ซุนหย่งมองคุณย่าที่ถือเหรียญกษาปณ์อยู่ในมือจนวางไม่ลง จึงพูดอย่างภาคภูมิใจว่า “นี่คือเหรียญกษาปณ์หยวนต้าโถวและเป็นรุ่นลงนามที่หายากมาก!”
“ฮู่ว!”
แขกที่มาร่วมงานบางคนรู้เรื่องนี้ดี ต่างก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
“รุ่นลงนาม”
ดวงตาของคุณย่าเป็นประกาย หมุนเหรียญในมือของเธอขึ้นมาเธอก็เห็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ L.GioRGi เรียงอยู่ทางด้านขวาของด้านหน้าเหรียญ
ฉินลู่มองซุนหย่งอย่างแปลกใจ
เหรียญกษาปณ์หยวนต้าโถวรุ่นลงนามแล้วนั้นหายากมาก และมันไม่ถูกเผยแพร่ออกมาภายนอกด้วยซ้ำเขาเคยเห็นมันในคอลเล็กชันของอาจารย์ ถูกจัดทำโดยโรงกษาปณ์เทียนจินมีการลงนามสลักอยู่ทางด้านขวา ซึ่งเป็นชื่อย่อของช่างแกะสลักชาวอิตาลีโรจ จอร์จ
เหรียญสะสมที่ไม่เคยมีการนำออกมาหมุนเวียนนั้นมีมูลค่าสูงมากที่สำคัญไปกว่านั้นคือมันมีน้อยอย่างยิ่ง มีเงินก็หาซื้อไม่ได้มีมูลค่าแต่ไม่มีแหล่งให้ซื้อ
“นี่...นี่...เสี่ยวหย่ง แกซื้อมาราคาเท่าไหร่เนี่ย” คุณย่าชอบมันมากแต่เธอก็ถามซุนหย่งอย่างลำบากใจ
“ไม่เท่าไหร่หรอกครับ” ซุนหย่งโบกมืออย่างเฉยเมย และพูดว่า“ผมรู้ว่าคุณย่าชอบของโบราณแบบนี้ผมเลยใช้เส้นสายหามาเป็นของขวัญวันเกิดให้คุณย่าน่ะครับ เงินไม่สำคัญหรอกสิ่งสำคัญคือการทำให้คุณย่ามีความสุขครับ”
“ฮ่าๆๆ” คุณย่าหัวเราะอย่างพอใจ และพูดว่า “มีความสุขสิ มีความสุขย่าเห็นของขวัญที่หลานมอบให้ ย่ามีความสุขมาก”
“คุณย่ามีความสุขก็ดีแล้วครับ” ซุนหย่งกลับไปนั่งที่เก้าอี้ของเขา
ของขวัญวันเกิดชิ้นที่สองก็ยังคงเป็นของหลานชายตระกูลซุนชายหนุ่มสวมแว่นกรอบทองท่าทางอ่อนโยน ดูมีเอกลักษณ์มาก
เขาก้าวมาข้างหน้า โค้งคำนับทำความเคารพคุณย่าแล้วกล่าวว่า“คุณย่าครับวันเกิดปีนี้ผมขอมอบพระสังกัจจายน์โพธิสัตว์เป็นของขวัญวันเกิดให้คุณย่าหวังว่าคุณย่าจะชอบนะครับ”
ชายหนุ่มที่สวมแว่นกรอบทองผู้นี้แตกต่างจากซุนหย่งเขาไม่ได้มีความลึกลับอะไร พูดอย่างตรงไปตรงมา
ทันทีที่พูดจบ เขาก็โบกมือ ข้างหลังมีชายสวมชุดบอดี้การ์ดคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับกล่องใบใหญ่
ชายที่สวมแว่นกรอบทองรับกล่องนั้นมาและวางลงบนโต๊ะตรงหน้าคุณย่าเขาเปิดกล่องออกทันที ด้านในเป็นหยกแท้แกะสลักพระสังกัจจายน์พุงโต!
ภายใต้แสงไฟในห้องที่สาดส่องไปที่หยกสีเขียวเกิดเป็นเงาสะท้อนระยิบระยับทำให้ทุกคนในห้องโถงไม่อาจละสายตา
“พระเจ้า นี่คือพระพุทธรูปที่ทำจากหยกแท้เหรอเนี่ย...”
