นักกีฬาแต่ละคนต่างเข้ามาแสดงความยินดีกับทีมเดอะวันและทีมองุ่นเปรี้ยวที่ผ่านเข้ารอบถัดไปยูเดินเข้ามาทักทายเก่งด้วยรอยยิ้ม “พี่เก่งพรุ่งนี้เจอกันครับพี่”
“ได้เลยไอ้น้อง!!!” หลังจากที่พูดจบเก่งก็เดินเข้าไปกอดยูพร้อมกับตบไหล่เบาๆ
หลังจากที่แต่ละคนแสดงความยินดีกันแล้วโรจน์หันมาคุยกับวิทย์ “พี่วิทย์ มะปรางไม่อยู่เหรอครับ?”
“พี่เห็นออกจากห้องั้แ่เช้าแล้วไปดูในห้องซ้อมรวมก็ไม่มี สงสัยเดินอยู่ข้างนอกละมั๊ง”
ไม่ทันสิ้นเสียงพูดของวิทย์มะปรางเดินจูงมือกับมิวมาแต่ไกลตรงเข้ามาในกลุ่ม แนะนำมิวให้ทุกคนรู้จัก “สวัสดีค่ะพี่ๆทุกคน หนูชื่อมิวค่ะ”
“เพื่อนมะปรางเหรอ?” บัวเอ่ยปากถามทันที
มะปรางพยักหน้าตอบรับ “มิวเป็เพื่อนหนูตอนที่หนูอยู่จีนค่ะ ไม่ได้เจอกันหลายปีแล้วค่ะปีนี้มิวมาลงแข่งรายการหญิงเดี่ยวด้วยค่ะ”
“ผลเมื่อเช้านี้ชนะน็อกยกแรกด้วยนี่น่า” บัวก้มเช็คผลการแข่งขันจากมือถือ “เพื่อนๆมะปรางนี่การันตีความโหดจริงๆ”
“ไม่หรอกค่ะพอดีหนูได้จังหวะมากกว่าค่ะ”มิวตอบด้วยท่าทีเคอะเขิน
“พี่ว่าน็อกยกแรกแบบเข้าทำชุดเดียวต่อเนื่องแบบนี้...ไม่ธรรมดาแล้วล่ะ”น้ำตั้งข้อสังเกตทันที
มิวไม่ได้พูดอะไร ได้แต่ยิ้มตอบรับ “ฮุ่ยหนิงชวนหนูมาเชียร์ค่ะฮุ่ยหนิงบอกว่าที่นี่เชียร์สนุกดี”
“ทำไมเรียกมะปรางว่าฮุ่ยหนิงล่ะจนป่านนี้พี่ยังไม่คุ้นกับชื่อนี้ของมะปรางสักนิด”บัวถามด้วยความสงสัย
“เมื่อก่อนนี้หนูเรียนที่ญี่ปุ่นพอดีหนูได้เป็นักเรียนแลกเปลี่ยนมาที่จีนค่ะ หนูไม่มีเพื่อนแม้แต่คนเดียวหนูเจอมะปรางที่ร้านอาหาร เป็เพื่อนคนเดียวของหนูมะปรางบอกหนูว่า ถ้าอยากพูดภาษาจีนได้ ให้พูดภาษาจีนอย่างเดียวหนูก็เลยคุ้นกับชื่อฮุ่ยหนิงมากกว่ามะปรางค่ะ”
“อ่อ! เป็แบบนี้นี่เอง”
แผงขายขนมของพ่อกับแม่มะปรางยังคงเต็มไปด้วยผู้คนมากมายจนขายไม่ทันมีลูกค้าบางคนอาสาเข้ามาช่วยขายส่วนบรรยากาศบริเวณจอโปรเจคเตอร์ด้านนอกก็คึกคักไม่แพ้กันยิ่งใกล้เวลาแข่งขันคนยิ่งเดินทางเข้ามาจนเต็มพื้นที่รอบตลาด
ส่วนพื้นที่สนามฟุตบอลหน้าชมรมดนตรีเก้าอี้ทุกตัวเต็มหมดทุกที่นั่ง มีคนยืนดูล้อมรอบจนเต็มสนามฟุตบอลอีกฝั่งพลอยและสมาชิกในชมรมดนตรีตั้งโต๊ะขายน้ำดื่ม คนต่อแถวซื้อยาวเหยียดจนสุดทาง
“ครูหนึ่งครับ!ทำไมไม่เปิดรับบริจาคครับ พวกผมยินดีช่วยซื้อเครื่องดนตรีให้เด็กๆ ครับ”ผู้ชายคนหนึ่งะโมาจากกลุ่มคนจำนวนมากที่ยืนต่อคิวซื้อน้ำ
“ผมขอขอบคุณมากนะครับที่ทุกคนเอ็นดูเด็กๆชมรมดนตรี ผมขอความกรุณาว่า ใครที่้าช่วยเหลือชมรมดนตรีขอให้มาอุดหนุนซื้อน้ำครับเงินทุกบาททุกสตางค์ไม่หักค่าใช้จ่ายเข้าชมรมทั้งหมดครับ”
“ของพี่ร้อยหนึ่งไม่ต้องทอนนะน้อง!!!!!”
