ขออภัยที่ลืมแจ้งนายหญิงหอสมบัติผมเปลี่ยนชื่อจากหลานโหลวในตอนแรกมาเป็นโหลวหลานนะครับ
แม้ของเหลวศักดิ์สิทธิ์จะไม่ได้มีความพิเศษเหมือนอาวุธทั่วไปแต่ข้อดีของมันคือปรับเปลี่ยนรูปร่างได้ตามใจและมีความคมและทนทานอย่างถึงที่สุดเพราะแบบนั้นทหารศพระดับจักรพรรดิถึงไม่สามารถต้านทานการโจมตีของฉางเฟิงได้
“อาวุธเซียนในมือของฉางเฟิงจะต้องเป็นอาวุธเซียนแน่” เมิ่งฝู่คำรามด้วยความโลภ
“อาวุธเซียน”พวกโจวฟ่านที่ได้สติกลับมาก็ยังเผยความโลภออกมาเช่นกัน
“ฆ่าฆ่าเด็กนั่นเร็วแล้วแย่งชิงอาวุธเซียนมา” ผู้อาวุโสนิกายซากศพพากันบ้าคลั่ง
“นี่พวกเจ้าลืมพวกข้าไปแล้วงั้นเหรอ”จักรพรรดิสุราโกรธและโจมตีออกไปด้วยใบหน้าที่โหดเหี้ยม
คนอื่นๆเองก็ไม่ต่างกันตอนนี้สถานการณ์ของนิกายซากศพเริ่มเปลี่ยนไปอีกครั้งเมื่อถูกกดดันจากนิกายบุปผาย่อมต้องรู้สึกกดดันอย่างมากส่วนเมิ่งฝู่ยิ่งไม่ต้องพูดถึงแค่ควบคุมทหารศพสีทองตนเดียวก็เต็มกลืนแล้วทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือคนอื่นได้
“เมื่อพวกเจ้าไม่มีทหารศพพวกเจ้ามันก็แค่ขยะดีๆนี่เอง”ฉางเฟิงพุ่งออกไป
“กล้าดูถูกนิกายของข้า”ผู้อาวุโสนิกายซากศพคำรามด้วยความโกรธ
แต่เมื่อเริ่มต่อสู้ระยะประชิดฝ่ายฉางเฟิงก็ได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัดเพราะสำหรับผู้ควบคุมศพจะอ่อนแอเมื่อไม่มีทหารศพ
“ข้าจะช่วยเจ้าเอง”ผู้อาวุโสอีกคนพุ่งเข้ามาปละชกหมัดใส่ฉางเฟิง
“ผู้ฝึกร่างกายศพงั้นเหรอ”ฉางเฟิงแปลกใจก่อนจะรีบหลบการโจมตีของอีกฝ่าย เพราะไม่ว่าอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นถึงระดับจักรพรรดิขั้นที่5
“บัดซบเจ้านี่มันแปลกเกินไปมันสามารถทำให้ทหารศพหลุดจากการควบคุมของข้าได้”
“ข้าจะเป็นคนเข้าไปต่อสู้ระยะประชิดกับมันเองส่วนเจ้าเรียกทหารศพที่เหลือมาสนับสนุนข้าซะ”ผู้ฝึกร่างกายศพพุ่งเข้าหาฉางเฟิงทันที
“ได้ข่าวว่าผู้ฝึกร่างกายศพจะทำให้กลายเป็นคนตายไปแล้วครึ่งหนึ่งทำให้มีอายุขัยที่ไร้ที่สิ้นสุดเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า” ฉางเฟิงกล่าวด้วยสีหน้าสนใจ
“ทำไมเจ้าอยากจะเข้าร่วมกับพวกเราหรือเปล่าละ” หมัดของผู้ฝึกร่างกายศพรุนแรงอย่างมากต้นไม้รอบๆล้วนถูกทำลายในทันที
“ไม่เลยถึงอย่างไรข้าก็ยังอยากจะมีชีวิตอยู่ไม่ได้อย่างกลายเป็นตัวน่าเกลียดแบบเจ้าหรอกนะข้าแค่ถามเพราะสนใจเท่านั้น” ฉางเฟิงหลบการโจมตีของอีกฝ่ายได้ทั้งหมด
“ตาย!!!!!!!!!!!!!!!”
