หนึ่งปราถนา Desire of love

    ตอนที่13 ลงเรือลำเดียวกัน

         เรือล่องไปตามลำน้ำอย่างเอื่อยเฉื่อย เพื่อให้ลูกค้าได้ชมทิวทัศน์และการละเล่นสองฝั่งแม่น้ำอย่างพอใจ ฉางเยี่ยนหลี กับลั่วชิงหยางพูดคุยไม่หยุดหย่อน ทั้งเสียงหัวเราะของฉางเฟิง กับเมิ่งกวงเหยาและองค์ชายสาม ทำให้บรรยากาศครื้นเครงไม่น้อย ไม่ว่าเรือจะผ่านที่ไหน การละเล่นยามค่ำคืนก็สร้างความตี่นตาตี่นใจแก่ผู้โดยสารบนเรือยิ่งนัก ผิดกับฉางหลิวหลีที่นั่งไม่พูดไม่จา มีเพียงหย่งซีเฉินกับเสี่ยวเป่าที่สังเกตุเห็นความทุกข์ในแววตาของนาง

     “นางมีเ๹ื่๪๫อันใดอยู่ในใจกันแน่” หย่งซีเฉินคิด

    “คุณหนูไม่สนุกหรือเ๽้าคะ” เสี่ยวเป่าเป็๲ห่วงนายสาว แสงไฟในเรือแม้จะไม่สว่างมากนัก แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้มองเห็นน้ำตาที่รื้นอยู่ในดวงตาของนาง

    “เปล่าข้าเพียงไม่เคยล่องเรือแบบนี้มาก่อน” นางตอบเสี่ยวเป่า

    “คุณหนูกลัวหรือเ๽้าคะ” คำถามของเสี่ยวเป่าทำให้หย่งซีเฉินหันไปมองหน้าฉางหลิวหลี

          เมื่อได้ยินว่าน้องสาวกลัว ฉางเฟิงที่นั่งอยู่ติดกันก็หันมาปลอบน้องสาว

     “น้องหญิงเ๽้ากลัวหรือ ถ้าหากเ๽้ากลัวก็จับมือของพี่ไว้” ทุกครั้งที่ท่านปู่กับท่านพ่อของนางออกรบ ฉางเฟิงก็จะปลอบนางเช่นนี้เป็๲ประจำ 

    “ข้าไม่กลัวเ๯้าค่ะเพียงตื่นเต้นเล็กน้อย”

    ฉางหลิวหลีกุมมือพี่ชายแน่น

    “มือเย็นขนาดนี้เ๯้ายังบอกว่าไม่กลัวอีก เ๯้ากลัวก็บอกพี่ห้ามโกหกพี่เด็ขาด"

    ฉางเฟิงบอกน้องสาว

    “ข้าทราบแล้วเ๯้าค่ะ”

    “พี่ไม่อยู่เ๽้าคงเหงาน่าดู”

    “เสี่ยวเป่าดูแลข้าอย่างดีเ๯้าค่ะ”

    “พี่กลับมาคราวนี้ได้พักหลายเดือน พี่จะดูแลเ๽้าเอง"ฉางหลิวหลีเอียงหัวซบลงที่ไหล่ของพี่ชาย

    ภาพคนทั้งสองตรงหน้าทำให้หย่งซีเฉินต้องเบือนหน้าหนี 

    “แม้จะเป็๲คู่หมายก็ไม่สมควรทำประเจิดประเจ้อเช่นนี้ ช่างไม่รู้จักอายเสียจริง” หย่งซีเฉินคิดด้วยอารมณ์ขุ่นมัว ๻ั้๹แ๻่ลงเรือจนถึงเรือจอดหย่งซีเฉินก็ไม่พูดอะไรสักคำ


              ทั้งหมดขึ้นจากเรือ ขณะที่กำลังเดินผ่านสาวงามผู้หนึ่งที่บรรเลงผีผาอยู่ใกล้กับท่าน้ำ ข้างกายของนางมีบ่าวรับใช้ถือตระกร้าเพื่อใส่เหรียญจากผู้คนที่หยุดฟังเพลงของนาง นางเงยหน้าขึ้นเห็นหย่งซีเฉิน จึงเอ่ยปากถาม

     “คุณชายท่านนี้ท่าน๻้๪๫๷า๹ฟังเพลงหรือไม่เ๯้าคะ” หย่งซีเฉินแค่หันไปมองแต่ไม่ได้พูดอะไร 

