ตอนที่ 9 เกาะรอบนอก
“นี่คือชุดและอาวุธที่เ้าจะใช้ในการต่อสู้ เนื่องจากปีศาจในเกาะรอบนอกทั้งหมดเป็เพศหญิงดังนั้น เ้าจะต้องแต่งตัวให้ดูเหมือนเป็ผู้หญิงเมื่อออกไปข้างนอก แต่ก็ยังดีที่ปีศาจส่วนใหญ่ชอบใส่กางเกงมากกว่ากระโปรงเพื่อความสะดวกในการต่อสู้ ดังนั้นเ้าจึงไม่ต้องใส่กระโปรง แค่ใส่เสื้อที่เสริมหน้าอกก็พอ” จักรพรรดินีตอบข้อสงสัยเื่หน้าอกของชุดสีดำนั้น
“ปีศาจทั้งหมดเป็เพศหญิง!?” จางหม่านโถวดูเหมือนจะสนใจเื่นี้มากกว่าคิดมากเื่ต้องแต่ตัวเป็หญิงเสียอีก
“ใช่แล้ว เนื่องจากดาววิกาลนิรันดร์นี้มีแต่กลางคืน ไร้ซึ่งพลังหยางในปราณธรรมชาติ ดังนั้นจึงแทบไม่มีสสัตว์อสูรเพศผู้บนดาวดวงนี้ และที่มีก็ไม่อาจพัฒนาจนได้รับกายปีศาจได้ เป็ได้แค่เพียงสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น มีแต่สัตว์อสูรเพศเมียที่ถือพรหมจรรย์และดูดซับปราณธรรมชาติมาเป็เวลานับพันปีเท่านั้นที่สามารถได้รับกายปีศาจ เป็ปีศาจระดับกายปีศาจขั้นต้นได้” จักรพรรดินีตอบราบเรียบไม่สนใจความคิดสัปดนในหัวของจางหม่านโถวตอนมันได้ยินคำว่าพรหมจรรย์
“แล้วสัตว์ปีศาจพวกนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไรหากไม่มีตัวผู้” จางหม่านโถวถามด้วยความสงสัย
“เกิดขึ้นมาเอง จำนวนสัตว์อสูรจะคงที่อยู่เสมอ หากมีตัวไหนได้กายปีศาจหรือตายไปก็จะมีตัวใหม่เกิดขึ้นมาแทนในทันที นี่คือความอัศจรรย์ของดาวดวงนี้” จักรพรรดินีตอบ
“แต่พลูตัสเป็ผู้ชายไม่ใช่หรือ” จางหม่านโถวเพิ่งคิดขึ้นได้ การเกิดขึ้นเองของสัตว์อสูรนั้นไม่ได้ต่างจากบนดาวของมันเท่าไหร่ บนดาวของมันนั้นมันแทบจะแยกเพศของสัตว์อสูรไม่ได้ด้วยซ้ำ
“พลูตัสมาจากเกาะูเาไฟ ที่นั้นมีพลังหยางจากแกนดาวแผ่ออกมาผ่านปากูเาไฟเล็กน้อย สัตว์อสูรเพศผู้ต่างก็ต่อสู้แย่งชิงเพื่อที่จะได้ดูดซับพลังหยางที่นั่น สัตว์อสูรที่ตายบนปากปล่องูเาไฟมีนับไม่ถ้วน สัตว์อสูรที่สามารถอยู่รอดจนได้รับกายปีศาจนั้นมีน้อยยิ่งกว่าน้อย” หญิงสาวอธิบาย
“เช่นนั้นปีศาจเพศชายก็ต้องแข็งแกร่งมากสินะ แถมยังมีน้อย ต้องได้รับความสำคัญในดาวดวงนี้เป็แน่” จางหม่านโถวเริ่มรู้สึกว่าตัวเองน่าจะโชคดีที่เป็เพศชายบนดาวดวงนี้
