ในช่วงที่การต่อสู้ที่สั่นสะเทือนไปหมดจบลงไปทันใดนั้นเองก็มีชายหนุ่มรูปงามสองคนเดินเข้ามายังร่างของอเล็กซานดร้าและเอเลน่าที่หมดสติไปแล้ว ทั้งสองคนที่เดินเข้ามาพวกเขาก็คือโคลตันและเกรย์สัน
“ไม่น่าเชื่อว่าพวกนางจะผ่านบททดสอบพวกนี้ทั้งหมดมาได้อย่างง่ายดายขนาดนี้”
โคลตันกล่าวพร้อมกับแสดงสีหน้าประหลาดใจ
“อืม น่าเหลือเชื่อจริงๆ สงสัยว่าสมบัตินั่นคงได้เจ้าของของมันเสียแล้ว”
เกรย์สันพยักหน้ายอมรับเพราะพวกนางน่าทึ้งมากในสายตาของเขา
“ใช่ พาพวกนางเข้าไปรักษาก่อนเถอะ เดี๋ยวก็จบชีวิตไปก่อน พวกนางตอนนี้ยิ่งได้รับบาดเจ็บหนักมาพอสมควร”
ความจริงแล้วนั้นอเล็กซานดร้าที่ฝ่าดงรากไม้และมือไม้ออกมาได้นั้นนางทะลุออกมาจนกระทั่งเข้าสู่บททดสอบฝันร้ายสู่นรกที่สองอย่างไม่รู้ตัวและได้เผชิญหน้ากับสุดยอดบททดสอบที่แทบเป็นไปไม่ได้ไปพร้อมกับเอเลน่าทำให้พวกนางผ่านบททดสอบทั้งหมดมาได้ถึงจะยากลำบากก็ตามแต่มันก็ทำให้จิตใจของพวกนางแข็งแกร่งขึ้นไปด้วย
โคลตันและเกรย์สันนำร่างของอเล็กซานดร้าและเอเลน่ามานอนพักยังบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ในส่วนลึกของหอสมุดต้องห้ามแห่งนี้
“นี่ โคลตันทำไมนางถึงคล้ายแม่นางน้อยขนาดนี้ ถึงจะไม่รู้ว่าแม่นางน้อยของเจ้าตอนยังเด็กหน้าตาประมาณนี้หรือไม่ แต่ทั้งสองก็แทบจะคล้ายกันตรงที่มีทั้งสายเลือดเช่นเดียวกันแม้แต่รูปร่างหน้าตาก็ด้วย”
“อืม คล้ายมากจริงๆ บางทีนางอาจเป็นลูกหลานสายเลือดตรงของญาติของแม่นางน้อยก็ได้”
โคลตันและเกรย์สันที่กำลังพินิจพิจารณาอเล็กซานดร้าอยู่นั้นดาบเล่มสีดำก็แทงสวนเข้ามายังพวกเขา ทำให้โคลตันและเกรย์สันหลบหลีกโดยทันที
“พวกเจ้าเป็นใคร?”
เอเลน่าที่ยังไม่หมดสติเต็มที่กำดาบเล่มสีดำไว้แน่นแผดสภาวะพลังทำล้างอันรุนแรงออกมาเต็มที่
“เดี๋ยวก่อน พวกข้าไม่ใช่คนไม่ดี เจ้าวางดาบนั่นลงก่อนก็ได้”
ทิศทางที่ปลายดาบชี้ไปคือใต้ค้างของเกรย์สัน ทำให้เขารีบเร่งอธิบายออกมาเพราะถึงเขาจะแข็งแกร่งแต่ก็ประมาทดาบเล่มสีดำเล่มนี้ไม่ได้จริงๆ
“พวกคนไม่ดีก็ชอบบอกว่าตนเองไม่ใช่คนไม่ดีทั้งนั้น พวกเจ้าคิดจะทำมิดีมิร้ายกับซานดร้า ข้าไม่ปล่อยพวกเจ้าไว้แน่”
“เฮ้อ คงพูดคุยด้วยยากแล้วสิ นี่โคลตันคุยกับนางหน่อยสิ เฮ้....เจ้านี่หายไปตั้งแต่เมื่อไหร่”
เกรย์สันที่พร้อมจะโยนเรื่องไปให้โคลตันแต่โคลตันดันไหวตัวทันก่อน มีรึที่เขาจะไม่รู้ว่าเมื่อเจอปัญหาเกรย์สันจะโยนมาให้เขาดังนั้นเขาจึงเลือกถอยออกไปก่อน โดยเฉพาะโคลตันที่ไม่ถนัดรับมือกับหญิงสาวเท่าเกรย์สัน
“ชิ...เจ้าเพื่อนทรยศ”
“พูดมาเจ้าเป็นใคร มีจุดประสงค์อะไร …….แค่กๆ”
“ข้าว่าเจ้าพักก่อนดีกว่านะแม่นางน้อย”
“…..ไม่ จนกว่าเจ้าจะออกไป ข้าไม่ลดการป้องกันแน่ ต่อให้เจ้าแข็งแกร่งกว่าข้าก็ตามแต่ข้าจะไม่ยอมให้ใครทำร้ายซานดร้าแน่”
เกรย์สันที่ถนัดรับมือกับหญิงสาวทุกประเภทเขาถึงกับกุมหัวทันทีที่เห็นท่าทีแบบนี้ของเอเลน่า
“ข้าบอกแล้วก็ได้ ข้าคือคนที่รอการชี้นำไปหาสมบัติของที่นี่.....ห้ะ....หลับไปแล้ว!”
