เมื่อยามรัตติกาล

    บทที่44 ผสานธาตุ

    “หากเป็นไปได้... ก็ทำให้ของสิ่งนี้หายไปเสีย”

     

    คำพูดสุดท้ายของหัวหน้าเจียงเฉินยังคงดังก้องอยู่ในหัวของเชน เขาเอนหลังพิงขอบเตียงผู้ป่วยพลางเรียกหน้าต่างระบบขึ้นมาเพื่อตรวจสอบของที่ได้จากเกตซ้อน

     

    เชน ก็ขมวดคิ้วมุ่นเล็กๆ ทันที นอกจากไอเทมทั่วไปแล้วที่ดรอปจากบอสเกตซ้อน มีเหรียญตรา สร้างสถานะมลทินให้กับไอเทม ซึ่งมันคาดเดาผลลัพธ์ไอเทมไม่ได้ จึงอันตรายเกินกว่าจะสุ่มใช้ในตอนนี้

     

    ถึงพอรู้ว่ามันน่าจะเป็นไอเทม มีราคา จากคำอ่านอธิบายระบบ คร่าวๆ ก็ตาม

     

    ก่อนเชนเปลี่ยนเป้าหมาย เลื่อนมือ เอาลูกบาศก์ สีดำออกมา ซึ่งเขาไม่รู้ใช่ของสิ่งนี้หรือเปล่า เกี่ยวกับงานประมูลปิด ที่ถูกจัดขึ้นภายหลัง หัวหน้าเจียงเฉิน เอาของบางอย่างไปประมูลตามที่อูอันเล่า

     

    ‘หรือว่าหัวหน้าเจียงเฉิน จะมีของบางอย่าง เตะตาพวกระดับสูงอยู่จริงๆ’ ก่อนเชนจะสลัดหัวหยุดความคิดฟุ้งซ่าน เริ่มตั้งใจเปิด ลูกบาศก์สีดำคล้ายมีกลไกบางอย่างซ่อนอยู่

     

    นานพอสมควร เชนนั่งขอบเตียง มีแสงไฟตึกลับฟ้าสาดส่อง เข้ามาภายในห้องชั้น5ที่เขาอยู่…ก่อนเชนจะเผยอาการดีใจ คลี่ยิ้มเล็กๆ “เปิด ออกแล้ว”

     

    ลูกบาศก์ สีดำ ในมือเชนขยับคลายตัวมันออกอย่างรวดเร็ว มาพร้อมอัญมณีสีดำเข้มข้น มันแผ่ออร่า บริสุทธิ์สีดำ ออกมาปกคลุมทั่วห้องจนมืดมิด

     

    “หืม! ธาตุความมืด งั้นหรือ?” อย่างไรอีกฝ่ายก็ต้องการให้ของสิ่งนี้หายไปอยู่แล้ว

     

    เชนยิ้มเล็กๆ เมื่อเขายังไม่ได้ฝึกควบรวมปราณพลังธาตุ เข้าไปภายในปราณมานาของตน

     

    “ลองดูสักหน่อยแล้วกัน” ร่างดูดซับธาตุความมืด เหนี่ยวนำเข้าไปควบแน่นปราณพลังภายในกาย ก็คล้ายร่างเขาที่เป็นเหมือนแก้วใสเริ่มเปลี่ยนสี  มาพร้อมความเสี่ยงอาการแตกร้าว

     

    แม้แต่คนที่เห็นห้องที่เชนอยู่มืดลง ยังพากันประหลาดใจ ที่แสงส่องภายในเมืองตึกลับฟ้า ไม่อาจส่องทะลุผ่านห้องมืดสีดำนั้นไปได้ ราวกับแสงถูกดูดหาย

     

    จู่ๆทันใด เพลิงดำก็ปรากฏ วูบวาบ จนน่าหวาดกลัว บางคนถึงกับขยี้ตา แรงๆ ไฟสีดำแผดเผา กลับไม่มีการแจ้งเตือนไฟไหม้ จากภายในเขตอาคารของโรงพยาบาลแม้แต่น้อย

     

    ซึ่งเชนไม่รู้ว่า ผู้คนบริเวณตึกรอบๆ เห็นภาพพลังสีดำประหลาด จู่เปลี่ยนรูปร่างเปลวเพลิง พาให้เกิดความตระหนกตกใจมากแค่ไหน ...เมื่อคิดจะโทรแจ้งเหตุ ยังต้องวางสายลงไปกับเหตุการณ์ ไฟสีดำลุกท่วม แต่เหมือนจะไม่สร้างความเสียหายใด ปรากฏขึ้นมา แม้แต่น้อย "ไฟเปลิงดำนั้นมันอะไร"

     

    ในขณะเดียวกัน ณ ตึกสูงอีกฝั่งของเมืองร้างเขตนอก กลุ่มฮันเตอร์นักล่า กำลังเฝ้ามองสถานการณ์อย่างเคร่งเครียด เมื่อสายหนึ่งโทรตรงเข้ามา “บริษัทเซนทิเนล โกลบอลจะไม่รับผิดชอบ ต่อความล้มเหลวที่เกิดขึ้นในเกตซ้อนครั้งนี้”