“ไม่เลยสักนิด แม้ว่าจะดูดซับพลังหยางจนสามารถได้รับกายปีศาจมาได้แต่ปีศาจเพศชายนั้นก็สามารถฝึกฝนตัวเองจนถึงระดับกายจิตขั้นสูงสุดเท่านั้น ไม่อาจข้ามผ่านเข้าสู่ขั้นประมุขปีศาจได้ ด้วยความอ่อนแอเช่นนี้จึงไม่สามารถมีตำแหน่งใหญ่โตอะไรได้ ส่วนใหญ่ปีศาจเพศชายจะถูกจับและนำไปเป็ทาสสำหรับฝึกวิชาของปีศาจหญิงบางสำนัก ส่วนน้อยเท่านั้นที่เป็เสรีชน” จักรพรรดินีตอบน้ำเสียงแฝงแววเยอะเย้ยจางหม่านโถวอย่างเห็นได้ชัด
“ชะตากรรมข้าคงไม่พ้นการเป็ทาสสินะ” จางหม่านโถวบ่นอย่างท้อแท้ขึ้นมาในทันที
“ถ้าเ้าฝึกฝีมือจนสามารถทำงานให้ข้าได้แล้วละก็ ข้าจะให้เ้าได้รับตำแหน่งทางทหาร มีโอกาสก้าวหน้าเลื่อนขั้นตามผลงาน และถ้าเ้าสามารถช่วยข้าล้มออบรีได้สำเร็จ ข้าจะถอน[ยันต์ผูกสัมพันธ์นาย-ทาส]ออกจากตัวเ้า ถึงตอนนั้นเ้าจะอยู่ต่อที่ดาวดวงนี้หรือจะกลับไปยังดาวเขียวครามของเ้า ก็ตามใจเ้า” จักรพรรดินีบอกสิ่งที่จางหม่านโถวไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ยินมาก่อน
“ข้าสามารถพ้นจากความเป็ทาสได้จริงๆอย่างนั้นหรือ” จางหม่านโถวถามย้ำอีกครั้ง
“มันก็อยู่กับความสามารถของเ้า ข้าเป็คนมีความยุติธรรม ถ้าเ้าทำงานได้ดีพอ ข้าย่อมต้องมอบรางวัลให้” จักรพรรดินีตอบเสียงราบเรียบ
“เอาละ เ้าจงฝึกการต่อสู้ให้ชำนาญ จงใส่ชุดนี้ในการฝึกตลอดเวลา ข้า้าให้เ้าวิ่งสุดฝีเท้าแต่ก็ยังไม่ก่อให้เกิดเสียงแม้ว่าจะใส่ชุดคลุมอยู่ก็ตาม” หญิงสาวบอกเป้าหมายในการฝึกขั้นต้นให้แก่จางหม่านโถว ด้วยความสำเร็จในปัจจุบัน จางหม่านโถวสามารถวิ่ง ะโ ต่อย เตะอย่างรุนแรง แต่กลับไม่ก่อให้เกิดเสียงลมหรือกระแสลมแต่อย่างไร นี่เป็ผลมาจากวิชา[ตามกระแส-แปรแรงต้าน]นั่้นเอง แต่การใส่ชุดคลุมนั้นย่อมบังคับควบคุมได้ยากกว่าชุดรัดรูปอย่างไม่ต้องสงสัย การจะวิ่งในชุดผ้าคลุมโดยไร้เสียงได้นั้นหมายความว่าวิชา[ตามกระแส-แปรแรงต้าน]ของจางหม่านโถวจะต้องพัฒนาขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง
