บทที่ : 13
“ก็...”
หลิงหลินทำท่าอ้ำอึ้ง นางก็ไม่รู้จะกล่าวอะไรอย่างไรออกไปดี
“เอาหละๆ พี่มีอะไรก็ถามมาเถอะ พี่อาจจะเป็คนเดียวที่อยู่ข้างข้าจริงๆ ในตอนนี้ ข้าไม่อย่ากที่จะให้มีเื่อะไรระหว่างเราสองคน ถ้าพี่มีอะไรสงสัยพี่สามารถที่จะถามข้าได้เสมอ” หญิงดาวตอบกลับไปด้วยท่าทางจริงจังอีกครั้ง เมื่อรวมท่าทางขึงขังกับดวงตาใส่แป๋วที่กำลังจ้องมอง มันก็อาจจะดูขัดกันอยู่บ้าง แต่นี่อาจจะเป็อะไรที่คล้ายคลึงกับเ้าของร่างที่สุดเท่าที่นางจะสามารถจินตนาการออก...
“...ข้าก็บอกไม่ถูกเหมือนกันเ้าค่ะ เพียงแต่การกระทำทุกอย่างตลอดจนนิสัยของคุณหนูดูเปลี่ยนไปมาก จนข้าจำแทบไม่ได้เลย”
หลิงหลินตอบออกมาตามความจริง ก่อนที่จะถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ซึ่งนี่เป็ครั้งที่เท่าไหร่ของวันแล้วก็ไม่อาจทราบได้ แต่ก็นั่นแหละแม้ว่าหลายๆ อย่างนั้นจะแตกต่างออกไปมากแล้ว แต่แววตาคู่นั้นมันก็คงเป็ของคุณหนูของนางอยู่ดีนั่นแหละ
ฟู....
เสียงลมหายใจระบายออกมาอย่างยาวเหยียดออกมาจากร่างบ่างที่กำลังสั่นเทิ้ม ไม่รู้ว่าเป็เพราะความเหนื่อยล้าหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ที่แน่ๆ ร่างของคุณหนูนั้นกำลังสั่นน้อยๆ อยู่ต่อหน้าของหลิงหลินจริงๆ จนนางถึงกับทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว...
“พี่...” เยว่ฮวาพยายามรวบรวมถ้อยคำมากมายภายในหัว แต่สุดท้ายแล้วนางก็เลือกที่จะใช้หัวใจเพื่อตอบออกไปแทนความคิด นางไม่อยากที่จะมาใช้แผนการมากมายกับ ‘ครอบครัว’ อีกแล้ว แต่นางอยากให้สิ่งที่นางยึดถือว่าเป็ครอบครัวนั้นเป็พื้นที่ที่หัวใจของนางจะได้พักผ่อนเสมอ
‘บ้านไม่ใช่สถานที่ แต่บ้านคือผู้คน’
ไม่รู้ว่านางจดจำมันมาจากไหน แต่นางในตอนนี้ก็คิดว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว ซึ่งนางก็ใช้ไปทั้งชีวิตหนึ่งเพื่อพิสูจน์มัน และนางไม่อยากที่จะผิดพลาดซ้ำอีก
นางเคยมีพ่อแม่พี่น้องแม้แต่คนมากมายที่นับหน้าถือตา แต่ในที่สุดแล้วทุกครั้งที่นางกลับไปยัง ‘บ้าน’ ที่มีให้นางก็เพียงแค่ความโดดเดี่ยวที่ไม่สามารถอธิบายได้อยู่เสมอ
กลับกัน แม้จะมีศัตรูอยู่รอบด้าน แต่ด้วยดวงตาคู่หนึ่งที่ห่วงหาอาวรณ์นางอยู่ตลอดเวลา มันทำให้นางรู้สึกว่าต่อให้นางจะต้องต่อสู้กับคนทั้งโลก แต่หากนางกลับมาที่นี่ ก็ยังมีใคราสักคนที่เฝ้ารอและห่วงใยนางอยู่เสมอ...
