ตอนที่ 8 เจ็บไปรักไป
รถจอดสนิทติณภพก็ลงจากรถไปโดยไม่ได้พูดบอกอะไรเด็กตัวขาว เห็นแบบนั่นธนวินท์ก็รีบรุดลงตามไปติดๆ ด้วยเช่นกัน ไม่ลืมที่จะถือถุงขนมติดมือมาด้วยอีกต่างหาก
“อาภพรอกันด้วยซิคับ” มือเล็กคว้าจับแขนเสื้อชายหนุ่มไม่ให้เดินเร็วเพราะเขาเดินตามติณภพไม่ทัน จนติณภพต้องหยุดเดินแล้วพูดเสียงเข้มใส่
“ปล่อย!”
“ปล่อยก็ได้คับ~” ทั้งสองคนเดินมาถึงห้องอาหารที่ได้จับจองไว้แล้ว พอเปิดประตูห้องเข้ามา บนโต๊ะอาหารก็มีคุณแสงจันทร์คุณยายของธนวินท์ร่วมถึงบรรดาผู้ถือหุ้นรวมๆ แล้วแขกไม่น่าจะเกินสิบคนรออยู่ก่อนแล้ว ในห้องถูกจัดแต่งให้มีบรรยากาศของงานวันเกิดแบบไม่ได้เป็ทางการมากนัก ด้วยปีนี้คุณแสงจันทร์อายุเข้าวัยชราแล้ว เลยอยากจัดการบางอย่างให้เรียบร้อยในวันเกิดปีนี้
“คุณยายสวัสดีครับ” เด็กหนุ่มยกมือไหว้ทันทีที่เข้ามา เขาซ้อนถุงขนมไว้ข้างหลังทันทีเมื่อเจอสายตาดุของแสงจันทร์
“มานั่งข้างๆ ยายมาน้องวิน” เด็กหนุ่มในชุดนักเรียนหลุดลุ่ย แถมในมือยังถือถุงขนมมาด้วยอีกต่างหาก เขาเดินตัวลีบเล็กไปนั่งลงข้างๆคนเป็ยาย ตามมาด้วยติณภพที่เข้ามานั่งลงข้างๆ กันอีกที
“วันนี้ก็ไม่มีอะไรมาก แค่อยากจะแนะนำหลานชายเพียงคนเดียวของฉันให้ทุกคนรู้จัก” หญิงสูงวัยพูดแนะนำธนวินท์กับทุกคน
“ธนวินท์ จันทร์ประดับ หลานชายของฉัน” เด็กหนุ่มได้ยินชื่อตัวเองก็รีบยกมือไหว้คุณลุงคุณป้าในห้องอาหารนี้ทันที
“อีกสี่ปีกิจการในเครือของแสงจันทร์กรุ๊ปทุกอย่างก็จะมีน้องวินเข้ามาดูแล ฉันอยากจะฝากหลานชายของฉันไว้กับทุกคนด้วย”
“ยินดีมากครับคุณหญิง”
“หลานคุณหญิงน่าเอ็นดู่น่าเอ็นดูจังเลยนะค่ะ ตากลมโต ปากนิดจมูกหน่อยน่ารักเฉี่ยวค่ะ” คุณแม้นมาศหนึ่งในผู้ถือหุ่นพูดบอกขึ้น เสียงของบรรดาผู้ถือหุ้นเอยชมเฉยเขาไม่หยุด จนธนวินท์คิดว่าถ้าเขามีปีกเขาคงบินหนีไปแล้ว
“น่ารักจริงๆ ด้วยค่ะคุณหญิงแม้น ดิฉันเห็นด้วยค่ะคุณพี่” มีหนึ่งคนชมก็ตามมาด้วยสองสามคนชม จนธนวินท์ยกมือไหว้ขอบคุณแทบไม่หวาดไม่ไหว่
