กิจกรรม PVP จะเริ่มต้นขึ้นตอนหนึ่งทุ่มเพื่อให้ผู้เล่นทุกคนเตรียมตัวให้พร้อมกฎเกณฑ์ในการ PVP นั้นไม่มีอะไรมากหลักๆก็คือผู้เล่นจะไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้น้ำยาต่างๆในการ PVP รายละเอียดอื่นๆก็ขึ้นอยู่กับรอบแข่งนั้นๆ
ยกตัวอย่างเช่นในการ PVP แบบเดี่ยว รอบการแข่งขันสิบคนผู้เล่นจะถูกสุ่มให้เข้าไปในลานประลองและไม่สามารถขยับตัวได้เป็นเวลายี่สิบวินาทีผู้เล่นแต่ละคนจะมองเห็นข้อมูลรายชื่อ ระดับ เผ่าพันธุ์ อาชีพของผู้เล่นคนอื่นหลังจากผ่านยี่สิบวินาทีทุกคนก็จะสามารถเคลื่อนไหวได้ผู้เล่นที่เหลือรอดสองคนสุดท้ายจะผ่านเข้ารอบต่อไป
ผู้เล่นนับสิบล้านคนในเกมอย่างน้อยก็ห้าล้านที่ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมนี้บางคนเข้าร่วมเพื่อวัดระดับฝีมือ บางคนอยากร่วมสนุกเข้ามาดูบรรยากาศ บางคนคาดหวังผลรางวัลบางคนก็เลือกที่จะเอาเวลาไปเก็บระดับแทน
เมื่อการประลองเริ่มต้นขึ้นแผนที่ต่างๆจึงกลายเป็นเงียบเหงาทันทีผู้เล่นทั้งหมดที่ลงชื่อได้ถูกส่งตัวไปตามลานประลองต่างๆ หลินหลินเป็นคนเดียวที่ไม่ได้ลงแข่งการประลองเดี่ยวเพราะอาชีพนักบวชของเธอนั้นไม่มีความสามารถที่จะฆ่าคนได้จริงๆดังนั้นเธอจึงทำได้แค่นั่งรอไปเรื่อยๆเท่านั้นกิจกรรมจะไม่มีการเผยแพร่ภาพสดจนกระทั่งถึงรอบของการประลองเดี่ยวดังนั้นเธอจึงต้องรออีกพักใหญ่
เมฆครามปรากฏตัวขึ้นบนลานประลองเขากวาดสายตามองอีกเก้าคนก่อนจะถอนหายใจเมื่อพบว่าไม่มีชื่อที่เขาคุ้นเคยปรากฏขึ้นอีกทั้งระดับของคนพวกนี้สูงสุดก็อยู่ที่ 30 ต่ำสุดอยู่ที่ 22 ไม่มีอะไรน่าสนใจสักนิด
ขณะที่เขาถอนหายใจคนทั้งเก้ากำลังหน้าซีดเพราะเห็นระดับที่ปรากฏขึ้นบนหัวของเมฆครามแม้แต่ในเมืองที่พวกเขาอยู่ผู้เล่นระดับสูงสุดก็ยังอยู่ที่ระดับ 33 เท่านั้นเองแม้จะเป็นเช่นนั้นพวกเขาก็คิดว่ามันเป็นระดับที่สูงมากแล้ว ใครจะรู้ว่ามีคนที่เก็บระดับได้บ้าคลั่งยิ่งกว่าปรากฏตัวขึ้น
“บ้าเอ้ยแบบนี้ก็มีแต่ต้องแย่งชิงอีกที่นั่งเท่านั้นแล้ว” นักธนูเผ่าเอลฟ์ระดับสามสิบรู้สึกหัวเสียอย่างมากเพราะว่าเมฆครามแข็งแกร่งเกินไปทำให้ผู้เล่นทุกคนหมดหวังที่จะเขี่ยเขาออกจากกระดานดังนั้นผู้เล่นคนอื่นๆที่เหลือที่หวังจะเข้ารอบจึงเล็งกำจัดเป้าหมายที่อันตรายที่สุดก่อนซึ่งมันก็คือตัวเขาที่มีระดับ 30
