ตอนที่ 2 หมาป่าเนรคุณ (1)
“ว่าไปแล้วก็น่าเสียดายจริงๆ...หลายปีก่อนแม้ว่าฉันจะแอบเห็นนายแล้วขัดตา แต่หลังจากที่นายเสียโฉมแล้วมาอยู่กับฉันอย่างว่านอนสอนง่าย ทั้งยังทุ่มเททั้งกายและใจทำงานเพื่อฉัน หลายปีมานี้ ต่อให้เป็หมาก็มีความรู้สึก นับประสาอะไรกับนายที่เป็คน...
“อย่ามองฉันแบบนี้ ฉันเองก็ไม่ได้อยากทำ” ซ่งจื่อเซวียนเมินเฉยต่อโทสะของเสิ่นมู่ชิง สีหน้าดูผ่อนคลายราวกับกำลังพูดคุยเื่สภาพอากาศ “ยังไงก็เป็พี่น้องกัน ยังคงมีความรู้สึกอยู่บ้างละนะ...
“นายลองคิดดู ปีนั้นที่นายเกิดเื่ก็ทะเลาะกับครอบครัว แถมบริษัทยังทิ้งให้นายอยู่ในโรงพยาบาลอย่างตามมีตามเกิด หากไม่ใช่เพราะฉันจ้างนายเป็ผู้ช่วย นายออกจากโรงพยาบาลแล้วคงเป็ได้แค่ขอทานเร่ร่อนอยู่ข้างถนนใช่ไหมล่ะ ฉันรู้ว่านายเป็คนหยิ่งทะนง ถ้าถึงขั้นนั้นจริง สำหรับนายแล้วตายไปเสียยังจะดีกว่า ดังนั้นหนึ่งชีวิตแลกกับห้าปีที่ไม่ต้องกังวลเื่อาหารและเสื้อผ้า คิดๆ ดูแล้วที่จริงก็ถือว่านายไม่ขาดทุนเลยนะ
“หลายปีมานี้นายเก็บตัวอยู่หลังฉากคอยสอนการแสดงให้ฉัน ช่วยฉันไว้ไม่น้อยเลย ต้องขอบคุณที่โชคดีได้รับการชี้แนะอย่างตั้งใจจากนาย ทักษะการแสดงของฉันในตอนนี้ถึงดีกว่าเมื่อก่อน สำหรับฉันแล้ว การมีอยู่ของนายกลายเป็เหมือนซี่โครงไก่ที่จะโยนทิ้งก็น่าเสียดาย แต่ในทีมมีหลายคนเห็นนายแล้วขัดตา คิดว่านายเองก็ใช่ว่าจะไม่รู้...
“ที่จริงแล้วจะให้เลี้ยงนายไปจนตายใช่ว่าจะทำไม่ได้ ยังไงการมีอยู่ของนายก็ทำให้ฉันได้รับชื่อเสียงและเป็ที่รัก แต่ใครใช้ให้นายดวงซวยขนาดนี้ มีคนหมายหัวว่า้าชีวิตนายน่ะ”
ซ่งจื่อเซวียนเห็นเสิ่นมู่ชิงดูโกรธแค้น ั์ตาฉายแววคลุ้มคลั่ง “นายคงจะรู้จัก ‘คนสำรวจสุสาน’ ใช่ไหม หนังเื่นี้ผู้กำกับหวังเตรียมการมาสองปีเต็มๆ แล้ว ตอนนี้ขาดแค่เื่เงินทุนที่ยังไม่พร้อม สองสามวันก่อน ‘คนคนนั้น’ มาหาฉัน สัญญากับฉันว่าตราบใดที่ทำให้นายหายสาบสูญไปโดยไม่ผิดสังเกตก็จะแนะนำฉันเข้ากอง ให้ฉันแสดงเป็พระเอกของหนังเื่นี้...
