เมื่อนึกถึงภาพที่ตนเองเห็นในวันนั้นชิงเว่ยเว่ยก็ชะงักกึก สายเมฆสีดำที่ออกมาจากกระบี่ใหญ่ของหวังต้าจิ้งก็เป็นสายอย่างที่ซิวลู่ฉิงบอกเพียงแต่เป็นสีขาวที่มีสีดำซ่อนอยู่ข้างในรวมทั้งบุรุษร่างใหญ่ในชุดผ้าคลุมดำที่ซ้อนอยู่ด้านหลังของอาจารย์ใหญ่ยังคงรบกวนจิตใจที่อยากรู้อยากเห็นของชิงเว่ยเว่ย
เด็กหญิงสัญญากับตนเองว่ากลับไปถึงจวนวันนี้จะต้องรีบเปิดนิยายของเพื่อนรักออกมาอ่านนางชักอยากจะรู้แล้วว่าจอมมารเมฆดำที่ซิวลู่ฉิงพูดถึงทำสิ่งใดได้บ้าง?
“เจ้าว่าพยัคฆ์ดำจะไปซ่อนอยู่ที่ใด?” ซิวลู่ฉิงพยายามนึกถึงนิยายสอบสวนเรื่องเก่าๆที่ตนเองเคยอ่าน “พยัคฆ์ดำน่าจะทำหน้าที่ไปติดตามเอาของสำคัญมาให้อาจารย์ใหญ่หวังอยู่บ่อยๆวรยุทธ์ของเขาย่อมเหนือกว่าผู้อื่น และข้าคิดว่าเขาต้องมีสายอยู่ในเมืองหลวงด้วย”
“ข้าก็คิดเหมือนเจ้าแต่ฝ่ายตรงข้ามที่เรายังไม่รู้ว่าเป็นผู้ใดแน่?ก็น่าจะจับตามองอาจารย์ใหญ่หวังมาพักใหญ่และอาจจะรู้ตื้นลึกหนาบางของหวังต้าจิ้งเป็นอย่างดี”
ซิวลู่ฉิงนึกถึงการประลองยุทธ์ระหว่างอาจารย์ใหญ่กับคนชุดม่วงที่ชิงเว่ยเว่ยเล่าให้ฟังคราวก่อนก็ทำตาโต
“เจ้าว่าอาจารย์ใหญ่หวังไม่รู้จักชายชุดม่วงแต่ชายชุดม่วงรู้จักอาจารย์หวัง”
“ในเมื่อกล้าแอบขึ้นมาบนเขาไข่มังกรซ้ำยังสร้างเรือนและซ่อนคนเอาไว้นานนับปีคนผู้นั้นจะไม่รู้จักอาจารย์ใหญ่หวังได้อย่างไร? น่าเสียดายที่ข้าไม่เห็นหน้าเขา”
“วรยุทธ์เขาร้ายกาจมากไม่ใช่หรือ?”
“ใช่!”
“นี่ๆ ข้านึกได้แล้ว!” ซิวลู่ฉิงส่งเสียงเอะอะขึ้นกลางถนน
“เจ้าเสียงดังจนคนมองกันหมดแล้วคิดจะให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ตัวหรือไร?”
คนชอบอ่านนิยายย่นคอ “ขอโทษข้ามัวแต่ดีใจที่นึกออก” นางค่อยๆ ยื่นหน้ามาใกล้ชิงเว่ยเว่ย “ข้าเคยอ่านนิยายเรื่องจอมยุทธ์สุดขอบฟ้าในเรื่องนั้นมีจอมยุทธ์ผู้หนึ่งชอบสวมอาภรณ์ม่วง เคยฝึกวิชาฝ่ายธรรมะแต่ต่อมากลับแอบฝึกวิชาฝ่ายมารด้วย”
“มีฉายาด้วยหรือไม่?”
“มีสิ! แต่ข้าจำไม่ได้เอาไว้ให้ข้ากลับไปบ้านจะไปค้นหานิยายเล่มนี้ดูสิ”
ชิงเว่ยเว่ยสั่งให้สาวใช้สองคนของตนฝั่งประจำอยู่โรงน้ำชาคอยสังเกตผู้คนที่เข้าออกร้านส่วนตนเองกับไห่ฮ่าวออกไปเดินหาคนตามท้องถนนพร้อมด้วยซิวลู่ฉิง
ซิวลู่ฉิงเห็นว่าชิงเว่ยเว่ยมีไห่ฮ่าวเป็นองครักษ์แล้วคล่องตัวมากกว่ามีสาวใช้คอยตามดูแลนางจึงไปขอร้องบิดาให้หาองครักษ์ให้นางสักคน บัดนี้เด็กหญิงเองก็มีองครักษ์หนุ่มนาม‘หลินเต๋อ’ ส่วนสาวใช้อีกคนที่ติดตามมาด้วยในครั้งนี้นางก็ให้อยู่ร้านขายเกี๊ยวน้ำเพื่อให้คอยสอดส่องมองหาคนช่วยอีกแรง
“นี่ๆเจ้ามัวแต่หลอกให้ข้าพูดเรื่องของข้า ตกลงวิชาตัวเบาเจ้าล่ะ”
“หลีกทางเร็ว! มือปราบกำลังจับโจร!”เสียงผู้คนตะโกนร้องเอะอะ
ชิงเว่ยเว่ยอาศัยความว่องไวดึงตัวสหายเข้าหลบที่มุมอาคารองครักษ์หลินที่เดินตามด้านหลังรีบช่วยบังเอาไว้พร้อมกับไห่ฮ่าว
“ทำไมคนร้ายจึงวิ่งช้าจัง?”ชิงเว่ยเว่ยสังเกตจากฝีเท้าของคนที่ถูกเรียกว่าโจรแล้วก็ข้องใจด้วยรูปร่างกำยำล่ำสันคนผู้นั้นสมควรวิ่งได้เร็วกว่าที่มองเห็น ทว่ากลับไม่ได้เร่งฝีเท้าคล้ายจะจงใจให้ถูกจับ
ซิวลู่ฉิงมองการจับกุมตรงหน้าแล้วก็นึกสงสัย“ข้าว่าเขาจงใจให้ถูกจับ”
ชิงเว่ยเว่ยแหวกระหว่างเอวขององครักษ์ทั้งสองเดินออกมา
“ประเดี๋ยวก่อนท่านมือปราบไม่ทราบว่าบุรุษผู้นี้ทำความผิดอันใดหรือ?”