ต่อให้เขามีระดับมากกว่าทุกคนที่เหลือแต่การโดนรุมโจมตีโดยผู้เล่นแปดคนก็ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเหมือนกันทันทีที่การประลองเริ่มการโจมตีส่วนใหญ่ก็มุ่งเป้าไปที่เขาในทันที
นักธนูคนนั้นสบถก่อนจะขยับตัวหลบอย่างต่อเนื่องขณะที่หลบสายตาของเขายังเหลือบมองเมฆครามอย่างหวาดกลัวแต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยืนนิ่งไม่ขยับเขาจึงรู้สึกวางใจ
“จัดการมัน” นักฆ่าคนหนึ่งปรากฏตัวด้านหลังนักธนูคนนั้นด้วยทักษะล่องหนจากนั้นก็ใช้ทักษะสับคอที่ทำให้ติดสถานะมึนงงนักธนูเผ่าเอลฟ์ตอบสนองช้าเกินไปจึงพลาดท่ายืนนิ่งอยู่กับที่ทันใดนั้นเขาก็ถูกการโจมตีกวาดเข้าใส่ร่างจนตายไปในพริบตา
“ต่อไป” พวกผู้เล่นพลันหันไปมองนักเวทระดับ28 อีกคนหนึ่งทันที
เมฆครามยืนนิ่งอยู่บนสนามประลอง เหตุผลที่เขาไม่ขยับตัวไม่ใช่เพราะขี้เกียจลงมือหรือดูถูกคนพวกนี้แต่เขาคิดว่ามันเป็นโอกาสที่ดีที่จะสังเกตผู้เล่นในกิจกรรมถ้ามีคนไหนที่ดูมีแววจะพัฒนาได้ดีเขาก็จะจดจำชื่อเอาไว้เผื่อติดต่อไปดึงตัวมาอยู่ในทีมย่อยอีกทีมของตน
น่าเสียดายผู้เล่นในลานประลองนี้ไม่มีคนไหนที่ผ่านมาตรฐานของเขาเลยสักคนสุดท้ายเมฆครามก็ถอนหายใจออกมาก่อนจะเริ่มเคลื่อนไหว
เขาพุ่งเข้าไปประชิดตัวนักรบคลั่งคนหนึ่งอย่างรวดเร็วก่อนจะใช้ทักษะโล่กระแทกทำให้อีกฝ่ายติดสถานะมึนงงต่อด้วยแทงทะลวงเพื่อลดเกราะป้องกันจากนั้นก็ปิดฉากด้วยแทงสามครั้ง
เห็นเมฆครามปลิดชีวิตนักรบคลั่งระดับ27 ด้วยตัวคนเดียวในการโจมตีแค่ไม่ถึงสามวินาทีทำให้ผู้เล่นคนอื่นขนลุกชันทันทีพวกเขาต่างก็พยายามเคลื่อนที่หนีไปให้ไกลจากเมฆครามให้มากที่สุดหวังแค่ว่าตัวเองจะเป็นคนสุดท้ายที่รอดชีวิตอยู่ได้
ในที่สุดคนที่รอดก็เป็นนักฆ่าระดับ26 ที่เป็นผู้ใช้ทักษะสับคอใส่นักธนูคนแรกเป็นเพราะว่าเขาใช้ทักษะล่องหนแล้วหนีไปไกลจากเมฆครามมาก ผู้เล่นคนอื่นๆนั้นอ่อนเกินกว่าจะค้นหาเขาพบเมฆครามรู้ตำแหน่งของเขาแต่ก็ไม่ใส่ใจจะไล่ตามคนที่อยู่ไกลดังนั้นเขาจึงโชคดีผ่านเข้ารอบไปได้
