ระบบแลกเปลี่ยนไขมัน

    บทที่ 61 การกลับมาของยัยตัวร้าย

    บทที่ 61 

    การกลับมาของยัยตัวร้าย 


    ภายในห้องเรียนนั้นมีเสียงเอะอะโวยวายเต็มไปหมดจนเหมือนน้ำที่กำลังเดือด และถ้ามันยังเป็นแบบนี้ต่อไปมีหวังเสียงพวกนี้ทำหลังคาถล่มแหงๆ 


    เด็กหนุ่มหลายคนรีบวิ่งเข้ามาจับตัวอู๋ตี้ไว้พร้อมกับตะโกนขึ้น “อย่าให้ไอ้เจ้านักแสดงนี่หนีไปได้! เขาเป็นหลักฐานชั้นยอดเลย!”


    ท่ามกลางความวุ่นวายเหล่านี้ ทันใดนั้น ร่างร่างหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าห้องนั้น 


    “ไม่คิดเลยว่าชีวิตจะน่าเบื่อขนาดนี้พอไม่ได้มาเรียน”


    ถึงแม้ว่าเสียงนั้นจะไม่ได้ดัง แต่ทันทีที่มีคนได้ยิน ความวุ่นวายภายในห้องเรียนก็สงบลงไปในทันทีพร้อมๆกับทุกสายตาที่หันมองไปยังทิศทางเดียวกันอีกครั้ง 


    ที่ประตูหน้าห้องนั้น มีหญิงสาวที่สวมชุดเดรสแบรนด์ดังกำลังยืนอยู่ 


    หญิงสาวที่สวยมากๆ แต่ริมฝีปากของเธอนั้นบางกว่าคนทั่วๆไปนิดหน่อย เรือนร่างที่ผอมเพรียวนั้นมาคู่กับสัดส่วนโค้งเว้าที่น่าดึงดูด ด้วยกระโปรงตัวสั้นนั้นมันช่วยอวดเรียวขางามที่ดูร้อนแรงเสียยิ่งกว่าแดดยามใด 


    ทุกๆคนชะงักไปครู่หนึ่ง ความรู้สึกมึนงงที่เกิดขึ้นตามมาหลังจากนั้นไม่ได้ต่างอะไรไปจากตอนที่หนุ่มหล่อคนนี้บอกว่าตนเองคืออู๋ตี้เลย 


    แม้แต่อู๋ตี้ที่ถูกชายหลายคนรั้งตัวไว้เองก็ยังต้องชะงักและประหลาดใจเมื่อได้เห็นเธอคนนั้น 


    นั่นเพราะเธอไม่ใช่ใครอื่น เธอคือ ซูหลี่เหยาที่ควรจะถูกไล่ออกไปแล้วคนนั้น!


    ไม่ใช่ว่าเธอถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัยไปแล้วเหรอ? ทำไมเธอถึงยังมาอยู่ที่นี่ล่ะ?


    เหตุการณ์ไม่คาดฝันนี้ทำให้ความสนใจของคนทั้งห้องเปลี่ยนจากอู๋ตี้ไปที่ซูหลี่เหยาแทน 


    ในขณะที่ทุกสายตานั้นกำลังตกตะลึง ใบหน้าของ        ซูหลี่เหยาก็เผยรอยยิ้มออกมา 


    เธอมีความสุขที่ได้เป็นเป้าสายตาของทุกๆคน จากนั้นจึงค่อยๆก้าวเดินทีละก้าวๆ 


    เหล่าผู้คนที่ยืนอยู่สองฝั่งทางรีบหลีกทางให้เธอได้เดินสะดวก เพราะเธอนั้นเป็นสมาชิกเก่าของห้องนี้ แม้ว่าเธอจะถูกไล่ออกไปแล้ว แต่ทุกๆคนก็ยังคงยกย่องเธออยู่ 


    เมื่อซูหลี่เหยาเดินผ่านความวุ่นวายมาและเจอเข้ากับอู๋ตี้ เธอก็ชะงักไปจากนั้นดวงตาของเธอก็เปล่งประกายสดใสขึ้นมาทันที 


    นี่เป็นปฏิกิริยาทั่วไปของผู้หญิงที่เจอกับหนุ่มหล่อ 


    แต่ทว่า ครั้งนี้ ซูหลี่เหยากลับไม่ได้รุกเขาต่อ กลับกัน เธอนั้นกุมมือตนไว้นิ่งๆ 


    จากนั้น สิ่งที่ทำให้น่าตกใจยิ่งกว่าก็ปรากฏต่อหน้าทุกคนอีก 


    ด้านนอกห้องเรียนนั้น มีอาจารย์และครูพิเศษรีบปรี่เข้ามาหาซูหลี่เหยาด้วยรอยยิ้มและพยักหน้า 


