของฉางเสวี่ย ผ้าไหมบางเฉียบทำให้เขารู้สึกถึงความอบอุ่นและเนียนนวลของผิวเนื้อใต้ผ้าได้อย่างชัดเจน
"ท่านอาครับ... หลานรู้สึกว่าจุดที่้าอาจจะอยู่ต่ำลงมาอีกนิด" เขาเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่ดูไม่แน่ใจ ขณะที่มือของเขาเลื่อนลงไปยังส่วนเอวของนาง "แต่หลานไม่แน่ใจว่าจะเป็ตรงนี้หรือเปล่า..."
ฝ่ามือของหลิวอวี้วางลงบนเอวเรียวของฉางเสวี่ย การัันั้นทำให้นางสะดุ้งเล็กน้อย เพราะเป็ส่วนที่ไวต่อการัั นางรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านจากจุดที่เขาัั แผ่ไปทั่วร่างกาย
"หลิวอวี้... นั่นไม่ใช่จุดเสินเต้า" นางพยายามแก้ไขด้วยเสียงที่พยายามให้ดูสงบ แต่ในใจกลับรู้สึกตื่นเต้นแปลกๆ "จุดเสินเต้าอยู่บนแผ่นหลังส่วนบน ไม่ใช่ตรงเอว"
"อ๋อ ขออภัยครับท่านอา หลานยังไม่ชำนาญ" หลิวอวี้แสร้งทำเป็เขินอาย แต่มือของเขากลับไม่รีบเอาออกทันที เขาค่อยๆ เคลื่อนไหวนิ้วมือไปมาบนเอวของนาง ราวกับกำลังศึกษาโครงสร้างของร่างกาย "แต่ท่านอาครับ หลานสังเกตเห็นว่าเส้นชีพจรที่นี่มันเด่นชัดมาก... มันเชื่อมต่อกับจุดเสินเต้าหรือเปล่าครับ?"
ฉางเสวี่ยรู้สึกลมหายใจขาด่ การััของหลิวอวี้ที่เอวทำให้นางรู้สึกแปลกๆ อย่างที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน ร่างกายของนางตอบสนองต่อการัันั้นอย่างที่นางไม่คาดคิด ทำให้นางรู้สึกทั้งอายและตื่นเต้นไปพร้อมๆ กัน
"มัน... มันอาจจะเชื่อมต่อกันได้" นางตอบด้วยเสียงที่สั่นเล็กน้อย พยายามไม่ให้เสียงแสดงถึงความรู้สึกแปลกๆ ที่เกิดขึ้นในใจ "แต่เ้าควรจะเน้นไปที่จุดหลักก่อน"
หลิวอวี้ยิ้มเล็กน้อยด้วยความพอใจ เขาค่อยๆ เลื่อนมือขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาเลื่อนมือไปทางด้านข้างของร่างกาย แสร้งทำเป็กำลังตรวจสอบเส้นชีพจรที่ซี่โครง
"ท่านอาครับ หลานรู้สึกว่าเส้นชีพจรตรงนี้มันสำคัญมาก" เขาเอ่ยขึ้นขณะที่นิ้วมือเคลื่อนไหวไปตามแนวซี่โครงด้านข้าง เกือบจะถึงส่วนที่อยู่ใต้แขนของนาง "มันเหมือนจะเป็เส้นทางสำคัญที่นำพลังงานไปยังหัวใจ..."
ฉางเสวี่ยรู้สึกใเมื่อมือของหลิวอวี้เคลื่อนไหวเข้ามาใกล้ส่วนที่ไวต่อการัั นางรู้สึกเหมือนหัวใจจะเต้นออกมานอกอก การััที่ใกล้เคียงกับหน้าอกทำให้นางรู้สึกอายขายหน้าอย่างยิ่ง
"หลิวอวี้... เ้าเลยเถิดแล้ว" นางพยายามห้ามด้วยเสียงที่สั่นเทา "นั่นไม่ใช่จุดที่เรา้าศึกษา"
"ขออภัยครับท่านอา" หลิวอวี้รีบถอนมือออก แต่ในใจกลับรู้สึกพอใจที่ได้ััความนุ่มนวลของร่างกายนาง "หลานแค่อยากให้แน่ใจว่าเข้าใจเส้นทางของพลังงานอย่างถูกต้อง"
เขาหยุดชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยเสียงที่ดูลังเล "แต่ท่านอาครับ... จุดเสินเต้านั้นอยู่ลึกและแคบนัก" เขาเอ่ยเสียงพร่าพลางเคลื่อนไหวฝ่ามือช้าๆ กลับไปยังแผ่นหลังส่วนบน "ผ้าไหมนี้หนาเกินไปจนหลานััแรงสะท้อนของปราณไม่ได้เลย หากหลานกะน้ำหนักผิดไปเพียงนิด ปราณเหมันต์อาจจะย้อนกลับไปทำลายหัวใจของท่านได้... ขออนุญาตให้หลานได้ััที่ผิวโดยตรง เพื่อความแม่นยำเถิดครับ"
ฉางเสวี่ยรู้สึกเหงื่อเย็นซึมออกมาตามแนวผมที่ต้นคอ คำพูดของหลิวอวี้ฟังดูสมเหตุสมผล แต่ใจลึกๆ ของนางกลับรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่ไม่ค่อยถูกต้อง การที่เขาขอให้ถอดเสื้อออกนั้นดูเหมือนจะเกินเลยไปจากการเรียนการสอนธรรมดา
นางนึกถึงครั้งแรกที่ตนเองต้องเปลือยกายต่อหน้าคนอื่น แม้จะเป็เพื่อการรักษาพยาบาลเมื่อยังเป็เด็ก แต่ความรู้สึกอายขายหน้านั้นยังคงติดตัวมาจนถึงทุกวันนี้ การที่ต้องถอดเสื้อต่อหน้าหลิวอวี้ แม้เขาจะเป็หลานห่างๆ ก็ตาม ทำให้นางรู้สึกเขินอายจนแทบจะหนีออกไป
ฉางเสวี่ยเม้มริมฝีปากแน่น ความหวาดกลัวต่ออันตรายในวิชาชีพจรปะทะกับความกระดากอายในใจ แต่นางจะยอมให้หลานชายต้องเสี่ยงธาตุไฟเข้าแทรกเพราะความใจเสาะของนางได้อย่างไร?
