พนักงานนิ่งเงียบมีสีหน้าเคร่งขรึม
" งั้นก็คุณลูกค้ากรุณาเชิญบนชั้นสองเลยครับ ข้าต้องนำของไปให้ผู้ประเมินตรวจสอบ กรุณารอสักครู่ "
พนักงานพาจ้าวหลง และหนานกงหลัวขึ้นไปชั้นสอง
บนชั้นสองจะเป็นลานกว่างมีกลิ่นเครื่องหอมกระจายไปโดยรอบ บนชั้นสองจะมีสวนพื้ชสมุนไพรปลูกไว้เป็นบางส่วน กำแพงฝาผนังของชั้นสองจะ มีอาวุธระดับสูงติดโชว์อยู่ตามกำแพง ตัวอาวุธจะมีแสงของวงเวทย์กระจ่ายแสงอ่อนๆ
ออกมาตลอดเวลา ป้องกันการถูกขโมยแต่คงไม่มีใครกล้าขโมยเพราะแต่ระชั้นจะมีผู้มีพลังวิญญาณระดับสูงเฝ้าสังเกตุการณ์อยู่ตลอด
จ้าวหลง หนานกงหลัว นั่งรออยู่ที่ลานระเบียง ที่ลานระเบียงจะมีโต๊ะศิลาชั้นดี เคลือบด้วยวงเวทย์ เมื่อนั่งแล้วจะทำให้รู้สึกเย็นสบาย ผ่านไปชั่วครุ่มีหญิงสาวยกน้ำชามาเสริฟ กลิ่นและรสชาติของน้ำชาละมุนละไมคลอเคลียไปกับโต๊ะศิลาชั้นดี ทำให้ผู้ที่ได้รับชิมรสชามีความรู้สึกปลอดโปร่งสบายเพลิดเพลินไปกับการชมธรรมชาติของสมุนไพรบนชั้นสอง
" ท่างร้านต้องขออภัยที่ต้องทำให้ท่านทั้งสองต้องรอ"
มีเสียงหญิงสาวรอยมาแต่ไกล หญิงสาวเดินออกมาพร้อมพับพนักงานขาย
"ข้าน้อยมีนามว่า หลิวฟางอิ่ง เป็นผู้ประเมินของร้านมนีสวรรค์ "
หญิงสาวร่างเล็กแต่งตัวด้วยชุดสีขาวอมชุมพูอ่อนเดินตรงมาทางจ้าวหลง
"ไม่ทราบว่าคุณ ชายกับแม่นางคือ"
นางคารวะแล้วมองไปที่จ้าวหลงพร้อมพิจารนาการแต่งตัว พร้อมกับสายตาไปจดจออยู่กับจี้หยกข้างเอวของจ้าหลงเพียงชั้วครู่แต่ก็ไม่พ้นสายตาของจ้าวหลงขณะที่นางเพ่งมองไปที่จี้หยกเพียงชั่วแวป" ข้ามีนามว่า เฒ่าฮวย แล้วนี้หนานกงหลัว เราทั้งสองมาจากตระกูลหู ท่านหน้าจะรู้อยู่แล้วกระมังจากการแต่งตัว "
จ้าวหลงตอบไปด้วยน้ำเสียงและใบหน้าเรียบเชย
"ที่แท้ก็พี่เฒ่า กับแม่นางหนานกงนี้เอง ข้าได้ตรวจดูแล้ว ของทั้งสองชิ้นเป็นของจริงและอายุก็ไม่ต่ำกว่า หนึ่งพันห้าร้อยปี หัวใจศิลาทางร้านจะขอรับซื้อไว้ที่ ชิ้นละสองร้อยเหรียณทอง เลือดจะรับที่ขวดละห้าสิบท่านมีความเห็นเป็นเช่นไร"
จ้าวหลงหลังจากได้ยินราคาก็ตกใจไม่น้อยแต่ก็ไม่ได้แสดงอาการตกใจออกมา เขาตกลงกับราคานี้ ราคามันมากกว่าที่เขาคิดไปไกลเช่นกัน
" ตกลงตามนั้น ทางมนีสวรรค์พอจะมีหญ้าสลายกระดูก กับ ผลน้ำค้างมังกรใหม"
จ้าวหลงถามกลับไปด้วยใบหน้านิ่งเรียบ
หลิวฟางอิ่ง ผู้ประเมินเมื่อได้ยินชื่อของสิ่งที่จ้าวหลงต้องการก็มีสีหน้าสงสัยไม่น้อยของชื่อทั้งสองรายการนางเป็นถึงผู้ประเมินยอมมีความรู้เรื่องของสมุนไพรไม่น้อยเลยทีเดียวแต่กลับไม่เคยได้ยินชื่อของทั้งสองอย่างที่จ้าวหลงกล่าวออกมาเลย
