ตอนที่เจ็ดสิบหกข้าเกลียดการเป็นนักสืบ
คัลเห็นโครงกระดูกแล้วแทบจะกุมขมับ
ตอนแรกผมอยากพูดว่าการเจอซากศพคนตายจริงๆทำให้ผมตกใจ
แต่หากเรานึกออกว่าโลกนี้มีเทพเจ้าอยู่จริงและมีนรกและสวรรค์อยู่จริง
หากเธอเป็นคนดีพอก็จะไปสวรรค์หากเป็นคนเลวก็จะไปนรกหรือขายวิญญาณให้ปีศาจก็ไปนรกเช่นกัน
แต่อย่างน้อยพวกนั้นก็ยังดีกว่าไปเจรจากับพวกภูตและโดนจับไปเป็นของพวกภูต
ส่วนเอทิสม์นั้นหนักสุดต้องไปนั่งตรงกำแพงแห่งความสำนึกจนกระทั่งจะเริ่มมีความเชื่อและจะย้ายไปมิติอื่นๆได้
ดังนั้นผมจึงไม่ค่อยคิดมากเท่าไรเวลามีใครตาย
แต่ทว่า การลอบสังการ การใส่ความการสืบสวนคดีที่เกี่ยวกับขุนนางนี้ไม่ใช่ความถนัดของผม
หากเป็นการปลุกระดมคนเพื่อกระทืบขุนนางนั้นผมถนัดมาก
แต่การจัดการแก้ปัญหาโดยการไม่รวมการกระทืบผู้ปกครองนั้นจำเป็นต้องใช้ความสามารถอีกอย่างหนึ่ง
ซึ่งความสามารถและทักษะต่างๆนั้นคือทรัพยากรที่เรามีจำกัดหากต้องการให้เก่งอย่างหนึ่งก็เท่ากับว่าเราละทิ้งทางอื่น
แม้จะอ้างว่าผู้เช่นทุกคนมีอิสระในการเล่นหรือแต่ละคนไปสายโรลเพลย์
มันก็มีขีดจำกัดเช่นกันเพราะผมสร้างตัวละครคัลมาเพื่อไม่ต้องคิดมากในการวางแผนต่อสู้
แผนการคือเข้าประชิดตัวได้ก็ถือว่าสำเร็จตามแผน
ผมไม่ได้คิดว่าตนเองสำคัญกว่าคนอื่นๆในปาร์ตี้และสามารถยอมรับได้ว่ามีสิ่งที่คนอื่นในปาร์ตี้เก่งกว่าผม
เช่นตอนนี้
ความสามารถของผมนั้นสร้างในนโยบายที่ว่า
“ต่อให้เป็นมังกรเทพเจ้าเทียแมตก็ไม่สามารถลอบโจมตีหรือสังหารผมได้ในการโจมตีครั้งเดียว”
แต่การจัดการแก้ปัญหาอย่างการสืบสวนคงต้องอาศัยคนที่มีความสามารถมากกว่าผม
“ท่านชวาซรู้จักนาง...หญิงสาวรับใช้ผู้นี้”
“ไม่รู้หรอก”
ชวาร์ซส่ายศีรษะ
“แต่นางใส่ชุดของหญิงรับใช้ในราชวังนี้พวกเรามีการแบ่งแยกเครื่องแบบ เครื่องแต่งกายอย่างชัดเจนหากคนแต่งกายเช่นนี้แสดงว่าคือสาวใช้ในบริเวณราชวัง”
โอ๊ะ มาแล้ว
ประโยคที่จะบอก plot hook เนื้อเรื่องที่จะนำไปสู่การสืบสวนเรื่องราวในราชวัง
ที่จะทำให้ผมต้องไปเหยียบตาปลาขุนนางชนชั้นสูงต่างๆหากผมมีคุณธรรมมากพอที่จะไขปริศนาการฆาตกรรมที่เกิดขึ้น
“ท่านคัลมีหนทางไขความจริงหรือ?”
นายพลชวาร์ซหันมาถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นคัลทำท่าครุ่นคิดลูบคาง
“นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่า นี่คือแผนการของท่านหรือท่านมีส่วนเกี่ยวข้องหรือเปล่า?”
คัลตอบตามความสัตย์จริง