เส้นทางอสนีบาต - The Road Lightning

    สารานุกรมเผ่าพันธุ์ 1

    เผ่าโคโบลด์ (เผ่ารอง)

    ผู้ปกครองสูงสุด : ไม่มี

    โคโบลด์ เผ่าพันธุ์ที่มีรูปลักษณ์เป็นครึ่งคนครึ่งสุนัข เป็นเผ่าที่รักสงบ มักจะอยู่อย่างสันโดษหรือรวมกันเป็นฝูงเล็กๆ เป็นเผ่าพันธุ์ที่มีประสาทสัมผัสด้านการดมกลิ่นที่ยอดเยี่ยม สามารถรับรู้ได้แม้เพียงกลิ่นเบาบางจากในระยะไกล เคลื่อนไหวได้รวดเร็ว ประชากรเพศชายมีจำนวนมากกว่าเพศหญิงเล็กน้อย โคโบลด์เป็นเผ่าที่มีความภาคภูมิใจในเกียรติและศักดิ์ศรีของเผ่าพันธุ์เป็นอย่างมาก และเหนือกว่าสิ่งอื่นใด คือความภาคภูมิใจในอาวุธของตน โคโบลด์ทุกตนจะเกิดมาพร้อมกับอาวุธคนละชิ้น ซึ่งอาวุธที่กล่างถึงจะถูกเก็บไว้ที่ช่องมิติภายในหัวใจ ผู้เป็นเจ้าของสามารถเรียกใช้ได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องเก็บมันไว้ในแหวนมิติ แต่โคโบลด์แทบทั้งหมดจะชอบถือไปถือมาเพื่ออวดความสวยงามอาวุธของตนเสียมากกว่า ซึ่งโคโบลด์ธรรมดา อาวุธจะมีรูปลักษณ์เป็นหอกยาว เมื่อวิวัฒนาการ เผ่าโคโบลด์จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างทางกายภาพ แต่สิ่งที่จะเปลี่ยนไปคือรูปร่างของอาวุธที่ถืออยู่ ด้วยเหตุนี้เองเผ่าโคโบลด์จึงจัดได้ว่าเป็นนักรบโดยกำเนิด วิธีการสังหารโคโบลด์ นอกจากการปลิดชีพด้วยวิธีธรรมดาสามัญแล้ว มีวิธีอื่นที่สามารถสังหารได้อีก นั่นคือการทำลายอาวุธประจำกายของพวกโคโบลด์ซะ อาวุธคือส่วนหนึ่งของหัวใจ เมื่อมันถูกทำลาย หัวใจก็ย่อมถูกทำลายไปด้วย โคโบลด์เป็นเผ่าที่ประหลาด ยิ่งมีความทะเยอทะยานต้องการแสวงหาและไขว่คว้าพลังมากเท่าไหร่ คนผู้นั้นก็จะยิ่งถอยห่างจากสิ่งที่เขาต้องการมากขึ้นเท่านั้น เพราะพลังที่ยิ่งใหญ่ของโคโบลด์ มีไว้เพื่อผู้อื่น

    โคโบลด์ซอร์ต (ร่างวิวัฒนาการขั้นที่ 2)

    ร่างวิวัฒนาของโคโบลด์ ถึงรูปร่างหน้าตาจะไม่เปลี่ยนไป แต่ความสามารถทางกายภาพนับว่าเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด อาวุธที่เคยเป็นหอกยาว เมื่อวิวัฒนาการขึ้นมามันจะเปลี่ยนรูปร่างเป็นดาบคมเดียว เมื่อกลายเป็นโคโบลด์ซอร์ตจะสามารถเรียนรู้ทักษะดาบได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าก่อนหน้านี้จะไม่เคยจับดาบเลยก็ตาม

    โคโบลด์ไนท์ (ร่างวิวัฒนาการขั้นที่ 3)

    ร่างวิวัฒนาของโคโบลด์ซอร์ต มีรูปร่างกำยำและมีพละกำลังมากกว่าโคโบลด์ที่อยู่ในระดับเดียวกัน สวมใส่ชุดเกราะเหล็กหนา แต่ถึงกระนั้นก็ยังเคลื่อนไหวได้รวดเร็วเหมือนเดิม ชอบการต่อสู้แบบตะลุมบอนและมักจะอยู่ในแนวหน้าของสมรภูมิ อาวุธของโคโบลด์ไนท์คือดาบสองคมที่เรียกว่าดาบเครย์มอร์ เป็นดาบที่ทั้งหนักและยาว ฟันได้หนักหน่วง

