โจวอวิ๋นที่กระเด็นออกไปมีคราบโลหิตไหลมาจากมุมปาก ตกลงพื้นแล้วนัยน์ตาเต็มไปด้วยประกายความตื่นตกใจ
ไม่อยากเชื่อว่าพลังที่ปะทุมาจากมังกรพยัคฆ์สำแดงเดชจะสูสีกับเขา
พรึ่บ!
หลินอวิ๋นชกอีกฝ่ายกระเด็นไปในหมัดเดียวแล้วไม่ได้หน้าเปลี่ยนไป แต่สำแดงเคล็ดยอดห่านป่า ปลายเท้าย่ำกับพื้นก่อนกระโดดลอยขึ้นมาอยู่ตรงหน้าโจวอวิ๋นในพริบตา
เขาเพิ่งถูกชกปลิวมา หลินอวิ๋นก็ชกหมัดพยัคฆ์ร้ายขั้นสูงสุดเข้ามาอีกครั้ง
ทว่าถึงอย่างไรโจวอวิ๋นก็มีเขตแดนพลังจุดสูงสุดวิถียุทธ์ขั้นเจ็ด ผ่านมาเป็นร้อยศึก ไม่ใช่พวกขยะน้ำครึ่งถังอย่างหม่าขุยและเฉินเซียว
เขามองหมัดที่พุ่งเข้ามาอีกครั้งพลางตะคอกเสียงเย็นเยียบ “รนหาที่ตาย!”
หมัดอสรพิษทอง!
ก่อนตัวเขาจะบิดรูปราวกับอสรพิษ แผ่กลิ่นอายพลังที่เย็นเยือกอย่างยิ่งออกมาจากกาย แขนขวากางออกคล้ายกับงู
ตึง!
กะพริบตามองไปเหมือนอสรพิษตัวหนึ่งชนกับพยัคฆ์ร้ายที่กระโจนเข้ามา สองหมัดปะทะกันเกิดเสียงดังสนั่นฟ้า สองคนไม่มีใครถอยแม้แต่ก้าวเดียว
ตึง ๆ ๆ!
สองคนบนเวทีประลองขยับเคลื่อนตัวไปมา ใช้กลอุบายทุกวิธี ไม่นานก็ปะทะกันสิบกว่ากระบวนท่า ที่เหนือความคาดหมายของทุกคนคือหลินอวิ๋นที่มีเขตแดนพลังเสียเปรียบกลับสูสีกับอีกฝ่าย
“พวกเจ้าดู หมัดของหลินอวิ๋นเป็นสีแดงแล้ว!”
“จริงด้วย นี่เหมือนสัญญาณของวิชาตะวันบริสุทธิ์จุดสูงสุดขั้นสมบูรณ์นะ”
“มิน่าล่ะ! หมัดพยัคฆ์ร้ายจุดสูงสุดขั้นสมบูรณ์ผนวกกับวิชาตะวันบริสุทธิ์ขั้นสมบูรณ์ ทำให้หลินอวิ๋นได้เสริมพลังขึ้นมาในด้านเขตแดนพลัง”
“เจ้าทาสกระบี่นี่น่าตกใจจริง ๆ!”
เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนการประลองปรากฏตรงหน้าทุกอย่างจริงจัง
หลินอวิ๋นที่ระเบิดพลังมังกรพยัคฆ์สำแดงเดชมีแนวโน้มพลิกกลับมา ปะทะกับโจวอวิ๋นอย่างสูสี
อสรพิษทองระบำคลั่ง!
ร้อยสัตว์เข้าเฝ้า!
สองคนบนเวทีประลองต่างออกกระบวนท่าสังหาร หนึ่งเหมือนพยัคฆ์ร้ายหวนคืนขุนเขา ร้อยสัตว์มาเข้าเฝ้า ปะทุพลังอำนาจแห่งราชาสัตว์น่าตื่นตกใจไม่มีใครเทียบได้
อีกหนึ่งเหมือนอสรพิษคลั่งร่ายรำไปมา ทั้งมืดทึมและโหดร้าย แผ่กลิ่นอายพลังเย็นยะเยือกหามีใครเปรียบได้มาจากตัว
ยอดกระบวนท่าสังหารสองแขนงได้แสดงอำนาจออกมาบนเวทีประลองได้อย่างถึงอกถึงใจ ปะทะกันอย่างหนักหน่วง
ตูม!