“นายก็รู้นี่ ฉันเพิ่งคว้าตำแหน่งาาภาพยนตร์มา ตอนนี้เป็โอกาสดีที่จะพัฒนาไปถึงระดับนานาชาติ ขอแค่มี ‘คนสำรวจสุสาน’ อิฐเคาะประตู[1]ก้อนนี้ ไม่แน่ว่าอาจจะเปิดประตูบานใหญ่ไปสู่นานาชาติได้ ถ้าเป็แบบนั้นความสำเร็จในอนาคตของฉันมีไม่จำกัดแน่นอน...โอกาสแบบนี้ไม่ว่ายังไงฉันก็พลาดไม่ได้เด็ดขาด...
“หลายปีมานี้ยังไงนายก็ช่วยฉันตั้งมากมาย คิดว่าคงไม่ถือสานะถ้าจะช่วยฉันเป็ครั้งสุดท้าย ถึงยังไงนายอยู่ไปก็ไม่มีความหมาย ความตายสำหรับนายถือเป็การปลดปล่อยเสียด้วยซ้ำ หลังจากที่นายตายแล้ว ฉันกับ ‘คนคนนั้น’ ก็จะได้ในสิ่งที่้า ยิงนัดเดียวได้นกตั้งสามตัวแบบนี้ มีแต่คนโง่เท่านั้นที่จะปฏิเสธใช่ไหมล่ะ”
“เป็ใคร” เสียงที่ข้างหูเริ่มแว่วลงทีละน้อย เสิ่นมู่ชิงกัดปลายลิ้นสุดแรงเกิดเพื่อให้ตัวเองประคองสติไว้ได้ เขาพยายามทำให้สายตาที่เริ่มพร่าเลือนของตนเองเพ่งมองไปทางซ่งจื่อเซวียน ใช้เรี่ยวแรงที่ยังหลงเหลืออยู่ซักหาคำตอบอย่างดื้อรั้น “เป็ใครที่อยากให้ฉันตาย”
“จะถามเื่นี้ไปทำไม รู้มากแล้วจากไปไม่สงบนะ” ซ่งจื่อเซวียนถอนหายใจ น้ำเสียงฟังดูเยือกเย็นราวกับอสรพิษ “หลายปีมานี้นายทุ่มเทกายใจซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดคอยสอนการแสดงให้ฉัน ก็เพื่อที่จะตอบแทนบุญคุณที่ฉันจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้นายในปีนั้นไม่ใช่เหรอ เห็นแก่ความเป็พี่น้องกัน มีเื่หนึ่งที่ฉันไม่อยากปิดบังนายอีกต่อไปแล้ว...
“ที่จริงปีนั้นคนที่จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้นายไม่ใช่ฉันเลย แต่เป็พ่อเลี้ยงของนาย นายออกจากบ้านมาสิบปี แถมตอนนั้นยังป่วยอีก เขากลัวว่าการปรากฏตัวของตัวเองจะกระทบกระเทือนจิตใจนายแล้วส่งผลต่อการฟื้นฟูร่างกาย ถึงได้แอบออกเงินให้นายแล้วยกความดีความชอบมาที่ฉัน
“ตอนแรกหลังจากนายออกจากโรงพยาบาล เขามาหาฉันหลายครั้ง บอกว่าอยากพบนาย แต่ฉันจะทำใจปล่อยทาสที่มีประโยชน์อย่างนายไปได้ยังไง ฉันเลยบอกเขาไปทุกครั้งว่านายปฏิเสธที่จะพบหน้าเขา โชคดีจริงๆ ที่หลายปีมานี้นอกจากฉันแล้วเขาก็แทบไม่ติดต่อคนอื่นๆ เลย ถึงปิดบังมาได้จนถึงทุกวันนี้...”
คำพูดของซ่งจื่อเซวียนราวกับค้อนหนักตอกลงบนอกของเสิ่นมู่ชิงอย่างไม่ปรานี ชั่วขณะหนึ่งตัวเขาแม้แต่จะหายใจก็เริ่มยากลำบาก
เขาคิดไม่ถึงว่าซ่งจื่อเซวียนที่ตนมองเป็เพื่อน ลับหลังจะทำเื่ไร้คุณธรรมมากมายขนาดนี้!
เชิงอรรถ
^ สำนวนเปรียบเปรยว่า ใบเบิกทางหรือวิธีการที่ทำให้ได้รับประโยชน์หรือชื่อเสียง