ตอนที่ 2 เตรียมพร้อม
“อ่าพูดตั้งนานสดชื่นขึ้นหน่อย...เรามาต่อเื่สุดท้ายกัน เื่อุปกรณ์ขอให้แกลืมอุปกรณ์เส็งเคร็งที่มันโฆษณาออกไปจากความคิด เพราะบอกจบแกต้องช่วยฉันแบกบางอย่างไปบนดาวปีศาจแดงเพื่อหาของ...ฉายภาพคลังอุปกรณ์”ชายหนุ่มออกเสียงสั่ง ลูกแสงสีขาวใจกลางห้องลอยออกมาจากเพดาน้า ฉายภาพคลังอุปกรณ์สำคัญบนยานของเขาภาพอุปกรณ์ล้ำยุคนับพันชิ้นในภาพโฮโลแกรมจึงฉายอยู่กลางห้องระหว่างชายหนุ่มกับเดโม่
“มาดูกัน เริ่มจากอันแรกชุดเกราะชีวภาพ โค้ด อบิสสูท(Abyss Suit) ชุดเกราะชีวภาพตัวนี้เป็รูปร่างสิ่งมีชีวิตต่างดาวฉันใช้ความสามารถจับเอเลี่ยนหลงฝูงตัวหนึ่งมาดัดแปลงร่างกาย ปรับแต่งพันธุกรรมเสริมชีวจักรกลกับนาโนแมชชีนหนึ่งพันชนิดเข้าไป ก่อนควักเครื่องในไม่จำเป็และสมองมันออกจบด้วยปรับแต่งเพื่อสวมใส่เวลาสวมใส่แค่เข้าไปในร่างมันเหมือนสวมหนังหุ้มให้หุ่นกลฉันก็ควบคุมร่างมันและใช้เป็เกราะได้ แถมยังปรับแต่งร่างกายให้มีลูกเล่นเยอะพอตัวถึงร่างกายจะคล้ายมนุษย์นิดหน่อย โดยรวมมันก็แปลกเพราะเป็เผ่าพันธุ์มอร์ฟ(Morph)ที่เปลี่ยนแปลงสภาพได้ดี มีความสูงยี่สิบสองฟุตต่างกับฉันสิบห้าฟุตเชียวหน้าตาอัปลักษณ์ไปหน่อยแต่ฉันไม่สน เพราะมันเป็เกราะชีวภาพที่ดีมากจากที่ได้ทดลองใช้มา” เดโม่มองร่างในหลอดทดลอง เหมือนกำลังวิเคราะห์ทำความเข้าใจ ผ่านโฮโลแกรมเสมือนจริง
“ไม่ต้องคิดมากอันนี้ให้แกดูเอาไว้ก่อน เพราะฉันต้องเข้าไปอยู่ในนั้น อันต่อไปสิถึงแกจะต้องแบกเอาไว้”ชายหนุ่มพูดพร้อมดีดนิ้ว เปลี่ยนไปเป็ภาพกล่องอุปกรณ์ขนาดเท่าโลงศพด้านในมีอุปกรณ์แปลกตาอยู่เจ็ดชิ้น
“นี่คือกล่องฉุกเฉินเห็นอุปกรณ์เจ็ดชิ้นในนี่ไหม มันเป็อุปกรณ์สำรองเผื่อชุดเกราะชีวภาพเสียหายจนใช้งานไม่ได้ฉันจะสวมใส่มันเพื่อเอาตัวรอด ชิ้นแรก ปลอกแขนชีวภาพ มันเป็ตัวควบคุมระบบชุดเกราะและตัวจ่ายพลังงานหลักมีส่วนประกอบสามอย่าง” ชายหนุ่มปัดมือภาพปลอกแขนชีวภาพจึงถูกขยายเป็ภาพเดียวและแยกเป็สามส่วน
