“ มุ่งตรงมาที่นี่เลยเหรอ เกิดอะไรขึ้นกันแน่ทำไมพวกเขาดูเร่งรีบแบบนั้นกัน ”
เจ้าหน้าที่หยางลุกขึ้นนั่งหลังจากที่ร่างกายกลับมาเป็นปกติ สิ่งที่เห็นสร้างความสงสัยให้เขาไม่น้อยเพราะได้ข่าวมาว่าขุมอำนาจใหญ่อย่างเช่นตระกูลเจียงและตระกูลหานพาคนเข้ามา 200 คนเพื่อสำรวจที่นี่
ด้วยระดับพลังของพวกเขาคงไม่ยากที่จะสำรวจซากโบราณสถานแห่งที่ 2 เพราะมีเลเวลร้อยอยู่หลายคน แต่สิ่งที่ทำให้เขาสงสัยคือจำนวนคนจากทั้งสองตระกูลยังเท่าเดิม ไม่มีใครแยกตัวออกไปล่าในพื้นที่รอบๆ
ไอเทมที่ใช้แทนอวัยวะเทียมหายากมาก ต่อให้มันจะเป็นไอเทมเลเวลต่ำแต่เป็นไอเทมที่สามารถเติบโตไปพร้อมกับเจ้าของ ตระกูลเจียงและตระกูลหานกลับส่งคนมาที่ซากโบราณสถานทั้งหมดไม่ได้แยกกลุ่มออกไปล่ามอนสเตอร์รอบๆเลย
“ เฉินห่าว นายไปทำอะไรให้พวกเขาระแวงหรือเปล่า ”
“ ทำไมโยนมาให้ผมล่ะพี่ ”
“ ฉันอยากรู้ว่าการล่าของนายเป็นยังไง ทำไมตระกูลใหญ่จึงจ้องมาที่ซากโบราณสถานแห่งที่ 2 เลย ”
“ ผมก็แค่ล่าปกตินั่นแหละ ตัวไหนเลเวลสูงก็หนี ตัวไหนเลเวลน้อยก็แค่ฆ่า ”
“ ฆ่าไปมากแค่ไหนกัน ”
“ ผมบอกไม่ได้หรอก เดี๋ยวจะซวยเอา ”
เฉินห่าวไม่ตอบคำถามใดๆอีก เขาทำเพียงมองดูคนจากขุมอำนาจที่เดินตามกันมาเป็นขบวนโดยขออาศัยการเดินทางของตระกูลเจียงและตระกูลหานเปิดทางนำหน้าให้ จนกระทั่งพระอาทิตย์ค่อยๆส่องแสงจนกลับมามองเห็นรอบๆได้ง่ายยิ่งขึ้น เหล่าฮันเตอร์ที่ผ่านซากโบราณสถานหมายเลข 1 ก็เริ่มเดินผ่านพวกเขาเป็นพันคน
“ มีใครปล่อยข่าวอะไรหรือเปล่าหว่า หรือว่าพวกเขาจะล่าช่วงหลังจากสำรวจซากโบราณสถานเสร็จ ”
เจ้าหน้าที่หยางลูบคางด้วยความสงสัย เขาไม่เข้าใจพฤติกรรมของฮันเตอร์
จากที่เฝ้าจับตามองผู้คนมาทั้งชีวิต เหล่าฮันเตอร์ไม่ควรจะรวมกลุ่มกันเช่นนี้ พวกเขาควรจะกระจายกำลังกันออกไปรอบๆเพื่อไล่ล่ามอนสเตอร์และสมุนไพรในพื้นที่ที่ไม่รู้จัก หลังจากนี้ค่อยกลับมารวมตัวกันที่หน้าทางเข้าซากโบราณสถานหมายเลข 2 แล้วเข้าไปล่าภายในนั้นอีกครั้ง
การสำรวจซากโบราณสถานเป็นลำดับแรกไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะคนที่ออกจากซากโบราณสถานส่วนใหญ่ไม่มีใครตั้งค่ายพักฟื้น ส่วนใหญ่จะรีบเดินทางกลับเนื่องจากกลัวถูกปล้น การจะล่าในช่วงขากลับจึงเป็นไปไม่ได้เขาจึงสงสัยพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป
“ เกิดอะไรขึ้นเหรอพี่หยาง ”
“ นายแน่ใจนะว่าไม่ได้ทำอะไร ”
“ ผมบอกความจริงก็ได้ ผมล่ามอนสเตอร์เลเวลต่ำกว่า 100 ไปหมดแล้ว ”