“สำหรับอาวุธนี้ เป็มีดสั้น เ้าสามารถถอดมันออกจากปลอกแขนมาถือได้ แต่ข้าแนะนำว่าทางทีดีอย่าถอดมันออกดีกว่า เป้าหมายของการใช้อาวุธนี้คือการใช้มันแทงเข้าไปยังแก่นปีศาจของศัตรู ร่างกายของปีศาจนั้นแข็งแกร่งทนทานเป็อย่างมาก การจะล้มปีศาจได้นั้นวิธีที่ได้ผลที่สุดก็คือการทำร้ายแก่นปีศาจ หากเ้าสามารถใช้อาวุธนี้แทงเข้าไปยังแก่นปีศาจได้ คู่ต่อสู้ของเ้าจะสิ้นเรียวแรงไม่สามารถต่อสู้ขัดขืนได้อีก มันจำเป็ต้องพักฟื้นรักษาแก่นปีศาจเป็เวลาหลายวัน อย่างต่ำที่สุดก็ใช้เวลาหลายชั่วโมงเพื่อฟื้นฟูรอยแผลเล็กน้อยบนแก่นปีศาจ ซึ่งเป็เวลาที่มากเกินพอที่เ้าจะจับมันกลับมาหรือฆ่ามันทิ้ง ดังนั้นการซ่อนอาวุธไว้ให้ศัตรูตายใจไม่ระวังป้องกันแก่นปีศาจของมันจึงดีที่สุด จงใช้อาวุธเมื่อมันใจว่าสามารถจู่โจมสำเร็จเท่านั้น” จักรพรรดินีอธิบายการใช้อาวุธให้ฟัง
“สำหรับการฝึกอาวุธนั้นจะมาแทนที่การฝึกยกน้ำหนัก เ้าจะต้องใส่ปอกแขน ปอกขาถ่วงน้ำหนัก ระหว่างการฝึกแทงมีดสั้นใส่เป้าบิน โดยจะเริ่มจากน้ำหนักชิ้นละ 500 กก. ใส่แขนขาทั้งหมด 4 ชิ้นรวม 2000 กก. หลังจากเ้าฝึกจนคล่องแคล่วแล้ว ค่อยเพิ่มน้ำหนักขึ้นไปอีก” จักรพรรดินีรู้ดีว่าตอนนี้จางหม่านโถวฝึกยกน้ำหนักด้วยน้ำหนัก 1,500 กก. อยู่ แต่การยกขึ้นลงธรรมดานั้นแตกต่างจากการใส่ปลอกแขน ปลอกขา วิ่งวนโจมตีเป้าบิน ดังนั้นนางจึงให้เริ่มที่ 500 กก. ก่อน
การฝึกแบบใหม่ของจางหม่านโถวเริ่มด้วยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ วิ่ง(ฝึกวิชาตัวเบา) ฝึกการต่อสู้ระยะประชิดแทนการยกน้ำหนัก ว่ายน้ำ แช่น้ำยาเสริมกล้ามเนื้อ ดูดพลังปราณฟ้าดินเข้าไปสะสมที่กล้ามเนื้อ แล้วจึงพักผ่อน โดยการฝึกทั้งวันนั้นหลังจากยืดกล้ามเนื้อแล้ว เขาฝึกโดยใส่เกราะถ่วงน้ำหนักตลอดเวลา ไม่ว่าจะ วิ่งหรือว่ายน้ำก็ยังใส่ไว้ ทั้งที่จักรพรรดินีของมันสั่งแค่ให้ใส่่ฝึกการต่อสู้เท่านั้น เนื่องจากจางหม่านโถวเห็นว่าการเพิ่มน้ำหนักตลอดวันนั้นจะสร้างกล้ามเนื้อได้ดีกว่าแถมความก้าวหน้าของ[ตามกระแส-แปรแรงต้าน]ก็พัฒนาได้เร็วกว่าการฝึกปกติด้วย
หลังจากฝึกแบบใหม่ได้ 10 เดือน จางหม่านโถวสามารถวิ่งโดยที่แบกน้ำหนัก 2000 กก.