“ขอบคุณครับคุณป้า คุณลุง” ธนวินท์ยกมือไหว้อย่างนอบน้อมสุภาพเรียบร้อย
“ตายจริงกิริยามารยาทงามง๊ามค่ะคุณหญิง” เด็กหนุ่มเบ๊ะปากหันหน้าหนีไม่วายสบสายตาเข้ากับติณภพที่นั่งหน้าดุอยู่ข้างๆ กัน
“หึ!” ตามมาด้วยเสียงหัวเราะเยาะในลำคอของชายหนุ่มทำธนวินท์ขัดใจแต่ทำอะไรไม่ได้
“คุณยายคับน้องวินขอไปเข้าห้องน้ำนะคับ” เขาโกรธติณภพจนอยากเข้าไประบายอารมณ์โกรธในห้องน้ำ
“ตาภพ ช่วยพาน้องไปหน่อยซิลูก” ชายหนุ่มพยักหน้าอย่างสุภาพนอบน้อมกับผู้มีพระคุณ
“ไม่ต้องคับคุณยาย น้องวินไปเองได้”
“ไม่ได้อย่าทำให้ยายเป็ห่วง” เด็กหนุ่มจำใจพยักหน้าเดินนำออกไป
ติณภพก็เดินตามหลังเด็กหนุ่มไปติดๆ ที่จริงเขาเองก็รอเวลานี้มานานแล้วเหมือนกัน แค่อีกไม่กี่ปีเท่านั้น เขาก็จะหลุดพ้นจากที่นี่ รอแค่ธนวินท์เข้ามาบริหารจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง เขาจะไปตามทางของเขา
แต่ที่เขายังไปไหนไม่ได้เพราะคำว่าบุญคุณต้องทดแทน และคำสัญญาที่ได้ให้ไว้กับวาดจันทร์ หญิงสาวผู้เป็เ้าของหัวใจเขามาตลอด
“อาภพ อาภพคับ” ธนวินท์ยืนเรียกชายหนุ่มอยู่ที่ทางเลี้ยวไปห้องน้ำ เขามาที่นี่บ่อยพอๆ กับติณภพแต่ทำไมอาภพถึงเดินเลยไปไกลขนาดนั่น จะว่าจำทางไม่ได้ก็คงไม่ใช้
“อาภพเหมออะไรอยู่คับ เนี๊ยทางไปห้องน้ำอยู่ตรงนี้คับ” ชายหนุ่มรู้สึกขัดเขินเล็กน้อยเขากระแอ๊มไอในลำคอ เดินเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง กลับมา ก่อนจะเดินผ่านหน้าธนวินท์เข้าไปในห้องน้ำแทน
ติณภพยืนหลังพิงฝาพนังรอธนวินท์ล้างหน้าล้างตา จนเปียกชุ้ม เขาส่ายหน้าให้กับความซุ่มซ่ามของหลานชายคุณท่าน
“มาฉันช่วย” มือใหญ่ขวาจับปลายคางของธนวินท์ให้เชิ้ดขี้น แล้วดึงทิชชูมาเช็ดไปให้ทั้วไปหน้า เขาค่อยๆ บรรจงเช็ดให้อย่างเบามือ ดวงตารูปเยี่ยวสีนิลเข้มกวาดมองทั่วใบหน้าหวาน พลันหยุดมองสบสองคู่สบมองกัน เป็เด็กหนุ่มหลบหลีกสายตา สองข้างแก้มขึ้นสีแดงจางๆ ลามไปถึงใบหูจากความเขิน
“เป็อะไร!”
