หลังจากที่หวังอีฮังได้หายตัวไปถึงสองสัปดาห์ก็มีเหตุการบางอย่างขึ้นภายในสำนัก “จัดสถานที่ต้อนรับไว้หรือยังผู้อาวุโสฝ่ายต้อนรับ”ประมุขกล่าวอย่างแข็งขัน
“ข้าได้จัดเตรียมสถานที่ที่งดงามที่สุดในสำนักไว้เรียบร้อยแล้ว ข้าคิดว่าบุคคลเหล่านั้นจะต้องพอใจอย่างยิ่ง”นางนั้นมีใบหน้าที่งดงามราวกับออกมาจากภาพวาด นางงดงามแม้แต่เซียนอี้ยังต้องหลบหน้าหนี
อะแฮ่ม!!
ประมุขไอออกมาเบาๆ และจากนั้นก็ประชุมกันต่อ เสียงฝีเท้าหนึ่งคู่วิ่งมาเหมือนรีบร้อนจากนั้นก็มีเสียงเคาะประตู “ท่านผู้อาวุโสพวกเขาเดินทางมากันแล้ว” เหล่าผู้อาวุโสที่กำลังประชุมก็เร่งไปรอที่ห้องรับแขก
ห้องรับแขกนั้นจัดอย่างสวยหรูมีกลิ่มหอมของดอกไม้เบาบางเมื่อสูดดมเข้าไปจะทำให้จิตใจรู้สึกผ่อนคลาย “ทำได้ไม่เลวเลยหนิสำหรับสำนักเล็กๆอย่างหุบเขานภา” เสียงชายหุน่มดังขึ้น เขาเดินเข้ามาและมองบริเวณรอบห้อง และไปนั่งเก้าอี้ที่จัดเตรียมไว้ให้
เขานั้นแพร่ออร่าออกมาราวกับว่าเขานั่นเป็นผู้ที่สูงส่งในสำนักแห่งนี้”ข้ามาที่นี่เพื่อมาตรวจดูสำนักเของพวกเจ้า ข้าหวังที่นี่จะมีศิษย์อัจฉริยะมากพอที่ข้าเสียเวลามา”ชายกนุ่งกล่าวและยกชาขึ้นจิบ
ชานั้นมีกลิ่นหอมและรสชาติเป็นเลิศ ชายหนุ่มพยักหน้าเบาไม่ จากนั้นการประชุมก็กินเวลาไปกว่าสองชั่วยาม “ท่านประมุข ท่านคิดยังไงกับเรื่องที่ชายผู้นั้นเสนอ”ผู้อาวุโสคิ้วยาวหรือผู้อาวุโสห้ากล่าวขึ้น ผู้อาวุโสอ้วนเองก็มีใบหน้าที่ดูกังวลอย่างเห็นได้ชัด
“เรื่องนี้มันจะต้องมีการจัดเตรียมเสียก่อน ข้าจะขอความคิดเห็นจากเหล่าผู้อาวุโสว่าควรทำตามข้อตกลงหรือไม่”ประมุขกล่าวและจากนั้นเหล่าผู้อาวุโสก็เริ่มออกจากห้องประชุม
“ท่านประมุขข้าขอบอกเอาไว้ก่อนข้าไม่สนใจขอตกลงนั้นเลย แต่ถ้าประมุขเป็นคนตัดสินใจข้าก็ยินดีที่จะทำเป็นว่ามองไม่เห็น”เซียนอี้พูดขึ้น ประมุขนั้นรู้สึกเจ็บปวดแต่เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย
ในสถานที่แห่งหนึ่งเหล่าธรรมชาติส่องแสงสวยงาม มีชายหญิงคู่หนึ่งนอนอยู่ไต้ร่มไม้ทั้งสองนั่นดูจะสนิดสนมกันอย่างมาก”พี่เว่ยท่านละก็” ทั้งสองนั้นกำลังมีความสุข
ตุ๊บ!!
จากนั่นก็ได้มีร่างหนึ่งล่วงลงมาจากบนต้นไม้ ร่างกายของชายหนุ่มนั้นบาดเจ็บเล็กน้อย แต่เขานั่นก็ยังคงมีสติอยู่ ชายหนุ่มผู้นั้นมีออร่าที่มืดมนแพร่ออกมา ในตานั้นสีแดงก่ำ
ว้าย!!
หญิงสาวกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ”พี่เว่ยท่านจัดการมันที มันคงมาแอบดูพวกเราทั้งสองอย่างแน่นอน” ศิษย์น้องหญิงนั้นพูดอย่างเกรี้ยวโกรธ พี่เว่ยนั้นมองดูชายหนุ่มเขาก็รู้สึกว่า ชายหนุ่มผู้นี้มีจิตสังหารที่หน้าหวาดกลัวแพร่ออกมา
“เจ้าเป็นใครกัน”พี่เว่ยลุกขึ้นและถามชายหนุ่มที่นอนอยู่กับพืนอย่างใจเย็น เขานั้นสัมผัสได้ว่าชายหนุ่มที่นอนอยู่นั้นเป็นเพียงมดปลวกระดับเปิดประตูบานที่สอง แต่ออร่าสีดำที่แพร่ออกมาทำให้พี่เว่ยนั้นรู้สึกไม่สบายใจ
“เจ้าไม่ได้ยินที่พี่เว่ยถามเจ้างั้นเหรอ หรือเจ้าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงกัน ศิษย์พี่เว่ยเป็นถึง ศิษย์ของประมุขสำนักหมาป่าสีเงินเชียวนะ”หญิงสาวรู้สึกไม่พอใจที่ชายหนุ่มที่นอนอยู่นั้นไม่ตอบอะไร
“ฆ่า”
เสียงอันน่าสยดสยองดังขึ้นออร่าสีดำที่แพร่ออกมาก็เริ่มที่จะกลายเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา ศิษย์น้องหญิงที่ได้ยินเสียงของชายหนุ่มพพึมพัม ก็ทำให้จิตใจของนางนั้นสั่นคลอน เสียงของชายหนุ่มได้ไปกระตุ้นจิตไต้สำนึกของนางหลังจากนั้น ออร่าแห่งความตายก็ไหลออกมาจากตัวนาง”ฆ่า~”
พี่เว้ยนั้นตกใจจู่ศิษย์น้องที่งดงามกลับกลายเป็นซีดเชียวและผิวหนังเหี่ยวปห้ง และพูออกมาด้วยน้ำเสียงที่น่าขนลุก”ฆ่า~”นางยังคงพูดคำเดิมออกมาเรื่อยๆ ศิษย์พี่เว่ยนั้นรู้สึกกลัวขึ้นมา เขานั้นสัมผัสถึงพลังชีวิตของศิษย์น้องของตนไม่ได้เลย
“ซิษย์น้องหญิงมันเกิดอะไรขึ้นกับเจ้ากัน” พี่เว่ยมีน้ำตาไหลออกมา เขาและศิษย์น้องหญิงนั้นชอบกันมาตั้งแต่ยังเล็ก และอีกเพียงไม่กี่ปีพวกเขาทั้งสองก็จะได้แต่งงานกัน แต่ก็เกิดเรื่องที่ไม่คลาดฝันขึ้น
“เจ้า เจ้าบังอาจสังหารคนรักของข้า”พี่เว่ยคำรามเสียงดัง เขานั้นมีพลังระดับเปิดประตูบานที่สี่ เขานั้นมั่นใจอย่างมากว่าจะเอาชนะชายหนุ่มที่มีพลังเพียงเปิดประตูบานที่สองได้ เขานั้นจะต้องสังหารเจ้าเด็กนี่ให้ได้เพื่อที่จะช่วยนางอันเป็นที่รักของเขา
“พี่เว่ยท่านรอข้าด้วย”สาวน้อยหน้าตาน่ารักวิ่งไล่ตามเด็กหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อเขานั้นวิ่งเล่นกันบนทุ่งกว้างอย่างสนุกสนาน
“น้องหญิงในอนาคตข้าจะขอเจ้าแต่งงานและพวกเราทั้งสองจะได้มีความสุข”เด็กชายนั้นพูดอย่างอ่อนโยนกับเด็กสาว “อึม ข้าก็จะรอเพียงแค่ท่านผู้เดียว บุรุษใดข้าก็ไม่สนนอกจากท่าน”เด็กสาวเกี่ยวก้อยสัญญา และนับจากนั้นอีกสิบปีเมื่อทั้งคู่ที่พึ่งได้มาเจอกันอีกครั้งกลับเกิดเรื่องที่เลวร้ายขึ้น
ชายหนุ่มที่มีออร่าสีดำลุกยืนขึ้นจากนั้นเขาก็หัวเราะดังลั่น จากนั้นท้องฟ้าก็เริ่มมือมน ทำให้ชายหนุ่มนั้นราวกับว่าเป็นปีศาจฝนโลหิตนั่นล่วงลนยากท้องฟ้าสู้พื้นดิน เลือดนั้นเมือสัมผัสกับสิ่งใดสิ่งนั้นก็เริ่มที่จะละลาย
“ข้าจะทำรายโลกใบนี้”เสียงของชายหนุ่มคำรามขึ้นสู่ท้องฟ้า เหล่าศิษย์ในสำนักต่างแหงนมองขึ้นบนท้องฟ้าเหล่าผู้อาวุโสคิ้วขมวด “ผู้ใดกันที่กล้ามาท้าทายสำนักหมาป่าสีเงินของข้า” ประมุขหมาป่าสีเงินกลางเขตบาเรียคุมสำนักเอาไว้เพื่อปกป้องเหล่าศิษย์ในสำนัก
“ออร่าแห่งความตาย มันเป็นใครกันแน่”ผู้อาวุโสคนหนึ่งเฝ้ามองชายหนุ่มที่แพร่ออร่าสีดำแห่งความตายออกมา และมีศิษย์ของประมุขนั้นเผชิญหน้าอยู่กับปีศาจร้าย