เช้าวันรุ่งขึ้นหยางเถาอวี้ตื่นก่อนยายจางนางจึงใช้เวลาอีกน้อยนิดนอนทบทวนแผนการดำเนินชีวิตว่าจะเอายังไงต่อไป
‘ผู้สำเร็จเซียนสามารถเดินทางท่องไปยังโลกต่างๆได้อย่างอิสระด้วยกุญแจหยกไตรธาตุ!’ แม้ยังไม่รู้ถึงขอบเขตของการท่องโลกในความหมายแต่เื่นี้อาจเป็หนทางกลับสู่ดาวทวิภาคได้จริงดังที่ซ่างเสินอู่ตี้เคยเปรยไว้กับหยางเถาอวี้
แต่ครั้นพิจารณาถึงสิ่งแวดล้อมและองค์ประกอบหากนางจะทิ้งยายจางแล้วออกเดินทางฝึกยุทธ์ไปเลยก็ย่อมทำได้ เวลานี้นางมีมิติส่วนตัวมีทุนทรัพย์ตั้งต้น อีกทั้งยังมีทีเจวันทว่าสี่ห้าวันที่ได้อยู่ร่วมกันกับยายจางก็อดที่จะรู้สึกผูกพันขึ้นมามิได้อีกทั้งยายจางยังเมตตาต่อนางมากทั้งๆ ที่เป็คนแปลกหน้า
ในเมื่อการฝึกยุทธ์ก็ต้องใช้ทุนรอนชีวิตยายจางก็ต้องพัฒนา งั้นก็มาหาเงินไปพร้อมกับๆ กับการเริ่มก้าวเดินเข้าสู่เส้นทางเซียนเถิดจะอย่างไรชาวดาวทวิภาคอย่างนางก็มีอายุยืนยาวหลายพันปี จะรีบร้อนไปถึงไหนยายเอียดเคยสอนไว้ ‘ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม’ ส่วนพี่จ่อยก็มักสรรหาเหตุผลมาอ้างเวลาจะหนีการบ้านกองโตไปปั่นจิ้งหรีด1เล่นว่า‘ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์บ้างจะได้ไม่เป็โรคเครียด’
ครั้นตัดสินใจได้เป็มั่นเหมาะหยางเถาอวี้จึงลุกขึ้นจากเตียง ตื่นมาทำอาหารเช้ารอไว้ให้ยายจางวันนี้หยางเถาอวี้ตักข้าวสารที่ยายจางอุตส่าห์ค่อยๆเก็บไว้กินอย่างประหยัดมาหนึ่งถ้วย ซาวน้ำและตั้งใจจะทำข้าวต้มปลาอย่างง่ายเนื้อปลายายจางแร่และทาเกลือทิ้งไว้ให้แต่เมื่อคืนแล้ว
ไม่นานยายจางได้ยินเสียงดังกอกๆ แกกๆในครัวจึงรู้สึกตัวตื่นตาม
“อวี้เอ๋อ เหตุใดเ้าจึงตื่นเช้านัก เป็เด็กเป็เล็กควรนอนหลับให้เพียงพอนะ”ยายจางเดินตามเข้ามาสมทบในห้องครัว หยางเถาอวี้กำลังนำข่าที่ไปเก็บมาเมื่อเย็นวานจากแถวๆชายป่าบริเวณเดียวกับที่มีตะไคร้ขึ้นอยู่มาทุบและหั่นเป็แว่นๆใส่ลงไปในหม้อข้าวต้มปลา เสียดายว่าไม่มีครกไม่เช่นนั้นหากนำมาตากแห้งและโขลกให้เป็ผงละเอียดใส่ลงไปจะหอมกว่านี้
“ข้านอนไม่ค่อยดีเ้าค่ะท่านยายเลยลุกมาทำข้าวต้มปลา” หยางเถาอวี้ยิ้มตอบ
ยายจางไม่ได้ดุด่าอันใดที่หยางเถาอวี้นำข้าวสารมาต้มข้าวต้มอยู่ด้วยกันมาหลายวัน หยางเถาอวี้มีแต่จะสรรหาอาหารมาให้นางได้กินมากขึ้นเรียกว่าสมบูรณ์กว่าเมื่อครั้งอยู่ตัวคนเดียวอย่างยิ่ง
“กลิ่นหอมน่ากินมากไม่มีกลิ่นคาวเลย” เมื่อตักข้าวต้มปลาเข้าปากคำแรกยายจางก็อุทานออกมา
“แน่นอนเ้าค่ะข่าช่วยดับกลิ่นคาวปลาได้ดี นี่ถ้ามีต้นหอมซอยกับกระเทียมเจียวเพิ่มจะอร่อยยิ่งกว่านี้อีกเ้าค่ะ” หยางเถาอวี้ยิ้มแต้ขณะส่งข้าวต้มปลาเข้าปากเช่นกัน