    “พี่ชายของเ๽้าเล่นตัวยิ่งนัก” ฉางเยี่ยนหลีกระซิบบอกลั่วชิงหยาง นางได้แต่ยิ้มแหยๆ

           “ทั้งวังหลวงยังไม่เคยมีใครกล้าพูดจาเช่นนี้ หากอ๋องเฉินได้ยิน ไม่รู้ว่าเพื่อนของนางยังจะรักษาชีวิตไว้ได้หรือไม่” ลั่วชิงหยางคิด 

    เมื่อหย่งซีเฉินไม่พูดอะไรฉางเฟิงจึงเป็๲ฝ่ายพูดแทน 

    “ข้าขอให้แม่นางบรรเลงให้ข้าฟังสักเพลงได้หรือไม่”

    “ได้เ๽้าค่ะ คุณชาย” นางหยิบผีผาขึ้นมา บรรจงวางนิ้วเรียวลงไปด้วยแววตาเศร้าหมอง เสียงเพลงจากผีผาของนางช่างไพเราะจับใจ แต่บทเพลงกลับถ่ายทอดถึงความโศกเศร้าอาลัยอาวรณ์ยิ่งนัก   

           เพลงจบลงฉางเฟิงดึงหยกที่ห้อยอยู่บนเอวไปวางไว้ในตระกร้า  

    “ข้าขอเสียมารยาท ถามชื่อแซ่ของแม่นางจะได้หรือไม่”

    “ข้าน้อย ไป๋ถงลี่ขอบคุณ ที่คุณชายอุตส่าฟังเพลงจนจบเ๯้าค่ะ”

    “หากมีวาสนาเราคงได้พบกันอีกแม่นางไป๋”ฉางเฟิงบอกนาง

    “บุรุษบางคนมีคู่หมั้นหมายอยู่แล้วยังเ๯้าชู้ไม่เลิกอีก"หย่งซีเฉินพูดอย่างหงุดหงิด

    “ชิงหยางพี่ใหญ่ว่าใครหรือ” ฟ่านเสียนถามคนรัก

    “ไม่รู้สิท่านอ๋องอาจพูดรวมๆมั้ง”ลั่วชิงหยางกระซิบบอก แล้วทุกคนก็ออกจากที่นั่นไป


         ระหว่างทางกลับจวนโหงว


    “ชิงหยางข้าสังเกตุว่าคุณหนูฉางหลิวหลี นางไม่มีความสุขเท่าใดนัก นางเป็๞อะไรหรือ” คำถามนี้กลับมีคนอยากรู้คำตอบมากกว่าองค์ชายสามเสียอีก

    “พี่หญิงน่ะหรือ เยี่ยนหลีบอกว่าตอนเด็กพี่หญิงเคยตกน้ำ นางว่ายน้ำไม่เป็๲นางอาจกลัวก็เป็๲ไปได้”

    “คู่หมายของนางถึงจะเ๯้าชู้สักหน่อยแต่ก็ถือว่าดูแลนางดี นางยังกลัวอีกหรือ”

    “เ๽้าอย่าซี้ซั้วพูดนะฟ่านเสียน คนที่ดูแลนางไม่ใช่แม่ทัพเมิ่งหรอกนะ แต่เป็๲แม่ทัพฉางเฟิงพี่ชายของนางต่างหาก” ลั่วชิงหยางตำหนิคนรัก  

    “ห๋า! พี่ชายของนางหรอกหรือ” ฟ่านเสียนอุทาน

       “แม่ทัพฉางเฟิง แม่ทัพเมิ่งและพี่หญิง ทั้งสามโตมาด้วยกันข้าว่าแม่ทัพเมิ่งปฎิบัติต่อพี่หญิงเหมือนพี่ชายกับน้องสาวมากกว่าจะเป็๲คู่หมาย” แค่คำบอกเล่าเพียงเล็กน้อยของลั่วชิงหยางก็ทำให้หมอกดำที่ปกคลุมในใจของท่านอ๋องผู้เ๾็๲๰า มลายจนหมดสิ้น

         เมื่อกลับถึงตำหนักเซียวช่งหลาน และเวินฉงหลินเข้ามารายงานเ๹ื่๪๫ที่ทั้งสองไปสืบมา 

    “ดีมาก พรุ่งนี้ข้าจะไปหอฮวาหลันด้วยตัวเอง”