ในขณะที่เกรย์สันกำลังสาธยายไปเรื่อยกลับกันเอเลน่าก็ฟุบตัวล้มลงไปนอนที่เดิมของนาง ถึงแม้นางจะมีพลังใจเต็มที่แต่นางก็ไม่ได้กลิ่นอันตรายจากตัวของเกรย์สันและดูเหมือนเขาจะไม่ได้คิดร้ายอะไรจิตใจส่วนลึกของนางจึงไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านและด้วยร่างกายของนางถึงขีดจำกัดแล้วจึงหมดสติและหลับลึกทันที
“เจ้านี่ก็นะ เอาเถอะการป้องกันตัวไว้ก่อนก็ไม่ผิดอะไร ข้าชักจะเริ่มสนใจในตัวของเจ้าแล้วด้วยสิ รอพวกเจ้าฟื้นฟูร่างกายกันก่อนก็แล้วกัน งั้นข้าก็จะเตรียมจดหมายไว้สักฉบับพร้อมแนบแผนที่ของที่นี่หน่อยก็แล้วกัน”
เกรย์สันจัดการเรื่องเสร็จก็เตรียมจดหมายฉบับหนึ่งไว้พร้อมกับภูตที่ใช้นำทางไว้หนึ่งตัว จากนั้นเขาก็จากไปในทันทีปล่อยให้อเล็กซานดร้าและเอเลน่านอนหลับแบบนั้นไป
“เจ้าจัดการได้ดีกว่าที่คิด ข้านึกว่าเจ้าจะพูดจาล่อแหลมกับนางเสียอีก”
“เจ้านี่นะก็ว่าไป ข้าจะไปทำได้อย่างไรดาบนั่นมันจ่อคอข้าอยู่นะและข้าก็ไม่รู้ความสามารถของมันด้วย ดาบสองเล่มนั้นมันแปลกประหลาดจะตายไปตรวจสอบก็ไม่ได้รับรู้ถึงอะไรเกี่ยวกับพวกมันไม่ได้สักอย่าง ทำไมข้าต้องเอาชีวิตของตนเองไปทิ้งกับมันด้วย เอาเถอะรอพวกนางฟื้นเสียก่อนค่อยว่ากัน”
“แบบนั้นก็ได้ ก็นะผ่านมากว่าสามปีแล้วที่ทดสอบไปพวกนางรอดมาจากที่นั่นได้ก็ถือว่าดีมากแล้ว ยังดีที่มีการทดสอบที่แปลกประหลาดที่สุดให้ดูไม่เช่นนั้นคงน่าเบื่อตั้งแต่แรกพวกนางคงมีวาสนาต่อสมบัติชิ้นนี้จริงๆ”
ความจริงแล้วเวลาที่ใช้ไปในบททดสอบทั้งหมด อเล็กซานดร้าและเอเลน่าก็เป็นไปตามที่โคลตันได้กล่าวไปมันผ่านไปกว่าสามปีเวลาภายนอกแต่ดูเหมือนไม่กี่เดือนในบททดสอบภายใน ทำให้ตอนอเล็กซานดร้าและเอเลน่าหลุดออกมาร่างกายของพวกนางจึงเจริญเติบโตกระทันหันต่อช่วงเวลาสามปีที่ขาดหายไปทำให้ร่างกายของเด็กเจ็ดขวบปีกำลังเจริญเติบโตขึ้นมากลายเป็นเด็กวัยสิบขวบปีและด้วยอาการบาเจ็บจึงทำให้พวกนางนอนหลับกันยาวเพราะสภาพร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างใหญ่หลวง
“ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าจะเลือกนางเป็นคู่พันธสัญญา ต่อให้นางจะไม่ได้สมบัตินั่นก็ตาม”
เกรย์สันกล่าวออกมา นางในที่นี้เขาหมายถึงเอเลน่า
“เจ้าเอาจริงรึเกรย์สัน พันธสัญญาที่พวกเราทำได้คือตลอดชั่วกาล หากนางสูญสลายเจ้าก็สูญสลายไปกับนาง”