“พี่ให้500 เลย ไม่ต้องทอน…พลอย!”
“ผมให้300 บาทไม่ต้องทอน”
น้ำใจและความช่วยเหลือของลูกค้าแต่ละคนทำให้พลอยและเพื่อนๆ ที่กำลังยืนขายน้ำอยู่ต้องปาดน้ำตาด้วยความปลาบปลื้มกับสิ่งที่ทุกคนแสดงออกมา “พลอยในฐานะประธานชมรมดนตรีขอบคุณทุกคนจริงๆ ค่ะ น้ำใจของทุกคน พลอยและน้องๆ ในชมรมไม่มีวันลืมค่ะ...หนูขอ...ขอ...หนูขอขอบคุณ..ทุกคนมากค่ะ”พลอยสะอึกสะอื้นจนพูดไม่เต็มคำ
“ไม่เป็ไรพลอยพี่ให้ 50 บาท ไม่ต้องทอนเหมือนกัน”
“มะปรางจะรู้ไหมว่าที่นี่รักมะปรางมากขนาดไหน...”ครูหนึ่งต้องเร่งรีบตักน้ำแข็งใส่ถ้วยจนขายไม่ทัน
หลังจากที่โอ๋,ต้อมและมะปรางวอร์มร่างกายพอได้เหงื่อแล้ว วิทย์เรียกประชุมทีมภายในห้องพักโดยมีบัว, โอ๋, ต้อมและมะปรางนั่งฟังกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ตอนนี้เหลือเวลาประมาณ1 ชั่วโมง พี่อยากวางแผนต่อสู้ครั้งนี้ให้รัดกุมหน่อย ต้อมเจอยูริเป็คู่แรก”
“ผมคิดว่าได้ลุ้นนะพี่หมอ...ตอนซ้อมกับมะปรางเมื่อเทียบกับยูริแล้วยูริช้ากว่ามะปรางเยอะครับ” ต้อมแสดงความเห็นแบบกึ่งรับกึ่งสู้
“พี่ไม่้าให้ต้อมเข้าแลกต้อมช้ากว่ายูริต้องตั้งการ์ดสูง การ์ดอย่าตกเด็ดขาด!!! พี่ย้ำว่าห้ามตกเด็ดขาด!!!ถ้าจะเข้าหนักๆ ต้องชัวร์จริงๆ ... ยูริใช้ขาดีเหมือนกัน จังหวะที่ยูริชอบใช้มากๆคือ เตะเจาะยาง”
“ครับพี่หมอ!!!!” ต้อมพยักหน้ารับปากด้วยความมั่นใจ
“ส่วนโจคนนี้มีปัญหามากๆเล่นวงนอกดีกว่าวงใน มีความเร็ว พี่ขอว่าทั้งต้อม, โอ๋กับมะปราง ต้องระวังมากๆ...เป็มวยคาดเชือกได้ทั้งมือทั้งขาพี่คิดว่าถ้าเราเข้าเล่นวงในน่าจะดีที่สุด ห้ามยืนห่าง การ์ดตกไม่ได้เลย...ไม่ว่าใครจะเจอกับโจก็ตามต้องระวังตรงนี้ ถ้าเราเจอเตะเต็มๆ ก็จบเหมือนกัน”
“พี่วิทย์ถ้างั้นเราเข้าวงในตลอดให้โจไม่ถนัดเตะ แบบนี้ก็ได้ลุ้นเหมือนกัน”บัวออกความเห็นเสริมทันที
