ถุงมือฟ้าประทาน

    ตอนที่24แก้ผ้าสิ


    “ทำลายข้าวของในร้านมันเหรอ?” สินชัยกล่าวคำเรียบเฉย ทว่าแววตาช่างดุร้าย ไม่ต่างจากสุนัขล่าเนื้อเจษผงกศีรษะว่า “ใช่ครับเถ้าแก่ ถ้าหากมันยังขายดีแบบนี้ต่อไป ร้านของเราคงไม่มีลูกค้าเข้า ดูตอนนี้สิ หากเทียบกับเมื่อก่อนตอนที่ยังไม่มีร้านหมูกระทะนายเจมส์ ร้านของเรามีคนเข้ามากกว่า 15 โต๊ะ แต่หลังจากที่ร้านนายเจมส์มาเปิดฝั่งตรงข้าม ทั้งวันได้ไม่ถึง 5 โต๊ะด้วยซ้ำ”“จริงของแก แต่ว่าร้านมันมีกล้องวงจรปิดหรือเปล่าละ” สินชัยไม่ปฏิเสธการใช้วิธีต่ำช้า แต่อย่างใดก็ตามใช่ว่าคนแก่แล้วจะโง่เสียทีเดียว ยิ่งเป็นในยุคที่อุปกรณ์สื่อสารพัฒนาไว เราต้องระวังตัวให้ดีก่อนเริ่มลงมือทำดังนั้นสินชัยต้องคำนึงถึงผลลัพธ์ที่ตามมาจากความผิดพลาด หากฝ่ายนั้นติดตั้งกล้องวงจรปิด เขาคงไม่แคล้วถูกดำเนินคดี เสียเงินให้กับไอ้เด็กเจมส์นั่นและแน่นอนว่าชื่อเสียงที่สั่งสมมาของร้านศรีอัมพรต้องสูญพันธุ์ในวันนั้นแน่ ไอ้เด็กเวรหน้าดำคงไม่ปล่อยโอกาสเหยียบซ้ำ กระจ่ายข่าวฉาวจนร้านเขาต้องปิดตัวลงเจษครุ่นคิดสักครู่ก่อนจะตอบ “เดี๋ยวผมกับไอ้ปิงจะทำทีไปเป็นลูกค้า แล้วก็คอยสอดส่องดูในร้านเองครับ” “เออ แต่อย่าให้มันจับได้ล่ะ” สินชัยมองว่าวิธีของลูกน้องร่างผอมคนนี้เข้าท่า จึงไม่คัดค้าน “เอ้า ทำไมมึงถึงยังไม่ไปละ มัวยืนบื้ออะไรอยู่อีก”“คือว่า...ผมไม่มีเงินครับ แฮะๆ” เจษไม่ยอมควักเนื้อตัวเองอยู่แล้ว ในเมื่องานนี้ทำเพื่อเจ้าของร้าน เพราะงั้นคุณก็ควรจะจ่ายให้สมน้ำสมเนื้อ ไม่ใช่ใช้งานฟรีๆ“ฮึ่ม!” สินชัยส่งเสียงไม่พอใจในลำคอ แต่ยังคงหยิบแบงก์พันออกมาให้อีกฝ่ายเจษรับเงินหนึ่งพันมาจากเถ้าแก่ร้าน กล่าวด้วยรอยยิ้มเจื่อนว่า “เถ้าแก่ครับ บุฟเฟ่ต์ที่นั่นหัวละ 599 บาทต่อคน ผมกับไอ้ปิงไปกันสองคน มันก็ควรจะเป็น...”แต่ก่อนที่เจษจะพูดจบประโยค เขาถูกเถ้าแก่ร้านตบหัวจนหน้าสั่นทีหนึ่ง “ได้คืบอย่าเอาศอก กูให้มึงไปแอบดูกล้องวงจรปิดของมัน มึงอย่าคิดว่ากูไม่รู้ว่าร้านมันมีราคาหัวละ 199 บาทด้วย กินได้เฉพาะหมูไม่รวมของทะเล นี่มึงคิดว่ากูไม่รู้เหรอไอ้เจษ!” สินชัยไม่ใช่คนโง่ ถึงเขาจะไม่เคยเหยียบเข้าไปกินหมูกระทะร้านเจมส์ แต่คอยแอบสอดส่องอยู่ฝั่งตรงข้ามตลอด ไม่งั้นจะรู้ได้ยังไงว่าเจมส์ใช้หมูสำเร็จรูปจากตลาดไม่ต่างจากร้านตน“เอ๋...