หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 8 ศึกในป่าหิน

            ยอดเขาหมิงเฟิงสูงตระหง่านกว่าพันจั้งบนไหล่เขาเต็มไปด้วยซากโบราณ

            ขณะเดินไปตามทาง หนิงเทียนจะสัมผัสถึงกลิ่นอายของเมล็ดพันธุ์ในป่าได้อยู่เสมอทว่าเขาก็ต้องกลับมามือเปล่าทุกครา

            หลินเสี่ยวซินพูดด้วยรอยยิ้ม“เจ้ายังไม่ได้ปลุกทักษะพิเศษจึงไม่สามารถใช้พรสวรรค์โดยกำเนิดของรากบ่มเพาะได้โอกาสที่จะคว้ารากบ่มเพาะมาด้วยมือเปล่านั้นแทบเป็นศูนย์”

            บ้าเอ๊ย!

            หนิงเทียนได้ยินดังนั้นก็ไม่พอใจอย่างมากทั้งที่เขาสัมผัสได้ถึงรากบ่มเพาะแล้ว แต่กลับไม่อาจคว้ามาได้ ช่างน่าหงุดหงิดเสียจริง

            “ดูเหมือนข้าต้องปลุกทักษะให้ได้โดยเร็ว”

            ยามนี้หนิงเทียนอยู่ในขอบเขตรวบรวมขั้นเก้าช่วงต้นขณะที่การปลุกทักษะจำเป็นต้องอยู่ในช่วงปลาย และเมื่อพิจารณาเส้นลมปราณอันมหึมาของตนแล้วไม่ต้องเดาก็รู้ว่าต้องใช้พลังวิญญาณมากเพียงใด

            ระหว่างทางขึ้นยอดเขาหมิงเฟิงมีป่าหินโบราณตั้งอยู่ที่นั่นมีพืชพรรณบางตา และยามนี้ก็มีผู้บำเพ็ญจำนวนมากมารวมตัวกัน

            “ว้าว! มีคนอยู่ตรงซากโบราณเยอะเชียว”

            ทันทีที่หนิงเทียนมาถึงก็เห็นว่าผู้บำเพ็ญหลายสิบคนกำลังเดินสำรวจพลางสัมผัสเศษซากปรักหักพังในป่าหินทั้งยังกวาดสายตาไปรอบๆ อย่างถี่ถ้วนราวกับเกรงว่าตนจะพลาดของดี

            “ที่นี่จะมีโชคอยู่บ้างไหมนะ?”

            เขาเห็นความคาดหวังบางอย่างในสายตาของคนเหล่านี้อีกทั้งรากพฤกษาในร่างก็เริ่มสั่นรัว เขาจึงรับรู้ได้ว่าที่แห่งนี้มีรากบ่มเพาะซ่อนอยู่

            “จะรีดไถพวกเขาอย่างไรให้สมเหตุสมผลดี?”

            บริเวณนี้มีคนจำนวนมากหากใช้ความรุนแรงคงจัดการได้เพียงสองสามคนและคนอื่นๆ ก็จะหนีเตลิดไป ดังนั้น เขาต้องคิดอย่างรอบคอบ

            เขาเดินเข้าไปในป่าหินพร้อมมองไปรอบๆเพื่อเสาะหาเป้าหมาย

            “ไชโย! ข้าพบแล้ว!” หนิงเทียนร้องขึ้นอย่างตื่นเต้นแล้ววิ่งไปยังเสาหินโดยพลันก่อนจะยัดบางสิ่งเข้าสู่อ้อมแขนอย่างรวดเร็ว

            “เจ้าพบสิ่งใด? จงเอาออกมา”

            “ส่งมา!ไม่เช่นนั้นข้าคงต้องจัดการเจ้า”

            “เจ้าคนป่านี่มาจากที่ใด?กล้าดีอย่างไรมาปล้นของของข้า? รีบส่งมันมาเดี๋ยวนี้!”