ได้เร็วเท่ากับความเร็วเมื่อ 10 เดือนก่อนที่ไม่ได้ใส่เครื่องถ่วงน้ำหนัก วันนี้เขาจึงลองถอดเครื่องถ่วงน้ำหนักและวิ่งดู ปรากฎว่าเขาวิ่งได้เร็วชนิดที่มองตามแทบไม่ทัน เป็ความเร็วที่ขนาดเขาที่วิ่งด้วยวิชาตัวเบาในโลกเก่ายังตามไม่ทัน แทบจะเท่ากับความเร็วในการบินสมัยเขาสำเร็จปราณฟ้าขั้นต้นเลยทีเดียว ที่สำคัญแม้เขาจะใส่ชุดคลุมอยู่ก็ไม่มีเสียงแม้เพียงนิดในการวิ่งสุดฝีเท้าของเขา นี่เป็สุดยอดวิชาสำหรับลอบสังหารเลยทีเดียว ไม่มีกำลังปราณแผ่ออกมาขณะใช้ ไม่มีเสียงความเคลื่อนไหวแต่อย่างไร การลอบจู่โจมยอดยุทธที่ฝีมือเหนือกว่าย่อมทำได้อย่างง่ายดาย ขอแค่มีอาวุธที่คมพอจะตัดผ่านปราณป้องกันตัวของเป้าหมายได้ก็พอแล้ว นอกจากนี้[วชิรกายา-ทรงพลัง]ก็บรรลุขั้นที่ 3 เรียบร้อยแล้ว นี่เป็ผลจากการใส่เครื่องถ่วงน้ำหนักตลอดเวลานั้นเอง นอกจากตอนวิ่งและว่ายน้ำที่ใส่เครื่องถ่วงน้ำหนักรวม 2,000 กก. แล้ว ตอนฝึกต่อสู้จางหม่านโถวเพิ่มน้ำหนักที่ใส่อยู่เรื่อยๆ ปัจจุบันน้ำหนักรวมที่เขาใส่ตอนฝึกต่อสู้นั้นหนักถึง 5,000 กก.
“ดีมาก เ้าใช้เวลาแค่ครึ่งเดียวของที่ข้าประเมินไว้ก็สามารถบรรลุเป้าหมายขั้นต้นของการฝึกได้แล้ว วันนี้ข้าจะให้เ้าได้เรียนรู้ถึงการตรวจหา แก่นปีศาจ เมื่อเ้าชำนาญการตรวจหาแก่นปีศาจแล้ว ข้าจะส่งเ้าไปยังเกาะรอบนอก เพื่อจับปีศาจกลับมา เป็การฝึกฝนการต่อสู้จริง อีกทั้งปีศาจที่เ้าจับกลับมาสามารถใช้เป็แรงงานหรือทำประโยชน์อื่นๆได้อีกด้วย” จักรพรรดินีบอกกับจางหม่านโถวก่อนเริ่มการฝึกวันใหม่ จากนั้นก็ปรากฎสาวรับใช้ที่มีหูแมวบนหัวเดินออกมา 3 ตน
“ปีศาจแมวทั้ง 3 ตัวนี้อยู่ในระดับกายปีศาจขั้นต้น พวกมันไม่สามารถสู้เ้าในตอนนี้ได้ แต่ก็สามารถช่วยเ้าฝึกตรวจจับแก่นปีศาจได้ ปีศาจนั้นสามารถเคลื่อนย้ายแก่นปีศาจไปบริเวณใดของร่างกายก็ได้ตามใจชอบ ทำให้การโจมตีแก่นปีศาจนั้นทำได้ยากมาก แต่การเคลื่อนย้ายแก่นปีศาจนั้นต้องใช้สมาธิสูงมาก ดั้งนั้นระหว่างการต่อสู้ติดพันปีศาจส่วนใหญ่ไม่สามารถย้ายแก่นปีศาจได้ หากเ้าสามารถตรวจหาตำแหน่งของแก่นปีศาจระหว่างการต่อสู้ได้นั้น การจะหาจังหวะโจมตีก็มีความเป็ไปได้มากขึ้น” จักรพรรดินีอธิบายถึงการฝึกในวันนี้
จางหม่านโถวเดินเข้าใกล้ปีศาจแมวตนหนึ่ง จ้องมองไปทั่วทั้งร่างของนางจนนางต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวขนลุกด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด จักรพรรดินีใช้นิ้วดีดใส่อากาศไปยังศีรษะของจางหม่านโถว
โป๊ก!!!!!