    ท่าทีของพวกเขาทั้งสองนั้นดูเหมือนพยายามจะขอความกรุณาจากซูหลี่เหยาอยู่ด้วย 


    “นาย บอกทุกๆคนเกี่ยวกับเรื่องของฉันซะ” เธอพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเชิงบังคับ

    อาจารย์ที่เข้ามาคนแรกนั้นยืนขึ้น ก่อนจะเริ่มพูดกับมนุษย์ทุกคนในห้องนั้น “ตั้งแต่วันนี้ ซูหลี่เหยาจะกลับมาเรียนที่ห้องของพวกเราดังเดิม และฉันหวังว่า พวกเรานั้นจะยังคงรักษาไว้ซึ่งมิตรภาพและดูแลซึ่งกันและกันได้ตลอดไป เรื่องต่อไป อาจารย์หลี่จะมาอธิบายเกี่ยวกับเรื่องที่เข้าใจผิดให้พวกเธอฟัง”


    เมื่อสิ้นสุดการอธิบายของอาจารย์คนแรก อาจารย์อีกคนที่ชื่อหลี่ก็รีบหยิบกระดาษขึ้นมาจากกระเป๋า จากนั้นเขาก็โค้งและหัวเราะแห้งๆกับซูหลี่เหยา แล้วจึงเริ่มอ่านสิ่งที่เขียนไว้ในกระดาษนั้นทันที 


    “ผม หลี่ อาจารย์ที่ปรึกษาประจำแผนกบัญชีของมหาวิทยาลัยตงหลิน ก่อนหน้านี้ ผมได้กระทำเรื่องอันเกิดจากความเข้าใจผิดขึ้น ผมได้โต้แย้งกับซูหลี่เหยาและส่งเสียงดังรบกวนในห้องออฟฟิศของเหล่าอาจารย์และต่อหน้าผู้อำนวยการซึ่งนั่นเป็นการกระทำที่แย่มากๆ นอกจากนั้นแล้วยังเข้าใจผิดในตัวซูหลี่เหยาและไล่เธอออกจากมหาวิทยาลัย เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าอายอย่างมาก และผมต้องขอโทษสำหรับเรื่องนี้”


    ได้ยินดังนั้น กลุ่มของนักศึกษาก็แทบล้มลงไปกับพื้นกันหมด นี่มันเรื่องอะไรกันอีก? มีข้อโต้แย้งกับนักศึกษาแถมยังแพ้ด้วยเนี่ยนะ? แบบนี้คนเป็นอาจารย์ต้องพาตัวเองไปตรวจสอบแล้วล่ะมั้ง? 


    อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ยังไม่จบ อาจารย์หลี่จึงเริ่มพูดต่อ 


    “...จริงๆแล้ว สาเหตุหลักของความผิดพลาดในครั้งนี้นั้นเกี่ยวกับตัวผมเอง เพราะหลังจากเกิดเรื่องแล้ว ผมก็ตระหนักได้ว่าผมน่ะทำเรื่องที่ผิดพลาดมากๆลงไปเสียแล้ว เมื่อได้ทำการตรวจสอบและสอบสวนอย่างชัดเจน ทางมหาวิทยาลัยก็ตัดสินใจเชิญซูหลี่เหยากลับมาเรียนอีกครั้ง และตัวผมในฐานะที่ต้องรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ก็พร้อมที่จะรับบทลงโทษจากทางมหาวิทยาลัยแล้ว นั่นคือ การไม่รับเงินเดือนเลยตลอดที่รับหน้าที่นี้ และในอนาคตก็จะยอมรับการเป็นผู้ดำเนินงานต่างๆให้อาจารย์ท่านอื่นและนักศึกษาคนอื่นๆด้วย ผมจะเป็นอาจารย์ที่ดีที่ซึ่งจะดูแลนักศึกษาทุกคน และ...”


    หลังจากพูดจบแล้ว ผู้พูดนั้นต้องทำตามสิ่งที่พูดอย่างเคร่งครัดด้วย เหมือนๆกับเด็กคนหนึ่งที่ทำผิดและโดนลงโทษเลย 

    ทางฝั่งของซูหลี่เหยาที่ยืนอยู่อีกฟากนั้น เธอมีท่าทีที่เหนือกว่ามาตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ราวกับว่าเธอต่างหากที่เป็นอาจารย์ 


    เรื่องทั้งหมดนี้มันทำเอาคนที่อยู่ในเหตุการณ์ดูโง่กันไปหมด นักศึกษาที่ถูกไล่ออกไปแล้วได้กลับเข้ามาเรียนอีกครั้ง แถมอาจารย์ยังต้องมาขอโทษเธอพร้อมทั้งรายงานต่อหน้าสาธารณชนและโดนลงโทษอีกด้วย หรือว่านี่อาจจะเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์มหาวิทยาลัยตงหลิงเลยก็ได้


    สิ้นสุดการร่ายยาวของอาจารย์ที่ใช้เวลาพักใหญ่ๆ        ซูหลี่เหยาก็พยักหน้าพึงพอใจจากนั้นก็โบกมือขึ้น “โอเค พอแล้ว ออกไปได้แล้ว แล้วก็อย่าลืมอ่านมันออกอากาศทางวิทยุมหาวิทยาลัยด้วยล่ะหลังจากกลับไปแล้ว นายต้องให้ทุกๆคนในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้ยินมัน เข้าใจนะ?”