    โคโบลด์นินจา (ร่างวิวัฒนาการขั้นที่ 3)

    ร่างวิวัฒนาของโคโบลด์ซอร์ต มีรูปร่างบอบบางสันทัด เป็นร่างวิวัฒนาการเดียวของเผ่าพันธุ์ที่สามารถใช้เวทย์ได้ โดยจะอยู่ในรูปของคาถานินจา สวมใส่เกราะผ้าเพื่อความคล่องตัว เคลื่อนไหวได้รวดเร็วไร้เสียง มักทำหน้าที่แทรกซึม สอดแนม และลอบสังหาร อาวุธของโคโบลด์นินจาคือดาบสั้นกับดาวกระจาย

    โคโบลด์ซามูไร (ร่างวิวัฒนาการขั้นที่ 3)

    ร่างวิวัฒนาของโคโบลด์ซอร์ต รูปร่างสมส่วนองอาจ สวมใส่เกราะหนัง เป็นร่างวิวัฒนาการที่ทรงพลังที่สุดในสามร่าง แต่มักจะถูกเหยียดหยามและตีตราจากเผ่าพันธุ์เดียวกันว่าเป็นสุนัขรับใช้ นั่นก็เพราะผู้ที่จะวิวัฒนาการมาเป็นโดโบลด์ซามูไรจะต้องละทิ้งศักดิ์ศรีและความภูมิใจของเผ่าพันธุ์ทั้งหมด และจะต้องมอบชีวิตและจิตใจของตนให้ผู้เป็นนายโดยใช้พันธสัญญาสาบาน แม้ผู้เป็นนายจะสั่งอะไร โคโบลด์ซามูไรก็จะทำตามอย่างไม่ลังเล แม้ว่าคำสั่งนั้นจะให้ไปกวาดล้างเผ่าพันธุ์เดียวกันก็ตามที และด้วยพันธสัญญาสาบานนี้เอง ชีวิตของโคโบลด์ซามูไรจะผูกกับผู้เป็นนายด้วย เมื่อผู้เป็นนายตายลง โคโบลด์ซามูไรจะต้องคว้านท้องตายตกตามไปด้วย แม้จะสูญเสียหลายสิ่งอย่าง แต่ก็แลกมาด้วยความแข็งแกร่งที่สูงกว่าระดับคลาสเดียวกันมาก ซึ่งการเลือกผู้เป็นนายนั้น ในช่วงชีวิตสามารถเลือกได้แค่เพียงครั้งเดียว อาวุธของโคโบลด์ซามูไรคือดาบคาตานะ ดาบที่ซ่อนความคมกริบไว้ภายใต้ปลอกดาบอันสวยงามเป็นเอกลักษณ์

    โคโบลด์โรนิน (ร่างวิวัฒนาการขั้นที่ 4)

    ร่างวิวัฒนาของโคโบลด์ซามูไร เป็นร่างวิวัฒนาการของโคโบลด์ในตำนานที่แข็งแกร่งที่สุด ซึ่งจะเรียกได้ว่าเป็นสายพันธุ์ราชันย์ของโคโบลด์ก็ไม่ผิด สวมใส่เกราะหนัง จิตใจนิ่งสงบ เยือกเย็น เป็นนักดาบที่แข็งแกร่งลำดับต้นๆ ของโลก แม้จะเทียบกับร่างวิวัฒนาการสายนักดาบของเผ่าหลัก โคโบลด์โรนินอยู่ในสภาวะไร้อาวุธ และจะใช้สิ่งที่เรียกว่า ‘จิตแห่งศาสตรา’ แทนอาวุธประจำกายในการต่อสู้

    ​



    เผ่าก็อบลิน (เผ่ารอง)