“ส่วนแรกตัวปลอกแขนเ้านี้เป็ตัวยึดกับแขนของผู้สวมใส่ สามารถปรับตามขนาดมองผิวเผินมันอาจเป็ปลอกแขนทั่วไปแต่ด้านในมันคือชีวจักรกลแบบอาศัยพลังงานจากส่วนที่สองซึ่งมันคือลูกแก้วพลังงานสสารมืด (Orb Dark Matter)ปลอกแขนติดตั้งได้สามลูก ด้านในเห็นไหม” ชายหนุ่มแสดงภาพประกอบโดยให้เดโม่เห็นการประกอบชิ้นส่วนชัดเจนผ่านโฮโลแกรมและอธิบายต่อเหมือนคุณครูกำลังสั่งสอนนักเรียน
“ส่วนแรกกับส่วนสองประกอบกันตัวปลอกแขนจะมีพลังงานสามารถเปลี่ยนพลังงานส่วนหนึ่งเป็โล่พลังงานในจังหวะฉุกเฉินหรือเวลาเข้าตาจนฉันจะใช้ปลอกแขนกระตุ้นให้ลูกแก้วเกิดรอยร้าวและปามันใส่ศัตรู หลังใช้ฉันจะกางโล่พลังงานป้องกันไม่แรงะเิสร้างความเสียหายต่อร่างกาย” ชายหนุ่มนำภาพแผงควบคุมล้ำยุคขนาดจิ๋วในโฮโลแกรมประกอบเข้ากับปลอกแขน
“ส่วนสุดท้ายคือส่วนที่สามแผงควบคุมรูปแบบย่อ เมื่อติดตั้งลงไปในปลอกแขนที่มีครบสองส่วนพลังงานจะถูกส่งเข้าสู่แผงควบคุม เชื่อมต่อระบบประมวลผลหลักที่เป็โปรแกรมควบคุมและลิงก์(Link)กับอุปกรณ์อีกหกชิ้น รวมถึงยานย่อย กรณีเกิดเื่เลวร้ายขั้นสุดยานย่อยถูกทำลาย ชั้นจะเชื่อมต่อปลอกแขนเข้ากับไมโครชิปในร่าง เรียกยานแม่ระดับสูง(MainSpacecraft – S Class)กับยานรบ(Battle ship Spacecraft)และยานช่วยเหลือ(Rescue Spacecraft)มาสมทบอาจต้องใช้เวลา แต่ถ้าเกิดเหตุนั้นขึ้นจริงแกจะต้องเป็ผู้เสียสละร่างกาย”เดโม่ฟังแล้วทำหน้าเศร้า เหมือนชายหนุ่มตรงหน้าพร้อมสละมันทิ้งทุกเวลา
“อย่าเศร้าไปฉันให้แกสละร่างกายเฉยๆ ไม่ได้ทำลายแก ขอแค่ฉันรอดไปได้ ต้องเก็บลูกแก้วจิติญญาของแกติดตัวมาด้วยและสร้างร่างให้ใหม่แน่นอนมาต่อกับชิ้นที่สองกัน หน้ากากชีวภาพ(Biomask) หน้ากากตัวนี้เป็แบบประกบแนบใบหน้าทำงานร่วมกับปลอกแขนมีฟังก์ชันควบคุมอุปกรณ์ที่เหลือ แสดงค่าสถานะร่างกาย แสดงความเสียหายของอุปกรณ์แสดงระดับพลังงาน แสดงสสารในอากาศ วิเคราะห์สภาพแวดล้อม วิเคราะห์วัตถุ กรองอากาศควบคุมแรงดัน แปลข้อความและภาษาต่างดาวสามหมื่นภาษาโดยรวมโมบิทจะคอยช่วยเหลือทำงานตามสถานการณ์” ชายหนุ่มแสดงภาพไบโอมาสก์ในแบบแยกส่วนอย่างละเอียดที่แสนจะซับซ้อนให้เดโม่ดู แล้วเริ่มอธิบายชิ้นต่อไป
