ตอนที่ 2 การปรากฏตัวครั้งแรกของมิติเวลา (2)
แต่นอนด้วยกันไปแล้วจะให้ทำเช่นไร ท่านย่าของเขา้าให้ยกหลานสาวขึ้นเป็ผิงชี[1] มารดาของเขากลับไม่ทำตาม สุดท้ายอวี๋ฮูหยินที่กำลังตั้งครรภ์เกือบต้องแท้งเพราะเื่นี้ การตั้งเฝิงหว่านเหมยเป็ผิงชีจึงไม่สำเร็จ
เพราะเื่นี้เฝิงหว่านเหมยนับว่าล่วงเกินแม่สามีควบคู่ตำแหน่งท่านป้าแล้ว ยังดีที่มีท่านยายคอยปกป้องนาง ตัวนางเองก็ต่อสู้ดิ้นรน ปีต่อมาจึงให้กำเนิดบุตรชายคนที่สองให้แก่อวี๋ฉางเหวิน อวี๋จือรุ่น
อวี๋จือรุ่นในตอนนั้นนับว่าเป็ที่รักของตระกูลอวี๋ เขาได้รับความโปรดปรานเสียยิ่งกว่าอวี๋จือถังที่เป็บุตรชายคนโต น่าเสียดายเมื่อเขาอายุครบหกขวบฮูหยินผู้เฒ่าก็ตายจากไป ชีวิตของสามแม่ลูกพริบตาเดียวกลับกลายเป็แม่เลี้ยงดูแลไปเสียแล้ว
แน่นอน เื่ข้างต้นทั้งหมดนั้นอวี๋เจียวได้เห็นมันผ่านความทรงจำของเด็กสาวตัวเล็กๆ ที่เห็นอี๋เหนียงร้องไห้ เด็กสาวอายุสิบเอ็ดผู้นี้ยังไม่รู้เื่รู้ราว ไยมารดาที่เป็ภรรยาเอกผู้นั้นจึงไม่ชอบนาง อี๋เหนียงที่อยู่ข้างกายผู้นี้ไยจึงร่ำไห้อยู่บ่อยครั้ง ไม่ใช่ว่าความรู้สึกนึกคิดของเด็กผู้นี้ยังไม่เติบโต แต่ความจริงแล้วเป็เพราะในสวนเหมยแห่งนี้มีคนเพียงไม่กี่คน อี๋เหนียงของนางที่เอาแต่ร้องไห้ทั้งวัน ผู้คนรอบข้างที่เฝ้าปลอบทั้งวัน จนกระทั่งเฝิงหว่านเหมยพบว่าร่างกายของตนไม่ไหวแล้ว นางจึงนึกขึ้นได้ว่ายังไม่เคยสอนงานเย็บปักถักร้อยให้บุตรี ตั้งสติได้จึงสอนบุตรีปักถุงหอมได้เพียงครึ่ง ยังเหลือใบไผ่อีกสองใบยังปักไม่สำเร็จ มารดาผู้พ่ายแพ้ผู้นี้ก็ตายจากไป
เห็นถึงตรงนี้ศีรษะของอวี๋เจียวพลันปวดขึ้นมา หากเธอยังไม่เข้าใจถึงความทรงจำเ่าั้ซึ่งก็คือชีวิตก่อนหน้าของร่างกายนี้ของเธอ เธอคงแทบรู้สึกผิดต่อนิยายทะลุมิติพวกนั้นที่เคยอ่านไปจริงๆ แต่เพราะแบบนี้เธอจึงรู้สึกว่ายากจะรับได้ เสียแรงเปล่าเมื่อเธอดูละครโทรทัศน์ยังคิดอยู่ว่าซย่าอวี่เหอในเื่ ‘องค์หญิงกำมะลอ’ นั้นดูไม่มีสมอง ตอนนี้ดูแล้ว ให้ตายเถอะ อี๋เหนียงผู้นี้ยังสู้ซย่าอวี่เหอไม่ได้เลย เมื่อเทียบกับซย่าอวี่เหอที่สอนลูกสาวจนเป็คนมีความสามารถ ตัวเธอยังห่างไกลกว่ามาก
