เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสะท้านไปทั่วแผ่นดินเป่ยหยวน
เหล่าผู้บรรลุระดับเซียนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างพากันแตกกระเจิงวิ่งจ้าละหวั่นไปทุกทิศทุกทางแม้แต่สองนักฆ่าจากราชวงศ์นักฆ่ายังหน้าซีดเผือดเตรียมที่จะใช้เคล็ดวิชาเทพพรางตาเพื่อหลบเข้าไปในความว่างเปล่า
แต่มีหรือที่มู่เสินฉวนจะปล่อยให้พวกเขาทำตามใจปรารถนา!
นักฆ่าจากราชวงศ์นักฆ่านั้นสังหารได้ยากที่สุดหากโจมตีไม่สำเร็จ พวกมันก็จะหลบหนีไปไกลนับพันลี้ ยากที่จะติดตามร่องรอย
ย่อมต้องจัดการกับพวกมันทั้งสองก่อนเป็นอันดับแรก!
ในดวงตาของมู่เสินฉวนปรากฏอักขระโบราณแห่งความโกลาหลเลือนรางร่างกายของเขาแปรเปลี่ยนเป็นพญาคุนเผิงเพียงแค่กระพือปีกก็ทะยานขึ้นไปเก้าหมื่นลี้!
ในชั่วพริบตาก็พุ่งเข้าประชิดร่างของชายชราผอมแห้งราวท่อนไม้แล้วเสามารสะกดฟ้าใหญ่ยักษ์ก็ฟาดลงมาอย่างบ้าคลั่ง!
"ไม่!" ม่านตาของชายชราพลันหดตัวลงและส่งเสียงร้องโหยหวนออกมา!
พลังอันน่าสะพรึงกลัวอย่างหาที่สุดมิได้มาเยือนทันใดบดขยี้ทั้งจิตวิญญาณและร่างกายของเขาจนแหลกละเอียดตายทันที!
เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในชั่วพริบตามู่เสินฉวนแทบไม่ได้หยุดพักเลยแม้แต่น้อยเปลี่ยนทิศทางพุ่งเข้าโจมตีนักฆ่าอีกคนอย่างรวดเร็ว
สีหน้าชายวัยกลางคนผู้สวมหมวกสานตื่นตระหนกรีบใช้เคล็ดวิชาทำให้ร่างของเขาหายตัวไปในความว่างเปล่าทันใดกลบแม้กลิ่นอายไปจนหมดสิ้น ราวกับว่าไม่เคยปรากฏตัวบนโลกใบนี้มาก่อน
สายตาของมู่เสินฉวนคมกริบจิตสัมผัสที่กว้างใหญ่ราวกับท้องทะเลแผ่กระจายออกไป แต่ก็มิอาจหาร่องรอยของมันได้
เขาจึงตัดสินใจที่จะไม่ตามหาต่อไปชูเสามารสะกดฟ้าขึ้น เอวี่ยงโจมตีลงมาอย่างบ้าคลั่งโดยไม่เลือกเป้าหมาย!
ตูมๆๆ!!!
พลังอำนาจแห่งจักรพรรดิแผ่ซ่านไปทั่วท้องฟ้ากวาดทำลายแผ่นดินจนราบเป็นหน้ากลองห้วงอากาศในรัศมีนับหมื่นลี้แตกสลายออกเป็นวงกว้าง
หลังจากผ่านไปหลายอึดใจ
ร่างที่สะบักสะบอมร่างหนึ่งกระอักเลือดออกมาและถูกบังคับให้ถอยร่นออกมาจากความว่างเปล่าที่อยู่ไกลนับหมื่นลี้!
"คิดจะหนีไปไหน!"
มู่เสินฉวนคำรามเสียงดังแปรเปลี่ยนเป็นแสงศักดิ์สิทธิ์ติดตามไปกระชั้นชิดเปลวไฟมารที่ห่อหุ้มพลังอำนาจแห่งจักรพรรดิแผ่ปกคลุมลงมา!
ฉึก!
ร่างกายของชายวัยกลางคนถูกเจาะเป็นรูพรุนขนาดใหญ่หลายแห่งในชั่วพริบตาการเคลื่อนไหวจึงเริ่มช้าลง
แต่ความเชื่อมั่นในการเอาชีวิตรอดอย่างแรงกล้าทำให้เขากัดฟันกระเสือกกระสนหนีต่อไป!