โคลตันกล่าวพร้อมกับประหลาดใจกับคำพูดของเกรย์สัน
“ไม่หรอกข้าคิดดีแล้ว ข้ามองเห็นอะไรบางอย่างในตัวนางน่ะ”
เกรย์สันกล่าวด้วยท่าทีจริงจังไม่มีทีเล่นทีจริงอีก
“ข้าเองก็จะทำเช่นกันแต่นางต้องได้รับสมบัติมาก่อน ไม่เช่นนั้นต่อให้อยู่ที่นี่ตลอดไปข้าก็จะอยู่”
โคลตันกล่าว นางในที่นี้ก็คืออเล็กซานดร้าสำหรับโคลตัน
“เอาเถอะถ้านางไม่ได้สมบัติ ข้าจะมาเยี่ยมเจ้าบ่อยๆนะ ฮ่า ฮ่า”
“เจ้าก็เถอะ อย่าพึ่งพูดไปก่อนเลยนางตื่นขึ้นมาจะรับเจ้าเป็นคู่พันธสัญญาหรือไม่ก็ยังไม่รู้แต่ดูจากท่าทีของนางเมื่อครู่ก็.....”
“เฮ้ย เจ้านี่.....ไม่ต้องพูดก็ได้ ข้าจะเกลี้ยกล่อมนางเองจนนางยอมทำพันธสัญญากับข้า ไม่ก็ใช้ทักษะจีบหญิงระดับเทพของข้าก็พอรับรองได้ เพราะขนาดเทพธิดาที่งดงามที่สุดยังถูกข้าจีบติดมาแล้ว”
“เจ้านี่นะก็ว่าไป พวกนางทั้งคู่น่ะไม่มีทางหาชายหนุ่มมาเป็นคู่ครองเสียหรอกเพราะโชคชะตาของพวกนางเป็นเช่นนั้นมาตั้งแต่เกิด อย่าลืมสิต่อให้ไม่มีชายหนุ่มพวกนางก็ใช้พลังให้กำเนิดบุตรออกมาได้ไม่จำเป็นต้องมีสายสัมพันธ์ร่างกาย ดูท่าเจ้าจะไม่มีทางเลือกนอกจากเกลี้ยกล่อมนางนะ ฮ่า ฮ่า”
“เฮ้ ก็ไม่แน่นะบางทีนางอาจจะยอมข้าก็ได้ ไอ้ที่ให้กำเนิดบุตรโดยที่ไม่ผ่านการสายสัมพันธ์ทางร่างกายน่ะพวกนางต้องฝึกฝนและผ่านบททดสอบกลายเป็นเทพที่แท้จริงแล้วต่างหาก”
“หรือว่าเจ้าคิดว่าพวกนางเป็นไม่ได้กันล่ะ อย่าลืมสิเกรย์สันแค่ศักยภาพ พรสวรรค์ รูปร่างหน้าตาของพวกนางก็อยู่ในระดับเทพธิดาแล้ว ไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องที่พวกนางมีดาบสองเล่มนั่นเลย ยิ่งถ้ารวมดาบสองเล่มนั้นเข้าไปด้วยมันแทบจะการันตีว่าพวกนางมีคุณสมบัติเป็นเทพแท้จริงได้แล้วไม่ช้าก็เร็วเหลือแค่เวลาเท่านั้นนั่นแหละ”
“ก็จริง ช่างเถอะข้าไปเกลี้ยกล่อมนางเอาก็ได้ไม่ใช้ทักษะจีบหญิงแล้ว ถ้าข้าทำไปมันจะไปรบกวนจิตใจนางเสียเปล่าบางทีอาจทำให้นางตกสู่หายนะต่อจิตใจได้”
“คิดได้ก็ดีแล้ว อืม จะว่าไปเจ้านี่ก็พูดแบบมีสาระเป็นกับเขาเหมือนกันนะ”
“เฮ้ พูดแบบนี้หมายความยังไง”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังพูคุยกันอยู่นั้น ก็สัญญาณบ่งบอกว่าอเล็กซานดร้าและเอเลน่าฟื้นคือสติแล้วก็แจ้งเตือนถึงพวกเขา
“ดูเหมือนว่าพวกนางจะฟื้นแล้วนะโคลตัน”
“อืม ใช่ เหลือแค่รอพวกนางมาที่นี่ พวกเราก็จะเริ่มการชี้นำเสียที”
……..