จางหม่านโถวรู้สึกเหมือนโดนค้อนทุบเข้าใส่อย่างแรงจนหน้าทิ่มไป มันหันกลับไปมองจักรพรรดินีด้วยสีหน้าสำนึกผิด และส่งสายตาอ้อนวอนแบบลูกแมวอีกครั้ง
“การหาแก่นปีศาจนั้นไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เ้าจ้องมองไปก็ไม่มีประโยชน์ เ้าต้องัักับปราณที่ไหลเข้าร่างกายปีศาจตนนั้น หากเ้าพบว่ามีจุดไหนที่ปราณไหลเข้ามากกว่าปกติ นั่นคือจุดที่แก่นปีศาจตั้งอยู่ จงคว้าจับจุดนั้นไว้โดยเร็วที่สุด” จักรพรรดินีอธิบายเสียงเ็าไม่ใส่ใจสายตาอ้อนวอนนั้น
จางหม่านโถวพยักหน้ารับ มันหันกลับไปยังสาวใช้ทั้ง 3 อีกครั้ง ตั้งสมาธิัักับปราณธรรมชาติที่ไหลเวียนอยู่รอบตัวสาวใช้ทั้ง 3 เพื่อหาจุดทีแก่นปีศาจซ่อนอยู่ หลังจากยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง จางหม่านโถวก็ยื่นมือออกไปคว้าหน้าอกนุ่มนิ่มของสาวใช้คนหนึ่งอย่างรวดเร็ว
ว้าย!!!!!
โป๊ก!!!!!
สาวใช้กรีดร้องและถอยกายไปในทันที ในขณะเดียวกันจักรพรรดินีก็ใช้นิ้วดีดอากาศซัดใส่ศีรษะของจางหม่านโถวอีกครั้ง และรุนแรงกว่าครั้งก่อนจนมันล้มลองไปข้างหน้าเลยทีเดียว จางหม่านโถวก็อาศัยจังหวะนี้โอบกอดสาวใช้อีกคนหนึ่งเพื่อพยุงตัว
โป๊ก!!!!! โป๊ก!!!!!
จักรพรรดินีซัดกะโหลกของจางหม่านโถว 2 ทีติดจนมันแทบหมดสติไปเลยในคราวนี้
“ถ้าเ้ายังไม่เลิกเอาเปรียบสาวใช้ของข้า ครั้งหน้าข้าจะไม่ซัดไปที่หัวบนของเ้าแล้ว แต่จะซัดให้หัวล่างใช้การไม่ได้แทน” จักรพรรดินีพูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด
จางหม่านโถวกัดฟันลุกขึ้นมา มันไม่กล้าล้อเล่นอีกต่อไป หลังจากรวบรวมสมาธิอยู่ครู่หนึ่ง มันก็คว้าจับไปที่ข้อมือซ้ายของสาวใช้คนซ้ายสุด นางแสดงสีหน้าใเล็กน้อยเพราะนั่นเป็จุดแก่นปีศาจของนางจริงๆ นางไม่คาดคิดมาก่อนว่าคนตรงหน้าจะสามารถค้นหาแก่นปีศาจของนางพบได้ นางเองยังไม่อาจหาแก่นปีศาจของคนอื่นได้เลย
“ดี หาคนต่อไป ส่วนเ้าก็ย้ายแก่นปีศาจไปจุดอื่น” จักรพรรดินีพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเ็าตามปกติ
จางหม่านโถวใช้เวลาน้อยกว่าเดิมในการใช้จุดแก่นปีศาจของสาวใช้คนที่ 2 และมันก็ต่อด้วยการหาแก่นปีศาจของคนที่ 3 ต่อโดยไม่ต้องให้จักรพรรดินีออกคำสั่ง