สถานการณ์ของคนอื่นนั้นแตกต่างไปจากเมฆครามยกตัวอย่างเช่นฟ้าใสที่เจอกับอัศวินระดับ 33 หนึ่งคน และยังมีนักฆ่าระดับ 31 อีกหนึ่งคน พวกเขาตกใจกับระดับของฟ้าใสมากเช่นกันแต่หลังจากคิดดูแล้วพวกเขาก็ได้ตกลงกันที่จะร่วมมือกำจัดฟ้าใสเป็นอันดับแรก
ฟ้าใสเปิดใช้ทักษะจิตวิญญาณธรรมชาติทันทีจากนั้นก็ใช้ทักษะบทเพลงสะกดใส่คนทั้งคู่นักฆ่าตกตะลึงเป็นอย่างมากเพราะอีกฝ่ายสามารถจับตัวเขาที่กำลังล่องหนได้ นักฆ่านั้นน่ากลัวก็ต่อเมื่อไม่ถูกพบเจอตัวแต่พอถูกจับเป็นเป้านิ่งเขาก็ต้องเจอกับการโจมตีของคนหมู่มากทันที
ฟ้าใสยังใจดีแถมทักษะเถาวัลย์รัดตรึงให้พวกเขาทั้งคู่ภาพนี้ทำให้ผู้เล่นคนอื่นๆในสนามตาลุกด้วยความตื่นเต้น ในการ PVP จะมีเป้าหมายไหนน่าสนใจไปกว่าเป้าหมายที่ไม่สามารถขยับได้อีก
พอสองคนนี้ถูกผู้เล่นอื่นฉวยโอกาสรุมกำจัดฟ้าใสก็เริ่มตกเป็นเป้าหมายอีกครั้งทว่าหญิงสาวไม่ได้ยืนนิ่งเฉยรอให้ตัวเองโดนโจมตี เธอเคลื่อนไหวไปมาอย่างน่าทึ่งและโจมตีสวนกลับไปยังพวกจอมเวทที่ยืนร่ายทักษะนิ่งๆคนเหล่านี้เทียบกับกระต่ายหมายจันทร์แล้วถือว่าอ่อนจนน่าอนาจมัวแต่ยืนเล็งยิงเวทออกมาจึงถูกฟ้าใสโจมตีสวนกลับจนตาย
จุดอ่อนของร่างจิตวิญญาณธรรมชาติก็คือมันแชร์พลังชีวิตกับร่างจริงแต่เรื่องนี้ผู้เล่นคนอื่นไม่รู้ ฟ้าใสได้ฝึกควบคุมสองร่างให้เคลื่อนไหวพร้อมกันมาบ้างแล้วแต่เธอก็ยังเลือกให้ร่างจิตวิญญาณธรรมชาติยืนร่ายทักษะเฉยๆอยู่อย่างนั้นทำเหมือนกับมันเป็นป้อมที่ถูกอัญเชิญออกมาแล้วขยับไม่ได้ผลก็คือด้วยจิตวิญญาเช่นนี้ทำให้ผู้เล่นที่ร้อนใจพยายามไล่โจมตีร่างจริงของเธอโดยไม่สนร่างจิตวิญญาณธรรมชาติเลยแน่นอนว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างมาก
สุดท้ายฟ้าใสก็เอาชนะไปได้โดยมีผู้โชคดีอีกคนที่ผ่านเข้ารอบไปด้วยเขาเป็นอัศวินเผ่ามนุษย์ระดับ 27 พลังชีวิตของเขาเหลือน้อยมากและเกือบจะตายเพราะจอมเวทอยู่แล้วแต่จอมเวทคนนั้นดันซวยโดนฟ้าใสใช้บทเพลงต่อเนื่องโจมตีจากทั้งร่างจริงและร่างแยกตกตายในพริบตา