มือปราบหนุ่มหันมามองเด็กหญิงหน้าแฉล้มก็ยิ้มน้อยๆ“ขโมยซาลาเปาร้านหัวมุมมาน่ะ”
ชิงเว่ยเว่ยขมวดคิ้วตอนที่กำลังเกิดการจับกุม นางมองไปข้างหลังดูเหมือนกำลังมีคนตามชายผู้นี้มาหลายคนหรือว่าจะเป็น....
“อ้อ! แค่ขโมยซาลาเปาข้าก็นึกว่าทำคดีใหญ่โต ขอบคุณเจ้าค่ะ”
หัวขโมยมองเด็กหญิงทั้งสองที่มีองครักษ์ยืนประกบข้างหลังดูเหมือนพวกนางจะเป็นลูกขุนนางจึงได้มีคนคอยอารักขาที่ดูฝีมือดี
ฝ่ายเด็กหญิงก็สำรวจทั่วตัวของหัวขโมยแล้วหันมากระซิบกระซาบ
“ข้าว่าเขาไม่เหมือนคนที่จะขโมยแค่ซาลาเปาสักนิด”
“ไม่ใช่หรอก ข้าเห็นว่าเขามีคนวิ่งตามมาหลายคนดูท่าคงจะต้องการให้ถูกจับมากกว่าเพราะเกรงจะหนีไปพ้น โน่น! เจ้าดูทางโน้นสิมีคนแอบซุ่มดูอยู่ด้วย”
ซิวลู่ฉิงค่อยๆ มองตามที่ละจุดอย่างที่ชิงเว่ยเว่ย“จริงของเจ้าพวกเขาแอบตามมือปราบไปแล้ว มิใช่ว่าคิดจะชิงคนหรอกนะ”
“ไม่แน่ พวกเรารีบตามไปเถอะ ข้าว่าหัวขโมยผู้นี้น่าสนใจมาก”
คนทั้งสี่รีบเดินตามหลังมือปราบที่คุมตัวหัวขโมยตรงไปยังสำนักมือปราบเมืองหลวง
“นั่นมันน้องสาวข้ากับเว่ยเว่ยนี่ พวกนางจะไปไหนกัน?”
“เหมือนพวกเขาจะตามคนนะหัวหน้าซิว”
“เร็วเถอะฉีเหยียน พวกนางอาจจะเจอเบาะแสแล้ว ดูท่าทารีบเร่งเชียว”
วันนี้ฉีเหยียนมีคนทั้งติดตามทั้งจิงหานและบ่าวรับใช้ที่พอเป็นวรยุทธ์อีกผู้หนึ่งส่วนซิวอี้เซิงนั้นสั่งให้บ่าวติดตามสองคนคอยจับตามองหาคนอยู่หัวถนน
“พวกเจ้าเจอคนน่าสงสัยแล้วหรือ?” ซิวอี้เซิงเร่งฝีเท้าจนทันรีบยกมือขึ้นตบบ่าน้องสาว
ซิวลู่ฉิงสะดุ้งหันขวับมาพอเห็นเป็นพี่ชายก็รีบเอ็ดเสียงเขียว
“นี่พี่คิดจะทำให้ข้าตกใจตายหรือไร?”
“เอ๋า! ข้าจะตะโกนร้องเรียกก็เกรงจะไก่ตื่นพวกเขารีบยังกับจะไปตามหาม้า ข้าก็ต้องใช้วิธีนี้สิ”
เมื่อคนอีกสี่คนเข้ามาสมทบกลุ่มของพวกเขาก็เริ่มเป็นที่สะดุดตา ชิงเว่ยเว่ยรีบหันมาหากลุ่มคนข้างหลัง
“แยกกันไปคนละทางหัวหน้าซิว ไปดักก่อนถึงประตูสำนักมือปราบข้าว่างานนี้กำลังจะมีคนลงมือแย่งชิงผู้ต้องหา”
“ได้!”
ซิวอี้เซิงพาคนในกลุ่มของตนเลี้ยวไปยังตรอกด้านหน้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งไปดักอยู่ซอยถัดไปซึ่งจะเป็นเส้นทางก่อนถึงประตูใหญ่สำนักมือปราบ
เคร้ง! เคร้ง!
“พวกเขาลงมือแล้ว เราต้องตามหัวขโมยให้ดี” ชิงเว่ยเว่ยร้องสั่งนางรีบวิ่งนำหน้าไปซุ่มดูบุรุษในชุดชาวบ้านนับสิบคนชักกระบี่เข้าต่อสู้กับมือปราบที่ควบคุมตัวหัวขโมย
“พวกเจ้าต้องการอะไร?”มือปราบหนุ่มรับเพลงกระบี่ที่พุ่งเข้ามาได้ทันท่วงที ใช้เท้ายันร่างที่พุ่งมาออกไปทว่าเบื้องหลังกลับปรากฏคนร้ายอีกนับสิบ
“ส่งตัวเจ้าหัวขโมยมาให้เรา”
***********************