" ข้าน้อยผู้ด่อยประสบการณ์มีความรู้เพียงน้อยนิด ไม่เคยได้ยินชื่อของที่คุณชายกล่าวเลย คุณชายพอจะบอกได้ใหมว่าสิ่งที่ท่านต้องการหน้าตาเป็นเช่นไร เผื่อทางร้านจะพอตามหาให้ท่านได้"
นางมีใบหน้ายิมน้อยๆ เพราะคิดว่าสิ่งที่จ้าวหลงต้องการ อาจจะเป็นชื่อของบางอย่างที่นางรู้แต่จ้าวหลงกับไม่รู้ชื่อที่แท้จริงของมัน ตัวนางมีความภูมิใจในฐานะผู้ประเมินของร้านมนีสวรรค์มิใช้น้อยขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ประเมินของร้านมนีสวรรค์ ถ้าบอกว่ามีความรู้ที่น้อยนิดงั้นคงไม่มีใครที่มีความรู้มากกว่านางในยุทธภพอีกแล้วกระมัง น้ันคือความมันใจของนาง
" ข้าก็ไม่คอยรู้นักหลอก ได้ยินมาไม่มากนักรู้แต่ว่าชื่อของมันคือหญ้าสลายกระดูก กับ ผลน้ำค้างมังกรเท่านั้น ของจริงหน้าตาเป็นแบบใด เป็นชื่อจริงหรือไม่ข้าเองก็ไม่ทราบแน่ชั้ด ท่าเช่นนั้นข้าก็ไม่ลบกวนละ ท่านหักเงินจากราคาม้ากระทืบโลง และ กำลังเสือโคร่ง แล้วที่นี้มีแหวนมิิติใหม ถ้ามีก็เอาให้ข้าด้วยหนึ่งวง"
เมื่อหลิวฟางอิ่งได้ยินชื่อของม้ากระทืบโลง กับ กำลังเสือโคร่ง ก็ตกใจไม่น้อยพร้อมกับปรากฏสีหน้าแดงระเรื่อ พร้อมกับจ้องมองไปที่จ้าวหลงสลับกับหนานกงหลัว หนานกงหลัวเมื่อเห็นอาการของ หลิวฟางอิ่ง ก็มีใบหน้าแดงระเรื่อเช่นกัน พนักงานขายชายกระแอมไอหนึ่งครั้ง
"ของสิ่งนี้คุณชายเฒ่า ต้องการไปใช้กับอสูรวิญญาณ "
หลัวฟางอิ่งที่หายตกใจก็เข้าใจขึ้นมาทันที ก็มีอยู่ไม่น้อยที่ผู้ผนึกอสูรใช้สมุนไพรล่อดักจับวิญญาณสัตว์อสูร
พนักงานเดินหายไป กลับมาพร้อกับแหวนหนึ่งวงและการ์ดทองแดงหนึ่งใบ จ้าวหลงสำรวจภายในพบเป็นพื้นที่มิติขนาดเล็กภายในจะมีต้นม้ากระทืบโลง กับ กำลังเสือโคร่งอยู่
จ้าวหลงรับแหวนมาไส่ไว้บนนิ้วแล้ว เดินออกจากร้านไป
" พี่เฒ่า ท่านต้องการจะไปใหนต่อรึไม่ ท่านเดินดูของไปก่อนนะเดียวข้ามา"
หนานกงหลัว ทำหน้าอึกอักเพราะนางต้องการจะไปยังร้านอาภรณ์ทิวา ร้านนี้เป็นร้านขายของเกี่ยวกับหญิงสาว
จ้าวหลงพยักหน้าหนึ่งครั้งเป็นอันว่าเข้าใจ เขาเห็นนางวิ่งหายเข้าไปในร้านค้าร้านหนึ่งหน้าร้านมีป้ายคำว่า ' อาภรณ์ทิวา '
จ้าวหลงเดินหายไปทางด้านหน้าตลาด
" อื่มเขายังอยู่ถือว่าข้ายังโชคดีไม่น้อย ใช้จริงๆอย่างที่คิดไม่มีใครรู้จักหญ้าสลายกระดูก กับ ผลน้ำค้างมังกรจริงอย่างทีคิด"
จ้าวหลงพึมพำอยู่กับตัวเองขณะเดินไปหาชายชรา