ชั่วพริบตาเดียวเกิดเสียงดังสนั่นปานฟ้าผ่าบนเวทีประลอง พื้นเกิดรอยแตกร้าวขึ้น พายุคลั่งปั่นป่วน เสียงคำรามพยัคฆ์ดังกึกก้องไม่หยุด ทำให้ทุกคนร้องตกใจกันไม่ขาดสาย
สองคนต่างถอยไปห้าก้าว ทว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดแม้แต่น้อย ขณะเดียวกันยังชักกระบี่ออกมา
ชิ้ง!
กระบี่ออกจากฝัก ตัวกระบี่หนาวเยือกเข้ากระดูก ซ้ายหนึ่งขวาหนึ่งก่อนจะตัดผ่านจากตรงหน้าสองคน
ผสานวารีเป็นลำธาร ไหลเชี่ยวดั่งวายุ!
อัสนีคลั่งคำรามพิโรธ ประกายสายฟ้าดั่งอสรพิษ!
หลินอวิ๋นสำแดงทักษะกระบี่วายุเชี่ยว ทั้งตัวเขาเหมือนกับสายน้ำลำธารพุ่งทะยาน ระหว่างที่พุ่งขึ้นลง ตัวเขาเคลื่อนตามกระบี่ไป ทักษะกระบี่วายุเชี่ยวที่ไม่มีใครฝึกสำเร็จมาร้อยปีได้สำแดงผ่านมือเขาอย่างมีความหมายลึกซึ้งงดงามและไหลลื่นเป็นธรรมชาติ
โจวอวิ๋นหน้ามืดทะมึน เขาใช้กระบี่อสรพิษคลั่งทักษะยุทธ์ระดับสูงของสำนักออกมาอย่างสุดกำลัง มีทั้งระเบิดสายฟ้า มีทั้งความปราดเปรียวของอสรพิษเงิน เห็นได้ชัดว่าทักษะกระบี่อสรพิษคลั่งของเขาใกล้จะบรรลุขั้นสูงแล้ว
ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าทักษะกระบี่วายุเชี่ยวกลับไม่ได้เปรียบใด ๆ เลย พลานุภาพกระบี่ถูกปิดตายไว้
สถานการณ์เช่นนี้ทำให้คนตกใจหน้าถอดสี!
ก่อนหน้านี้สองฝ่ายใช้หมัดเข้าปะทะกันยังเสมอกันทั้งสองฝ่าย ทว่าเมื่อใช้ทักษะกระบี่ โจวอวิ๋นกลับตกเป็นรองในทันใด
“ทักษะกระบี่วายุเชี่ยวจริง ๆ ไม่ใช่แค่พื้นฐานนะ หลินอวิ๋นบรรลุขอบเขตขั้นต้นแล้วด้วย”
“เขาแสดงอานุภาพของทักษะกระบี่วายุเชี่ยวได้หกส่วนแล้ว!”
“ทักษะกระบี่อสรพิษอัสนีของโจวอวิ๋นก็ค่อนข้างไม่ธรรมดาแล้วนะ แต่พออยู่หน้าทักษะกระบี่วายุเชี่ยว ก็ยังไม่พออยู่ดี”
“ไม่กล้าจินตนาการจริง ๆ ว่าทาสกระบี่ฝึกฝนทักษะกระบี่วายุเชี่ยวสำเร็จได้อย่างไร”
ศิษย์ฝ่ายนอกข้างล่างเวทีได้เห็นทักษะกระบี่วายุเชี่ยวเต็ม ๆ ตาแล้วพากันชมเชยและตกใจกันใหญ่
อสรพิษอัสนีคลั่ง!
บนเวทีประลอง โจวอวิ๋นคำรามด้วยความเกรี้ยวกราด ก่อนจะทุ่มสุดตัว เขาส่งพลังทั้งหมดไปในกระบวนท่าสังหารนี้ กระบี่เขาพลันเหมือนอสรพิษ ตัวเขาราวกับสายฟ้า ก่อนจะฟันใส่หลินอวิ๋นจากอากาศประหนึ่งอสรพิษสายฟ้า
เปรี้ยง!