    ผู้ปกครองสูงสุด : ราชันย์ก็อบลินเพอซีเดธ

    ก็อบลิน เผ่าพันธุ์ที่มีสายเลือดใกล้เคียงกับมนุษย์มากที่สุด ว่ากันว่าอาจจะมีบรรพบุรุษร่วมกัน พวกมันขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์ที่ป่าเถื่อนไร้อารยธรรมที่สุดอีกด้วย มักอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม มีการแบ่งระดับชั้นปกครองอย่างชัดเจนตามความแข็งแกร่ง ก็อบลินจะมีลักษณะคล้ายๆ เด็กสิบขวบ หัวโต ฟันเรียงแหลม ผิวกายสีเขียว เนื้อตัวสกปรกมอมแมม มักใช้ท่อนไม้หรืออะไรก็แล้วแต่ที่หยิบฉวยได้ใกล้มือเป็นอาวุธ มีร่างกายอ่อนแอ ไม่สามารถใช้เวทย์ได้ แม้แต่คนธรรมดาที่จับอาวุธขึ้นมา ถ้าวัดกันตัวๆ กับก็อบลิน คนผู้นั้นก็ยังสามารถจัดการกับมันได้อย่างไม่ยากนัก แม้จะมีเรี่ยวแรงไม่มากแต่พวกมันเป็นเหมือนกับสัตว์ร้าย ที่สามารถทำได้ทุกอย่างถึงจะไม่อยู่ในสถานการณ์ที่จนตรอก ก็อบลินไม่มีจิตสำนึกหรือความเห็นใจใดๆ แม้จะกับเผ่าพันธุ์เดียวกัน พวกมันอาศัยเพียงแค่สัญชาตญาณดิบในการใช้ชีวิตเท่านั้น แต่ก็อบลินมีนิสัยเป็นพวกที่ชอบสะสม โดยพวกมันมักจะปล้นหรือขโมยของมาสะสมไว้ที่ห้องสมบัติ ถ้าเป็นวัตถุที่สะท้อนแสงแวววับจะชอบมากเป็นพิเศษ เผ่าก็อบลินจะมีเพศหญิงน้อยกว่าเพศชายถึง 1 ต่อ 10 เป็นจำนวนที่ไม่มีความสมดุลทางธรรมชาติอย่างสิ้นเชิง อีกทั้งก็อบลินเพศเมียยังมีลูกได้แค่คราวละ 1 ซึ่งขัดแย้งกับจำนวนประชากรก็อบลินที่แพร่ขยายได้อย่างรวดเร็ว สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะ ก็อบลินสามารถขยายเผ่าพันธุ์ได้อย่างรวดเร็วเมื่อใช้มนุษย์ผู้หญิงมาเป็นแม่พันธุ์ให้ โดยมนุษย์เพศหญิงสามารถมีลูกให้พวกมันได้คราวละ 3-4 แถมระยะเวลาในการตั้งท้องยังรวดเร็ว นี่จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ตามชนบทมักจะมีหญิงสาวถูกลักพาตัวไป หรือกระทั่งการบุกเข้าไปปล้นในหมู่บ้าน ก็อบลินจะกวาดต้อนหญิงสาวเพื่อมาใช้เป็นแม่พันธุ์ และสนองกามารมณ์ของพวกมันด้วย

    ฮอบก็อบลิน (ร่างวิวัฒนาการขั้นที่ 2)

    ร่างวิวัฒนาการของก็อบลินที่ตื่นรู้ทางภูมิปัญญา ก็อบลินที่สามารถรู้จักตนเองและเรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่นอกเหนื่อจากการใช้สัญชาตญาณได้ เมื่อวิวัฒนาการเป็นฮอบก็อบลิน ร่างกายของพวกมันจะเติบโตขึ้นจนมีขนาดเท่ามนุษย์ผู้ใหญ่ หน้าตาที่อัปลักษณ์ก็แปรเปลี่ยนจนดูคล้ายคลึงกับมนุษย์มากยิ่งขึ้น มีผิวกายสีเขียว มักเป็นหัวหน้าที่คอยควบคุมสั่งการพวกก็อบลิน ในจำนวนฮอบก็อบลินจะมีส่วนน้อยที่ปรากฏความสามารถในการใช้เวทย์ ซึ่งพวกนี้จะมีความฉลาดมากกว่าฮอบก็อบลินปกติ แต่จะมีพละกำลังที่น้อยกว่า

    โอเกอร์ (ร่างวิวัฒนาการขั้นที่ 3)

    ร่างวิวัฒนาของฮอบก็อบลิน ซึ่งมีฮอบก็อบลินน้อยนักที่จะมาถึงขั้นนี้ได้ เป็นร่างวิวัฒนาการที่มาจากความโกรธ เกลียด เคียดแค้นจนแทบจะคลุ้มคลั่ง มีร่างกายและมัดกล้ามเนื้อใหญ่โตคล้ายออร์ค มีเขี้ยวงอกยาวขึ้นมาจากขากรรไกรล่างทั้งสองข้าง เขาทั้งสองงอกยาวขึ้นที่บริเวณหน้าผาก ผิวกายสีเขียวเข้ม มีพละกำลังมหาศาล ภูมิปัญญาสูง แต่ไม่ชอบการเจรจา มักระเบิดโทสะจนควบคุมอารมณ์ไม่ได้อยู่บ่อยๆ