“ชิ้นที่สามเกราะชีวภาพรูปแบบย่อย(Semi-Bio armor) ชิ้นนี้ไม่มีอะไรมากพอประกอบรวมกับปลอกแขนและหน้ากาก มันจะสร้างชั้นผิวสีดำครอบคลุมร่างกายป้องกันอันตรายและสภาพอากาศกัดกร่อนได้พอสมควรเมื่อถูกทำลายมันจะสร้างขึ้นมาใหม่ตราบใดที่ยังมีพลังงานอยู่
ต่อชิ้นที่สี่อันนี้คือโดรนชีวภาพขนาดเล็ก(Mini Bio Drone)มีอยู่เพียงชิ้นเดียว ตอนแรกฉันคิดจะเพิ่มมันอีกสักอัน แต่นอกจากสำรวจเป็หูเป็ตาคอยเตือนอันตรายจากระยะไกล มันก็ไม่ค่อยมีประโยชน์เพราะมีอุปกรณ์ชิ้นที่ห้า ฟอลคอน(Falcon) สามชิ้นทำหน้าที่กำจัดสิ่งมีชีวิตและสนับสนุนการต่อสู้มันทำงานภายใต้มินิไบโอโดรนที่ถูกโมบิทควบคุม คอยช่วยเหลือฉันตลอดเวลา”ชายหนุ่มให้เดโม่ดูโดรนทรงกลม รวมกับยานลำจิ๋วที่ดูไม่มีพิษมีภัยมีแค่คนสร้างอย่างเขาที่รู้ว่ามันมีอนุภาคขนาดไหน ก่อนจะเปลี่ยนไปเป็ภาพปืนกลล้ำยุค
“อุปกรณ์ชิ้นที่หกปืนกลพลังงานสสารมืดKSV-122วิธีใช้ไม่ยากแค่ต้องมีโมบิทปลดล็อกระบบในปืน ไม่งั้นจะใช้งานไม่ได้ถ้าใช้กับไบโอมาสก์จะช่วยเล็งเป้าเพิ่มความแม่นยำแต่ฉันมีนาโนแมชชีนในร่างกับตัดแต่งพันธุกรรมรวมไปถึงมีความสามารถในการใช้ปืนตัดปัญหาอุปกรณ์เสริมยิบย่อยในตอนฉุกเฉินได้เลย แค่ยิงเปรี้ยงเดียวต่อให้มันเป็โคตรเหง้าเอเลี่ยนเกราะก็เละไม่เหลือซาก”ชายหนุ่มพูดอย่างภาคภูมิใจ และรีบแสดงอุปกรณ์ชิ้นต่อไปที่เป็ดาบสีแดงอ่อนมีด้ามจับเรียบง่าย การออกแบบมันกลับล้ำสมัยไปไกลโข
“ชิ้นสุดท้ายในกล่องสวิฟเบลด(Swiftblade)ด้ามจับทรงสี่เหลี่ยมเป็หัวใจหลักกล่องใบมีดห้าฟุตสะพายหลังเป็รอง ใบมีดในกล่องมีสี่ใบ สามารถเปลี่ยนใบมีดไปใช้สำหรับการตัดวัตถุต่างชนิดสีแดงตัดร่างกายสิ่งมีชีวิต สีเขียวตัดสิ่งกีดขวางอย่างต้นไม้สีฟ้าตัดสิ่งเหนือธรรมชาติอย่างคลื่นพลังและเกราะพลังงานสีดำตัดร่างสิ่งมีชีวิตที่เป็กรดกัดกร่อน จำเอาไว้ให้ดี เพราะนอกจากในกล่อง ยังมีอุปกรณ์บางอย่างตอนฉันใส่เกราะชีวภาพเพิ่มเติมเข้ามาให้ง่ายต่อการทำงานเข้าใจ๋สุดท้ายแกมีเวลาอีกสองวัน ก่อนเราจะลงไปเก็บแร่อัญมณีสีชาด บนดาวปีศาจแดงเพื่อที่ฉันจะได้เอามาสร้างอุปกรณ์สำหรับจัมพ์ข้ามดาราจักรให้เสร็จจะได้ไม่ต้องมานั่งง่อยรอเวลาเดินทางไปถึงจุดหมาย” ชายหนุ่มบอกเดโม่ และหมุนเก้าอี้ไฮเทคกลับไปมองแผงควบคุมเดโม่กะพริบตาปริบๆแล้วเริ่มอ่านประวัติศาสตร์ควบคู่กับศึกษาอุปกรณ์ที่ชายหนุ่มสร้างขึ้นผ่านฐานข้อมูล