เอ่ยถึงร่างเดิมนี้ อวี๋เจียวรู้สึกว่าเด็กคนนี้ช่างน่าสงสาร ถูกอี๋เหนียงที่เอาแต่ร้องห่มร้องไห้ละเลยมาั้แ่ยังเด็กจนโต เพิ่งได้รับความใส่ใจจากอี๋เหนียง อี๋เหนียงก็มาจากไป ภายใต้ความเศร้าโศกของเด็กสาวก็กลายมาเป็เธอในตอนนี้ นึกถึงเด็กสาวในความทรงจำผู้ขลาดกลัวคนนั้น อวี๋เจียวจึงลอบถอนหายใจอยู่ในใจ เด็กสาวผู้นั้นจากไปแล้ว คงจะได้รับความรักจากมารดาจริงๆ แล้วกระมัง
เฮ้อ เอาเถิด ด้วยนิสัยนั้นของอี๋เหนียง ดูเหมือนจะเป็ห่วงอยู่บ้าง
รู้ว่านอกจากสาวใช้ข้างกายสองคนแล้ว ก็เป็เด็กน่าสงสารที่ไม่ได้รับความสนใจนัก จิตใจของผู้ที่รับหน้าที่คุณหนูสี่อวี๋คนใหม่จึงผ่อนคลายลง นิสัยของเธอเป็ที่น่ารังเกียจในสายตาของผู้คนมานานแล้ว ฝึกฝนที่จะปล่อยผ่านและอยู่กับมัน อย่างไรก็ตามขอเพียงมีชีวิตอยู่ จะมีอะไรที่ผ่านมันไปไม่ได้เล่า
นางที่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาใหม่ไม่ได้ยินถึงความเคลื่อนไหวใดๆ ด้านนอกเตียง ถือโอกาสอันน่าเบื่อตรงนั้นทบทวนตนเอง ่ก่อนที่จะมา นางชื่นชอบการอ่านนิยายเื่การเกิดใหม่ของบุตรีอนุภรรยา แต่นั่นเพราะว่างและอยากหาอะไรทำฆ่าเวลา ไม่มีใครบอกนางว่าอ่านนิยายมากไปจะทะลุมิติได้ หากรู้ว่าเป็เช่นนี้นางคงจะอ่านนิยายมิติเวลาให้มาก แม้มิติเวลานั่นจะฟังดูลี้ลับ แต่ถ้าหาก...
เอ๋ ที่นี่ที่ไหน
ผ้านวมแพรสีขาวราวกับดอกหลียามนี้แปรเปลี่ยนเป็พื้นไม้กระดาน เงยหน้าขึ้นมองหลังคาสูง มีภาพวาดหมู่สัตว์มงคลอยู่จำนวนมาก มองซ้ายมองขวาที่นี่มีพื้นที่ประมาณสิบหมี่เจี้ยนฟาง[2]ได้ ทิศทางเลือนรางไม่ชัดเจน เหนือใต้มีเพียงกำแพงสีขาว
อวี๋เจียวที่ตื่นตระหนกคลำไปที่พื้น มองสำรวจผนัง ผ่านไปชั่วครู่จึงเอ่ยออกมาหนึ่งประโยคอย่างเหม่อลอย “ว้าว! มีมิติเวลาจริงๆ หรือนี่!”
เชิงอรรถ
^ ผิงชี คือคำเรียกภรรยาโดยชอบธรรมซึ่งมีศักดิ์เทียบเท่าภรรยาเอก^ หน่วยวัดในสมัยจีนโบราณ โดย 1 หมี่เจี้ยนฟาง เท่ากับ 1 ตารางเมตร