เกิดเสียงฟ้าผ่าดังขึ้น กระบวนท่าสังหารอสรพิษคลั่งระเบิดพลังในตัวเขาทะยานสู่จุดสูงสุด แรงกดดันมหาศาลคลุมลงมาราวกับขุนเขา
หลินอวิ๋นยังคงหน้านิ่ง พลานุภาพมังกรพยัคฆ์จากตัวเขาวนเวียนไปรอบกาย หมุนวนราวกับสายน้ำไหล กระบี่คล้ายวายุคลั่งร่ายรำตาม
นี่คือผสานกระบี่เป็นวายุ ชั่วขณะที่โจวอวิ๋นจะฟันกระบี่ลงมานั้น คนกับกระบี่หยุดค้างพร้อมกัน มือขวาชูกระบี่บุปผามรณะขึ้นไปบนฟ้า!
ชั่วพริบตาเดียว!
เกิดภาพน่าประหลาดใจขึ้น กระบี่บุปผามรณะพาหลินอวิ๋นเหาะขึ้นฟ้า พุ่งทะยานราวกับน้ำพุพุ่ง
แก๊ง!
สองกระบี่ตัดสลับกัน พลานุภาพสะเทือนฟ้าของอสรพิษอัสนีคลั่งพังทลายลงโดยพลัน
พลานุภาพกระบี่ของผสานกระบี่เป็นวายุหมุนม้วนเข้าไปซัดโจวอวิ๋นกระเด็นออกไป ร่วงลงพื้นแล้วยังกระอักเลือดกองใหญ่
พรึ่บ!
หลินอวิ๋นยังไม่หยุดเท่านี้ กระบี่พาตัวเขาบุกทะลวงเข้าไปต่อ
ช่วงที่จะแทงหน้าอกอีกฝ่ายนั้น หลินอวิ๋นใช้การควบคุมอันสุดยอดเยี่ยมหยุดนิ่งตรงหัวใจอีกฝ่าย
“เจ้าแพ้แล้ว”
หลินอวิ๋นมองอีกฝ่ายพลางพูดนิ่ง ๆ
ทั้งลานประลองเงียบกริบ แม้จะได้เห็นทักษะกระบี่วายุเชี่ยวแล้ว คาดการณ์ผลการประลองได้คร่าว ๆ แล้ว ทว่าก็ยังคาดไม่ถึงว่าหลินอวิ๋นจะชนะได้เด็ดขาดเช่นนี้
“หึ ๆ ข้าแพ้รึ? เจ้าแทงกระบี่ของเจ้าเข้ามาดูสิ” โจวอวิ๋นหน้าดำมืด ก่อนจะยิ้มเยาะไม่หยุด
“ได้ตามที่เจ้าต้องการ!”
หลินอวิ๋นเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะชูกระบี่ขึ้นอย่างไม่มีความเกรงใจใด ๆ
เสียงร้องตกใจดังขึ้น ทุกคนทนมองไม่ได้ หากกระบี่นี้แทงเข้าหัวใจจะถึงแก่ชีวิตแน่นอน
แก๊ง!
ประกายแสงเย็นเยียบสะท้อนออกพร้อมกับเสียงดังกังวาน ก่อนจะเห็นว่าเสื้อคลุมยาวของโจวอวิ๋นระเบิดออก เผยเกราะอ่อนแนบร่างตัวหนึ่ง ส่องแสงไหลเวียนบาง ๆ การออกกระบี่ถึงแก่ชีวิตครั้งนี้กลับไม่สร้างบาดแผลใด ๆ เลย
“ศาสตราวุธลับ!”
ทุกคนมองออกทันที ไม่อยากเชื่อว่าโจวอวิ๋นจะสวมชุดเกราะลับ
คาดไม่ถึงจริง ๆ กับเหตุการณ์เช่นนี้ ประลองกับคนที่เขตแดนพลังต่ำกว่าตนกลับสวมชุดเกราะลับ แม้จะไม่ผิดกฎ แต่ก็อาจจะไร้ยางอายไปหน่อย…
“ตาย!”
ขณะโจวอวิ๋นหัวเราะเสียงดังอยู่นั้นก็ตะโกนอย่างบ้าคลั่ง หมายจะโต้กลับ
เขาสวมเกราะลับก็เท่ากับมีร่างเป็นอมตะแล้ว ศึกนี้เขาชนะอย่างไม่ต้องสงสัย
หลินอวิ๋นใช้เคล็ดยอดห่านป่าเหมือนเมฆบนฟ้ารวมถึงทักษะกระบี่วายุเชี่ยวขั้นสูง!
เขาหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อยก็จริง แต่ไม่ตระหนกแม้แต่นิด ในชั่วพริบตานั้น เขาสำแดงเคล็ดยอดห่านป่าถึงจุดสูงสุด ทักษะกระบี่วายุเชี่ยวเพิ่มพลานุภาพขึ้นเป็นขั้นสูง พร้อมกันนั้นยังใช้กระบวนท่าสังหารแยกเงาสะท้อนกลับ
พรึ่บ!
โจวอวิ๋นที่กำลังจะสวนกลับเห็นหลินอวิ๋นหายไปต่อหน้าต่อตา ยังไม่ทันตั้งสติได้ก็เห็นกระบี่ร่ายรำเกลื่อนฟ้า ขยับวูบวาบไปมารอบกายเขา
มองไปคล้ายแสงกระบี่หมุนวนรอบตัวโจวอวิ๋น เหลือเพียงเศษเงาของคนกับกระบี่
กึก!
หลินอวิ๋นกลับมาจุดเริ่มต้น เก็บกระบี่เข้าฝัก กึก โลหิตสดสาดกระจายดั่งสายรุ้งตรงบาดแผลบนตัวโจวอวิ๋น เหมือนกับดอกไม้สดอาบโลหิตเบ่งบานในวินาทีที่หลินอวิ๋นเก็บกระบี่เข้าฝัก
ก่อนจะเห็นว่าแขนและขาสองข้างที่ไม่มีเกราะลับป้องกันเต็มไปด้วยร่องรอยกระบี่ โลหิตสาดกระจายไม่หยุดตรงหน้าหลินอวิ๋นราวกับน้ำพุ
“ข้าจะฆ่าเจ้า!”
โจวอวิ๋นเจ็บปวดแสนสาหัส เขารู้ว่าตนจบเห่แล้ว จึงกระโจนไปหาหลินอวิ๋นเหมือนคนบ้า
หลินอวิ๋นเตะเข้าที่หน้าอกเขาก่อนปลิวออกไปเหมือนกระสอบทราบ
“ลูกชายข้า!”
บนแท่นสูง บิดาของโจวอวิ๋นหน้าเปลี่ยนสีอย่างรุนแรง เขาพุ่งทะยานเข้าไปกอดเขาเอาไว้
เห็นรอยแผลกระบี่ตามตัวโจวอวิ๋นแล้ว บิดาเขาหน้าดำมืด ลงถึงพื้นแล้วมองโจวอวิ๋นบนเวทีประลองพลางแผ่จิตสังหารออกไปโดยรอบ
ก่อนจะตะคอกเสียงดัง “ไอ้ทาสกระบี่ เจ้าใจอำมหิตเช่นนี้ ข้าจะฆ่าสารชั่วอย่างเจ้า!”
โจวฝู่เป็นผู้อาวุโสสำนัก แต่กลับพุ่งเข้าไปหาหลินอวิ๋นบนเวทีประลองโดยไม่สนใจกฎใด ๆ ต่อหน้าทั้งสำนัก
หลินอวิ๋นตกใจเล็กน้อย ไม่คาดคิดว่าสองพ่อลูกนี่จะหน้าไม่อายเช่นนี้
บึ้ม!
ทันใดนั้นเองม้ามังกรโลหิตข้างล่างเวทีประลองส่งเสียงร้องก่อนจะห้อวิ่งมากระโดดขึ้นเวทีประลอง ถีบขาหน้าเข้าไป
หลินอวิ๋นหัวเราะเสียงดัง “มาพอดีเลย!”
มังกรพยัคฆ์สำแดงเดช เขาหัวเราะเสียงดังพร้อมกับยืดอกแทงกระบี่เข้าไป
หนึ่งคนกับหนึ่งม้าออกมือพร้อมกันจู่โจมโจวฝู่
โจวฝู่กอดโจวอวิ๋นพลางมองม้ามังกรโลหิตฉุนเฉียวก่อนจะมองหลินอวิ๋นที่มีพลานุภาพมังกรพยัคฆ์วนเวียนรอบกาย เวลานี้กลับไม่รู้ว่าควรจะรับมืออย่างไร
สีหน้าเขาแลดูอึดอัดใจเล็กน้อย ก่อนจะรับการโจมตีด้วยสภาพจนตรอกอย่างยิ่งจนถอยกลับไป
ลานประลองส่งเสียงดังเกรียวกราว ทุกคนต่างตกใจกับเหตุการณ์นี้ ไม่อยากจะเชื่อว่าคนกับม้าจะบีบให้ผู้อาวุโสสำนักถอยกลับไปได้
-โปรดติดตามตอนต่อไป-