มู่เสินฉวนไล่ตามไม่ลดละโบกสะบัดอาวุธจักรพรรดิอย่างต่อเนื่อง ทุกแห่งที่เขาเคลื่อนผ่านทุกสิ่งล้วนถูกทำลาย
ธารน้ำแข็งนับหมื่นลี้ถูกแสงศักดิ์สิทธิ์ที่กระเซ็นออกมาทำลายจนแหลกละเอียดเสียงดังกัมปนาทประหนึ่งจะล้างบางใต้หล้า
จนกระทั่งผ่านไปหลายอึดใจ
หมัดเทพอันน่าสะพรึงกลัวได้มาเยือนบดขยี้จิตวิญญาณของชายวัยกลางคนจนละเอียดแหลกและสิ้นชีพลงบนแผ่นดินเป่ยหยวนนิรันดร์
ร่างของมู่เสินฉวนเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องพุ่งเข้าสังหารเหล่าผู้บรรลุระดับเซียนที่กำลังหลบหนีเหล่านั้น!
ในวันนั้น ห้วงเวหาก็ถูกย้อมไปด้วยสีเลือดแผ่นดินเป่ยหยวนต้องสั่นสะเทือน
ผู้ฝึกตนในเป่ยหยวนจำนวนนับไม่ถ้วนเงยหน้ามองท้องฟ้าใจสั่นสะท้านราวกับคลื่นลมโหมกระหน่ำ!
วิหารเทพเป่ยจี๋ ดินแดนต้องสาป ตระกูลจินรวมถึงเซียนจากตระกูลหวัง ก็ถูกมู่เสินฉวนสังหารจนเหี้ยน
ทำลายภูเขาและแม่น้ำในเป่ยหยวนไปกว่าหลายแสนลี้แม้แต่ท้องฟ้ายังต้องหลั่งเลือดร่ำไห้ สถานการณ์นองเลือดนี้ช่างสยดสยองอย่างยิ่ง!
……
มู่เสินฉวนเคลื่อนร่างแหวกผ่านค่ายกลกลับไปยังเรือรบสีม่วงทอง
เขามองเห็นในทันทีว่าในอ้อมกอดของเหยาซีมีเด็กน้อยหน้าตาน่ารักราวกับตุ๊กตากระเบื้องเค้าหน้าของเขาแข็งทื่อไปชั่วขณะ
ความสัมพันธ์ทางสายเลือดผุดขึ้นในใจของเขา
กลิ่นอายแห่งความโกลาหลที่แผ่ออกมาจากทั้งสองร่างได้ผสานรวมกันอย่างรวดเร็วในขณะนั้น
จากนั้นเด็กน้อยก็เหมือนจะรับรู้ถึงอะไรบางอย่างส่งเสียงอ้อแอ้ไม่ชัดเจนออกมา ยกมือเล็กๆ สีชมพูและเตะขาไปมาเหมือนพยายามจะหลุดออกจากอ้อมกอดของเหยาซี
มู่เสินฉวนยิ้มอ่อนโยนแล้วอุ้มเขาขึ้นมา
กลิ่นอายของกฎเกณฑ์แห่งวิถีที่เข้มข้นปะทะกับใบหน้าของเขาทันใดแม้แต่ความว่างเปล่าโดยรอบก็ยังสั่นสะเทือน
"หืม?"
"เพิ่งเกิดมาก็มีพลังในระดับกึ่งเซียนแล้ว!"
ดวงตาของมู่เสินฉวนเป็นประกายจ้องมองไปยังเด็กน้อยตรงหน้า
เหยาซีที่อยู่ด้านข้างเห็นเขากลับมาอย่างปลอดภัยความกังวลในใจก็หายไปจนสิ้น
บนใบหน้าสวยของนางที่เต็มไปด้วยความยินดีกล่าวว่า"ก่อนหน้านี้รีบร้อนเกินไป ยังไม่ได้ตั้งชื่อให้ลูกเลย"
"ให้เจ้าเป็นคนตัดสินใจเถิด"
"เอ่อ…"
มู่เสินฉวนรู้สึกหนักใจเล็กน้อยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาพลันเป็นประกาย
เด็กคนนี้เพิ่งเกิดมาก็เป็นกึ่งเซียนแล้วอีกทั้งยังมีร่างกายที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกกายวิถีศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลแต่กำเนิด!