     

    เสียงจากปลายสายตัดฉับไป ทิ้งให้ฮันเตอร์สาวเช็ดปืนไรเฟิล สไนเปอร์ยืนนิ่ง แววตาทรงเสน่ห์ของเธอฉายแววอันตราย สาดประกายเสี้ยวขณะ

     

    ชายหนุ่มฝรั่ง ร่างเพรียวมีเคียวติดโซ่ เหน็บอยู่ข้างหลังส่ายหัวอย่างระอา “กลายเป็นเรื่องยุ่งยากจนได้ ถึงพวกมันจะเห็นหน้าเราไม่ชัด แต่สกิลเฉพาะตัวแบบนี้... ปิดยังไงก็ไม่อยู่หรอก”

     

    “ของที่ตามหาก็หายไป แถมยังต้องมาตามเก็บกวาดเจ้าพวกนี้อีก...” ชายอีกคนที่กำลังลากกระเป๋าสัมภาระบ่นอุบ

     

    หญิงสาวผมบลอนด์ถอนหายใจยาว ความหวาดกลัวต่ออำนาจมืดของเซนทิเนล โกลบอล ทำให้เธอต้องรีบตัดสินใจ “สืบข้อมูลทีมนั้นให้ละเอียดที่สุด ก่อนที่พวกระดับสูง จะจัดการพวกเราไปพร้อมกัน”

     

    “อืมๆ” ขณะคนอื่นๆ พยักหน้าเห็นด้วยอย่างถึงที่สุด

     

    เช้าวันใหม่มาถึง เชนลืมตาตื่นขึ้นจากการเข้าฌานฝึกฝนมาตลอดคืน เขาสัมผัสได้ถึงปราณธาตุความมืดที่ควบแน่นอยู่ในกายอย่างสมบูรณ์ ทว่าสภาพห้องกลับดูไม่จืด... เตียงผู้ป่วย และข้าวของบางส่วนถูกเพลิงดำหลอมละลายไปจนเสียรูป

     

    ผลลัพธ์คือในวันที่เขาออกจากโรงพยาบาล ฉานเฟิงต้องปวดหัวกับการเจรจากับผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่สั่งคาดโทษทัณฑ์บน ทีมพวกเขาข้อหาหนัก “ฝึกฝนในพื้นที่สาธารณะ จนเกิดความเสียหาย”

     

    …หนึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทีมของฉานเฟิง กลับไปรับงานเคลียร์เกตตามปกติอีกครั้ง ทว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปคือความรู้สึกว่าถูก ‘จับจ้อง’

     

    “เจ้าพวกนั้นยังตามเราอยู่สินะ?” นิโคลัสพ่นควันบุหรี่พลางปรายตามอง ไปที่ซอกตึก ขณะเดินออกจากเกตปิด รั้งท้ายทีมพร้อมฉานเฟิง

     

    ส่วนด้านหัวหน้าฉานเฟิงส่ายหัวเบาๆ “สมาคมฮันเตอร์คงส่งทีมของ ‘ปู้ห้าวอัน’ มาคอยคุ้มกันเรา... หรือถ้าพูดให้ถูก คือใช้เราเป็น ‘เหยื่อล่อ’ เพื่อลากคอพวกฮันเตอร์ นักล่าค่าหัวนั่นออกมามากกว่า”

     

    นิโคลัสพยักหน้าเห็นด้วย “อย่างน้อยเราก็ยังปลอดภัย ตราบใดที่สมาคมยังต้องการตัวพยาน อย่างพวกเราอยู่”

     

    “อืมๆ” ในขณะที่พวกรุ่นใหญ่อย่างฉานเฟิงและนิโคลัสรู้ดีว่ากำลังถูกใช้เป็นหมาก แต่พวกรุ่นเล็กอย่างเชน แบฮัน และยูมิ กลับไม่ได้ระแคะระคายเลย พวกเขายังคงมุ่งมั่น กับการฟาร์มเลเวล และเคลียร์เกตอย่างต่อเนื่อง

     

    ท่ามกลางความสงบสุขจอมปลอมนี้ กลุ่มฮันเตอร์นักฆ่า ต่างชาติ รับงานปิดเกตที่ประเทศจีน ยังคงแอบเฝ้ามองจากเงามืด พวกมันถอนหายใจทิ้งครั้งแล้วครั้งเล่าตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เพราะไม่มีจังหวะให้ลงมือได้เลย เนื่องจากการอารักขาที่เข้มงวดของสมาคม

     

    แต่พวกมันรู้ดี... โอกาสมักจะมาถึงในวันที่เหยื่อเริ่ม "ชะล่าใจ"

     


    คล้ายกับเรื่องเมื่อยามรัตติกาล ที่คุณอ่าน