ผู้อาวุโสอีกคนนำทหารศพระดับราชันและระดับจักรพรรดิออกมาและสั่งให้ทหารศพลอบโจมตีฉางเฟิงทหารศพระดับราชันขั้นที่ 9 ยิงธนูออกมาศรที่พุ่งออกมานั้นน่าหวาดกลัวอย่างมากและมันทำให้ฉางเฟิงรู้สึกได้ถึงภัยคุกคาม
“หลบไม่ทันแน่”การโจมตีของทั้งสามคนนั้นโจมตีมาทั้งสามทางและปิดทางหนีของฉางเฟิงไว้หมด
แต่พริบตานั้นฉางเฟิงก็มีความคิดที่ยอดเยี่ยมของเหลวศักดิ์สิทธิ์กลายเป็นโล่ทรงกลมคลุมร่างของฉางเฟิงเอาไว้รอบด้าน
“ตูม!!!!!!!!!!!!!”
การโจมตีที่ทรงพลังทำให้โล่ทรงกลมกระเด็นออกไปแต่ฉางเฟิงที่อยู่ข้างในยังรู้สึกมึนหัวแต่สำคัญคือไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย
“เป็นไปไม่ได้”ผู้อาวุโสของนิกายศากศพตื่นตระหนก
“ตาข้าเอาคืนบ้างแล้ว”เนตรโกลาหล
ฉางเฟิงบีบอัดพลังจิตไว้ที่ดวงตาก่อนจะปล่อยมันออกไป
“อ๊ากกกกกกกกกกก”ผู้อาวุโสของนิกายซากศพกรีดร้องออกมาเพราะวิญญาณของเขาถูกพลังจิตของฉางเฟิงโจมตีอย่างรุนแรง
“อึกขนาดข้าฝึกฝนร่างศพยังได้รับผลกระทบด้วยงั้นเหรอ”
ทั้งสองถึงกับเผยสีหน้าหวาดกลัวพลังจิตของฉางเฟิงมันแปลกประหลาดเกินไปไม่เพียงแต่ทำให้วิญญาณบาดเจ็บแต่ยังทำให้พลังในร่างปั่นป่วนได้อีกด้วย
“ตายซะ”หอกสีทองพุ่งออกไปทะลวงร่างของผู้อาวุโสที่ควบคุมศพอยู่
“เป็นไปไม่ได้”ร่างของผู้อาวุโสนิกายซากศพล้มลงและตกตายทันที
เมื่อไม่มีคนควบคุมทหารศพก็หยุดเคลื่อนใหวตอนนี้หลายคนต่างก็ตกใจกับพลังที่แปลกประหลาดของฉางเฟิง
“ตระกูลฉางมีพลังแบบนี้ด้วยงั้นเหรอ”โหลวหลานเผยสีหน้าแปลกใจ
นางได้แอบสืบข่าวเกี่ยวกับตัวตนของฉางเฟิงมาแล้วแต่นางกลับไม่รู้เลยว่าฉางเฟิงเป็นลูกหลานของใครในตระกูลฉางเพราะหลายปีมานี้ไม่มีคนตระกูลฉางเดินทางที่มายังทวีปจงโจวเลย
“บัดซบนายน้อยถ้าพวกเราไม่ถอยตอนนี้คนของพวกเราจะต้านไม่ใหวเอานะ” ผู้อาวุโสคนหนึ่งหันไปทางเมิ่งฝู่ทันที
“บ้าเอ้ยเจ้าฉางเฟิง หนี้แค้นในครั้งนี้ข้าจะต้องเอาคืนแน่ พวกเราถอนกำลัง” เมิ่งฝู่คำราม
“คิดจะหนีเจ้าจะต้องทิ้งศพนั่นำไว้ที่นี่” ซงเทียนแสดงพลังออกมาทำให้ทหารศพสีทองของเมิ่งฝู่ไม่สามารถถอยออกไปได้