มีแบบนั้นด้วยเหรอครับ แหะๆ ผมเองก็เพิ่งจะรู้นี่แหละ” พูดจบเจษรีบหลบฉาก วิ่งจ้ำอ้าวตามปิงไปกินหมูกระทะร้านนายเจมส์ก่อนจะโดนหวดอีกฝ่ามือ“ไอ้เวร ถึงแก่แต่กูไม่โง่หรอกนะเว้ย!” สินชัยสมกับเป็นตาแก่จอมเฮี้ยบ ไม่สิความจริงต้องบอกว่าเขาเป็นคนใจแคบและขี้เหนียวต่างหาก............ปิงและเจษข้ามถนนเส้นเล็กมาร้านเจมส์เพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงแล้ว เทียบกับฝั่งนู้นที่เหมือนกับสุสานไร้ผู้คน ที่นี่เหมือนกับงานคอนเสิร์ต เนืองแน่นด้วยลูกค้ามากมาย โดยเฉพาะผู้หญิง มีแต่คนสวยๆ ทั้งนั้น“สวัสดีครับคุณลูกค้า ร้านหมูกระทะนายเจมส์ยินดีต้อนรับครับ” ทอยเข้ามาทักทายอีกฝ่าย “ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าจะรับแบบไหนดีครับ หัวละ 199 หรือ 599 บาทดีครับ แต่ถ้าหากคุณลูกค้าต้องการผม...ต้องผ่านผู้หญิงในร้านก่อนนะครับ”หนึ่งเดือนที่ผ่านมาทอยเป็นหนึ่งในเหตุผลที่คนเลือกเข้าร้าน เขาเป็นชายที่มีรูปร่างสมบูรณ์แบบ นัยน์ตาคู่นั้นมีความขี้เล่นอยู่หลายส่วน เหนือสิ่งอื่นใดคงเป็นเป้าตุงๆ ที่มองยังไงก็ไม่เบื่อ จึงตกเป็นชายหนุ่มที่ลูกค้าหญิงหลายท่านต่างต้องการตัวมาเป็นผัว“อะไรนะ...” เจษค่อนข้างงง หมายความว่ายังไงที่ต้องผ่านผู้หญิงพวกนั้น แล้วสายตาแปลกๆ ของนายนี่มันอะไรกัน“เอาหัวละ 199 บาทครับ พวกเรามากันสองคน” ตรงข้ามกับเจษ ปิงเข้าใจในสิ่งที่ทอยกล่าว จึงเลือกที่จะตอบสนองอีกฝ่าย แทนที่จะมายืนถามวกไปวนมา“ถ้างั้นเชิญทางนี้ครับ” ทอยพาลูกค้าไปยังมุมที่ว่างอยู่ ซึ่งเป็นเพียงโต๊ะเดียวในร้านที่ยังว่างอยู่ มันถูกเสริมเข้ามาเมื่อไม่นานมานี้โดยหนึ่งเดือนที่ผ่านมาทำให้เจมส์มีประสบการณ์ทำร้านหมูกระทะแบบบุฟเฟ่ต์เพิ่มขึ้น จากยอดขายและผลกำไรในแต่ละวัน ทำให้ตัดสินใจเพิ่มโต๊ะและเก้าอี้ รองรับลูกค้าเพิ่มขึ้นจาก 10 โต๊ะกลายเป็น 15 โต๊ะนี่คือขีดจำกัดที่เจมส์สามารถทำได้ เพราะพื้นที่ในร้านหมูกระทะค่อนข้างเล็ก หากยัดโต๊ะและเก้าอี้มากเกินไปจะไม่มีพื้นที่เหลือให้เดิน และนั่นคงจะทำให้ลูกค้าไม่พอใจ อาจถึงขั้นก่นด่าผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างเสียๆหายๆหลังจากที่ทั้งคู่นั่งลงบนโต๊ะที่ทอยพามา เจษเริ่มมองไปรอบร้าน