“ปะ เปล่าคับ เสร็จหรือยังน้องวินหิวแล้ว จะไปทานข้าวแล้ว” ว่าพรางก็จะผละออกไปทันที แต่แล้วแขนเล็กก็ถูกดึงไว้ซ๊ะก่อน
“ขอบคุณอาหรือยัง” เด็กหนุ่มเม้มปาก ก่อนจะยกมือขึ้นมาไหว้ขอบคุณเกือบชิดอกแกร่ง
“ขอบคุณคับอาภพ”
“หึ!ไปกันเถอะ” ชายหนุ่มเดินนำออกไปทันทีที่เขายกมือขึ้นไหว้ ถ้าฟังไม่ผิดเมื่อกี่เหมือนเขาจะได้ยินอาภพพูดแทนตัวเองว่าอากับเขา หลังจากที่ไม่ได้ยินมาสักพักใหญ่
“เื่คืนนั่นคงทำให้อาอึดอัดมากเลยใช้ไหมคับ” จู่ๆ ความอัดอั้นในใจที่สังสมมาเป็แรมเดือนไม่วายถูกระบายออกมาในที่สุด ติณภพทำเหมือนเื่คืนนั่นระหว่างเราไม่เคยมีเื่ราวอะไรเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งๆ ที่ตอนนี้เขาเป็เมียอาภพแล้ว ถึงจะยังไม่กล้าบอกคุณยายก็เถอะ
“ใช่!” เด็กหนุ่มยืนมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่ม สองมือเล็กสั่นระริกจากความกล้าๆ กลัวที่ยะถามออกไป แล้วยิ่งคำตอบที่ได้รับกลับมามันทำให้เขายิ่งปวดใจขค้นไปอีก
“งื่อ ทำไมอาภพต้องอึดอัดด้วยละคับ น้องวินต่างหากละคับที่ต้องเป็ฝ่ายอึดอัดนะ”
“ก็เธอชอบฉันนิเธอจะอึดอัดทำไม?”
“อาภพพูดอะไรอ่ะไม่ใช่สักหน่อยคับ”
“พอเถอะเสียเวลา ออกไปกันได้แล้ว”
“ก็ได้” เด็กหนุ่มหน้าบูดบึ่งเดินชนไหล่หนาออกไปก่อนบ้าง ‘โอ้ย~เจ็บชะมัด’ มือเล็กจับไหล่ตัวเองรีบเดินออกไปไม่อยากให้ติณภพเห็น
“หึหึหึ อวดดี!” คนยืนมองได้แต่ยืนขำท่าทางของเด็กหนุ่ม
หลังจากกลับมาที่โต๊ะอาหาร ธนวินท์ก็เอาแต่นั่งทานอาหารไปเงียบๆ ฟังเสียงผู้ใหญ่คุยกันบ้าง ตักอาหารขึ้นมาทานบ้างพรางหันไปมองคนข้างกาย ที่ทำราวกับเขาเป็เพียงธาตุอากาศไม่มีตัวตน ‘อาภพไม่คิดจะรับผิดชอบกันเลยเหรอเขาไม่ได้อยากให้เื่แบบนั่นมันเกิดขึ้นสักหน่อย อย่างน้อยๆ ก็พูดอะไรบ้างก็ได้’
“ที่จริงยังมีอีกเื่หนึ่งนะค่ะที่ฉันยังไม่ได้ประกาศให้ทุกท่านทราบ” เหมือนเสียงของแสงจันทร์หยุดทุกการกระทำของคนบนโต๊ะอาหาร ตามมาด้วยคำพูดที่ทำให้ทุกคนใไปตามๆ กัน
“ปลายเดือนหน้าหลังจากที่น้องวินจบมัธยม ฉันจะจัดงานแต่งแบบเรียบง่ายให้น้องวินกับตาภพค่ะ อาจจะไม่ได้เอยชวนทุกคนเราจะจัดกันแค่คนในครอบครัวแต่อยากจะประกาศให้ทุกท่านได้ทราบกันก่อน” ติณภพ จันทร์ประดับ กับธนวินท์ จันประดับ ที่ทุกคนต่างรู้กันในฐานะอาหลาน คนสองคนจะแต่งงานกันได้อย่างไร