“เราเล่นประชิดติดตัวไปเรื่อยๆ ได้ลุ้นแน่นอน”โอ๋ออกความเห็นเสริม
“ฟังแบบนี้ค่อยมีความหวังหน่อย”บัวพูดน้ำเสียงผ่อนคลายเป็อย่างมาก
“ลืมคนสุดท้ายกันไปแล้วเหรอ...ในบรรดาทั้ง3 คน แม้ว่าน้ำจะเตะไม่หนักเท่าโจ แต่จังหวะการเข้าทำ ความเร็วเหนือกว่าทุกคนพี่มองว่าสไตล์น้ำเหมือนมะปรางมากๆ…หาจังหวะเข้าทำตรงนี้เป็สไตล์ของเทควันโดอยู่แล้ว ไม่ว่าใครเจอน้ำก็ตามพี่ขอให้ทุกคนแสดงฝีมือให้เต็มที่ แต่พี่ย้ำว่า ไม่ต้องฝืนพี่ไม่ได้บอกให้พวกเราขี้ขลาดหรือยอมแพ้ แต่พี่ขอให้พวกเราต้องดูแลตัวเองด้วยพี่น้ำเป็นักสู้ระดับโลก ฝีมือพวกเราเทียบไม่ติดอยู่แล้วเอาเท่าที่พวกเราไหว...เข้าใจไหม?!!????”
“มะปรางว่างัยเงียบเลย…” บัวเห็นสีหน้ามะปรางค่อนข้างเคร่งเครียด “ไม่ต้องคิดอะไรมากทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด พี่วิทย์, ตัวพี่เอง, ครูทุกคนที่โรงเรียนและอีกหลายคน ให้กำลังใจมะปรางอยู่เสมอ”
“หนูอยากเข้ารอบจะได้เงินมาเยอะๆ...หนูอยากเอาตังมาซื้อเครื่องดนตรีให้รุ่นน้อง”
“เื่เงินช่างเถอะอย่างน้อยตอนนี้ก็พอจะมีเข้ามาบ้างแล้ว ค่อยๆซื้อเครื่องดนตรีสะสมให้รุ่นน้องก็ได้ อย่างน้อยรุ่นน้องก็มีให้เล่นหลายชิ้นแล้วล่ะ”บัวพูดปลอบใจให้มะปรางคลายความกังวล “ทุกคนในทีมมองออกว่ามะปรางกดดันมากขนาดไหน ไม่ต้องห่วงใคร พี่อยากให้มะปรางห่วงตัวเองให้มากกว่านี้หยุดคิดเื่รุ่นน้อง แล้วเดินเข้าไปในสนามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด”
“หนูจะทำให้ดีที่สุดค่ะ...” มะปรางพยักหน้าด้วยรอยยิ้มเป็ครั้งแรก
“โอ๋ก็จะไม่ยอมแพ้เหมือนกันครั้งนี้โอ๋จะปกป้องมะปรางให้ได้มากที่สุด”
“เอาล่ะถ้างั้นพี่พอแค่นี้พี่ไม่อยากให้พวกเรากดดันมากจนเกินไป...ต้อมไปวอร์มร่างกายได้ละ ใกล้จะถึงเวลาแข่งแล้วส่วนโอ๋กับมะปรางวอร์มในห้องซ้อมรวมรอเวลาขึ้นเวที”
“NewHope สู้!!!”