หวังหากล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ตรงมุมเสาต่างๆ“เจษ มึงมัวนั่งทำอะไรอยู่วะ เขายกเตาถ่านมาแล้วนะโว้ย ขืนมึงยังนั่งอยู่แบบนี้โดยที่ไม่ไปตักอะไรเลย กูว่าเตาแม่งไหม้ก่อนพอดี” ปิงส่งเสียงคำราม ท่าทางไม่พอใจที่เจษเอาแต่มองไปรอบๆ ร้านเจษละสายตาจากต้นเสา หันกลับมามองเตาถ่านที่กำลังคุด้วยไฟเป็นต้องผงกศรีษะ “เออจริงของมึง โทษทีว่ะ จะรีบไปตักหมูมาเดี๋ยวนี้แหละ”“เออ มึงไปตักหมูเดี๋ยวกูจัดการผักเอง!” ทั้งคู่แบ่งแยกงาน จากนั้นรีบเดินไปหยิบจานชาม ตักเนื้อสัตว์และผักหลากชนิด ก่อนที่กระทะจะไหม้ไม่ได้กินกระทั่งกินเสร็จจ่ายเงินออกจากร้านหมูกระทะนายเจมส์ เจษเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่ามาทำอะไรที่นี่ “แย่แล้วว่ะ กูกินจนลืมดูเลยว่าแม่งมีกล้องวงจรปิดหรือเปล่า” “หา...ซวยแล้วไง ถ้าหากเถ้าแก่รู้เข้าละแย่แน่”“นั่นสิ แล้วเราจะทำยังไงดีวะ”“เอางี้นะ มึงก็แค่บอกเถ้าแก่ว่าร้านมันไม่มีกล้องวงจรปิด แค่นี้ก็ไม่เป็นไรเเล้ว”“หา...มึงจะให้กูโกหกเถ้าแก่เหรอ”“หรือมึงจะบอกเถ้าแก่ว่ากินจนลืมดู ถ้าหากมึงพูดแบบนั้นนะมีหวังได้จ่ายเงินค่าหมูกระทะเอง กูไม่จ่ายหรอกนะเว้ยบอกก่อน อีกอย่างร้านมันเพิ่งเปิดได้แค่เดือนเดียว ร้านใหม่แบบนี้กูว่าคงไม่มีกล้องวงจรปิดหรอก”“เออ เข้าท่าว่ะ เดี๋ยวกูจะไปบอกเถ้าแก่ตามที่มึงพูด”“เออดีแล้ว แต่จะว่าไปน้ำซุปกับน้ำจิ้มแม่งก็อร่อยจริงๆ ร้านเถ้าแก่เทียบไม่ติดเลย มิน่าละคนถึงไม่เข้าร้านเรา”“นั่นสิ แต่น่าเสียดายที่มันดันมาเปิดร้านแข่งเถ้าแก่ หากจะโทษก็โทษที่ไม่ดูที่ทางให้ดีๆ ไม่รู้หรือไงว่าเราคุมซอยกระถิน!”........ด้วยผลของเครื่องราง ทำให้หลายวันที่ผ่านมาร้านหมูกระทะนายเจมส์เต็มทุกโต๊ะ ไม่มีที่ว่าง เหมือนกับร้านของเจ้าหนูซันชู ที่ตัวเอกของเรื่องอย่างฮงบินยูเคยช่วยไว้ไม่มีผิดในระหว่างเดินทางไปเมืองอื่น ตัวเอกอย่างฮงบินยูบังเอิญเจอร้านอาหารข้างทางโทรมๆ จากการชิมพบว่าเจ้าของร้านมีฝีมือพอตัว แต่เป็นเพราะละแวกนั้นไม่ค่อยมีหมู่บ้าน ห่างไกลจากผู้คน รถราขับผ่านก็ใช่จะหยุดจอดแล้วลงมาร่ำสุรา ร้านจึงว่างเปล่าไม่มีผู้คน แต่ด้วยเครื่องราง'มังกรกินหาง'ที่ตัวเอกให้ไว้ ทำให้นับตั้งแต่นั้นมา เจ้าหนูซันชูที่เป็นเถ้าแก่ร้านเล็กๆ กลายเป็นเถ้าแก่ใหญ่ ที่กองคาราวานเห็นแล้วเป็นต้องหยุดรถ ตบเท้าเข้าไปดื่มสุราผลลัพธ์ที่เจ้าหนูซันชูทำได้วันนั้น วันนี้มันได้ผลิดอกออกผลแล้วที่ร้านหมูกระทะนายเจมส์ แต่อย่างใดก็ตาม เมื่อเจมส์มาถึงร้านของตัวเอง ใบหน้าต้องอึมครึมด้วยเมฆหมอกตอนนี้ข้าวของทุกอย่างถูกทุบทำลาย โต๊ะเก้าอี้ เครื่องใช้ในครัว ทุกอย่างถูกทุบหรือไม่ก็โยนลงพื้นจนเกิดความเสียหาย ยกเว้นหม้อเก้ามังกร โอ่งเก็บจันทราแล้ว อุปกรณ์ทุกอย่างแทบจะใช้การไม่ได้“คุณเจมส์...” ปั้น พ่อครัวประจำร้านมีสีหน้าไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเจมส์ รวมถึงพนักงานคนอื่นด้วยเช่นกัน“มันเกิดอะไรขึ้น!” เจมส์ถาม เป็นน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่ฟังแล้วทำให้ปั้นต้องก้มศีรษะอย่างหวั่นเกรง“ผมเองก็ไม่ทราบครับ มาถึงร้านก็เป็นแบบนี้แล้ว พวกเราช่วยกันเก็บของ ตรวจดูอุปกรณ์ชิ้นไหนว่ายังสามารถใช้งานได้บ้าง แต่มันแทบจะไม่มี ทุกชิ้นถูกทำลายหรือไม่ก็ถูกขโมยไป” เจมส์ไม่ได้พูดอะไรเป็นเวลานาน และเขาไม่คิดว่าหนึ่งในพนักงานพวกนี้ทำ คนเราต้องมีเหตุและแรงจูงใจ หากปราศจากข้อดังกล่าวก็ไม่มีเหตุผล แถมการที่ร้านเปิดไม่ได้ก็เสี่ยงต่อการขาดทุน ไปถึงการเจ๊งจนปิดร้าน ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีสำหรับพนักงานอย่างพวกเขาที่ไม่มีความรู้“วันนี้เราจะปิดร้าน ฝากจัดการเก็บกวาดทุกอย่างด้วยนะครับ” พูดจบเจมส์เดินเข้าครัว มองไปที่โอ่งเก้ามังกร โชคดีที่พวกนั้นไม่แตะต้องของวิเศษ ไม่งั้นคงกลายเป็นศพในห้องครัว หรืออาจจะใช้ของทุบตีแล้วแต่ไม่เป็นผล รวมถึงคิดว่าทำพอแล้วจึงกลับไป “ทอย นายมีโหมดล่องหนใช่ไหม” เจมส์หันหน้าไปมองสุภาพบุรุษหัวโล้นในชุดสูท ถามคำถามที่รู้อยู่ก่อน“ครับเจ้านาย เพียงแต่ว่า...”“ผมรู้ เพราะงั้นพรุ่งนี้หลังจากซื้ออุปกรณ์มาครบ เปิดร้านเป็นปกติแล้ว เที่ยงคืนปิดร้านนายไม่ต้องกลับไปพร้อมผม อยู่ที่นี่ แก้ผ้าเฝ้าร้านเข้าใจไหม!”“แก้ผ้าเหรอครับ...ได้เลยครับ ผมเข้าใจแล้วครับเจ้านาย เรื่องนี้สบายมากหายห่วง เรื่องแก้ผ้าไว้ใจผมได้เลย!” ทอยกระตือรือร้นเป็นพิเศษเมื่อรู้งานที่ต้องทำส่วนเจมส์ต้องรีบเบือนหน้าไปทางอื่น

    เพราะไม่อยากดูเจ้าโง่โพสต์ท่าพิลึกที่ถูกจอร์ส นักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องตั้งโปรแกรมไว้