“สวยมาก...”
“นี่ราคาเท่าไรเนี่ย”
“ตระกูลซุนนี่รวยจริงๆ ...”
แขกทุกคนกำลังพูดคุยกันเกี่ยวกับของขวัญชิ้นนี้
ไม่น่าแปลกใจที่ผู้คนต่างก็ประหลาดใจ
พระสังกัจจายน์แกะสลักจากหยกองค์นี้เหมือนของจริงมากมีหน้าอกและท้องกว้าง ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ใครมองมาก็อดยิ้มไม่ได้
เห็นได้ชัดว่าคุณย่าชอบของขวัญชิ้นนี้มากเธอลูบไปที่องค์พระสังกัจจายน์หยกไม่หยุด
“พระสังกัจจายน์องค์นี้แกะสลักได้วิจิตรงดงามมากเป็นผลงานของท่านอาจารย์คนไหนเหรอ”คุณย่าแค่มองก็รู้ได้ทันทีว่าพระสังกัจจายน์องค์นี้ไม่ธรรมดา เธอจึงเงยหน้าถามชายที่สวมแว่นกรอบทอง
ชายที่สวมแว่นกรอบทองลูบกรอบแว่นตัวเอง และพูดด้วยรอยยิ้มว่า“ผมไปขอให้อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการแกะสลักหยก อาจารย์กัว กัวฉือหลินแกะสลักให้ครับ”
“กัวฉือหลิน” คุณย่าประหลาดใจเล็กน้อย และพูดว่า “อาจารย์กัวจากเมืองจิงเฉิงของเราน่ะเหรอ”
“ใช่แล้วครับ อาจารย์กัวท่านนั้นแหละครับ”
คุณย่ามองไปที่องค์พระสังกัจจายน์อีกครั้งจึงเห็นว่าโครงสร้างมีความประณีต รูปทรงงดงามการแกะสลักที่ละเอียดอ่อนสะท้อนให้เห็นความเป็นศิลปะที่วิจิตรงดงามมากที่แท้ก็เป็นฝีมือของกัวฉือหลินนี่เอง
“นี่ซื้อมาเท่าไหร่เหรอ” คุณย่ารู้สึกลำบากใจอีกครั้ง
“ไม่เท่าไหร่หรอกครับ แค่ล้านเดียวเท่านั้น” ชายแว่นทองตอบด้วยรอยยิ้ม
“หนึ่งล้านนี่ไม่เยอะเหรอ!”ดวงตาของคุณย่าเบิกกว้าง แต่นัยน์ตาของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ครั้งหน้าไม่ต้องเตรียมของขวัญวันเกิดราคาแพงแบบนี้ให้ย่าแล้วนะได้ยินไหม”
“เข้าใจแล้วครับคุณย่า คราวหน้าไม่มีแล้วครับ” ชายสวมแว่นทองโค้งคำนับ
“เฮ้อ” คุณย่าถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้เธอรู้ว่างานวันเกิดปีหน้าก็ต้องมีคนให้ของขวัญราคาแพงกับเธออีก
ชายที่สวมแว่นกรอบทองกลับไปนั่งที่
ถึงคราวของหลานคนที่สามมามอบของขวัญแล้ว
คนที่สามเป็นผู้หญิงผมสั้นร่างบาง ดวงตาเฉี่ยวคมเธอสะบัดผมและก้าวไปข้างหน้า เปิดม้วนภาพวาดที่อยู่ในมือต่อหน้าคุณย่า แล้วพูดว่า“คุณย่าคะ นี่คือของขวัญที่หนูอยากมอบให้คุณย่าค่ะภาพวาดฝูงม้าวิ่งทะยานแปดตัวของอาจารย์จ้าวอวี่เจ๋อ”
“ม้าแปดตัว” คุณย่ายืนขึ้นอย่างตื่นเต้น สวมแว่นสายตายาวและมองภาพตรงหน้าเธออย่างพิจารณา