กระต่ายหมายจันทร์ก็เจอสถานการณ์คล้ายๆกันแม้ว่าเธอจะไม่มีทักษะควบคุมแบบฟ้าใสแต่เธอมีพลังโจมตีที่เด็ดขาดกว่ามากนักฆ่าที่เล็งเธอเอาไว้ถูกกำจัดในพริบตา เธอยังใช้ทักษะกำแพงไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพในการแข่งขันที่ต้องเอาชีวิตรอดเป็นหลักย่อมไม่มีใครกล้าผลาญพลังชีวิตของตนเองบุกตะลุยผ่ากำแพงไฟเข้าไปการโจมตีระยะไกลแน่นอนว่าไม่มีผู้เล่นคนไหนเหนือกว่าเธอในลานประลองนั้นสุดท้ายเธอจึงผ่านเข้ารอบไปด้วยเช่นกัน
มังกรคำรามสบายกว่าสองสาวเพราะอาชีพนักรบคลั่งของเขาทำให้ผู้คนหวาดกลัวได้ง่ายกว่าอาชีพจอมเวทและอาชีพนักดนตรีนั้นพลังชีวิตน้อยถ้าสามารถโจมตีได้ก็ยังมีสิทธิ์เอาชนะแต่อาชีพนักรบคลั่งกับอัศวินมีพลังชีวิตสูงกว่านักรบคลั่งยังมีพลังโจมตีที่รุนแรงน่ากลัวอย่างมาก ถ้าเข้าไปโจมตีโดยไม่ดูตาม้าตาเรือก็อาจจะโดนสวนตายในพริบตาดังนั้นผู้เล่นส่วนใหญ่จึงหลีกเลี่ยงเขา
รอบแรกจบลงแล้วเมฆครามหวังว่าในรอบสองเขาจะได้เจออะไรดีๆแต่เขาก็ต้องผิดหวังอีกครั้งแม้ว่าจะมีผู้เล่นระดับ 31 โผล่มาในลานประลองของเขาแต่ผู้เล่นทั้งลานประลองก็ยังหลีกเลี่ยงเขาอยู่ดีอีกทั้งยังไม่มีผู้เล่นคนไหนน่าสนใจอยู่บนลานประลองของเขาเลยด้วย
ช่วงรอยต่อระหว่างรอบนั้นเมฆครามรู้สึกเซ็งมากขณะที่ฟังคนอื่นๆเล่าถึงความตื่นเต้นและท้าทายในการประลองฟ้าใสพอรู้ว่าพี่ชายของเธอเข้าไปอยู่ในสนามแล้วกลับไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เธอก็หัวเราะคิกคักออกมาทันทีกระต่ายหมายจันทร์และมังกรคำรามก็ได้แต่ยิ้มเจื่อน ถือว่าคนพวกนั้นฉลาดแล้วที่หลีกเลี่ยงไม่เข้าไปยุ่งกับเมฆครามไม่อย่างนั้นพวกเขาคงถูกส่งออกนอกลานในพริบตาแน่
หลินหลินเห็นว่าเมฆครามค่อนข้างเบื่อหน่ายจึงรีบพูด“พี่เมฆก็แค่การประลองรอบแรกๆเท่านั้นเองไม่ใช่เหรอ รอให้พวกระดับน้อยๆถูกคัดออกไปหลังจากนั้นก็จะได้เจอกับพวกระดับสูงหมดแล้ว”
เมฆครามพยักหน้าเขาเองก็คาดหวังว่าจะได้เจอกับคนที่กระตุ้นให้รู้สึกสนใจบ้าง ไม่อย่างนั้นเขาก็ทำได้แค่คาดหวังกับการประลองเดี่ยวในรอบร้อยคนสุดท้ายแล้ว