เหลือเวลาอีกไม่มากแล้วที่การแข่งขันระหว่างทีมเกินปุยมุ้ยกับทีมNew Hope จะเริ่มต้นนาฬิกานับถอยหลังบนสกอร์บอร์ดแสดงเวลาเหลืออีกเพียง 5 นาทีส่วนบนอัฒจันทร์เต็มไปด้วยผู้ชมแน่นขนัดทุกที่นั่ง มีเสียงเฮ, เสียงกรี้ด,เสียงะโดังลั่นตลอดเวลา
พ่อกับแม่มะปรางกำลังนั่งอยู่ในพื้นที่จัดงานของตลาดโดยมีคนเข้ามาเชียร์จนเต็มพื้นที่จอดรถ หน้าจอโปรเจคกำลังถ่ายทอดสดแม้ว่าจะยังไม่ถึงเวลาถ่ายทอดสด แต่ก็มีเสียงเชียร์ดังขึ้นเป็ระยะๆ “มะปรางๆสู้ๆ...New Hope สู้ๆ...โอ๋ สู้ๆ...ต้อมสู้ๆ...New Hope สู้ๆๆๆๆ”
ส่วนคณะครูแต่ละคนต่างจับจองหามุมในการดูการแข่งขันที่กำลังจะเกิดขึ้นส่วนครูหนึ่งยืนอยู่ด้านท้ายสุดของแถว กำลังพูดคุยกับคนที่เข้ามาขอถ่ายรูปจำนวนมาก
“ตื่นเต้นที่สุดเลย!!!!” พลอยพูดไปก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “เอาใจช่วยทุกคนอยู่นะพวกเราสู้ๆๆ”
“สวัสดีค่ะท่านผู้ชมพบกับดิฉันกับอาจารย์วินัยอีกครั้งหนึ่งกับการแข่งขันรอบแรกของกลุ่มขุนเขานะคะดิฉันเชื่อว่า เป็คู่ที่ทุกคนรอคอยแน่นอนค่ะ...ท่านผู้ชมคะ ตอนนี้ยอดคนดูสดๆ 1.3ล้านคนแล้วค่ะ นี่ขนาดยังไม่เริ่มนะคะ ั้แ่ดิฉันทำรายการมาหลายปี วันนี้ล้านแตกั้แ่เริ่มต้นรายการแล้วค่ะ”
“สำหรับการแข่งขันในรอบบ่ายเราจะได้อีก 2 ทีมเข้ารอบต่อไปครับ คู่แรกเป็การแข่งขันระหว่างทีมเกินปุยมุ้ยอันดับ 3 ของครั้งที่แล้วกับทีม New Hope...ส่วนอีกคู่หนึ่งคือทีมบลูริงเจอกับรองแชมป์เก่าทีมซีโร่ครับ”
“อาจารย์คะทำไมวันนี้มีโต๊ะมาวางอยู่ข้างๆ เวทีแข่งขันด้วยคะ?”
“ผมถือโอกาสนี้อธิบายกติกาการแข่งขันไปด้วยเลยนะครับ...ก่อนที่จะแข่งในวันนี้จะมีการจับฉลากก่อนว่า ในรอบถัดไป 4 ทีมสุดท้าย กลุ่มสายลมหรือขุนเขาจะแข่งก่อนเพราะว่าในรอบ 4 ทีม ใครได้แข่งก่อนจะได้เปรียบเล็กน้อย ได้พักมากกว่าครับทีมที่ชนะก็จะเข้าไปชิงชนะเลิศ ส่วนทีมแพ้ก็จะไปชิงที่ 3...กติกาบอกไว้ว่าจะต้องจัดแข่งชิงที่ 3 ภายใน 20 นาทีโดยการเลือกนักกีฬา 1 คนจากทีมแพ้มาชิงที่ 3เจอกันไม่เกิน 3 ยกครับ และต้องจัดรอบชิงชนะเลิศภายใน 1ชั่วโมงจากทีมที่ชนะด้วยนักกีฬาที่เหลืออยู่ในแต่ละทีมครับ”
“ตามที่ดิฉันเข้าใจก็คือในรอบ 4 ทีม มีทีมแพ้ 2 ทีม ก็จะเลือกนักกีฬามา 1 คนจากคนที่เหลืออยู่ไปชิงที่3...ส่วนทีมที่ชนะ ก็ใช้นักกีฬาเท่าที่เหลืออยู่ไปชิงแชมป์แบบนี้ทีมไหนมีนักกีฬาเหลือมากกว่า ได้เปรียบมากนะคะ”
“นี่แหละครับคือความโหดของการแข่งแบบทีมโอเพ่นครับนักกีฬาต้องมีฝีมือและต้องมีการวางแผนกันั้แ่รอบแรกนี้ เพราะว่ารอบ 4ทีมหรือรอบรองชนะเลิศกับรอบชิงชนะเลิศแทบจะแข่งต่อเนื่องกัน พักแค่ 1 ชั่วโมงถือว่าเล็กน้อยมากครับ”
“ตอนนี้ในกลุ่มสายลมทีมเดอะวันเหลือคุณโรจน์กับคุณเก่ง ส่วนทีมองุ่นเปรี้ยวเหลือน้องยูคนเดียวงานหนักของน้องยูนะคะ”
“ก็ต้องยอมรับครับว่าในกลุ่มสายลมน่าจะเป็ทีมเดอะวันเข้าชิงอีกปี และมีความเป็ไปได้สูงครับว่าทีมเดอะวันอาจจะเหลือนักกีฬาในรอบชิงถึง 2 คน ไม่ว่าทีมไหนก็ตามเข้ามาชิงด้วยหนักหนาสาหัสจริงๆ ครับ”
“แล้วในกลุ่มขุนเขาของวันนี้อาจารย์คิดว่ายังงัยบ้างคะ?”