คิ้วทั้งสองของเจ้าหน้าที่หยางเลิกขึ้นสูง เขาหายสงสัยแล้วถึงสาเหตุที่ทำให้ฮันเตอร์จับกลุ่มกันมุ่งหน้าไปยังซากโบราณสถานหมายเลข 2
“ มีใครเห็นนายไหม ” เจ้าหน้าที่หยางสอบถามอีกเพราะยังมีเรื่องสงสัย ต่อให้เฉินห่าวจะล่ามอนสเตอร์ไปมากมาย อย่างไรเขาก็ต้องถูกล่า เพียงแต่ว่าฮันเตอร์ที่เข้ามายังคงรวมกลุ่มกันไม่คิดไล่ล่าคนที่สังหารมอนสเตอร์ในพื้นที่รอบๆเลย
“ ไม่น่ามีคนเห็นนะ มีแต่คนพยายามตามไปดูว่าผมทำอะไรก็เท่านั้น ”
“ งั้นไม่แปลกที่พวกเขาจะไปรวมกันที่หน้าซากโบราณสถานหมายเลข 2 ”
เจ้าหน้าที่หยางเข้าใจทุกอย่าง ดูเหมือนว่าการสังหารของเฉินห่าวจะกระตุ้นความกลัวของกลุ่มที่เข้ามาให้คิดว่ามีสิ่งที่อันตรายอยู่รอบๆ การส่งคนออกไปเก็บเกี่ยวพื้นที่รอบๆจึงมีความเสี่ยงสูงไม่ต่างจากการเข้าสู่ซากโบราณสถานหมายเลข 2 ดังนั้นทุกคนจึงมุ่งเป้าไปที่การสำรวจซากโบราณสถานหมายเลข 2 แทน
ภายใต้ความเสี่ยงที่ใกล้เคียงกัน อย่างไรซากโบราณสถานหมายเลข 2 ก็ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า
เจ้าหน้าที่หยางมองฮันเตอร์แต่ละกลุ่ม สลับกับมองเฉินห่าวที่นั่งอยู่ใกล้ๆ แววตาของอีกฝ่ายไม่แสดงความรู้สึกใดออกมาเลย แต่เขาสัมผัสได้ว่าเฉินห่าววางแผนจะทำบางอย่าง
การล่าของเขาคงไม่ได้มีจุดประสงค์แค่เก็บวัตถุดิบจากมอนสเตอร์เท่านั้น เขาคงวางแผนให้ฮันเตอร์เลิกล่ารอบๆ
สิ่งที่เขาจะได้รับจากการบีบให้ฮันเตอร์มารวมกันที่ซากโบราณสถานคือการเร่งการสำรวจให้เร็วขึ้นไปอีก ส่วนสาเหตุที่เขาเร่งฮันเตอร์เข้าไปสำรวจไม่จำเป็นต้องถามให้มากความ เพียงประโยคสั้นๆของเขาตอบทุกอย่างที่เฉินห่าวทำลงไป
“ จะรีบออกไปหาลูกสาวสินะ ”
“ รีบอะไรพี่ ผมก็แค่ล่าธรรมดาๆเท่านั้น ”
“ โอเค ฉันก็นึกว่านายตั้งใจล่อให้ฮันเตอร์มารวมตัวกัน ที่แท้มันก็แค่เรื่องบังเอิญสินะ ”
เฉินห่าวยิ้มเล็กน้อย เจ้าหน้าที่หยางเป็นคนแรกที่เขาอยากจะพูดคุยด้วยเพราะเหมือนจะตามเกมของเขาที่วางแผนเอาไว้ทันตลอดเวลา
“ พี่หยาง หลังจากนี้ตัวใครตัวมันนะพี่ ”
“ จะไปแล้วเหรอ ”
“ ใช่พี่ ไว้เจอกันที่ร้านก็แล้วกัน ส่วนนี่เป็นของขวัญ หวังว่าพี่จะใช้งานมันเป็นนะ ”
เจ้าหน้าที่หยางมองไปยังแผ่นกระดาษที่โยนมาให้ เขาเห็นเพียงเส้นที่ลากไปมาดูไม่รู้เรื่อง แต่เมื่อเห็นลูกศรชี้ไปทางทิศเหนือเพื่อบอกทางเขาถึงขั้นขมวดคิ้วเพราะตำแหน่งหนึ่งของกระดาษคล้ายกันกับเส้นทางที่พวกเขาเคยสำรวจ
“ ได้ยังไงกัน ”
