วันรุ่งขี้น หยางเวิ่นกวงจึงได้ล่ำลาภรรยา เอ๊ย! ท่านย่าคนงามเพื่อออกเดินทางไปตามหามู่กุ้ยอิงมารดาของมัน ก่อนจากทั้งสองสวมกอดกันแนบแน่น หยางลิ่วเหนียงถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เพราะนางมีลางสังหรณ์ว่าจะไม่ได้พบเจอผัวรัก เอ๊ย! หลายชายสุดที่ชัก เอ๊ย!….สุดที่รัก พิมพ์ผิดพิมพ์ถอกไปหมด
ส่วนเจ้าเวิ่นกวงมันก็ใจหายแปลก ๆ เช่นกัน ทว่า…ในความรู้สึกแสนเศร้าสร้อย ก็ยังมิวายเกิดอารมณ์ลามกทะลึ่ง เนื่องจากสองเต้าอวบอัดของหยางลิ่วเหนียงนั้นเบียดบี้กับแผ่นอกแน่นหนั่นของมันอยู่ยามที่นางสวมกอด เวิ่นกวงคิดไปคิดมาก็ชักอยากจะพาท่านย่าคนงาม ไปร่ำลาในห้องกันสองต่อสองอีกสักสามสี่กระบวนท่า แต่พอคิดไปคิดมามันก็ไม่ได้ทำเช่นนั้น เพราะในใจยามนี้เป็นห่วงมู่กุ้ยอิงมากกว่า เวิ่น กวงจึงได้กล่าวลาทุกคนก่อนที่มันจะออกเดินทาง…
เรื่องเส้นทางมิต้องเป็นห่วงเพราะมันได้ไปถามจากท่านหมอลี่มาเป็นที่เรียบร้อย หมอลี่เองก็เตือนมันว่าอย่าตามมู่กุ้ยอิงไป เพราะหากพิษโลหิตราคะกำเริบระหว่างที่มันเดินทางจะมิมีผู้ใดคอยช่วยเหลือดูแล แต่หยางเวิ่นกวงก็ยังยืนยันคำเดิม ว่ามันจะตามไปหามู่กุ้ยอิงให้จงได้ หมอลี่จึงจำต้องปล่อยมันไป
หนทางในการไปยังหุบเขาหมื่นราคะนั้นยากลำบาก และไกลมาก ๆ แต่หยางเวิ่นกวงก็มิได้ยอมแพ้ถอดใจ ยิ่งรู้ว่ากุ้ยอิงมารดาเคยผ่านเส้นทางแห่งนี้ไป มันก็ยิ่งเป็นห่วงนางมากยิ่งขึ้น ทว่า….มิได้ผิดจากคำที่หมอลี่ได้เคยเตือนไว้ เมื่อครบ 7 วัน พิษร้ายในร่างของหยางเวิ่นกวงก็กำเริบ จนทำให้มันเจ็บปวดทรมานจนแทบจะขาดใจตาย ทั่วร่างร้อนดังอยู่ในเตาเผาเหล็ก กระดูกทุกส่วนส่งเสียงกรีดร้องราวกับมันจะหลุดออกเป็นชิ้น ๆ ท่อนเอ็นตรงหว่างขาพองแข็งชูชันอย่างไร้เหตุผล แถมบวมจนแทบจะระเบิด นี่คือผลจากพิษโลหิตราคะที่กำเริบขึ้น เวิ่นกวง นอนดิ้นทุรนทุรายอยู่ในถ้ำกลางป่าก่อนที่มันจะทนไม่ไหว และสลบไปในที่สุด
ยามรู้สึกตัวตื่นก็ยังไม่หายทรมาน ตาลืมแต่มิอาจมองรอบกายได้ชัด ทุกอย่างพร่าเลือนไปหมด
"ทะ…ทรมานเหลือเกิน ท่านแม่ช่วยข้าด้วย….อูยยยย…ยยย ซี้ดดดดด..ดดดด อ๊าาาาา..าาา"
เวิ่นกวงละเมอครางก่อนที่สองตาของมันจะเห็นภาพของใครบางคนโยกศีรษะขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่ตรงหว่างขา แต่เวิ่นกวงมิรู้ว่านางเป็นผู้ใด หรือสิ่งที่เกิดขึ้นในยามนี้เป็นเพียงแค่ภาพลวงตาจากพิษร้ายในกายของมัน
"ทะ…ท่าน…..คือ" มันเอ่ยเสียงพึมพำเบา ๆ ก่อนที่ทุกอย่างรอบกายจะพลันมืดดับไป…
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่อาจรู้ได้ แต่เมื่อเวิ่นกวงรู้สึกตัวตื่นพิษร้ายในร่างของมันที่กำเริบในรอบนี้ก็สงบลงแล้ว ไม่มีความเจ็บปวดอีกต่อไป เวิ่นกวงรู้สึกงุนงงสับสนเป็นอย่างมาก สตรีนางนั้นที่มันเห็นเลือนรางคือผู้ใดกัน กุ้ยอิงมารดามันกระนั้นหรือ…? หากเป็นนางจริง แล้วไยยามนี้จึงมิเห็นอยู่ด้วยข้างกาย หรือจะเป็นหยางลิ่วเหนียงก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ สรุปว่าตัวมันอาจจะเห็นภาพหลอนไปเองเนื่องจากพิษที่กำเริบ เวิ่นกวงพักต่ออีกเล็กน้อยภายในถ้ำก่อนที่มันจะออกเดินทางต่อ..