    สปิริตโอเกอร์ (ร่างวิวัฒนาการขั้นที่ 3)

    ร่างวิวัฒนาของฮอบก็อบลิน แต่มีความเฉพาะเจาะจงว่า ต้องเป็นฮอบก็อบลินที่สามารถใช้เวทย์ได้เท่านั้นถึงจะก้าวขึ้นมาได้ หรือจะเรียกกันอีกชื่อคือโอเกอร์เมจ เป็นร่างที่วิวัฒนาการมาจากความโศกเศร้าอย่างสุดซึ้งจนจิตใจด้านชา ร่างกายขยายขนาดขึ้นไม่มากนัก มัดกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นเพียงแค่ให้ดูเหมือนมนุษย์ที่มีรูปร่างกำยำเท่านั้น มีเขี้ยวไม่ยาวมากงอกขึ้นมาจากขากรรไกรล่าง เขาทั้งสองงอกยาวขึ้นที่บริเวณหน้าผากหน้าผาก ผิวกายสีเทา มีพละกำลังมาก ภูมิปัญญาสูงส่ง เรียนรู้ได้รวดเร็ว มีความสามารถในการควบคุมพลังเวทย์ที่ยอดเยี่ยม

    ก็อบลินลอร์ด (ร่างวิวัฒนาการขั้นที่ 3)

    ร่างวิวัฒนาของฮอบก็อบลิน ไม่ใช่ว่าฮอบก็อบลินทุกตัวจะสามารถวิวัฒนาการขึ้นมาได้ แต่จะมีเฉพาะก็อบลินที่ถูกเลือกตั้งแต่เกิดเท่านั้น นั่นเพราะก็อบลินลอร์ดคือสายพันธุ์ราชันย์ของเผ่าก็อบลิน การวิวัฒนาการจึงไม่ได้มีเงื่อนไขที่ยุ่งยากเหมือนกับร่างอื่นๆ ผิวกายสีเหลืองอ่อน มีความแข็งแกร่งยิ่งกว่าร่างวิวัฒนาการอื่นๆ มาก มีความสามารถในการควบคุมบงการก็อบลิน ฮอบก็อบลิน หรือแม้กระทั่งเหล่าโอเกอร์ที่เป็นร่างวิวัฒนาการในคลาสเดียวกันได้! เป็นตัวตนที่เกิดมาเพื่อปกครองเหล่าก็อบลินอย่างแท้จริง

    เบอร์เซิร์กเกอร์ (ร่างวิวัฒนาการขั้นที่ 4)

    ร่างวิวัฒนาของโอเกอร์ นักรบวิปลาสแห่งเผ่าก็อบลิน ความแข็งแกร่งของเบอร์เซิร์กเกอร์คือตำนานและความภาคภูมิใจของเผ่าพันธุ์ จิตใจสงบนิ่ง ความสามารถในการควบคุมอารมณ์ต่างจากโอเกอร์ลิบลับ แต่เมื่อฟิลล์ขาดจะกลายเป็นตัวตนแห่งการทำลายล้างที่ไม่มีใครหยุดได้ มีรูปร่างสูงใหญ่น่าเกรงขาม ผิวกายสีเขียวเข้ม พละกำลังมหาศาล นิยมใช้อาวุธหนักทุกประเภท

    ซอร์เซอเรอร์ (ร่างวิวัฒนาการขั้นที่ 4)

    ร่างวิวัฒนาของสปิริตโอเกอร์ มหาจอมเวทย์แห่งเผ่าก็อบลิน อีกหนึ่งตำนานอันยิ่งใหญ่ของเผ่าพันธุ์ มีรูปร่างที่แทบจะไม่เปลี่ยนไปจากสปิริตโอเกอร์ มีเหตุผล ภูมิปัญญาสูงส่ง ผิวกายสีเทาออกดำ มีรอยสักสีทองตามตัว ความสามารถในการควบคุมพลังเวทย์เทียบเท่าร่างวิวัฒนาการสายเวทย์จากเผ่าหลัก และสามารถดึงพลังธาตุที่ตนมีออกมาได้อย่างถึงขีดสุด

    ​

    คล้ายกับเรื่องเส้นทางอสนีบาต - The Road Lightning ที่คุณอ่าน