ม้าทั้งแปดตัวในภาพวาดนี้ดูไร้ซึ่งความกลัววิ่งอย่างอิสระบนผืนหญ้ากว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาเท้าทั้งสี่ของพวกมันลอยอยู่กลางอากาศ ขนปลิวพลิ้วไสว ขาทั้งสี่แข็งแรงบึกบึน! เมื่อมองไปม้าแต่ละตัวกำลังควบทะยานไปในลักษณะนั้นให้ความรู้สึกพยศและดื้อดึง เมื่อมองไปทำให้ผู้คนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้น
“ภาพวาดดีมาก เป็นภาพวาดที่ดี!”คุณย่ารับม้วนภาพวาดไปอย่างระมัดระวัง วางมันลงบนโต๊ะแล้วชื่นชมอย่างระมัดระวัง
หญิงสาวผมสั้นที่ยืนอยู่ด้านหน้าเห็นว่าคุณย่าชอบมันมากเธอก็ยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจ
หลังจากชื่นชมอยู่นาน คุณย่าก็ถอดแว่นออก จากนั้นก็ค่อยๆม้วนภาพวาดที่อยู่ในมืออย่างระมัดระวัง หันไปพูดกับคนใช้ที่อยู่ข้างๆ เธอว่า“เอาภาพนี้ไปวางไว้ในห้องหนังสือของฉัน”
“ครับ คุณย่า” คนใช้โค้งคำนับอย่างสุภาพจากนั้นก็รับม้วนภาพวาดด้วยสองมือ แล้วถอยหลังเดินออกไป
“ย่าชอบของขวัญชิ้นนี้ของหลานมาก ช่างเลือกจริงๆ” คุณย่าเอื้อมมือไปลูบศีรษะของหญิงสาวผมสั้นอย่างอ่อนโยน
“แค่คุณย่าชอบก็ดีที่สุดแล้วค่ะ” หญิงผมสั้นพูดอย่างมีความสุขจากนั้นก็กลับไปนั่งที่เก้าอี้ของตัวเอง
จากนั้นก็มีหลานอีกสองคนมามอบของขวัญวันเกิดให้คุณย่า
แต่หลังจากที่ได้เห็นองค์พระสังกัจจายน์ของชายที่สวมแว่นตากรอบทองและม้าทั้งแปดของจ้าวอวี่เจ๋อที่หญิงสาวผมสั้นนำมามอบให้แล้ว มาตราฐานความพึงพอใจของคุณย่าก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทำให้ดูไม่ค่อยพอใจกับของขวัญของหลานสองคนที่เหลือที่นำมามอบให้เท่าไหร่นักแต่ก็ไม่ได้แสดงสีหน้าออกมา
ในฐานะที่เป็นผู้อาวุโสของตระกูลความสามารถในการแสดงออกทางอารมณ์ของคุณย่าจึงสูงมาก
ในที่สุด นอกจากซุนอิง หลานๆ ทุกคนก็มอบขอบขวัญให้คุณย่าหมดแล้ว
ดังนั้น ทุกคนจึงหันไปมองที่ซุนอิง
คุณย่าก็มองซุนอิงอย่างเอ็นดู
ในบรรดาหลานชายหลานสาวทั้งหมดของตระกูลซุน หลานที่หญิงชราชอบและรักมากที่สุดคือซุนอิงเธอตั้งตารอว่าของขวัญวันเกิดที่ซุนอิงจะมอบให้เธอคืออะไรไม่ต้องเป็นของที่แพงที่สุด ขอแค่มีความตั้งใจก็พอแล้ว
เมื่อเห็นว่าทุกคนกำลังมองมาที่ตัวเองซุนอิงก็ยืดอกอย่างมั่นใจแล้วพูดว่า “คุณย่าคะของขวัญวันเกิดที่หนูให้คุณย่าในครั้งนี้หายากมากเลยนะคะ”
“โอ้ จริงเหรอ” คุณย่ายิ่งสงสัยมากขึ้น มองซุนอิงแล้วพูดว่า“งั้นก็รีบเอาออกมาให้ย่าดูสิ”
“ได้ค่ะ” ซุนอิงพยักหน้า จากนั้นก็หยิบถุงออกมาจากด้านหลังแล้วเดินไปที่โต๊ะของคุณย่า