“โมบิทรายงานการสำรวจ”ชายหนุ่มพูดพร้อมตรวจสอบข้อมูลที่โมบิทส่งมาก่อนหน้า
“รับทราบ! ผลการสำรวจล่าสุด พบสิ่งมีชีวิตหกแสนชนิดบนดาวปีศาจแดง จุลชีพสามแสนชนิดพืชสองแสนชนิด ฟังไจห้าหมื่นชนิด หนึ่งหมื่นสี่พันเก้าร้อยสามชนิดเป็สิ่งมีชีวิตต่างดาวสิ่งมีชีวิตแปดหมื่นห้าพันเก้าสิบเจ็ดชนิดที่เหลือไม่สามารถระบุได้แต่จัดอยู่ในหมวดหมู่จุลชีพ จึงจัดเก็บตัวอย่างเข้าสู่ยานลำเลียงเพื่อส่งไปวิจัยในฐานลับในดาราจักรแอนดรอเมดา
ระดับความอันตรายบนดาวปีศาจแดง(RD-x1) ระดับ 7 อันตรายระดับสูงพิเศษ เนื่องจากสภาพอากาศเป็พิษระดับสูงอุณหภูมิสูงเกินหนึ่งสองร้อยห้าสิบองศา พืชหนึ่งแสนชนิดเป็อันตรายร้ายแรงพบสิ่งมีชีวิตต่างดาวที่ถูกระบุเป็อสูรดวงดาวระดับ A 7 ชนิดระดับ B 95 ชนิด ระดับ C 756 ชนิด และมีสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ไม่สามารถระบุชนิดได้นอกจากนี้ยังพบเอเลี่ยนเผ่าพันธุ์ เอนเชี่ยน สไปรท์ (Ancient Sprite) สามตัวซ่อนตัวอยู่บนดวงดาว และค้นพบอารยธรรมระดับสาม สี่แห่งกระจายอยู่ทั่วดาวปีศาจแดง
ระบุความคืบหน้ารอบเหมืองแร่อัญมณีสีชาดโดยรอบมีความอันตรายสูง ความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงถึงหกในสิบภายในเหมืองมีความกว้างสิบเมตร สายแร่อัญมณีสีชาดประเมินไว้สิบตัน ผลจากการสำรวจพบเจออสูรดวงดาวระดับAวิโอลา อสูรประเภทพืชหายาก จำศีลอยู่ใต้เหมืองหากไม่จัดการจะไม่สามารถขุดเหมืองแร่ได้ คำเตือนไม่สามารถจัดการขั้นรุนแรงจึงจำเป็ต้องให้โฮสวิเคราะห์”
โมบิทรายงานชายหนุ่มชายหนุ่มวิเคราะห์ข้อมูลที่อ่านเมื่อครู่ ก่อนคัดกรองข้อมูลและลิงก์ข้อมูลเข้าสู่สมองโดยตรงร่างกายที่เขาดัดแปลงด้วยตัวเองจดจำข้อมูลแม่นยำจำนวนมากได้รวดเร็วแต่การคิดวิเคราะห์ วางแผนยังไงก็ต้องใช้เวลา
“โมบิทเปิดระบบจำลองรอบเหมืองแร่ทั้งด้านนอกและด้านในที่สแกนมา”ชายหนุ่มพูดจบหน้าแผงควบคุมมีภาพโฮโลแกรมฉายขึ้น มันแสดงสภาพแวดล้อมเสมือนจริงให้เขาได้เห็น