อเล็กซานดร้าและเอเลน่าฟื้นคือสติกลับมาพวกนางมองกันและกันก่อนจะลุกขึ้นมองไปรอบๆ
“ซานดร้าข้าว่าพวกเราออกไปกันเถอะ ไม่ต้องไปอ่านมันแล้วหนังสือตำราและก็สมบัติไม่ต้องไปสนใจแล้ว”
“หืม! ทำไม? เกิดอะไรขึ้น?”
“ตอนก่อนข้าจะหมดสติไปข้าเจอผู้ชายนิสัยไม่ดีคนหนึ่งเข้าน่ะ”
“ผู้ชายนิสัยไม่ดี?.....ยังไง.....ที่ไหน”
อเล็กซานดร้าทำหน้าตาสงสัยก่อนจะหายจากอาการสะลึมสะลือ แล้วก็เริ่มมีท่าทีจริงจัง ใครกันที่กล้ามายุ่มย่ามกับเอเลน่าของนางกันแบบนี้ต้องจัดการเสียแล้ว แน่นอนว่าความคิดของอเล็กซานดร้าไม่ใช่เด็กสาวบริสุทธิ์กลางทุ่งดอกไม้แสนงดงามและไม่ใช่คนที่ต้องมีความคิดว่าสตรีต้องมีบุรุษข้างกายเสมอ ของแบบนั้นมันโบราณคร่ำคึกไปแล้ว
จริงอยู่ที่ว่าถ้ามีบุรุษอาจจะดีแต่มันไม่ใช่กับอเล็กซานดร้าเมื่อก่อนนางอาจมีความรู้สึกไม่มากก็น้อยกับชายหนุ่มสักคนแต่ตอนนี้ไม่ใช่อาจเป็นเพราะจากอิทธิพลของดาบหรืออะไรก็ตามนางไม่มีความคิดเลยว่าต้องมีของแบบนั้นนางไม่มีความสัมพันธ์ด้านเพศกำเนิดอีกต่อไปไม่มีข้อผูกมัดอีก จะว่านางไม่มีเพศเลยก็ไม่เชิง ถึงร่างกายจะเป็นหญิงให้กำเนิดบุตรได้ตามปกติก็ตามแต่เนื่องด้วยนางเป็นเช่นนี้ไปแล้วจึงไม่พ้นจากคำว่าไม่มีเพศไปได้
เอเลน่าก็เปรียบเสมือนคนที่สำคัญที่สุดผู้ติดตามที่นางไว้ใจที่สุดแล้วทำไมนางต้องให้เอเลน่าไปฝากฝังชีวิตกว่าครึ่งไว้ให้ใครก็ไม่รู้ด้วยอีกอย่างบุรุษน่ะรึก็แค่พวกที่บ้าพละ พวกบ้าดีเดือด การที่พวกเขาจีบหญิงสร้างครอบครัวมีลูกมีหลานมันก็แค่แสดงถึงหน้าตาและความสามารถของเขา ถึงนางจะมีชีวิตรวมทั้งสองชีวิตไม่ถึงสามสิบปีก็ตามแต่นางก็เห็นมาเยอะกว่าที่คิดไว้เจอชายหนุ่มมาก็มาก
และก็เห็นมาหลายต่อหลายเหตุการณ์ เดิมทีแล้วถ้าไม่ใช่เพราะเผ่าปีศาจนับถือผู้แข็งแกร่งและต้องมาจากสายเลือดตรงเท่านั้น โดยธรรมชาติแล้วสิ่งมีชีวิตเพศบุรุษจะถูกสร้างขึ้นมาให้สง่าและแข็งแกร่ง ส่วนเพศสตรีถูกสร้างมาให้งดงามและน่าดึงดูด ทั้งสองจะมีด้านตรงข้ามแต่ในความตรงข้ามหากพวกเขาหลอมรวมกันก็จะกลายเป็นหนึ่งเดียวกันได้และสร้างสิ่งมีชีวิตสืบตระกูลสายเลือดของตนต่อไป