มันอาจจะฟังดูไร้สาระสำหรับคนมากมาย แต่สุดท้ายมนุษย์เราก็เป็สัตว์ที่แปลกประหลาดชนิดหนึ่ง ทั้งๆ ที่เห็นแก่ตัวมากมาย โลภมากไม่มีที่สิ้นสุดสักแค่ไหน แต่พวกเขาก็พยายามที่จะทำเพื่อใครสักคนอยู่เสมอ
ทั้งๆ ที่ควรจะเห็นแก่ตัวและรักตัวเองให้มาก แต่น้อยคนนักที่จะรักในตัวเองอย่างที่สุด และพยายามเพื่อตัวเองและห่วงใยความรู้สึกของตัวเอง
ยกตัวอย่างง่ายๆ ในชีวิตก่อนหน้านั้นนางไม่เคยเห็นได้ยินข่าวว่าใครฆ่าตัวตายเพราะตัวเองเลย แต่ที่ฆ่าตัวตายกันรายวัน เก้าในสิบนั้นก็ล้วนแล้วแต่มีเหตุผลมาจากคนอื่นทั้งสิ้น ทั้งๆ ที่ความตายเป็ของตัวเองแท้ๆ
แต่ก็นั่นแหละนางเองก็ไม่ได้เก่งไปกว่าคนอื่นเขาหรอก เพียงแต่จากนี้ไปนางจะพยายามเพื่อที่จะทำทุกอย่างตามหัวใจของตัวเอง และที่นางพยายามทำให้อีกฝ่ายเข้าใจนางก็ไม่ใช่เพราะนางนั้นอยากให้อีกฝ่ายเข้าใจและสบายใจ แต่เพื่อให้ตัวนางสบายใจเองต่างหาก
อาจจะฟังดูงงๆ แต่ทั้งสองอย่างนั้นมันต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยเชียวละ...
“เ้าคะ...”
“ข้าไม่รู้หรอกนะว่าจะอธิบายมันอย่างไรดี แต่สิ่งที่ข้าบอกกับท่านพ่อไปไม่ชาเื่โกหกหรอกนะ ที่ข้าพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองนี่เพราะข้าไม่อยากที่จะกลับไปตรงนั้นอีกแล้ว เพราะความตายมันน่ากลัวนะพี่...”
“...”
“ที่ผ่านมาั้แ่เล็กไม่ใช่ว่าข้าไม่รู้ความและปล่อยให้คนอื่นรังแกข้า แต่สิ่งที่ข้าทำเพื่อที่จะเอาชีวิตรอดมาต่างหาก”
“เ้าคะ?”
“แล้วพี่ว่าถ้าเด็กหญิงแปดเก้าหนาวที่ไม่มีมารดา ส่วนท่านพ่อก็ไม่ได้ว่างมาดูแลข้าขนาดนั้น จะเป็อย่างไรหากว่าข้าพยายามเพื่อที่จะสู้รบตบมือกับฮูหยินรองและคนทั้งจวน แน่นอนว่าข้าอาจจะตายไปตั้งนานแล้ว...”
“!!”
เมื่อได้ยินคำกล่าวของคุณหนูหญิงที่แก่กว่าถึงกับเบิกตากว้าง ใช่แล้ว...มันเป็สิ่งที่นางไม่เคยคิดมาก่อน กลับเป็ว่าเป็คุณหนูของนางที่มองทุกอย่างได้อย่างทะลุปรุโปร่ง เพียงแต่...
“แต่ว่านายหญิง...”