“ตอนสำรวจรอบแรกฉันคิดว่าจะใช้จักรกลสังหารจัดการพื้นที่ได้ไม่คิดเลยว่าจะต้องไปเสี่ยงเอง” ชายหนุ่มพึมพำพลางขยายภาพเสมือนจริงไปมาและปรับเปลี่ยนไปมองด้านใน เขาปรับอยู่หลายมุมมอง เพราะ้ามองให้ทะลุปรุโปรงมองอยู่นานสองนานสุดท้ายสิ่งเดียวที่คิดออกมาได้คือเข้าไปติดตั้งอุปกรณ์ในเหมืองแร่ไม่ให้แร่เกิดความเสียหายและใช้หุ่นขุดเจาะทำเส้นทางลงไปจัดการวิโอลา
“โมบิทแสดงห้องจำลองสร้างสภาพแวดล้อมเสมือนจริงรอบเหมืองแร่และในเหมืองแร่ เริ่มสร้างสถานการณ์จำลอง ส่งยานลำเลียงนำจักรกลสังหารระดับสูงสิบตัวกำจัดสิ่งมีชีวิตอันตราย ตามด้วยส่งหุ่นกลสำหรับก่อสร้างหนึ่งร้อยตัวสร้างพื้นที่รอบเหมือง จัดตั้งโดมป้องกันขนาดใหญ่ปกคลุมเหมืองเอาไว้”ชายหนุ่มพูดจบ โมบิทรีบทำภาพเสมือนให้เขาดู ทั้งยังทำการก่อสร้างแบบระบุระยะเวลาจนเป็ภาพใกล้เคียงกับในความคิดของชายหนุ่ม
“ต่อไปจำลองฉันกับเดโม่ติดตั้งอุปกรณ์ระดับสูงครบชุด เพิ่มอุปกรณ์ป้องกันแรงสั่นะเืเข้าไปสิบสองชิ้นสถานการณ์ให้ฉันเข้าไปติดตั้งอุปกรณ์ภายในเหมืองสิบสองจุด”
ภาพเสมือนเริ่มเป็ไปเหมือนคำพูดชายหนุ่มตัวเขากับเดโม่เข้าไปติดตั้งอุปกรณ์โดยไร้อุปสรรคมันดูง่ายเกินไปจนชายหนุ่มต้องเพิ่มบางสิ่งให้ยากขึ้นตามความเป็จริง
“ย้อนกลับไปเริ่มตอนที่ฉันติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ใส่อสูรดวงดาวระดับ C เพิ่มเติมเข้ามาสองชนิดหาตัวที่มีโอกาสโผล่มาในเหมืองได้”ว่าแล้วภาพเสมือนได้ถูกโมบิทย้อนกลับและเพิ่มเติมอสูรดวงดาวระดับ C สองชนิด เดธคริสตัลกับเดวิลสไลม์ ให้กลายเป็อุปสรรคในการติดตั้งอุปกรณ์
ชายหนุ่มนั่งดูภาพเสมือนดำเนินไปเรื่อยๆภาพเขากับเดโมกำลังช่วยกันกำจัดเดวิลสไลม์ตัวสีดำเงารูปร่างเหมือนหยดน้ำมีปีกค้างคาวสองข้างบินอยู่ในเหมือนหลายสิบตัวบางครั้งยังพบเดธคริสตัลสีขาว รูปร่างเป็แท่งหกเหลี่ยมลอยไปมา พวกมันปลดปล่อยกัมมันตภาพรังสีตามทางเดินธรรมชาติในเหมือง