“ไม่ต้องใไปน่ะค่ะทุกท่าน อย่างที่รู้กันตาภพเป็เด็กที่ฉันให้การอุปการะไม่ใช้เชื่อสายของจันทร์ประดับ” เหมือนเสียงแส่ส่องบนโต๊ะอาหารจะหยุดลงแล้ว แต่ดวงตากลมโตที่เบิกกว้างด้วยความใยังไม่มีทีท่าจะปิดสนิท เด็กหนุ่มเหมือนหูดับไปแล้วก่อนจะค่อยๆ หันมามองเสี่ยวหน้าคนข้างกาย แต่ใบหน้าของติณภพยังคงเรียบนิ่งไม่ไหวติง เขานิ่งจนธนวินท์สงสัยว่าติณภพเต็มใจหรือแค่คุณยายที่บังคับกัน อยากรู้ว่าชายหนุ่มรู้สึกยังไงกับแต่งงาน แล้วคุณยายรู้เื่ของเขากับติณภพแล้วอย่างนั่นหรือ พรางหันไปมองหน้าคนเป็ยายบ้างแต่ก็พบกับสายตาอบอุ่นที่มองส่งมา
“คุณยาย~”
“หนูไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั่นยายรู้เื่หมดแล้ว”
จังหวะที่ทุกคนกำลังทานอาหารกันไป ธนวินคว้าหยิบแก้วไวน์บนโต๊ะขึ้นมาทานรวดเดียวหมดแก้ว ถึงคุณแสงจันทร์กับติณภพจะหันมาทำตาดุใส่ แต่ธนวินท์ไม่สนใจในเมื่อเขาทานมันไปจนหมดแก้วแล้ว
เขาอึดอัด อึดอัดที่ติณภพทำเหมือนไม่รู้สึกอะไรกับเขาเลยสักนิด ทั้งๆ ที่คุณยายก็พูดเื่แต่งงานขึ้นมาแล้ว แล้วทำไมอาภพถึงยังนิ่งอยู่แบบนี้ อาภพเป็คนบอกคุณยายเื่คืนนั่นเหรอ’ ที่เขาป่วยตอนนั่นคุณยายไม่เห็นพูดอะไร’
“ภพ พาน้องวินกลับบ้านไปก่อนเถอะ”
“ครับคุณท่าน”
“ไม่อ่าว ไม่กลับจะดื่มต่อ” เอวบางถูกคว้าด้วยสองมือใหญ่จนตัวติดแนบชิดแผ่นอก ติณภพพาร่างคนเมาไวน์เพียงแค่แก้วเดียว มายัดใส่ในรถ ก่อนจะรีบขึ้นมานั่งประจำตำแหน่งคนขับ
“อาภพใจร้าย~ ไม่เห็นสนใจกันบ้างเลย!” ชายหนุ่มตาเหยียวสีนิลเข้มไม่ได้สนใจคำพูดของคนเด็กกว่า เขาอยากไปส่งธนวินท์ให้ถึงบ้านแล้วกลับบ้านตัวเองบ้าง
ติณภพขับรถออกมาได้ไม่ไกลนัก เสียงฟ้าร้องคำรามกับสายฝนที่ตกลงมากะทันหันทำเด็กหนุ่มได้สติ เขาหวาดกลัวเสียงฟ้าร้องมากแค่ไหนติณภพน่าจะรู้ดี หากแต่ติณภพมองเมินไม่ได้สนใจว่าเด็กหนุ่มข้างกายเขาจะรู้สึกยังไง สองมือกอดตัวเองจากความหนาวเย็นของเครื่องปรับอากาศและความเหน็บหนาวในหัวใจ