ผ่านไปครึ่งวันจางหม่านโถวก็สามารถชี้ตำแหน่งของแก่นปีศาจได้อย่างรวดเร็ว ่บ่ายเป็การชี้ตำแหน่งแก่นปีศาจขณะที่กำลังต่อสู้ โดยปีศาจแมวทั้ง 3 จะผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาสู้ เมื่อถูกชี้ตำแหน่งแก่นปีศาจได้แล้วมันก็จะถอนตัวออกไป อีกตัวเข้ามาแทนโดยปีศาจแมวทั้ง 3 จะเปลี่ยนตำแหน่งแก่นปีศาจก่อนเข้าไปต่อสู้ทุกครั้ง เพียงวันเดียวจางหม่านโถวก็ชำนาญในการตรวจหาตำแหน่งของแก่นปีศาจ ทำให้นายหญิงของมันทั้งดีใจทั้งแปลกใจ
หลังจากฝึกค้นหาแก่นปีศาจได้ 3 วัน จางหม่านโถวก็สามารถหาจุดแก่นปีศาจได้แม้ว่าสาวใช้จะเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา และสามารถหาพบได้ในทันทีอีกด้วย
“วันนี้ข้าจะส่งเ้าไปยังเกาะรอบนอก บรรดาเกาะที่มีอยู่มากมายจนนับไม่ถ้วนบนดาวดวงนี้นั้น มีเกาะที่จัดเป็เกาะรอบนอกมากกว่าครึ่ง เกาะรอบนอกนั้นเป็เกาะที่ไม่มีทรัพยากรสำคัญ เป็ที่อยู่อาศัยของสัตว์อสูรจำนวนมาก โดยปกติแล้วจะไม่มีคนของทางการอยู่บนเกาะ ถ้าหากมีก็จะเป็คนของทางการที่มาจับพวกปีศาจเกิดใหม่ไปเป็แรงงาน เพื่อทำงานบนเกาะอื่นๆ จะมีเพียงบางเกาะเท่านั้นที่มีสถานีย่อยของทางการตั้งอยู่ จะเรียกว่าเป็เกาะเพื่อการผลิตประชากรปีศาจก็ได้ เกาะที่ข้าจะส่งเ้าไปวันนี้ ไม่มีสถานีของทางการตั้งอยู่ อย่างน้อยก็ตามข้อมูลเก่าที่พวกเรามีอยู่” จักรพรรดินีอธิบายถึงความหมายของเกาะรอบนอก
“ก่อนเ้าจะไปข้ามีสิ่งของอย่างหนึ่งจะมอบให้เ้า” จักรพรรดินีพูดพร้อมหยิบสร้อยที่มีจี้รูปทรงสี่เหลี่ยมด้านเท่าแขวนอยู่ออกมาจากกล่องบนโต๊ะด้านข้างของนาง และส่งให้จางหม่านโถว
“จงใส่มันไว้ตลอดเวลา จี้ที่อยู่บนสร้อยนี้เรียกว่า [ฮาเร็ม] มันจะสามารถเก็บปีศาจไว้ภายในได้ถึง 100 ตน เป็ของวิเศษที่คล้ายอุปกรณ์ที่เ้าหน้าที่จับแรงงานใช้กัน เพียงแต่อุปกรณ์ของเ้าหน้าที่ทางการนั้นทำได้แค่เพียงกักขัง แต่[ฮาเร็ม]ของข้านั้นสามารถทำให้ปีศาจจงรักภักดีต่อเ้าของ[ฮาเร็ม]ได้ด้วย” จักรพรรดินีไม่สนใจสีหน้าที่เปลี่ยนไปของจางหม่านโถวตอนได้ยินคำว่า[ฮาเร็ม]
------------------
นอกเื่ท้ายตอน
จางหม่านโถว: ได้เวลาเปิดกาชาหาไวฟุแล้วสินะ เก็บได้ตั้ง 100 ตัวแหนะ
ตาลุงติดเกมส์: ระวังเกลือล่ะ เ้าเป๋าฮื้อ