“ใช้ได้ดูน่ารำคาญไปหน่อย แต่ให้เดินไปในเหมืองโล่งๆ มีแร่ให้ขุดง่ายๆ มันดูแปลกพิกลยังไงฉันก็ไม่เชื่อว่า วิโอลาจำศีลอยู่ตัวเดียวจะปลดปล่อยคลื่นพลังอ่อนๆ จนทำให้เหมืองโล่งขนาดนั้นได้..โมบิทสร้างความเป็ไปได้ที่ในเหมืองจะไม่มีอสูรดวงดาววิเคราะห์ดูว่าต้นเหตุมาจากสาเหตุอะไร” ชายหนุ่มบอกโมบิลแล้วคิดต่อแม้ว่าเขาจะคิดเองได้ว่าอาจมีบางอย่าซุกซ่อนอยู่ การให้โมบิทผู้ช่วยมือขวาคิดคำนวณหาความเป็ไปได้เพิ่มเติมอาจช่วยยืนยันความคิดบางอย่างของเขา
ระหว่างรอโมบิทวิเคราะห์หาสาเหตุชายหนุ่มนั่งวิเคราะห์ข้อมูลพลางจัดการตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ตามรายงานแล้วเปลี่ยนไปตรวจสอบข้อมูลตามปกติเหมือนที่เคยทำอยู่เป็ประจำจนเสียงโมบิทดังขึ้น
“ประมวลสำเร็จพบสาเหตุสองอย่างที่มีความเป็ไปได้สูง สาเหตุแรกมีต้นเหตุมาจากอสูรดวงดาวระดับ S ตัวตนอันตรายระดับสูงที่ยังไม่เคยค้นพบวิเคราะห์ผลออกมามีความน่าจะเป็ว่าอสูรดวงดาวระดับ S ได้วิวัฒนาการผิดแปลกและกลายพันธุ์เป็สายพันธุ์ใหม่ให้ใช้ชีวิตโดยอาศัยแร่อัญมณีสีชาดเป็แหล่งอาหารคาดเดาว่าความอันตรายเพิ่มเป็ระดับ S+ โฮสมีโอกาสเสียชีวิต 20%ความเสียหายอุปกรณ์ 20%-30%กรณีย่ำแย่น้อยที่สุด / กรณีย่ำแย่ที่สุดโฮสสูญเสียอวัยวะหกส่วนอุปกรณ์เสียหายทั้งหมด
สาเหตุที่สองต้นเหตุมาจากเอนเชี่ยนสไปรท์ สิ่งมีชีวิตระดับสูงสุดอันตราย รูปร่างคล้ายเทวทูตขนาดเล็กตามเทวตำนานโบราณระดับความอันตราย SS+ซ่อนตัวเพื่อวิวัฒนาการไปสู่สิ่งมีชีวิตเหนือขอบเขตจักรวาลหลบซ่อนตัวรูปแบบพิเศษจึงไม่สามารถตรวจจับได้ คาดว่าหากเป็ไปตามต้นเหตุนี้เมื่อเอนเชี่ยน สไปรท์ วิวัฒนาการสำเร็จอันตรายจะเพิ่มเป็ระดับ EX โฮสมีโอกาสเสียชีวิต 70% ความเสียหายอุปกรณ์90%-100% กรณีย่ำแย่น้อยที่สุด / กรณีย่ำแย่ที่สุดโฮสเสียชีวิตอุปกรณ์เสียหายทั้งหมด โมบิทจะส่งสัญญาณให้กองกำลังทำลายดวงดาว”
ชายหนุ่มหรี่สายตามองภาพโฮโลแกรมเบื้องหน้ารอยยิ้มเขาเผยตรงมุมปาก
“น่าสนุกดีนี่เอาแบบนี้แล้วกัน เรามีเวลาเหลือเฟือเปลี่ยนแผนสักหน่อย โมบิทให้ฐานลับเคลื่อนตัวมาใกล้ดาวปีศาจแดงควบคุมยานแม่ระดับสูงสุดของเรามาพร้อมยานแม่ระดับกลางสองลำ จัดเตรียมยานกักขังที่มีระบบรักษาความปลอดภัยระดับพิเศษหลังจากเราจัดการเื่ในเหมือนแร่เสร็จ เผื่อเจอเอนเชี่ยนสไปรท์กำลังวิวัฒนาการเราจะจับมัน”