รถถูกเลี้ยวเข้ามาจอดในรั่วบ้าน เสียงเครื่องยนต์ดับลง แต่เมื่อติณภพกำลังจะเปิดประตูลงจากรถ กลับมีร่างบางของเด็กหนุ่มพุ่งเข้าใส่ ธนวินท์ขึ้นมานั่งคร่อมอยู่บนตักชายหนุ่มอย่างไวเมื่อเห็นว่าเขากับลังตะลงจากรถ
“ทำไมอาภพต้องเมินน้องวินด้วยคับ”
“ลงไป”
“ไม่! ตอบน้องวินมาก่อน ทำไมต้องเมินกันด้วย น้องวินอยากได้อาภพคนเดิม~”
“คิดจะทำอะไรลงไปซ๊ะ อย่าให้ฉันต้องโกรธ”
“ไม่คับ งื้อ! อาภพไม่เป็น้องวิน อาภพไม่มีทางเข้าใจหร่อก ทำไมอาภพไม่รักน้องวินบ้างอ่า”
“ธนวินท์!” มือใหญ่คว้าไหล่ของคนตัวเล็กพลักออก แต่ก็ไม่เป็ผลยื่อกันไปมาจนติณภพเป็ฝ่ายหยุดต่อต้านเด็กหนุ่มไปเองส่วนธนวินท์เขาคว้ากอดไปรอบลำคอหนา สายตากวาดมองใบหน้าชายหนุ่ม ก่อนจะค่อยๆ ยื่นใบหน้าเข้าหาเรื่อยๆ ปากอิ่มแดงแตะััลงบนกลีบปากของติณภพ บดจูบอย่างไม่ประสาตามวัย พยายามสอดลิ้นเข้าไปในโพร่งปากชายหนุ่ม ติณภพััได้ถึงรสชาติไวน์รสหวานที่ติดปลายลิ้นของเด็กหนุ่ม แต่เมื่อติณภพนั่งนิ่งเงียบไร้การตอบโต้ เด็กหนุ่มก็สอื่นออกมาจนตัวโยนผละออกมาซบหน้าร้องไห้บนอกชายหนุ่มจนน้ำตาเปียกชุมเขา
“น้องวินรักอาภพ” ธนวินท์ช้อนตามองคนอายุมากกว่าพร้อมบอกความในใจออกไปอีกครั้งหลังจากที่เคยได้พูดบอกออกไปเมื่อสามปีก่อน
“ลงไปได้แล้ว!”
“ฮึก ไม่!” ติณภพมองเด็กหนุ่มตัวน้อยบนตักพรางถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย
“สงบสติอารมณ์ตัวเองลงบ้าง อย่าให้ฉันต้องหมดความอดทนกับเธอ” เขาเค้นเสียงพูดในลำคอบอกเด็กหนุ่มให้หยุดการกระทำของตัวเองลง
“อาใช่คำว่าอดทนเหรอ ฮึก~ แล้วเื่แต่งงานของเรา อาภพจะแต่งกับน้องวินทำไมถ้าไม่ได้รักกันนะ”
“คิดว่าฉันอยากแต่งกับเธอมากนักเหรอ ถ้าไม่ใช้เป็เพราะเื่คืนนั่น คิดเหรอว่างานแต่งจะเกิดขึ้น” ชายหนุ่มถอนหายใจแรงๆ อย่างเบื่อหน่าย เขาอดทนอย่างที่สุดที่ยะไม่ทำแรงๆ โต้ตอบเด็กหนุ่ม ใจเขาอยากสะบัดคนตัวเล็กออกไปให้พ้นหน้าตักด้วยซ้ำ
“อาภพฮึก~” แก้วตากลมใส่สั่นระริก ก่อนน้ำตาจะเออล้นออกมาจากขอบตา เด็กหนุ่มค่อยๆ ขยับตัวผละออกมาในที่สุดเมื่อประโยคคำตอบของชายหนุ่มกระทบจิตใจเขาอย่างจัง
ติณภพเปิดประตูรถลงจากรถแล้วเดินฝ่าสายฝนไปขึ้นรถตัวเองที่จอดอยู่ในลานจอดรถไม่ไกลนัก ก่อนจะขับออกไปด้วยความเร็ว โดยมีสายตาเ็ปของเด็กหนุ่มมองส่งจนลับตา