ไม่ใช่ว่าทหารศพสีทองไม่แข็งแกร่งถ้าวัดกันจริงๆทหารศพแข็งแกร่งกว่าซงเทียนด้วยซ้ำแต่เพราะเมิ่งฝู่อ่อนแอเกินไปทำให้ไม่สามารถแสดงพลังของทหารศพสีทองออกมาได้เท่านั้นเอง
“บ้าเอ้ย”เมิ่งฝู่ไม่ยอมเสียทหารศพอยู่แล้วแต่ถึงอย่างงั้นก็ถอยออกไปไม่ได้เช่นกัน
“คิดจะขโมยของของข้าเจ้ามีความกล้าไม่เบา”
บนท้องฟ้าเมฆสีดำได้รวมตัวกันปรากฏใบหน้าที่ดุร้ายของคนๆหนึ่งแรงกดดันที่คนๆนั้นปล่อยออกมานั้นแข็งแกร่งกว่าซงเทียนหลายเท่า
“ครึ่งเซียนงั้นเหรอ”โหลวหลานที่มีความรู้มองออกถึงพลังของอีกฝ่ายทันที
“ครึ่งเซียนคืออะไร”มีคนถึงกับสงสัย
“ครึ่งเซียนคือคนที่ไม่อาจจะฝ่าด่านทดสอบของเซียนไปได้และยังรอดชีวิตอยู่จะกลายเป็นครึ่งเซียนซึ่งครึ่งเซียนแข็งแกร่งกว่าระดับจักรพรรดิไม่มากแต่อ่อนแอกว่าระดับเซียนมากทีเดียว”โหลวหลานอธิบาย
“สมกับที่มาจากทวีปเซียนรู้เยอะจริงๆ แต่ว่าต่อให้รู้แล้วยังไงในบรรดาพวกเจ้าไม่มีใครสู้ข้าได้ และเจ้าเจ้ามันอันตรายเกินไปเพราะงั้นจงตายไปซะ” ใบหน้าบนท้องฟ้าเผยความโหดเหี้ยมเมื่อมองไปที่ฉางเฟิง
“ตูม!!!!!!!!!”
พริบตาศพสีทองก็ระเบิดพลังที่แข็งแกร่งออกมากระแทกร่างของซงเทียนให้ถอยออกไปและกระโจนเข้าหาฉางเฟิง
“ไม่ดีแล้ว”ฉางเฟิงตื่นตระหนกและรีบหลบหนีแต่ความเร็วของอีกฝ่ายกลับเร็วมากบวกกับแรงกดดันของครึ่งเซียนทำให้ความเร็วของฉางเฟิงลดลง
“เหอะคิดจะทำร้ายนายน้อยต่อหน้าข้า” เสียงเย้ยหยันเสียงหนึ่งปรากฏ
พร้อมกับลิ้นที่ยืดยาวทะลวงท้องฟ้าออกไปเหมือนกับหอกศักดิ์สิทธิ์ ลิ้นพุ่งทะลวงด้วยความเร็วอย่างหน้าเหลือเชื่อพริบตาที่ทหารศพสีทองได้มาถึงตรงหน้าของฉางเฟิงแล้วก็ถูกลิ้นทะลวงร่างจินร่างแหลกละเอียดในพริบตา
ในตอนนี้ใบหน้าของโหลวหลานและอี้หยุนเผยความตกตะลึงพวกนางจะคิดได้อย่างไรว่ากิ้งก่าที่ติดตามฉางเฟิงมาตลอดจะทรงพลังขนาดนี้ต้องรู้ก่อนว่าทหารศพร่างทองนั่นน่าจะเป็นครึ่งเซียนมาก่อนเช่นกันแต่ถึงแบบนั้นกลับไม่สามารถทนการโจมตีของกิ้งก่าสีดำตัวนี้ได้
“อะไรกัน”เสียงแตกตื่นของใบหน้าบนท้องฟ้าดังขึ้น
“ใสหัวกลับไปซะ”เสี่ยวเฮ่ยผสานพลังเข้ากับเสียงและโจมตีออกไป
พริบตาก้อนเมฆที่รวมตัวกลายเป็นใบหน้าก็แตกสลายพลังของครึ่งเซียนก็หายไปเช่นกัน