“คำเตือนบนดาวปีศาจแดงจับสัญญาณเอนเชี่ยน สไปรท์ได้สามตัวมีความเป็ไปได้สูงจะเกิดเหตุการณ์ที่สอง ไม่แนะนำให้โฮสเสี่ยงอันตราย”โมบิทส่งคำเตือน ภาพจำลองเหตุการณ์เลวร้ายผุดขึ้นมาในโฮโลแกรมไม่หยุด
“หยุดเลยโมบิทมันอันตรายฉันรู้ดี แกไม่คิดหรอว่าฉันอยู่รอดในอวกาศแสนอันตรายมากได้นานขนาดนี้จะไม่เข้าใจว่าสถานการณ์มันเป็ยังไงรึไง แค่ฉันหวังนิดๆให้มีเื่ผิดพลาดระหว่างมันวิวัฒนาการ เราจะได้จับตัวมันและหนีไปต่อให้เสียยานแม่ระดับสูงสุดก็มีแต่คุ้มกับคุ้ม คิดดูสิถ้าได้ดีเอ็นเอมันมาดัดแปลงยกระดับชีวจักรกล รูปแบบสิ่งมีชีวิตเสมือนอย่าว่าแต่วิโอลาเลย ัยังจัดการได้ง่ายไม่ต้องมานั่งวางแผนซับซ้อนให้ปวดหัว”
“ยืนยันเป้าหมายโฮส ปรับแผนตามความ้าจัดระบบสำหรับเริ่มแผนฉุกเฉินระบบกำลังเตรียมความพร้อม..เริ่มปรับเปลี่ยนวิถีวงโคจรให้ตรงตามแผนจัดเตรียมอุปกรณ์เพิ่มเติม สร้างแผนสำรองฉุกเฉิน”
โมบิทรายงาน ข้อมูลผ่านสายตาชายหนุ่มรวดเร็วถึงจะเร็วแค่ไหนเขาสามารถรับรู้ข้อมูลทั้งหมดได้เขายังเห็นรายละเอียดแผนปรับวิถีวงโคจรฐานลับแห่งหนึ่งว่าต้องเคลื่อนตัวผ่านหลุมดำ(Black Hole) วิถีโคจรจึงเปลี่ยนแปลงไปแผนรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินที่โมบิทเพิ่มเข้ามาเองเพื่อความปลอดภัยของเขา รวมกับอุปกรณ์เพิ่มเติมนอกจากที่เขา้ายังเพิ่มเข้ามา
“้าได้รับอนุญาตการเข้ารหัส เพื่อปลดล็อกสิทธิอำนาจสูงสุดในการเข้าถึงการควบคุมฐานลับควบคุมยานแม่ระดับสูงสุด ระดับ อัลตร้า(Ultra) โค้ดเนมเดสทรอยเยอร์(Destroyer) และควบคุมยานแม่ระดับสูงสุด ระดับอัลตร้า(Ultra) โค้ดเนม เนเมซิส(Nemesis)ในกรณีฉุกเฉิน”
ข้อความแจ้งเตือนสีแดงแสดงข้อความตามคำร้องของโมบิทเด้งขึ้นมาเบื้องหน้าชายหนุ่ม
“AndrewSmith Millerspace Confirm, Start operation”
“ยืนยันสิทธิ์ โมบิทได้รับสิทธิอำนาจสูงสุดชั่วคราวจนกว่าจะจบปฏิบัติการจาก แอนดรูว์ สมิธมิลเลอร์สเปซ เริ่มปฏิบัติการเก็บแร่อัญมณีสีชาดสังหารอสูรดวงดาววิโอลาและจับตัวเอนเชี่ยน สไปรท์”