น่าเสียดายที่ความหวังของเขาไม่เป็นจริงไม่ว่าจะเป็นลานประลองไหนผู้เล่นทุกคนต่างก็พยายามที่จะหลีกเลี่ยงเขากันหมดขนาดผู้เล่นระดับ 33 สองคนยังเลือกที่จะห้ำหั่นกันเองมากกว่าเข้ามาสู้กับเขาเห็นได้ชัดเลยว่าระดับ 36 ของเมฆครามรวมถึงอาชีพอัศวินกระตุ้นให้พวกเขาตัดสินใจเช่นนั้นในความคิดพื้นฐานของผู้เล่นทุกคนอัศวินนั้นเป็นอาชีพที่น่ารำคาญและไม่ควรเข้าไปยุ่งจะฆ่าทิ้งก็ยากเพราะพลังป้องกันกับพลังชีวิตสูง ปล่อยเอาไว้ก็ไม่มีปัญหาเพราะอาชีพอัศวินนั้นมีศักยภาพในการโจมตีต่ำกว่าอาชีพอื่น
แน่นอนว่ามันเป็นความคิดที่ผิดมหันต์เมื่อนำมาใช้กับเมฆครามเพราะเขาเป็นอัศวินที่แหกกฎเกณฑ์โดยสิ้นเชิงความสามารถในการฆ่าของเขาสูงเท่ากับหรืออาจจะมากยิ่งกว่านักรบคลั่งในระดับเดียวกันเสียอีก
ในรอบหลังๆเมฆครามเริ่มเจอกับคนที่น่าสนใจแต่ส่วนใหญ่พวกนี้ก็เป็นผู้เล่นที่เขาจดจำชื่อได้ว่าพอจะมีชื่ออยู่บ้างในอนาคต แม้จะไม่มีคนระดับท้อปเหมือนกระต่ายหมายจันทร์มังกรคำรามหรือหลินหลินแต่เมฆครามก็ได้จดจำพวกเขาเอาไว้ในใจ
ในที่สุดก็มาถึงรอบสุดท้ายก่อนที่จะเหลือร้อยคนเมฆครามประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อพบว่าในที่สุดก็มีคนเล็งเป้ามาที่ตนเองแล้ว
ขณะที่ผู้เล่นอีกแปดคนหนีห่างออกจากเขากลับมีร่างเงาเล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่ใต้การล่องหนขยับเข้ามาใกล้เขาที่กำลังยืนนิ่ง
เมฆครามยิ้มมุมปากเขาจำได้ว่านักฆ่าคนนี้เป็นสาวน้อยชื่อว่า ‘ไอรีน’ นักฆ่าเผ่าภูตจันทราระดับ30 ที่น่าสนใจก็คือเขาไม่เคยได้ยินชื่อของเธอมาก่อนแต่เทคนิคในการล่องหนของเธอกลับไม่ธรรมดาเลยถ้าไม่ใช่เพราะว่าลานประลองนี้โล่งจนเกินไปการเคลื่อนไหวของเธอคงลึกลับมากยิ่งขึ้น
อาชีพนักฆ่านั้นแต่ไหนแต่ไรผู้เล่นล้วนมองว่านักฆ่าเผ่าภูตจันทรานั้นไร้ประโยชน์มีแค่นักฆ่าเผ่าวิญญาณเท่านั้นจึงจะเหมาะสมส่วนหนึ่งก็เพราะชาโดว์ที่เป็นผู้เล่นอันดับหนึ่งได้ทิ้งความประทับใจในความแข็งแกร่งของนักฆ่าเผ่าวิญญาณเอาไว้ในใจของทุกคนตรงกันข้ามผู้เล่นอาชีพนักฆ่าเผ่าภูตจันทราที่โดดเด่นกลับมีน้อยมากอันที่จริงในสองปีแรกของเกมไม่มีนักฆ่าเผ่าภูตจันทราที่โดดเด่นเลยสักคนจนกระทั่งในปีที่สามจึงมีนักฆ่าคนหนึ่งที่สร้างชื่อเสียงให้กับตนเองแม้จะไม่เท่ากับชาโดว์แต่ก็นับว่าฝีมือไม่เลวเลย