ความสงสัยเพิ่มมากยิ่งขึ้นไปอีก เขาจับตามองคนเข้าออกซากโบราณสถานแห่งที่ 2 ตลอดเวลา เฉินห่าวไม่น่าจะเข้าสู่ที่นั่นได้ กระดาษในมือกลับบอกทางราวกับแผนที่ทำให้เขาไม่อยากจะเชื่อ
---------------------------------------------------------------
“ ยังไม่ใช่คู่มือสินะ ”
พลังของเหล่าผู้อาวุโสสร้างความกังวลให้เฉินห่าวไม่น้อย โดยเฉพาะผู้อาวุโสของตระกูลเจียงที่ยังไม่สามารถสัมผัสเลเวลได้
ทางฝั่งผู้อาวุโสตระกูลหานมีเลเวลอยู่ที่ 180 - 190 ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่สามารถตอแยกับคนตระกูลนี้ได้เช่นเดิม ยิ่งอยู่นอกอาณาเขตปลอดภัยเขาก็ยิ่งอันตราย
หลังจากเกาะอยู่บนต้นไม้ใกล้ๆกับจุดที่ขุมอำนาจรวมตัวกันหน้าซากโบราณสถานแห่งที่ 2 เฉินห่าวจึงควักโทรศัพท์ของเขาออกมาเปิดภาพเปรียบเทียบเพื่อหาภรรยาของตนเองเผื่อเธอจะเดินทางกลับมาด้วย แม้จะรู้ดีว่าตระกูลเจียงคงไม่ปล่อยให้เธอเดินทางมาที่เขต X ก็ตามทีเพราะอีกไม่นานจะมีการพูดคุยเกี่ยวกับงานหมั้นเกิดขึ้นตามที่องค์กรนทีสดับแสงเล่าให้ฟัง
“ แล้วฉันจะเจอใครไหมล่ะเนี่ย ”
สมาชิกทุกคนจากตระกูลเจียงส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง จากภาพรวมมองดูแล้วมีผู้หญิงมากถึง 2 ใน 3 ของกลุ่ม ที่น่าหงุดหงิดไปกว่านั้นคือผู้หญิงทุกคนสวมใส่หมวกเกราะปิดหน้าตาเผยให้เห็นเพียงแค่ผมหางม้าเท่านั้น
สิ่งที่ทำให้แยกแยะได้ว่าใครเป็นใครมีเพียงที่มัดผมทำให้ดูแตกต่าง คงมีเพียงแค่ตระกูลเจียงที่รู้ว่าใครเป็นใคร
เฉินห่าวจึงโยนความคิดที่จะหาภรรยาทิ้งไปก่อนเพราะทุกคนสวมใส่หมวกเหมือนกันทั้งหมด มันมีพลังคลุมทับทำให้มองทะลุไม่ได้ เขาจึงตัดสินใจตรวจสอบสมาชิกตระกูลหานแทนเพราะทางฝั่งนี้เปิดหน้าเปิดตาราวกับว่าต้องการประกาศให้คนอื่นเห็นใบหน้าแล้วจดจำพวกเขาได้ว่าเป็นใคร
เฉินห่าวไม่แปลกใจเลยที่ตระกูลหานจะเปิดหน้าตา การที่พวกเขาเป็นตระกูลผู้ร่ำรวยคงพยายามแสดงใบหน้าให้สังคมรู้จัก ยิ่งใบหน้าพวกเขาแสดงทางสื่อมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีคนติดตาม นอกจากจะเป็นที่รู้จักแล้วยังดึงนักลงทุนให้เข้ามาพูดคุยกับพวกเขาได้ดีอีกด้วย
แต่ก็มีบางคนในตระกูลหานที่ปกปิดใบหน้าเอาไว้ เขาจึงไม่รู้ว่ามันเป็นคนที่เขาตามหาอยู่หรือเปล่า
“ ตระกูลซูช้ากว่าเหรอ ”
เฉินห่าวมองไปยังกลุ่มคนสวมใส่ชุดสีม่วง เครื่องแบบนี้เป็นของตระกูลซูหนึ่งในตระกูลใหญ่ของเขต X ถึงอย่างนั้นพวกเขากลับดูด้อยกว่าสมาชิกจากตระกูลหานและตระกูลเจียง แม้สองตระกูลนี้จะไม่ได้พาระดับสูงของตระกูลเดินทางมาสำรวจก็ตาม