            เพียงครู่เดียวก็เกิดเสียงเซ็งแซ่พร้อมการรวมตัวตรงเสาหินของผู้บำเพ็ญเพื่อกักบริเวณหนิงเทียน

            หนิงเทียนยืนบนเสาหินด้วยสีหน้าหงุดหงิดเห็นได้ชัดว่าเขาเริ่มเสียใจกับความตื่นเต้นของตนเมื่อครู่นี้แล้ว

            หลินเสี่ยวซินยืนอยู่นอกฝูงชนนางพูดสิ่งใดไม่ออก ชายผู้นี้สามารถสร้างปัญหาได้ทุกที่ที่เขาไปเสียจริง

            เจ้าพบสมบัติแล้วก็แค่จากไปเงียบๆไม่ได้หรือ? จะโห่ร้องทำบ้าอะไร?

            เอาละ ทุกคนกำลังจับจ้องเขาอยู่มาดูกันว่าคราวนี้จะหลบหนีได้อย่างไร?

            “เจ้าคนต่ำช้า หูหนวกหรือ?รีบส่งของมา!” ชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่งเดินถือท่อนเหล็กพร้อมขู่คำรามหนิงเทียนด้วยท่าทีสง่างาม

            คนมากมายในบริเวณใกล้เคียงต่างหวาดกลัวจนต้องถอยหนี

            “หยวนลี่จากสำนักร้อยอสูร! เขาทั้งแข็งแกร่งและดุร้าย”

            “หากสิ่งใดตกสู่เงื้อมมือของเขาแล้วเกรงว่าผู้อื่นจะไม่มีหวังอีก”

            ผู้บำเพ็ญหลายคนหวาดกลัวหยวนลี่และไม่อยากยั่วยุเขา

            หนิงเทียนพูดอย่างหดหู่“ทำไมข้าต้องฟังเจ้า?”

            “ข้าแข็งแกร่งกว่าเจ้าหลายพันเท่าหากเจ้าไม่มอบของมา ข้าจะทุบตีเจ้าให้ตาย!” หยวนลี่เป็นคนอารมณ์ร้อนเขาพุ่งหาหนิงเทียนโดยตรง

            “เจ้ากำลังรังแกข้าด้วยสิ่งที่ข้าหามาอย่างยากลำบาก”

            “ข้ารังแกเจ้าแล้วอย่างไร?”หยวนลี่ถามพร้อมเหวี่ยงท่อนเหล็กฟาดไปทางหนิงเทียน

            เขาอยู่ในขอบเขตรวบรวมขั้นเก้าทั้งยังปลุกทักษะแล้วนอกจากนี้รากบ่มเพาะของเขายังมาจากรากลิงวิญญาณ ซึ่งมีพละกำลังมหาศาลถึงขนาดยกภูเขาได้

            หยวนลี่มีรูปร่างสูงและกำยำความแข็งแกร่งก็ไม่ธรรมดา ยิ่งปลุกทักษะพิเศษแล้วเขายิ่งมีพลังเพิ่มเป็นทวีคูณจนสามารถปลดปล่อยพลังแขนได้เป็นสองเท่าในชั่วพริบตาซึ่งเพียงพอที่จะกวาดล้างบรรดาผู้ร่วมขอบเขตทั้งหมด ดังนั้น ผู้ที่ทราบรายละเอียดนี้ย่อมไม่กล้ายั่วยุเขา

            หนิงเทียนพยายามหลบหลีกขณะที่ท่อนเหล็กวืดกระแทกพื้นไปมาจนเกิดฝุ่นฟุ้งกระจาย

            “พวกเจ้าคิดว่าคนผู้นี้จะทนได้กี่กระบวนท่า?”

            “สามกระบวนท่าก็มากเกินพอแล้ว”

            “หากปราดเปรื่องเสียหน่อยอาจทนได้อีกสักพักแต่หากประมาทเลินเล่อ หยวนลี่ก็สามารถเอาชนะได้ด้วยการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียว”

            เหล่าผู้ชมการต่อสู้ต่างพูดคุยกันพวกเขาเห็นพ้องต้องกันว่าหยวนลี่เป็นฝ่ายชนะแน่นอน

            “เจ้ารังแกกันเกินไปแล้ว!” หนิงเทียนยังคงหลีกหนีอย่างต่อเนื่อง แต่การเคลื่อนไหวของหยวนลี่ก็โหดเหี้ยมขึ้นเรื่อยๆ

            นี่ไม่ใช่การชิงสมบัติทั่วไปแต่เป็นการจงใจสังหาร!