ทำให้ความคิดโดยธรรมชาติแล้วบุรุษเพศจะเป็นเพศที่ได้ชื่อว่าผู้นำก็เพราะแบบนี้ ส่วนสตรีเป็นได้แค่ผู้ตามและสนับสนุนเท่านั้นเหตุก็เนื่องมาจากต้นกำเนิดของมันก็เท่านั้น ในสังคมทั่วไปแล้วนั้นถึงแม้จะเท่าเทียมทางเพศแต่ลึกๆแล้วสุดท้ายบุรุษเพศก็นำหน้าสตรีเพศตั้งแต่กำเนิดนี่คือข้อแตกต่างที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้โดยลักษณะ
เอเลน่าที่ถูกถามก็เล่าถึงตอนที่พบกับเกรย์สันและโคลตัน ทำให้ในใจของอเล็กซานดร้าเกิดความไม่พอใจในตัวของโคลตันและเกรย์สันถึงแม้เขาไม่ทำอะไรเลยแต่การที่มานั่งพินิจนางและเอเลน่าอย่างใจจดใจจ่อขนาดนี้มันเสียมารยาทมาก
จนกระทั่งอเล็กซานดร้าและเอเลน่ามองไปเห็นจดหมายฉบับหนึ่งและภูตตนหนึ่งที่กำลังมองมายังพวกนางพร้อมกับกระพริบตาปริบๆ
อเล็กซานดร้าใช้พลังของดาบเล่มสีทองเผาจดหมายทิ้งไปแล้วเปลี่ยนเนื้อความทั้งหมดเข้ามาในหัวของนางและเอเลน่าทำให้พวกนางรู้เกี่ยวกับแผนที่ทั้งหมดของหอสมุดต้องห้ามชั้นสุดท้ายในทันที
“สรุปแล้วที่ที่พวกเราอยู่คือบ้านพักฟื้นร่างกาย เป็นพวกเขาที่พามา”
อเล็กซานดร้าวิเคราะห์จากสภาพการทั้งหมดในทันที
“คุณหนูทั้งสองหากอ่านจดหมายแล้วเชิญตามข้ามาทางนี้ข้าจะนำทางไปพบท่านปราชญ์ทั้งสอง”
“ท่านปราชญ์? บางทีคงเป็นผู้ชายนิสัยไม่ดีพวกนั้นเป็นแน่ไปดูกัน”
อเล็กซานดร้าและเอเลน่าติดสินใจเดินตามที่ภูตนำทางไป
……….
โคลตันและเกรย์สันที่กำลังเพลิดเพลินไปกับน้ำชาก็ถึงกับสำลักน้ำชาออกมาทั้งคู่นี่พวกเขากลายเป็นผู้ชายนิสัยไม่ดีในสายตาพวกนางไปแล้ว? แค่เกรย์สันคนเดียวก็ว่าไปอย่างแต่โคลตันที่ไหวตัวทันก็ถูกนับรวมไปแล้วเรียบร้อย
“ฮ่า ฮ่า สรุปแล้วไม่ว่าเจ้าจะอยู่นั่นหรือหนีออกมา เจ้าก็กลายเป็นผู้ชายนิสัยไม่ดี…..โอ๊ย.....ไม่ไหวแล้วขำจริงๆ ฮ่า ฮ่า”
เกรย์สันหัวเราะออกมาเต็มที่เพราะเขาสะใจที่โคลตันที่ไหวตัวได้ทันยังถูกนับรวมไปด้วย แต่ตอนนี้โคลตันนั้นพูดอะไรไม่ออกเพราะเขาอึ้งจนคำพูดติดในลำคอ
‘นางเห็นข้าได้อย่างไร?’
แน่นอนว่าโคลตันอาจไม่รู้แต่ด้วยความสามารถของดาบเล่มสีดำที่ถูกดึงออกมาอย่างต่อเนื่องเมื่อตอนนั้นอย่างสุดขีดเพราะเป็นสถาวะป้องกันตัวเองโดยธรรมชาติทำให้มันปลดปล่อยพลังพิเศษออกมาโคลตันที่กำลังไหวตัวทันจึงไม่รอดพ้นจากสายตาของเอเลน่า
....……..