เมฆครามไม่คุ้นชื่อไอรีนคนนี้นั่นหมายความว่าเธอไม่ใช่ผู้เล่นที่โดดเด่นในอนาคตอาจจะเพราะเธอเจอกับขีดจำกัดบางอย่างหรือไม่ก็เพราะเลิกเล่นเกมไปอย่างไรก็ตามเมฆครามรู้สึกสนใจศักยภาพของเธอรวมถึงความกล้าหาญที่พยายามลอบโจมตีเขาด้วย
เมื่อร่างที่ซ่อนตัวอยู่เข้ามาถึงระยะเมฆครามก็แทงหอกของเขาออกไปอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า
อีกฝ่ายเหมือนจะตกใจแต่กลับตอบสนองอย่างเยือกเย็นและนิ่งเป็นอย่างมากร่างนั้นรีบยกเลิกทักษะล่องหนเพราะมันเป็นทักษะที่ลดความเร็วของตนเองมองดูร่างเล็กๆที่เอี้ยวตัวหลบหอกของเขาได้ทันท่วงทีเมฆครามก็ยิ่งรู้สึกชื่นชมเธอมากขึ้น
ไอรีนรีบถอยหลังหนีและเตรียมพร้อมที่จะตั้งรับแต่เธอพบว่าเมฆครามไม่ได้ไล่ตามตนเองเพียงแค่จ้องมองเธอด้วยรอยยิ้มลึกลับเท่านั้น
‘เขาหาเราเจอได้ยังไงกัน?’ ไอรีนรู้สึกสับสนเธอมั่นใจในการล่องหนของตนเองอย่างมาก ต่อให้อีกฝ่ายสังเกตว่ามีผู้เล่นหายไปหนึ่งคนแต่เขาก็น่าจะคิดว่าเธอกำลังล่องหนอยู่ใกล้ๆพวกนักเวทหรือนักธนูเสียมากกว่าไอรีนไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายอาจจะมีวิธีการบางอย่างที่ช่วยให้สามารถจับตำแหน่งของเธอได้หรือไม่
อยู่ๆเมฆครามก็พูดขึ้นมาทั้งยังเป็นการสร้างช่องสื่อสารส่วนตัวเพื่อพูดคุยกับเธอแค่สองคนโดยเฉพาะ
“สหายไอรีนอาชีพนักฆ่าอาจจะมีความโดดเด่นที่ทักษะล่องหน แต่โดยทั่วไปแล้วเผ่าภูตจันทรานั้นไม่ถนัดการล่องหนเท่ากับเผ่าวิญญาณในสถานการณ์ที่ต้องสู้กับอาชีพนักบวช นักเวทหรือนักธนูล่องหนเป็นตัวเลือกที่ดีแต่ไม่ใช่สำหรับอัศวิน”
“…” ไอรีนขมวดคิ้วเธอไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเอ่ยปากราวกับต้องการสั่งสอนตนเอง อย่างไรก็ตามคำพูดของเขาฟังดูมีเหตุผลถึงนักฆ่าจะล่องหนไปประชิดตัวอัศวินได้แต่ก็ยากที่จะฆ่าอัศวินได้สำเร็จอยู่ดี
“ถ้าจะปะทะกับอัศวินการล่องหนจะถ่วงการเคลื่อนไหวของคุณจุดเด่นของนักฆ่าเผ่าภูตจันทราไม่ใช่การโจมตีทางกายภาพที่รวดเร็วรุนแรงแต่เป็นทักษะคำสาป!อย่าพยายามทำในสิ่งที่ไม่เหมาะกับเผ่าพันธุ์ของตนเองคุณต้องมองหาจุดเด่นของเผ่าพันธุ์และใช้มันออกมาให้มีประสิทธิภาพที่สุด”