            หยวนลี่หัวเราะเยาะแล้วกล่าวว่า“ใต้หล้านี้มีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่อยู่รอด หากได้เกิดใหม่ในภพหน้า เจ้าต้องไม่ลืมพกความฉลาดไปด้วย”

            ทันใดนั้นท่อนเหล็กก็ฟาดลงมาอย่างแรงหนิงเทียนชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาเย็นชาแฝงประกายแห่งเปลวเพลิง และทันทีที่เขาบิดข้อมือขวาพลังวิญญาณก็มารวมตัวอยู่ที่ปลายนิ้ว ดอกไม้บินห้าดอกค่อยๆ แย้มกลีบ พร้อมลอยหมุนวนอย่างน่าหลงใหล

            เมื่อดอกไม้บินบานสะพรั่งรัศมีใบมีดก็ปลิวว่อนอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า ก่อนจะพุ่งกระแทกท่อนเหล็กของหยวนลี่อย่างรุนแรงราวภูเขาถล่มแขนของหยวนลี่จมลงไปในห้วงแรงกดดันและเปล่งเสียงคำรามแห่งความเคืองแค้นออกมา

            พื้นกรวดแตกร้าว ฝุ่นขาวฟุ้งกระจายคลื่นกระแทกแผ่ขยายไปโดยรอบ

            “ให้ตายเถอะนี่มันเกิดอะไรขึ้น?”

            “เห็นไม่ชัดแต่เหมือนจะเป็นการต่อสู้ที่สูสี”

            “เจ้าหนุ่มนั่นสามารถต่อกรกับหยวนลี่แบบตัวต่อตัวได้หรือ?นี่ไม่ใช่การรนหาที่ตายใช่ไหม?”

            แม้จะเห็นการโต้กลับที่ทรงพลังทว่าเหล่าผู้ชมก็ยังไม่มองหนิงเทียนในแง่ดี พวกเขายังปักใจเชื่อว่าหยวนลี่จะชนะ

            หลินเสี่ยวซินเริ่มกังวลเล็กน้อยแต่นางก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้มากนัก ทำได้แค่เป็นห่วงเท่านั้น

            “วัวสูงม้ามหึมา[1]ก็ไม่ได้ทรงพลังนักนี่” หลังจากหนิงเทียนโจมตีกลับ เขาก็เริ่มมั่นใจมากขึ้น

            วิชาทะยานหลงเงาตัดผกาปรากฏขึ้นอีกครั้งคราวนี้มีเพียงสองดอกไม่ใช่ห้า จากนั้นก็มุ่งหน้าหาอีกฝ่ายพร้อมพลังในมือ

            หยวนลี่ถอยหลังไปสองก้าวและคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว

            เขาเป็นใคร?

            นี่ไม่สมเหตุสมผลเสียเลยที่ผู้แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาขอบเขตเดียวกันจะถูกหนุ่มหน้าขาวผู้หนึ่งโต้กลับ

            “เพิ่มพลังทวีคูณ!” หยวนลี่เปล่งเสียงดุดันก่อนจะฟาดท่อนเหล็กในมือลงมาจนเกิดเสียงน่าสะพรึงกลัว

            ดวงตาของหนิงเทียนเต็มไปด้วยพละกำลังพลังวิญญาณบนปลายนิ้วกลายเป็นใบมีดคม แล้วส่งเสียงพึมพำผสานกับพลังอันน่าสยดสยอง

            เคร้ง! เคร้ง!

            ท่อนเหล็กและใบมีดปะทะกันกลางอากาศจนเกิดเสียงกัมปนาทหนิงเทียนยังคงนิ่งเฉย ทว่าร่างของหยวนลี่กลับสั่นสะท้าน เหล็กแกร่งหลุดออกจากมือทั้งยังกระแทกหน้าอกจนเขาลอยไปชนเสาหิน

            “อั๊ก!” เสียงความเจ็บปวดดังออกมาจากปากของหยวนลี่

            ฉากนี้อยู่เหนือความคาดหมายทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ล้วนพูดไม่ออก ทั้งยังมองอย่างเหลือเชื่อ

            “บ้าเอ๊ย! นี่มันเรื่องบ้าอะไร? หยวนลี่จงใจอ่อนให้หรือ?”