ในระหว่างที่เดินทางต่อ เวิ่นกวงก็สอบถามผู้คนที่พานพบเจอไปด้วย ว่าพวกเขาเห็นมารดาของมันผ่านไปทางนี้หรือไม่ บางคนก็ว่าเคยเห็นเมื่อหลายวันก่อน บางคนก็ไม่แน่ใจ และอีกหลายคนที่พยายามห้ามเวิ่นกวงไปให้ไปที่หุบเขาหมื่นราคะเพราะที่นั่นอันตรายมาก ๆ ไม่มีชาวบ้านคนไหนกล้าเฉียดเข้าไปในนั้น เพราะรู้ดีว่า หากเข้าไปแล้วจะไม่มีวันได้กลับออกมาอีกตลอดกาล
แต่นั้นก็มิอาจลดทอนความเงี่ยน เอ๊ย! ความมุ่งมั่นพยายามของเวิ่นกวงที่จะไปพบกุ้ยอิงมารดาของมันได้
เวิ่นกวงยังคงเดินหน้าต่อ ยิ่งเข้าใกล้หุบเขาหนทางก็ยิ่งลำบากมากขึ้น หน้าผาสูงชัน อาการหนาวเหน็บ ไร้พืชผล ไร้แหล่งน้ำ นี่มันมิต่างอันใดกับหุบเขาต้องคำสาปเลย สถานที่เช่นนี้มันจะมีสมุนไพรที่รักษาพิษของมันได้จริงหรือ หรือว่าทั้งหมดนี่เป็นเพียงความพยายามที่สูญเปล่า ของกุ้ยอิงกับมัน
เวิ่นกวงเริ่มท้อแท้ และสิ้นหวังลงเรื่อย ๆ มันคิดว่าถ้าหากไร้ซึ่งยาถอนพิษจริง ๆ มันก็อยากจะขอใช้ชีวิตอยู่กับมารดาคนงามเป็นครั้งสุดท้าย
จนในที่สุดเวิ่นกวงกัดก็ฟันแน่นก่อนจะใช้สัพพะกำลังที่เหลือปีนป่ายขึ้นมาถึงยอดหุบเขาจนได้ และสิ่งที่มันได้พบก็คือ…..
ดินแดนที่รกร้างว่างเปล่า บนนี้ไม่มีสมุนไพรที่มันตามหา ไม่มีพืชพันธุ์ใดอยู่เลย มีแต่ต้นไม้ยืนต้นแห้งเหี่ยวตาย และที่ร้ายที่สุดก็คือ….ไม่มีเงาร่างของ มู่กุ้ยอิงมารดามันอยู่
เวิ่นกวงถึงกับทรุดเข่าลงกับพื้น อย่างหมดเรี่ยวหมดแรง มิมีสมุนไพรก็ไม่เป็นไร แต่ไยจึงไม่มีมารดาของมันอยู่ หรือว่านางจะลงเขาไปแล้ว เช่นนั้นก็น่าจะสวนทางกับมันมิใช่หรือ แต่ก็ไม่พบ เกิดอันใดขึ้นกับนางกันแน่ ร่างของเวิ่นกวงสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว ก่อนที่ความเจ็บปวดของพิษในร่างจะกำเริบอีกครา เพราะยามนี้ครบ 7 วันอีกแล้ว และคราวนี้ดูเหมือน มันจะรุนแรงมากกว่าครั้งก่อนอยู่หลายเท่า
"อ๊ากกก…กกก…..!!" เวิ่นกวงส่งเสียงกรีดร้องอย่างโหยหวน ก่อนจะดิ้นทุรนทุราย เพราะความเจ็บปวดทรมานแล่นไปทั่วร่างอย่างรวดเร็ว ร่างของมันคล้ายถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ
นี่คงเป็นวาระสุดท้ายของมันเป็นแน่ เวิ่นกวงครุ่นคิดในใจก่อนที่ ดวงตาทั้งสองจะค่อย ๆ หรี่ลง และปิดไปในที่สุด…
..
..
"....ทะ ที่นี่คือที่ใดกัน..? นรก? หรือสรวงสวรรค์กระนั้นรึ"
เวิ่นกวงค่อย ๆ ลืมตาตื่น ภาพแรกที่มันเห็นก็คือเพดานไม้ที่มีโคมไฟแขวนอยู่
"ไม่ใช่นี่ นี่มันห้องต่างหาก ห้องผู้ใดกัน? ข้าอยู่ที่ไหน? ใครพาข้ามาที่นี่"
ดวงตาของเวิ่นกวงเบิกกว้างอย่างเต็มที่ ก่อนมันจะพลันลุกขึ้นมาเหลียวมองไปรอบกาย สิ่งที่เห็นคือห้องโล่งกว้าง มีเครื่องเรือนอยู่ไม่กี่ชิ้น ภายนอกหน้าต่างมีทิวทัศน์เป็นป่า แถมยังมีน้ำตกขนาดใหญ่ไหลลงมาอยู่ สถานที่แห่งนี้น่าจะเป็นบ้านกลางน้ำตกของใครสักคนที่ช่วยชีวิตของมัน ทว่า…ผู้ใดกันเล่า
เวิ่นกวงขมวดมุ่นคิ้วด้วยความงุนงง ก่อนที่มันจะลุกลงจากเตียง แล้วเดินออกไปดูที่ระเบียง เพื่อว่าจะได้พบกับคนผู้นั้น
จบบท