" ท่านลุงท่านยังขายไม่ได้อีกหรือ "
" ข้าก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดถึงไม่มีใครต้องการ ข้าเคยเจอท่านเซียนท่านหนึ่งจริงๆนะพ่อหนุ่มเชื่อข้าเถอะ"
" งั้นเอาอย่างนี้ใหมลุง ชื่อของข้าคือเฒ่าฮวยข้าพักอยู่ที่ตระกูลหูข้าเหมาของพวกนี้จากลุงแล้วกัน "
จ้าวหลงรับซื้อต่อรองราคากับชายชราถังกู่ เขาซื้อในราคาต้นละสองทองแดง บนรถเข็นจะมีสมุนไพรอยู่ทั้งหมดสี่ชนิด ตามที่ตำราปรุงยาที่จ้าวหลงเคยอ่านเขาจำข้อมูลได้ทั้งหมดในตำราเขาจำได้ทั้งร้อยส่วน
ตามที่ตำราระบุไว้สมุนไพร ทั้งหมดที่ชายชรามีมันจะออกผลผลิตปีละหนึ่งครั้งจ้าวหลงถามถึงที่อยู่ของชายชราเป็นไปดั่งที่เขาคาดการณ์
สถานที่ชายชราอยู่มันเหมาะที่จะปลูกสมุนไพรเหลานั้น สถานที่ชายชราอยู่จะติดลำธาร ลำธารจะเป็นน้ำที่ไหลมาจากไต้ภูเขาไต้ภูเขาจะมีพลังวิญญาณที่ไหลมากับกระแสน้ำเป็นพลังธรรมชาติที่สูงมาก
ด้านหลังเป็นภูเขาสูงบนยอดเขาจะมีหิมะตกทั้งปีทำให้ไอเย็นจากหิมะแผ่ลงมาที่ชายเขาตลอดและที่ชายเขาจะมีแสงแดดตลอดทำให้ไอเย็นไอร้อนสลับไปสลับมาวันหนึ่งไม่ต่ำกว่าร้อยครั้งมันเป็นสถานที่เหมาะแก่การฝึกพลังหยินอยางเป็นอย่างมาก เดียวร้อนเดียวหนาว สมุนไพรที่ชายชราปลูกจัดอยู่ในประเภทหยินอยางตามตำราที่จ้าวหลงได้อ่าน
จ้าวหลงรับของทั้งหมดเขาไส่ไว้ในแหวน แล้วยังทำข้อตกลงกับชายชราถังให้ส่งสมุนไพรเหลานี้ให้เขาและยังถามถึงสมุนไพรอื่นๆที่ชายชราปลูกอีก ให้ส่งไปให้เขาที่ตระกูลหูทั้งหมด และยังถึงขั้นทำสัญญาซื้อขายกันเป็นรายลักอักษร ทำให้ชายชราหน้าชื่นตาบาน
เมื่อจ้าวหลงจบเรื่องกับชายชราเขาเดินกลับไปหาหนานกงหลัวเขาต้องการจะรีบกลับไปทดลองการฝึกพลังกายา เขาเดินไปยืนรอหน้าร้านอาภรณ์ทิวา
จ้าวหลงรอจนกระทั้งครึ่งชั่วยามนางก็ยังไม่ออกมา หรือเกิดปัญหาอันใดกับนางกัน
"เข้าไปดูหน่อยแล้วกัน " เจ้าหลงรำพึงออกมาเบาๆ
ว่าแต่ร้านนี้มันคือร้านอะไรด้านนอกถึงไดปิดมิดชิดนักเขาได้แต่บ่นอยู่ในใจเมื่อเขาเปิดประตูเข้าไปมันเป็นภาพ ที่มีแต่หญิงสาวยื่นอยู่เต็มไปหมด บางคนยืนล้อมรอบกองผ้าสีแดงหลายกองเมื่อจ้าวหลงเข้าไป หญิงสาวทุกคนหันมามองเขาเป็นตาเดียวกัน บ้างมองเขาไม่ต่างจากตัวประหลาดที่หลุดมาจากดาวดวงอื่น บ้างก็มองเหมือนเขาเป็นตาเฒ่าลามกที่หลุดมาจากหอนางโลมที่วิ่งไร่สาวเนื้ออ่อนทั้งหลาย จ้าวหลงสงสัยถึงสายตาที่มองมา หรือเขาแต่งกายผิดปกติตรงใหน