            “ให้ตายเถอะจะมีผู้ใดยอมอ่อนให้เช่นนี้อีก?”

            “หยวนลี่ดุร้ายมากเหตุใดถึงพ่ายแพ้เขาได้?”

            ทุกคนสับสน สิ่งที่ประจักษ์แก่สายตาเมื่อครู่นั้นยากที่จะเชื่อ

            มีเพียงหลินเสี่ยวซินที่แสดงความโล่งใจออกมาพลังของชายผู้นี้ช่างโหดเหี้ยมยิ่งนัก

            “เจ้าจะทำอะไร?” หยวนลี่เลือดกบปาก ยิ่งเห็นหนิงเทียนเข้ามาใกล้ ใจของเขาก็ยิ่งบีบรัด

            “รังแกเจ้าไง!” หนิงเทียนคว้าเท้าซ้ายของหยวนลี่แล้วยกชายร่างสูงกำยำขึ้นมาจากนั้นก็ทุ่มเขาลงจนเกิดเสียงร่างกระทบพื้น ทุกคน ณ ที่แห่งนี้ล้วนแสดงสีหน้าเจ็บปวด

            หยวนลี่กรีดร้องอวัยวะภายในของเขาแทบแหลกละเอียด สภาพที่ปรากฏตรงหน้าค่อนข้างน่ากลัว

            หนิงเทียนแกะถุงมิติของหยวนลี่ออกมาเมื่อเปิดดูก็พบว่านอกจากหินวิญญาณที่มากกว่าหนึ่งโหลแล้ว ยังมีรากบ่มเพาะอีกด้วย

            “ว้าว! สิ่งนี้ยอดเยี่ยมมาก”

            เมื่อหนิงเทียนหยิบรากบ่มเพาะออกมาก็ดึงดูดความอิจฉาของผู้คนนับไม่ถ้วนทันที เพราะมูลค่าของรากชิ้นนี้สูงถึงหินวิญญาณหนึ่งพันก้อน

            “เจ้าเด็กเหลือขอไร้ชื่อเสียงเรียงนามมันลงมืออย่างโหดเหี้ยม จัดการมัน!”

            หยวนลี่ไม่ได้อยู่เพียงลำพังเขายังมีสหายร่วมทางและสหายร่วมสำนัก

            “ผู้ที่สยบเจ้าเด็กนั่นได้ก่อนคือผู้แข็งแกร่ง! หากทำได้ก็รับรางวัลเหล่านั้นไป!”

            สิ้นเสียงตะโกน สงครามแย่งชิงรากบ่มเพาะก็เริ่มต้นทันที

            “คิดจะปล้นข้าหรือ? หึๆ ข้าก็อยากปล้นพวกเจ้าเช่นกัน” หนิงเทียนเบี่ยงกายไปด้านข้างแล้วโบกสะบัดแขนขวาพร้อมกวัดแกว่งกระบี่ซึ่งควบแน่นด้วยมวลพลังวิญญาณอันยิ่งใหญ่

            หลินเสี่ยวซินบ่นขึ้นอย่างรู้ทัน“เขาต้องจงใจทำเช่นนี้เป็นแน่”

            ในป่าหินมีผู้บำเพ็ญอยู่หลายสิบชีวิตนอกจากหลินเสี่ยวซินแล้ว คนอื่นๆ ล้วนเข้าโอบล้อมหนิงเทียนเพื่อรอฉวยโอกาสจากสถานการณ์คับขันนี้

            เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูจำนวนมากเพียงลำพังหนิงเทียนก็เต็มไปด้วยจิตวิญญาณอันกล้าหาญ แต่สุดท้ายเขาก็พบกับวิกฤต

            แม้เขาจะครอบครองเส้นลมปราณฟ้าประทานทั้งเก้าแต่ก็ไม่อาจต้านทานการจู่โจมของฝูงชนนับสิบได้ ไม่นานเขาก็ได้รับบาดเจ็บ ทว่ายังคงเปี่ยมไปด้วยความโหดเหี้ยมดังเดิม

            “ทะยานหลงเงาตัดผกา!”