“พี่หลิน ท่านแม่เองก็ใช่ว่าจะไม่รู้ตัว แต่ท่านแม่ผิดที่รักท่านพ่อมากจนเกินไป ตลอดเวลาที่ข้ายังเล็กท่านแม่จึงมักจะบอกสอนสิ่งต่างๆ ข้าเสมอ และใน่เวลาสุดท้าย ท่านแม่ก็ยังกำชับเอาไว้ว่าให้ข้าระวังตัวให้มาก แต่ท่านแม่นั้นเห็นแก่ท่านพ่อที่พยายามก่อร่างสร้างตัว จึงไม่อยากที่จะให้เื่ทุกอย่างไปรบกวนใจท่านพ่อ สุดท้ายแม้จะระวังมากแค่ไหน ถึงขนาดแท้งพี่ๆ ของข้าไปถึงสองคน แต่ท่านแม่ก็ยังอดทน เพื่อที่จะให้ท่านพ่อ...สามารถทำตามความฝันได้สำเร็จ”
พูดเพียงเท่านั้นหยดน้ำตาใสๆ ก็ร่วงหล่นออกมาจากตาของเยว่ฮวา
สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่นางกุขึ้น เพราะเกินกว่าครึ่งนั้นคือเื่จริงทั้งหมด โดยเฉพาะเื่ที่รู้ว่าตัวเองโดนทำร้ายมาโดยตลอด และเื่ที่นางรักสามีของท่านมากว่าชีวิตของตัวเอง
ด้วยเหตุนี้เมื่อผู้ฟังได้ยินก็แทบจะเอามือปิดปากร่ำให้ในทันที เพราะเมื่อลองนึกย้อนกลับไปในวันนั้น เื่ราวที่คุณหนูของนางบอกออกมาก็เป็ความจริง ไม่ว่าจะเป็เื่คำสอนต่างๆ หรือแม้แต่เื่การระแวดระวังภัยจากการทำร้าย จนกระทั่งน้าสาวของนางที่ติดตามคุณนายหญิงมาพร้อมกันก็ตกตายลงไปเพื่อปกป้องผู้เป็นาย...
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายก็แสดงอารมณ์ออกมาแบบนั้น เยว่ฮวาจึงเข้าไปกอดพี่สาวนอกใส่คนนี้ที่พยายามอดทนอยู่กับนางมาตั้งนาน ทั้งๆ ที่จะแปรพักตร์ไปเข้ากับอีกฝ่ายเพื่อร่วมกันทำร้ายนางก็ยังได้ แต่พี่สาวคนนี้ไม่เคยทิ้งนางไปไหนเลยสักครั้ง...
“คุณหนู...”
“แต่พี่ไม่ต้องเป็ห่วงนะ นับั้แ่นี้ไปข้าจะปกป้องตัวเองอย่างเต็มที่ และพี่ที่เป็ครอบครัวเพียงแค่คนเดียวของข้าเองข้าก็จะไม่มีวันทอดทิ้งพี่อย่างเด็ดขาด ข้าสาบาน...”
เพียงเท่านั้นสองนายบ่าวทั้งๆ ที่ไม่ได้เหลือเรี่ยวแรงมากมายนัก เพราะเพื่อเหนื่อยล้ากันมาจากหลายๆ สาเหตุ แต่ถึงอย่างนั้นนับั้แ่วินาทีนี้เป็ต้นไป หัวใจของทั้งสองจะแข็งแรงขึ้นอีกหลายเท่าเลยทีเดียว...
“นายท่าน...”
ณ ด้านนอกจวน สองร่างกำลังยืนนิ่งอยู่ไม่ได้ขยับไปไหน หนึ่งในนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็องครักษ์วัยสามสิบ ที่คอยดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับหญิงสาวมาหลายปี ส่วนอีกคนหนึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็ชายวัยกลางคนที่ตั้งใจจะแวะมาหาบุตรสาว
แต่ก่อนที่เขาจะได้ทันขึ้นเรือนไป ก็ได้ยินบทสนทนาที่น่าสนใจใน่แรก แต่พอฟังบทสนทนาต่อๆ มาก็ทำให้ใบหน้าที่เคยสงบนิ่งมาเนิ่นนานเริ่มเปลี่ยนเป็ดำคล้ำ
‘ที่ผ่านมา...ข้ามัวแต่ทำอะไรอยู่’
หนึ่งคำถามที่ปรากฏขึ้นในใจของจางเผิงไห่ ก่อนที่เขาจะเดินจากไปทั้งๆ อย่างนั้น...
ข้าจะไม่ทำพลาดอีก!
..............................................