“ ส่วนไอ้พวกนั่นรอดมาได้เพราะยังไม่มีอันตรายสินะ ”
เฉินห่าวมองตระกูลเหยาตระกูลฟู่ ทั้งสองกลุ่มไล่ตามตระกูลซูมาติดๆ แต่คนที่เขาพูดถึงคือตระกูลเกาที่ไล่ตามทั้งสามตระกูลมาไม่ยอมให้คลาดสายตาไปที่ไหน จากเลเวลเฉลี่ยของตระกูลเกาแล้ว ไม่ต่างจากทั้ง 3 ตระกูลของเขต X เลย แต่ทว่าความแข็งแกร่งของตระกูลเกากลับเทียบกับฮันเตอร์ 3 ตระกูลไม่ติด สาเหตุเป็นเพราะว่าคนที่เขาเห็นจาก 3 ตระกูลล้วนแล้วผ่านการเพิ่มค่าสถานะในร้านของเขาทั้งสิ้น
จากการประเมินของเฉินห่าวเขาคิดว่าการล่าในครั้งนี้ตระกูลเกาคงจะถูกเขี่ยรั้งท้าย นอกจากจะได้ทรัพยากรในการสำรวจที่น้อยแล้วพวกเขาคงจะเสียหายหนักกว่ากลุ่มอื่นๆ
เขาไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์เลยเพราะตอนนี้ห่างจากกลุ่มของตระกูลเกาไปไม่มากมีฮันเตอร์ 5 คนกำลังเดินตาม โดยกลุ่มนี้เป็นการร่วมมือกันของฮันเตอร์อิสระเพื่อให้พวกเขาสามารถล่าในพื้นที่ที่มีสังกัดล่าได้ ซึ่งหนึ่งในคนที่เดินอยู่ในกลุ่มเขารู้จักดีเพราะปั้นมาเองกับมือ
ต่อให้จะเรียนรู้ได้ช้ามาก เขากลับใช้สกิลของตนเองเปลี่ยนอีกฝ่ายให้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญที่สามารถเล่นงานตระกูลเกาจนยากจะกลับออกไปได้ แม้จะยังฆ่าผู้อาวุโสตระกูลนี้ไม่ได้ก็ตาม เขาสามารถไล่เก็บสมาชิกตระกูลเกาได้ทีละน้อยจนเกิดความเสียหายระหว่างล่า
หลังจากมองสำรวจคนที่พร้อมจะบุกเข้าไปในซากโบราณสถานเสร็จสิ้นแล้วเฉินห่าวจึงมองไปยังกลุ่มของตระกูลเจียงอีกครั้งหนึ่งพลางคิดกับตัวเองว่าเขาจะทำเรื่องต่อจากนี้ดีหรือไม่ มันเป็นเรื่องคอขาดบาดตายที่อาจจะทำให้เขาเสียชีวิตในทันที
สิ่งที่เขาทำคือการเปิดเผยตัวตนเผื่อจะมีคนรู้จัก แต่เมื่อคิดให้ดีการทำแบบนี้อาจจะอันตรายมากเกินไป เขาจึงเปลี่ยนวิธีใหม่เป็นการตรวจสอบท่าทางของแต่ละคนแทน
---------------------------------------------------------------
“ คนอย่างเยอะจะมีอะไรตกถึงมือเราหรือเปล่าเนี่ย ”
ชายกล้ามโตสะพายขวานบ่นด้วยท่าทางสิ้นหวัง สมาชิกกลุ่มมีเลเวลไม่มาก พวกเขาอยู่ในค่าเฉลี่ยของฮันเตอร์ที่สามารถล่าในพื้นที่แห่งนี้ได้เท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อเทียบกับตระกูลในเขต X พวกเขายังคงเป็นฮันเตอร์ฝีมือดีเช่นกัน จึงหวังว่าตนเองจะมีโอกาสได้เจอสิ่งล้ำค่าในซากโบราณสถาน
“ ฉันขอตัวไปเยี่ยวก่อน ”