ที่ร้านนี้จะมีพนักงานหญิงสาวคอยรับบริการเมื่อพนักงานเห็นจ้าวหลงหลังจากตั้งสติได้ก็ปรี่เข้ามาทำหน้าที่พนักงานทันที
" ไม่ทราบว่าคุณลูกค้ามีรสนิยมแบบใดค่ะ แบบซาดิส แบบร็อค หรือ แบบอคูสติก "
จ้าวหลงตั้งสติได้เขากวาดตามองไปโดยลอบเขาเห็นที่ตู้โชว์ติดผนังมันมีอาวุธแปลกๆเยอะมากถึงเขาจะเพิ่งเข้าสู่โลกยุทธภพได้ไม่นานแต่เขาก็ไม่เคยเห็นอาวุธเหล่านี้มาก่อน มีทั้งแส้ เทียนไข่ ไม้เป็นเส้นเล็กๆ
หรือนั้นจะคือแส้พยายมที่เขาลำลือกัน หรือนั้นเทียนไข่ดับชีวิตที่ว่า อาวุธเหล่านี้เมื่อก่อนเป็นของยอดคนที่ออกทองยุทธภพเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงเรื่องลือ เขานึกไปถึงชื่ออาวุธที่เขาเคยเห็นในตำราเมื่อก่อน
ในครั้งยังอยู่ที่หมูบ้านเสือป่าในตอนที่เขายังอยู่ในชื่อไป๋หลงเขาได้ศึกษาตำราอาวุธมาไม่น้อยเช่นกันแต่หน้าเสียดายที่ตำราที่หมู่บ้านเสือป่ามีแต่คำบรรยายไม่มีรูปภาพ แต่จ้าวลงกับไม่รู้เลยว่ามันคนระอย่างกับที่เขาเคยอ่านมา
" แบบซาดิสนี้คือวรยุทธแบบใดและเป็ปอาวุธแบบใดกันรึ แม่นางโปรดอธิบายแก่ข้าที"
จ้าวหลงในขณะนี้มีสีหน้าสัยสื่อเหมือนผู้น้อยต้องการคำแนะนำจากผู้รอบรู้
พนังงานสาวแต่งตัวด้วยชุดลัดรูปมีลักษณะเป็นเงาสีแดงมองดูจ้าวหลง เหมือนกับมองดูเด็กน้อยที่พึ่งเข้าสู่เส้นทางธรรมเป็นครั้งแรก
" นั้นคือแส้ คนในวงการจะเรียกว่าแส้พยายม ส่วนเทียนนั้น คนในวงการเขาจะเรียกเทียนไขล่าวิญญาณส่วนนั้นจะเป็นขั้นเบสิกที่สุดนั้นคือไม้เรียวปราบมารน้อย "
จ้าวหลงพยักหน้าเป็นไก่จิกข้าวเปลือกเหมือนผู้น้อยได้รับการชี้แนะจากยอดคน แต่สิ่งที่เขามาที่นี้ไม่ได้มาเพื่อหาอาวุธเขามาหาคน
" ข้าไม่ได้มาหาอาวุธพวกนั้น อาวุธพวกนั้นไม่เหมาะกับพลังวิญญาณของข้า ข้ามาตามหาคนนะ....ข้ามาตามแม่นางหนานกง ข้ามาตลาดพร้อมกับนาง นางเข้ามาในนี้นานแล้ว"
พนักงานได่ยินชื่อนิ่งไปชั่วครู่นึกถึงรายนามลูกค้าที่มาใช้บริการประจำ และนางยังจำชุดของตระกูลหูได้จากการแต่งกายของจ้าวหลง หน้าจะมีแม่นางแค่คนเดียวที่จะเป็นแม่นางหนานกงหลัว
" นางอยู่ชั้น สองห้องขวามือสุด....."
ระหว่างที่นางจะบอกบางสิ่งแต่เจ้าหลงก็เดินหายขึ้นไปบนชั้นสองผ่านสายตาหญิงสายหลายสิบที่มองดูเขาเป็นตาเดียวเหมือนตัวประหลาดพนังงานขายกำลังจะพูดบางสิ่งแต่จาวหลงก็เดินหายไปเสียก่อนที่นางจะพูดจบ ..... นางคิดว่าคงไม่เป็นไรมั่ง
จ้าวหลงเดินมาห้องขวามือสุดเปิดประตูเข้าไปแต่ภาพที่เขาเห็นกับทำให้เขาต้องไม่มีวันลืมไปอีกทั้งชีวิตเป็นแน้