นางลองนึกภาพตัวเองที่จะต้องนั่งอยู่ตรงนี้โดยไม่มีเสื้อผ้าปกคลุมแผ่นหลัง ความคิดนั้นทำให้นางรู้สึกทั้งอายและตื่นเต้นไปพร้อมๆ กัน ความรู้สึกแปลกๆ นี้ทำให้นางงุนงงกับตัวเอง ทำไมนางถึงรู้สึกตื่นเต้นด้วยเล่า
"เ้า... เ้าต้องระวังให้มากนะ" นางพึมพำอนุญาตด้วยเสียงที่สั่นพร่า
หลิวอวี้ไม่รอช้า เขาเอื้อมมือไปปลดสายรัดเอวของนางออกอย่างแ่เบา จนชุดอาจารย์ตัวบางเลื่อนหลุดลงจากลาดไหล่เนียนใส เผยให้เห็นแผ่นหลังขาวนวลประดุจหิมะที่ไร้สิ่งกีดขวาง ทันทีที่ปลายนิ้วของเขาแตะลงบนผิวเนื้อที่เย็นเยียบแต่เนียนละเอียด ฉางเสวี่ยถึงกับสะดุ้งตัวโยน ความรู้สึกซ่านสยิวแล่นปลาบไปตามไขสันหลังจนนางต้องห่อไหล่เข้าหากัน
"อยู่นิ่งๆ ครับท่านอา... หลานกำลังจะเริ่มตรวจดู"
หลิวอวี้แสร้งทำเป็ใช้สมาธิอย่างหนัก เขาเริ่มต้นด้วยการวางฝ่ามือทั้งสองข้างลงบนไหล่ของนาง แสร้งทำเป็กำลังสำรวจเส้นชีพจรจากจุดเริ่มต้น นิ้วมือของเขาเคลื่อนไหวช้าๆ ไปตามแนวกระดูกไหล่ ััความเนียนนวลของผิวเนื้อที่เปลือยออกมา
"ท่านอาครับ หลานรู้สึกว่าเส้นชีพจรตรงนี้มันเชื่อมต่อกับจุดสำคัญหลายจุด" เขาเอ่ยขึ้นขณะที่นิ้วมือเคลื่อนไหวไปตามแนวคอและไหล่ "หลานจะต้องตรวจสอบให้ครบทุกจุดเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการอุดตันของพลังงาน"
ฉางเสวี่ยรู้สึกลมหายใจขาด่ การััโดยตรงของผิวเนื้อทำให้ความรู้สึกรุนแรงขึ้นหลายเท่า นางรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าไหลเวียนไปทั่วร่างกาย ทำให้นางต้องกัดริมฝีปากแน่นเพื่อไม่ให้เสียงครางหลุดออกมา
หลิวอวี้ค่อยๆ เลื่อนมือลงมาตามแนวสันหลัง นิ้วมือของเขาเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ และละเอียดอ่อน ราวกับกำลังจดจำทุกส่วนของร่างกายนาง เขาหยุดที่จุดต่างๆ แสร้งทำเป็กำลังตรวจสอบเส้นชีพจร แต่ในความเป็จริงแล้วเขากำลังเพลิดเพลินกับการััผิวเนื้อเนียนนวลของฉางเสวี่ย
"ตรงนี้เป็จุดสำคัญมากครับท่านอา" เขาเอ่ยขึ้นขณะที่นิ้วมือหยุดอยู่ที่กลางแผ่นหลัง "หลานรู้สึกได้ถึงการเต้นของพลังงานที่แรงมาก... แต่หลานยังไม่แน่ใจว่านี่คือจุดเสินเต้าหรือเปล่า"
เขาค่อยๆ กดนิ้วลงไปเล็กน้อย ทำให้ฉางเสวี่ยสะดุ้งและส่ายหัวเบาๆ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นทำให้นางรู้สึกเหมือนมีคลื่นความร้อนซัดเข้ามา
"ไม่ใช่ตรงนั้น..." นางพยายามบอกด้วยเสียงที่สั่นเทา "จุดเสินเต้าอยู่สูงกว่านั้นอีกนิด..."