            จิตวิญญาณนักสู้ของหนิงเทียนนั้นสูงส่งยิ่งอีกทั้งพลังของเขาก็น่าอัศจรรย์ กระบี่อยู่ยงคงกระพัน ไม่จำเป็นต้องอาศัยทักษะอื่นใดเขาแค่ต้องรับมือศัตรูด้วยความแข็งแกร่งเท่านั้น

            เส้นลมปราณฟ้าประทานทั้งเก้ามีข้อได้เปรียบพิเศษในด้านนี้แม้จะอยู่ในช่วงต้น แต่พละกำลังของเขาก็เหนือกว่าผู้บำเพ็ญช่วงสมบูรณ์เป็นอย่างมาก

            ในการต่อสู้ระยะประชิดหนิงเทียนต้องเผชิญกับวิกฤตต่างๆ เช่น กลุ่มผู้บำเพ็ญซึ่งปลุกทักษะแล้ว พวกเขาจะมีทั้งทักษะความเร็วทักษะเสริมความแข็งแกร่ง ทักษะผสมผสานระหว่างความแข็งแกร่งและนุ่มนวลทักษะเถาวัลย์รัดร่าง ตลอดจนทักษะเจาะทะลุ ซึ่งทักษะเหล่านี้ล้วนป้องกันได้ยาก และเพิ่มความลำบากให้เขา

            ดังนั้น เขาจึงอาศัยความมุทะลุของตนแล้วจดจ่อกับการต่อสู้ที่ยาวนานกว่าหนึ่งเค่อ[2]จนสุดท้ายก็สามารถกำราบทุกคนให้ล้มลงไปกองอยู่กับพื้นได้

            “ฮ่าๆ หินวิญญาณทั้งหมดเป็นของข้าว้าว! เจ้ามีรากบ่มเพาะด้วย”

            หลังจากปล้นสัมภาระของพวกเขาแล้วหนิงเทียนก็ได้รากบ่มเพาะเพิ่มมาถึงสามชิ้น ทั้งยังมีหินวิญญาณอีกหนึ่งกองใหญ่ นอกจากนี้เขายังรวบรวมอาวุธทุกชนิดที่มีประโยชน์ไว้ในกำไลหยกหยวนอีกด้วย

            “เจ้ามันโจรไร้มโนธรรม! เอาหินวิญญาณของข้าคืนมา ฮือๆ”

            ภาพตรงหน้าช่างน่าสังเวชทั้งยังมีเสียงก่นด่าดังขึ้นตลอดเวลา

            “หากยังด่าข้าอีกข้าจะเปลื้องผ้าพวกเจ้าให้หมด แล้วจับห้อยไว้บนต้นไม้”

            “เจ้ากล้าดีอย่างไร? เอ่อ...ไม่นะพี่ใหญ่! อ๊า! กางเกงข้า...”

            หนิงเทียนเชือดไก่ให้ลิงดู[3]เขาเปลื้องผ้าคนผู้หนึ่งจนเปลือย ก่อนจะนำไปห้อยบนต้นไม้ให้นกชมส่งผลให้คนอื่นๆ กลัวจนต้องหุบปากสนิท

            แม้หนิงเทียนจะบาดเจ็บสาหัสแต่เขาก็มีความสุขกับรากบ่มเพาะสี่ชิ้นและหินวิญญาณอีกหลายร้อยก้อนในมืออย่างมาก

            หลินเสี่ยวซินค่อยๆ ประคองหนิงเทียนออกไปจากนั้นทั้งสองคนก็พากันหาที่หลบซ่อนในป่าทึบ

            “สาวน้อย มานี่สิหินวิญญาณสองก้อนนี้คือรางวัลของเจ้า”

            ก่อนหน้านี้หลินเสี่ยวซินได้รับบาดเจ็บและหินวิญญาณเพียงก้อนเดียวของนางก็ถูกหนิงเทียนแย่งชิงไป ดังนั้น ความเร็วในการฟื้นตัวจึงต่ำลง

            “ที่แท้เจ้าก็ยังมีจิตสำนึกอยู่บ้าง”นางรับหินวิญญาณมาดูดซับพลังเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บและในขณะเดียวกันก็ให้ความสนใจกับการเคลื่อนไหวรอบด้าน

            หนิงเทียนก็ดูดซับพลังวิญญาณเพื่อรักษาบาดแผลเช่นกันทว่าสิ่งที่เขาทำนั้นกลับทำให้หลินเสี่ยวซินตกใจ