    อาจารย์หนุ่มรีบพยักหน้าและโค้งอีกครั้ง ถึงเขาจะโดนลงโทษ แต่เขาก็ยังจำเป็นต้องขอบคุณซูหลี่เหยาอยู่ 


    เมื่ออาจารย์หลี่ออกไปแล้ว ซูหลี่เหยาก็รู้สึกภาคภูมิใจสุดๆ เธอนั้นแทบจะบินกลับไปยังที่นั่งของเธอทันทีเลย 


    ข้างๆเธอในตอนนี้มีเปาซิงหวังนั่งอยู่ นั่นเพราะว่าก่อนที่ซูหลี่เหยาจะออกไป พวกเธอทั้งสองยังอยู่ในสถานะกุ๊กกิ๊กกันอยู่ 


    ยิ่งอู๋ตี้ไปขออาจารย์เพื่อเปลี่ยนที่นั่ง มันก็เลยทำให้     เปาซิงหวังและซูหลี่เหยาได้นั่งอยู่โต๊ะเดียวกันไปโดยปริยาย 


    แต่เปาซิงหวังนั้นเป็นพวกชอบวางท่าและไม่รู้สึกรู้สาอะไร ทันทีที่เขาได้ยินเรื่องที่ซูหลี่เหยาถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัยนั้น เขาก็เมินเฉยกับเธอในทันที รวมถึงทำเหมือนว่าเขาและเธอไม่เคยเป็นอะไรกันมาก่อนด้วย 


    ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากที่ซูหลี่เหยาถูกไล่ออกไปแล้ว      เปาซิงหวังก็ไม่ได้ติดต่อเธอเลยด้วย แม้ว่าซูหลี่เหยาจะมาขอยิมเงิน เขาก็ตัดสายเธอทิ้งอย่างไม่ไยดี


    ในครั้งนี้ ถึงแม้จะยังไม่ชัดเจนว่าทำไมซูหลี่เหยาถึงกลับมาราวกับรออย่างใจจดใจจ่อแบบนี้ แต่ท่าทีที่อาจารย์พวกนั้นปฏิบัติต่อเธอไม่ใช่อะไรที่เห็นได้ง่ายๆเลย เพราะงั้นเปาซิงหวังยิ่งไม่อยากจะเข้าไปยุ่งกับเธอตอนนี้มากขึ้นไปอีก 


    ก่อนที่เปาซิหวังจะได้นั่งลง ซูหลี่เหยาก็ถีบเข้าไปที่ก้นใหญ่ๆของเขาจนกระเด็นไปหลายเมตรเลยเพราะเจ้าตัวสะดุดและกลิ้งลงไปบนพื้นต่อ 


    “ไปไกลๆเลย! เมื่อหลายวันก่อนฉันขอให้นายช่วย แต่นายกลับไม่ใส่ใจฉัน แล้วนี่ยังจะมานั่งข้างๆฉันอีกเหรอ?           เปาซิงหวัง ฉันจะบอกอะไรนายเลยนะว่า ฉันน่ะจะเป็นอีก 1 คนที่เงินนายไม่สามารถจ่ายให้ได้! เพราะงั้นมันจะดีกว่าถ้านายอยู่ห่างๆฉันเอาไว้ ถ้าไม่งั้นล่ะก็ ฉันสามารถส่งใครสักคนไปฆ่านายได้ทุกนาทีเลย!”


    ซูหลี่เหยาพูดกล่าวด้วยความโหดร้ายเช่นเดียวกับสีหน้าเธอในตอนนี้ เหมือนกับหญิงสาวผู้สูงศักดิ์ไปแล้ว 


    เปาซิงหวังลุกขึ้นด้วยความสับสน แต่ทันใดนั้นใบหน้าอ้วนๆของเขาก็แสดงสีหน้าแปลกๆอุบาทว์ๆออกมา 


    ไม่ว่าใครจะพูดอะไรก็ตาม แต่เขาก็คือลูกคนรวยคนหนึ่ง ตามปกติเขาจะเป็นฝ่ายแกล้งและทับถมคนอื่นแท้ๆ แต่ครั้งนี้เขากลับกลายเป็นคนถูกทับถมเสียเองงั้นเหรอ?