"อ๋อ ขอบคุณครับท่านอา" หลิวอวี้เลื่อนมือขึ้นไปอีกนิด แต่แทนที่จะไปตรงจุดที่ฉางเสวี่ยบอก เขากลับเลื่อนมือไปทางด้านข้าง เข้าใกล้ส่วนที่อยู่ใต้แขนของนาง "แต่หลานรู้สึกว่าเส้นชีพจรตรงนี้ก็สำคัญมากเหมือนกัน..."
นิ้วมือของเขาเคลื่อนไหวไปตามแนวซี่โครงด้านข้าง เกือบจะถึงส่วนข้างของหน้าอก ฉางเสวี่ยรู้สึกใและพยายามหลบ แต่ท่าทางการนั่งทำให้นางไม่สามารถเคลื่อนไหวได้มาก
"หลิวอวี้... เ้าไปผิดทางแล้ว" นางพยายามห้ามด้วยเสียงที่สั่นเทา "นั่นไม่ใช่จุดที่เรา้า"
"ขออภัยครับท่านอา หลานแค่อยากให้แน่ใจ" เขาตอบด้วยเสียงที่ดูไร้เดียงสา แต่มือของเขากลับไม่ได้หยุดเคลื่อนไหว "หลานได้ยินมาว่าเส้นชีพจรทุกเส้นมันเชื่อมต่อกัน หากเราไม่เข้าใจเส้นทางทั้งหมด อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้"
เขาค่อยๆ วาดฝ่ามือไปตามแนวสันหลังของนาง แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะ "ระบุจุด" นั้นเอง เขากลับแกล้งทำเป็ว่าปราณในร่างของเขาเกิดการปั่นป่วนกะทันหัน
"อ๊ะ! ท่านอา ปราณหลานมันต้าน!"
ด้วยท่าทีที่ดูเหมือนเสียหลัก หลิวอวี้จงใจวาดวงแขนโอบรอบเอวคอดกิ่วของนางจากทางด้านหลัง และในจังหวะที่ฉางเสวี่ยกำลังจะหันมาถามด้วยความใ ฝ่ามือใหญ่ของเขาก็ "พลาด" ตะปบลงบนหน้าอกอวบอิ่มที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าคาดอกอย่างเต็มรัก!
"อุ๊ย!" ฉางเสวี่ยอุทานออกมาเสียงหลง ร่างกายของนางกระตุกวูบราวกับโดนฟ้าผ่า ััจากฝ่ามือหนาที่ขยำลงบนความนุ่มหยุ่นนั้นรุนแรงและจาบจ้วงจนนางหน้ามืดตามัว
"ขะ...ขออภัยครับท่านอา! หลานไม่ได้ตั้งใจ ปราณมันตีกลับจนหลานคุมมือไม่อยู่!" หลิวอวี้รีบละล่ำละลักบอก แต่เขากลับไม่ได้ชักมือออกทันที เขายังคงกดเน้นปลายนิ้วลงไปบนความอวบอัดนั้นครู่หนึ่ง ราวกับกำลังพยายาม "หาที่ยึดเกาะ" เพื่อทรงตัว
ฉางเสวี่ยอ้าปากค้าง หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความโกรธควรจะเกิดขึ้น แต่นางกลับพบว่าร่างกายของนางกลับสั่นสะท้านด้วยความเสียวซ่านที่รุนแรงอย่างไม่เคยพบเจอ ความร้อนจากฝ่ามือของเขาที่บดเบียดลงบนส่วนที่ไวต่อััที่สุดของนาง ส่งกระแสไฟประหลาดแล่นเข้าสู่ขั้วหัวใจจนขาของนางเริ่มอ่อนแรง
นางอยากจะดุด่า อยากจะผลักเขาออก แต่น้ำเสียงกลับจุกอยู่ที่ลำคอ เมื่อเห็นสีหน้า "ตื่นตระหนกและสำนึกผิด" ของหลิวอวี้ที่ดูสมจริงเหลือเกิน นางจึงได้แต่ยอมให้ความรัญจวนใจนั้นครอบงำสติสัมปชัญญะไปชั่วขณะ
"หลิวอวี้... ปล่อย... ปล่อยมือก่อน..." นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิวและขาด่ โดยที่นางเองก็ไม่รู้ตัวว่า ร่างกายของนางกำลังเผลอเบียดกายเข้าหาฝ่ามือนั้นอย่างน่าละอาย