เฉินอี้แยกตัวออกจากกลุ่มเพราะมาถึงหน้าทางเข้าซากโบราณสถานแล้ว เขาแยกตัวออกมาก็เพราะเห็นสัญลักษณ์บางอย่างทิ้งเอาไว้บนก้อนหินข้างทางจึงเข้าไปเปิดดูพบว่าใต้ก้อนหินที่พลิกขึ้นมามีม้วนกระดาษพันเอาไว้ เขาจึงเปิดมันพบว่ามีเส้นขีดเขียนยึกยือไม่เข้าใจ เขากลับเก็บมันเอาไว้เพราะเจ้าของตึกกล้าส่งสิ่งนี้ให้หมายความว่ามันจะต้องสำคัญ
---------------------------------------------------------------
“ เอาล่ะ หวังว่าเลเวล 180 จะไม่เคลื่อนไหวนะ”
กระดาษใบปลิวปึกใหญ่นำออกมาจากแหวนเก็บของ เขาเดินทางมาถึงประตูทางเข้าซากโบราณสถานแล้ว ตอนนี้ยังไม่มีใครสัมผัสถึงเขาได้ แต่อีกไม่นานคงจะมีคนสัมผัสถึงอย่างแน่นอน
ทันทีที่คิดแผนค้นหาผู้คนในตระกูลเจียง เฉินห่าวไม่รอช้าโยนกระดาษปึกใหญ่ขึ้นไปบนอากาศปล่อยให้มันร่วงตกลงมา ในระหว่างนี้เขาไม่รอช้าเปิดใช้งานเนตรเซียนหมื่นวิถีเพื่อจับท่าทางของตระกูลเจียงในทันที
“ นั่นมันบ้าอะไรกัน! ”
เหล่าฮันเตอร์หันมองกระดาษที่โปรยลงมาจากท้องฟ้า ตระกูลซูและตระกูลเหยารวมไปถึงตระกูลฟู่จดจำใบปลิวนี้ได้ดี ไม่จำเป็นจะต้องรอให้พวกมันร่วงตกก็รู้ว่าเป็นของหลงเฉียงฟิตเนส
ในขณะที่ใบปลิวค่อยๆล่วงตกลงมานี้เอง ทางฝั่งตระกูลหานกลับดูร้อนรน แต่ละคนรีบกำจัดใบปลิวทิ้งทั้งหมดจนไม่เหลือใบปลิวในอากาศ
การกระทำของตระกูลหานกลับดึงความสนใจของตระกูลเจียงเนื่องจากหลายคนสงสัยใบปลิวที่ร่วงลงมา พวกมันกลับถูกทำลายเสียก่อน
ในขณะที่ทุกคนสงสัยว่าใบปลิวมาจากที่ไหนนี้เอง หนึ่งในสมาชิกของตระกูลเจียงกลับดูกระวนกระวายพยายามกวาดตามองซ้ายทีขวาทีเพื่อหาเจ้าของใบปลิวนี้
“ หวังว่าจะใช่นะ ”
เฉินห่าวยังคงหลบอยู่หลังก้อนหิน เขาเห็นคนน่าสงสัยแล้วเหลือเพียงแค่เข้าประชิดตัวให้ได้ในระหว่างสำรวจซากโบราณสถาน เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มกลับมาสงบอีกครั้งเขาจึงค่อยๆย่องเข้าไปในประตูทางเข้า แต่แล้วเขากลับเหลือบมองไปเห็นบางอย่าง หนึ่งในสมาชิกของตระกูลหานเปิดหน้ากากออก มันกำลังมองไปทางตระกูลเจียง
ซึ่งใบหน้าที่เขาเห็นคือใบหน้าของคุณชายใหญ่ตระกูลหาน มันคือคนที่ว่าจ้างองค์กรนทีสดับแสงให้มาเล่นงานเขา
“ แบบนี้ก็สนุกสิ ”
เฉินห่าวหายเข้าไปในประตูอย่างรวดเร็วพร้อมกับความตื่นเต้นที่กำลังพรั่งพรูออกมาเพราะไม่คิดว่าคุณชายหานจะเดินทางมาด้วยตนเอง การที่มันอยู่ที่นี่หมายความว่าในกลุ่มตระกูลเจียงมีโอกาสจะมีภรรยาของเขาเดินทางมาด้วย ซึ่งเธอน่าจะเป็นคนที่หันซ้ายแลขวามองหาคนที่แจกใบปลิวอย่างแน่นอน สิ่งที่เขาสมควรทำคือรอจังหวะเข้าประชิดเธอในตอนที่ผู้อาวุโสไม่ได้อยู่ใกล้ๆ