    ในตอนนี้ เขาถูกเหยียบย่ำโดยหญิงสาวที่เขาเคยฟูมฟักมาก่อน ทำไมต้องเป็นเขา? ทั้งๆที่เขาเป็นลูกคนรวยนะ ทำไมเขาต้องมาอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้? 


    ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกโกรธและชี้หน้าซูหลี่เหยาพร้อมกับสาปส่งเธอ “เธอ! ยัยบ้าเอ๊ย! ฉันอุตส่าห์ช่วยให้เธอมีหน้ามีตาแท้ๆ! แต่เธอกลับไม่ต้องการมันเอง! อ้อ เธอบอกว่าจะส่งคนมาฆ่าฉันได้ทุกนาทีเลยใช่ไหม? แต่ฉันน่ะ ส่งคนไปฆ่ายกโคตรเธอได้ตลอดเวลาเลยล่ะ!” 

    หากจะพูดกันเรื่องการกระทำรุนแรงหรือทำอะไรเลวๆ พวกลูกคนรวยเหล่านี้ไม่มีใครยอมใครหรอก 


    แต่กระนั้น การที่ต้องเผชิญหน้ากับเปาซิงหวังที่กำลังโกรธนั้น ซูหลี่เหยากลับมีกริยาที่ใจเย็นแต่ก็ยิ้มเหยียดเขาอยู่


    “ฮี่ๆ เปาซิงหวัง นายเองก็มีความสามารถสินะ? โอเค อยากจะลองดูก็ได้นะ แต่ฉันเองก็ไม่ได้กลัวที่จะเปิดเผยหรอกนะว่าใครหนุนหลังฉันอยู่ นายรู้จักเย่เหลียงหรือเปล่าล่ะ? ตอนนี้น่ะ คนที่หนุนฉันอยู่คือตระกูลเย่แห่งตงหลิงนะ! ถ้านายไม่กลัวตายล่ะก็ จะส่งคนมาจัดการฉันก็เชิญเลย และเมื่อเวลานั้นมาถึง ฉันจะให้นายได้เห็นเองว่าตระกูลนายจะได้เจอนรกแบบไหนบ้างในเมืองตงหลิงนี้!”


    ด้วยคำกล่าวนั้น เปาซิงหวังก็ชะงักไปราวกับโดนฟ้าผ่า จากนั้นหัวใจของเขาก็รู้สึกหนาวขึ้นมาจากภายในส่วนลึกรวมไปถึงขาเองก็เริ่มสั่นและอ่อนลงไปด้วย 


    อะไรนะ? เย่เหลียง? ลูกคนรวยที่นับว่าอยู่ระดับสูงที่สุดท่ามกลางเหล่าลูกคนรวยด้วยกันเองในมหาวิทยาลัยตงหลิงแห่งนี้น่ะเหรอ?!


    แถมในเมืองตงหลิงแห่งนี้เอง ตระกูลเย่ก็นับว่าเป็น 1 ใน 4 ตระกูลใหญ่ของเมืองอีกด้วย!


    หากเขาเผลอไปกระตุกหนวดตระกูลเย่เข้าล่ะก็ ไม่ต้องคิดเลยว่าจะใช้ชีวิตอย่างไรต่อ เพราะเขาเองก็ไม่ได้อยู่ในอีก 3 ตระกูลใหญ่ที่เหลือด้วย 


    ทั่วทั้งตงหลิงต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า จะกระตุกหนวดตระกูลไหนก็ได้ แม้ว่าจะเป็นตระกูลใหญ่ก็ตาม แต่อย่ายุ่งกับตระกูลเย่ นั่นก็เพราะว่าเย่เฉิน ผู้นำตระกูลคนปัจจุบันนั้นเกิดและโตขึ้นบนท้องถนน ดังนั้นแล้วเขาจึงมีความโหดเหี้ยมเป็นทุนอยู่แล้ว


    เหมือนจะมีเรื่องเล่าว่า เมื่อไม่กี่เดือนก่อน เย่เฉินก็ต้องออกมาโต้ตอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจาก 1 ในตระกูลเย่อย่างเย่เหลียงนั้นไปฉุดหญิงสาวมา ด้วยการขับเคลื่อนพลังของตระกูลเย่ เขาใช้ลูกไม้และวิธีสกปรกต่างๆนานาเพื่อปิดเรื่องนี้ลงในที่สุด 


    เมื่อเปาซิงหวังคิดได้ว่า หากเขามีเรื่องกับตระกูลเย่ด้วยเหตุผลของตัวเขาเอง เขาต้องไม่สามารถปกป้องตัวเองได้แน่ๆ รวมไปถึงพ่อหรือทั้งตระกูลของเขาก็จะต้องเขามาพัวพันกับเรื่องนี้ด้วยอย่างแน่นอน


    คล้ายกับเรื่องระบบแลกเปลี่ยนไขมัน ที่คุณอ่าน