“คู่แรกของกลุ่มที่กำลังจะเริ่มเป็การเจอกันระหว่างทีมเกินปุยมุ้ยกับทีม NewHope ตรงนี้ไม่ว่าจะออกทีมไหนจำนวนนักกีฬาไม่ครบ 3 คนแน่นอนครับ เพราะว่าฝีมือของนักกีฬาทั้ง 2 ทีมได้ลุ้นทุกคู่จริงๆไม่น่าจะมีผลแพ้ชนะขาดลอย...ส่วนคู่ถัดไปบลูริงกับซีโร่ผมมองว่าทีมซีโร่รองแชมป์เก่าน่าจะผ่านได้ ก็ต้องลุ้นว่าเหลือนักกีฬากี่คนเช่นกัน ทีมชนะต้องเข้าไปเจอทีมเกินปุยมุ้ยหรือNew Hope ก็ยิ่งตัดกำลังกันเข้าไปอีกเส้นทางของกลุ่มขุนเขาปีนี้ หนักหนาสาหัสจริงๆ ครับ”
“ฟังจากที่อาจารย์พูดแล้วดิฉันคิดว่ากลุ่มขุนเขาสะบักสะบอมจริงๆ ค่ะกว่าจะถึงนัดชิง...เอาล่ะค่ะตอนนี้ใกล้ได้เวลาแข่งคู่แรกแล้วนะคะ เป็การเจอกันระหว่างนักกีฬายูริจากทีมเกินปุยมุ้ยและนักกีฬาต้อมจากทีมNew Hope ค่ะ”
มีคณะกรรมการคนหนึ่งเดินเข้ามาที่โต๊ะข้างเวทีแข่งขันชูเหรียญขึ้นมาให้ทุกคนเห็นเพื่อแสดงให้เห็นว่า เหรียญด้านหนึ่งเป็รูปสายลมส่วนอีกด้านเป็รูปขุนเขา “สวัสดีครับท่านผู้ชมทุกท่านก่อนที่จะเริ่มต้นแข่งขันคู่แรกในกลุ่มขุนเขา ผมขอเสี่ยงทายก่อนว่าในการแข่งขันรอบถัดไปหรือรอบ 4 ทีม...กลุ่มใดจะได้แข่งก่อนนะครับ เหรียญออกหน้าไหนกลุ่มนั้นจะแข่งขันก่อนครับ”
คณะกรรมการโยนเหรียญขึ้นเพื่อเสี่ยงทายเมื่อเหรียญตกลงที่โต๊ะ ปรากฎว่าออกที่หน้าสายลม “เหรียญออกหน้าสายลมครับในการแข่งขันรอบ 4 ทีมพรุ่งนี้คู่แรกเป็การเจอกันระหว่างทีมเดอะวันกับทีมองุ่นเปรี้ยวครับ...ส่วนคู่ที่ 2เป็การเจอกันระหว่างผู้ชนะของทีมเกินปุยมุ้ยกับทีม New Hope และผู้ชนะระหว่างทีมซีโร่กับทีมบลูริงครับ”
เริ่มมีเสียงเฮจากสนามแข่งดังสนั่นทุกทิศทางยูริกับต้อมเดินออกมาจากอุโมงค์นักกีฬาด้วยสีหน้าท่าทางมั่นใจทั้ง 2 คนกรรมการเรียกให้ทั้ง 2 คนฟังกติกาการแข่งขันต้อมในฐานะรุ่นน้องเดินเข้าโค้งคำนับยูริในฐานะรุ่นพี่
“วันนี้ผมเต็มที่แน่นอนครับพี่ยูริ” ต้อมทักทายด้วยน้ำเสียงฮึกเหิม
“การแข่งขันยกที่1...” กรรมการบนเวทีส่งสัญญาณชูมือขึ้น “เริ่มได้!!!”
*****************************