“เป็อะไรไปน่ะน้ำผึ้งเห็นเดินวนไปเวียนมาหลายตลบแล้ว ไม่เหนื่อยบ้างหรือไง” ภาวัติเอ่ยทักแม่ตัวเล็กซึ่งเดินวนไปเวียนมาอย่างกับหนูติดจั่นวงหน้านวลชะเง้อจนคอยาวมองออกไปที่ชายหาดสีขาวสุดลูกหูลูกตาสลับสะบัดค้อนหน้าตางอง้ำใส่เขาอยู่หลายครั้ง
“คุณป๋าน่ะ...ก็รู้อยู่ยังจะมาถามอีก”
มธุรสเอ่ยอย่างกระเง้ากระงอดใบหน้าสวยยิ่งงอง้ำ อากาศตอนเช้ากำลังเย็นสบายพระอาทิตย์ดวงโตออกสีส้มเข้มโผล่ขึ้นจากขอบฟ้า สาดทอแสงสะท้อนกับน้ำทะเลสีน้ำเงินเข้มใสแจ๋วราวกับได้เห็นเกล็ดของเพชรเม็ดงามมากองอยู่ตรงเบื้องหน้าจนอยากเห็นให้ชัดเจนเต็มสองตา อยากััเนื้อทรายนุ่มด้วยมือและเท้าถึงได้ปลุกและลากตัวภาวัติซึ่งยังนอนหลับอุตุอยู่บนเตียงลงมาเป็เพื่อนด้วย แต่พอคุณป๋าตัวดีเห็นเครื่องคอมพิวเตอร์เท่านั้นแหละ...
‘ขอคุณป๋าเช็กงานหน่อยนะน้ำผึ้งไม่ถึงสิบนาทีหรอก เดี๋ยวคุณป๋าจะไปเดินเล่นเป็เพื่อน’ คนเอ่ยบอกยกมือขึ้นทาบบนศีรษะทุยแล้วขยี้เบาๆก่อนพาร่างอวบท้วมความสูงไล่เลี่ยกับมธุรสไปนั่งหน้าคอมพิวเตอร์
นับจากตอนนั้นถึงตอนนี้เวลาก็ผ่านไปจากครึ่งชั่วโมงเป็หนึ่งชั่วโมงกว่าแล้วที่ภาวัติยังนั่งทำหน้าคร่ำเคร่งอยู่กับคอมพิวเตอร์จนลืมไปด้วยซ้ำว่ามีเธออยู่ด้วย เป็อย่างนี้แทบทุกครั้ง ทำงานจนลืมเวลา ลืมกินลืมนอน คิดแล้วเซ็ง ริมฝีปากอวบอิ่มขยับไปซ้ายขวา
“ไหนบอกว่าสิบนาทีคะนี่ชั่วโมงกว่าแล้วนะ ลุกเลยค่ะลุกเลย...วันนี้เรามาเที่ยวกันนะ ไม่ใช่มาทำงาน”ไม่รอช้าร่างเล็กเดินไปสอดสองมือเล็กกับแขนอวบใหญ่และดึงรั้งร่างภาวัติให้ลุกขึ้น
“ขอคุณป๋าดูรายละเอียดงานอีกแป๊บนะน้ำผึ้ง”เอ่ยบอกโดยที่สายตาไม่ละจากจอคอมพิวเตอร์
มธุรสแบะหน้าเหนื่อยหน่ายระคนเบื่อเซ็ง“ถ้ายังไม่ยอมวางมือ น้ำผึ้งโกรธแล้วนะคุณป๋า” ทำเสียงกระเง้ากระงอด งอนตุ๊บป่องสอดแขนเรียวไขว้ระหว่างอก ปรายสายตามองภาวัติ ที่ปกติแล้วเมื่อเธองอนเขาก็ต้องง้อ แต่คราวนี้กลับไม่สนใจสงสัยงานคงสำคัญมากจริงๆ แต่ไม่ยอมแล้วนะ พามาพักผ่อนนะไม่ใช่มาทำงาน
มือใหญ่จับรั้งแขนเล็กบังคับด้วยแรงที่มากกว่าให้อีกฝ่ายหันมา“ให้เวลาคุณป๋านิดนะน้ำผึ้ง การได้รู้เื่นี้ให้ประโยชน์แก่เราสองคนมาก ถ้าหนูเบื่อนั่งรอก็ไปเดินเล่นคนเดียวก่อน คุณป๋าเสร็จแล้วจะรีบตามไป ตกลงนะ”
มธุรสถึงกับกลอกสายตาขึ้นมองเพดานห้องด้วยความเบื่อหน่ายและเซ็งจับจิตก่อนพยักหน้ารับอย่างไม่เต็มใจด้วยในทรวงเหมือนมีหมู่มวลความกดอากาศต่ำแฝงตัวอยู่ทำให้หายใจหายคอไม่ออกแต่เธอคงไม่โชคร้ายขนาดนั้นหรอกมั้ง! ชายหาดออกกว้างสุดลูกหูลูกตาเธอคงไม่เดินไปสะดุดปราสาททรายให้หัวตุงคะมำไปชนเข้ากับอีตาหื่นฉวยโอกาสนั่นหรอกน่า
“มีอะไรปิดบังคุณป๋าอยู่หรือเปล่าน้ำผึ้ง”
“ถามอะไรอย่างนี้ล่ะคะน้ำผึ้งก็แค่อยากให้คุณป๋าได้หยุดพักบ้างเท่านั้น” รีบตอบกลับด้วยร้อนอกร้อนใจเมินหน้าหลบหนีสายตาที่จ้องจับผิด
กลีบปากอิ่มคลี่ยิ้มเล็กน้อย“คุณป๋าทำงานไปเถอะค่ะ น้ำผึ้งไปเดินเล่นชายหาดคนเดียวก็ได้ แต่ทำงานเสร็จเมื่อไหร่ต้องรีบตามไปทันทีเลยนะคะ”กดจมูกโด่งบนแก้มอวบอูมทั้งสองข้างของภาวัติ ก่อนเดินไม่เหลียวหลังมองเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายต้องมองตามอย่างสงสัย จนต้องคิดหาหนทางเค้นเอาคำตอบจากปากเธอให้ได้แน่นอน