ไม่ถูกกฎเกณฑ์ของจักรพรรดิใดๆ กดข่มเป็นผู้ที่ถูกกำหนดมาให้บรรลุเป็นจักรพรรดิ!
เมื่อเติบโตขึ้นในภายภาคหน้าการบรรลุเป็นเซียนก็ไม่ไกลเกินเอื้อม
"เรียกว่า เวิ่นเซียน ก็แล้วกัน!"
"มู่เวิ่นเซียน!"
ทั้งสามคำนี้เต็มไปด้วยความคาดหวังอย่างแรงกล้าที่มู่เสินฉวนมีต่อลูกของตน
หวังว่าเขาจะสามารถโบยบินไปบนฟ้าเก้าชั้นแสวงหาความเป็นเซียน!
"เวิ่นเซียน…"
ดวงตาคู่สวยของเหยาซีเป็นประกายพยักหน้าเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่านางก็พอใจมากเช่นกัน
"ไปกันเถอะ อวี่เซิง!"
"ถึงเวลาออกเดินทางกลับตงฮวงแล้ว!"
มู่เสินฉวนยิ้มเล็กน้อยบนใบหน้าระบายไปด้วยรอยยิ้ม พร้อมกล่าวกับมู่อวี่เซิงที่อยู่ด้านข้าง
การต่อสู้ครั้งใหญ่ระหว่างเขากับเซียนแห่งเป่ยหยวนในครั้งนี้ทำลายธารน้ำแข็งไปกว่าหลายแสนลี้!
แต่ภูเขาน้ำแข็งใกล้เคียงนี้กลับไม่ได้รับผลกระทบเลยแม้แต่น้อยปกป้องให้แม่ลูกเหยาซีปลอดภัย
ฝีมือของมู่อวี่เซิงในด้านค่ายกลก็ดูเหมือนจะถึงขั้นสูงสุดแล้ว
การเดินทางครั้งนี้เขาทำคุณงามความดีไว้มากทีเดียว!
"ขอรับ ท่านผู้นำตระกูล!"
มู่อวี่เซิงใจเต้นแรง ยกมือขึ้นโบกสะบัดเก็บรวบอักขระแห่งวิถีมหาจักรพรรดิสามสิบหกตัวที่สลักไว้ในอากาศกลับคืนมา
ภูเขาน้ำแข็งตระหง่านลูกหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ตัดกับแผ่นดินที่ราบเป็นหน้ากลองโดยรอบอย่างชัดเจน
"กลับตงฮวง!"
มู่เสินฉวนขยับจิตเรือรบสีม่วงทองก็เปลี่ยนทิศทางทันที แปรเปลี่ยนเป็นลำแสงสีม่วงพุ่งไปยังแผ่นดินตงฮวงที่อยู่ห่างไกล
……
ภายในตำหนักเล็กของเรือรบสีม่วงทอง
ครอบครัวสามคนนั่งอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข
ทันใดนั้นดวงตาของมู่เสินฉวนก็เป็นประกายราวกับนึกอะไรบางอย่างออก เขาค่อยๆ ยื่นนิ้วออกมาพลังลึกลับที่อธิบายไม่ได้ไหลออกมาจากปลายนิ้วสัมผัสลงบนหน้าผากเกลี้ยงเกลาของมู่เวิ่นเซียน
ชั่วพริบตาคัมภีร์โบราณเล่มใหญ่ก็ถูกส่งเข้ามาในจิตสำนึกของเขา
มู่เวิ่นเซียนเอียงศีรษะ ใบหน้าเล็กๆแสดงความสงสัยอันไร้เดียงสาออกมา
"นี่… นี่คือคัมภีร์ไร้กำเนิด?"
ดวงตาคู่สวยของเหยาซีแข็งทื่อนางยกมือขึ้นปิดปาก ร้องอุทานออกมา
ในการต่อสู้ที่หุบเขามารฝังฟ้านางก็อยู่ที่นั่นด้วย
จึงรู้ว่ามู่เสินฉวนได้รับคัมภีร์โบราณที่ท่านมหาจักรพรรดิไร้กำเนิดอู๋สื่อทิ้งไว้
และในตอนนี้พลังน่าอัศจรรย์ที่อธิบายไม่ได้เช่นนี้ต้องเป็นคัมภีร์ที่สร้างขึ้นโดยมหาจักรพรรดิโบราณแน่นอน!