            “ผู้บำเพ็ญขอบเขตรวบรวมขั้นเก้าดูดซับพลังวิญญาณทั้งหมดในหินวิญญาณหนึ่งก้อนระดับพลังจะลดลงไปถึงครึ่งเดือน และวันนี้เจ้าก็ดูดซับไปแล้วสองก้อน มากเช่นนี้ร่างกายย่อมทนไม่ไหวแน่หากเจ้ายังดูดซับหินวิญญาณสี่ก้อนในเวลาเดียวกันเพิ่มอีก นี่จะไม่ต่างจากการแสวงหาความตาย”

            หนิงเทียนไม่ได้ใส่ใจคำพูดของนางเขามีเส้นลมปราณฟ้าประทานทั้งเก้าจะมาใช้มาตรฐานเดียวกับคนทั่วไปได้อย่างไร?

            ในกระบวนการรักษาตัว เขาสนใจเพียงสถานการณ์ของตนเท่านั้น

            ขอบเขตรวบรวมขั้นเก้าแบ่งออกเป็นสี่ช่วงได้แก่ ช่วงต้น ช่วงกลาง ช่วงปลาย และช่วงสมบูรณ์ผู้ที่มีพลังวิญญาณน้อยกว่าสามส่วนของความจุรวมของเส้นลมปราณจะถือว่ายังอยู่ในช่วงต้นหากมีสี่ถึงหกส่วนจะอยู่ในช่วงกลาง เจ็ดถึงเก้าส่วนคือช่วงปลายซึ่งสามารถปลุกทักษะได้และสิบส่วนก็คือช่วงสมบูรณ์

            ยามนี้หนิงเทียนอยู่ในช่วงต้นของขอบเขตรวบรวมขั้นเก้าทว่าช่วงต้นนั้นมีขนาดกว้างใหญ่เพียงใดเขาเองก็ไม่อาจทราบได้

            ในเวลานี้หนิงเทียนจึงพยายามตรวจสอบอย่างจดจ่อแต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับทำเอาเขาพูดไม่ออก

            หลังจากชดเชยการใช้พลังวิญญาณก่อนหน้านี้แล้วหนิงเทียนก็พบว่าปริมาณพลังวิญญาณทั้งหมดในร่างเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของความจุในเส้นลมปราณเท่านั้น

            นี่มันช่วงโคตรเริ่มต้นชัดๆไม่ต่างจากทารกฝึกคลานเลย!

            หนิงเทียนหดหู่ใจอย่างมากโชคดีที่เขามีหินวิญญาณอยู่ในมือ

            ขณะดูดซับหินวิญญาณ เขาก็ให้ความสนใจกับการเปลี่ยนแปลงของพลังวิญญาณในร่างไปพร้อมกันหลังจากลองคำนวณซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในที่สุดเขาก็ได้ข้อสรุป

            ทุกครั้งที่ดูดซับหินวิญญาณสิบก้อนปริมาณพลังวิญญาณในร่างกายของเขาก็จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย...

            “ให้ตายเถอะ! ต้องใช้เวลาบำเพ็ญอีกกี่เดือนกี่ปี ข้าถึงจะอยู่ในช่วงปลายของขอบเขตรวบรวมขั้นเก้าและปลุกทักษะขึ้นมาได้เล่า?”

            น่าหดหู่ยิ่งนักข้าต้องใช้หินวิญญาณอีกกี่พันก้อนกัน?

    ---------------------------------------

    [1] วัวสูงม้ามหึมา (牛高马大) หมายถึง คนที่มีรูปร่างสูงและแข็งแกร่ง

    [2] เค่อ (刻) เป็นคำบอกเวลาของจีน โดย 1เค่อ เท่ากับ 15 นาที

    [3] เชือดไก่ให้ลิงดู (杀鸡儆猴) มีความหมายว่า ทำโทษเป็นเยี่ยงอย่างเพื่อไม่ให้คนอื่นทำตาม

    คล้ายกับเรื่องหนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ) ที่คุณอ่าน

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    152K 152
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    จอมยุทธ์ซุปตาร์

    จอมยุทธ์ซุปตาร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    280K 462
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912