“แต่ก่อนยายไม่ค่อยใส่ใจกับชีวิตความเป็อยู่ของตัวเองนักจึงไม่ได้ปลูกผักไว้กินเลย แต่ละวันเอาแต่เข้าป่าเพราะยายแอบคาดหวังว่าจะได้เจอเบาะแสของอาเหยาบ้าง”ยายจางอธิบายสีหน้าขรึมลงเล็กน้อย
“ข้าขออภัยเ้าค่ะท่านยายข้าไม่มีเจตนาจะทักท้วงหรือทำให้ท่านยายต้องทุกข์ใจ”
“อย่าได้คิดมาก อวี้เอ๋อ เออแน่ะวันนี้ยายจะนำต้นเง็กเต็ก2 ที่เก็บได้ไปขายที่ร้านขายยาสมุนไพรในตัวอำเภอเ้าจะไปด้วยหรือไม่” ยายจางเปลี่ยนหัวข้อสนทนาและเพิ่งนึกได้ว่าเมื่อเย็นวานลืมบอกหยางเถาอวี้
“ไปสิเ้าคะ ข้ายังไม่เคยไปมาก่อนข้าอยากชมบ้านเมืองที่นี่เ้าค่ะ” หยางเถาอวี้รีบตอบรับทันทีนางอยากเข้าไปสำรวจลู่ทางหาเงิน
“ท่านยายเ้าคะท่านคิดว่าข่ากับตะไคร้ขายได้หรือไม่เ้าคะ” หยางเถาอวี้นึกถึงข่ากับตะไคร้ชายป่าที่ขึ้นอยู่มากมาย
“คนที่นี่ไม่เคยรู้ถึงสรรพคุณและรสชาติของมันแต่ถ้าเราให้เถ้าแก่ร้านยาสมุนไพรได้ลอง เขาก็อาจจะรับซื้อนะ” ยายจางออกความเห็น
“เช่นนั้นก่อนเดินทางข้าจะไปเก็บมาสักสองสามกำมือก่อนนะเ้าคะ”
“ตามใจเ้าเถิดอวี้เอ๋อ”
“ท่านยายเ้าคะข้าเห็นเง็กเต็กที่ท่านเก็บมาได้ยังมีสภาพสมบูรณ์ หากข้าจะขอท่านสักต้นไปทดลองปลูกจะได้ไหมเ้าคะ”หยางเถาอวี้วาดแผนการในใจ
“เช่นนั้นก็ได้น้อยไปสักต้นก็ไม่เป็กระไรดอก” ยายจางยินยอมโดยมิได้ซักถามอะไรเพิ่มเติมนางเข้าใจว่าหยางเถาอวี้จะนำไปปลูกลงดินที่ไหนสักแห่งตามประสาเด็ก
ส่วนหยางเถาอวี้หรือเมื่อได้เง็กเต็กมานางก็โยนเข้าไปในมิติส่วนตัวทันที เวลานี้อะไรที่หยิบจับแล้วเป็เงินเป็ทองได้หยางเถาอวี้สาบานว่าจะไม่มองข้ามเด็ดขาด หลังอาหารนางปล่อยให้ยายจางเก็บโต๊ะและล้างจานชามคนเดียว ตัวเองรีบขอปลีกตัวเดินไปตรงชายป่าเพื่อทำเวลาเก็บข่าเก็บตะไคร้ไปให้เถ้าแก่ร้านยาสมุนไพรได้ทดลองกินดูในระหว่างนั้นหยางเถาอวี้ยังได้โยนข่ากับตะไคร้ป่าเข้าไปเก็บไว้ในมิติส่วนตัวด้วยเผื่อในอนาคตเดินทางไปไหนจะได้มีของไว้ทำกินติดตัว
‘นายหญิง ข้าช่วยท่านปลูกนะเ้าคะ’เสียงรุ่ยเอ๋อดังขึ้นในจิตเมื่อเห็นข่ากับตะไคร้ถูกโยนตามหลังเง็กเต็กเข้ามาในห้วงมิติ
‘เอ๋ ดียิ่ง ขอบใจเ้ามากปลูกไว้ตรงแปลงสมุนไพรด้านหลังเรือนไผ่เขียวก็ได้วานเ้ารดด้วยน้ำทิพย์ให้ข้าด้วยนะ ข้าอยากเห็นกับตาว่าถ้ารดด้วยน้ำทิพย์แล้วจะเป็อย่างไร’
เรือนไผ่เขียวก็คือเรือนไม้ไผ่ที่เ้าของกุญแจหยกวารีคนก่อนปลูกสร้างไว้นั่นเองหยางเถาอวี้ตั้งชื่อให้มันว่าเรือนไผ่เขียวด้วยว่ามันปลูกด้วยไม้ไผ่เขียวและมีสีเขียวสวยงามตลอดพูดถึงเรือนไผ่เขียวนางจึงเพิ่งนึกได้ ตัวเองยังไม่ได้เข้าไปสำรวจเรือนไผ่เขียวกับแปลงสมุนไพรข้างเรือนเลยนี่นา
‘รุ่ยเอ๋อช่วยอนุญาตให้ทีเจวันสแกนพื้นที่ภายในมิติของเ้าทีนะ ข้ามีโอกาสเข้าอำเภอกะทันหันเผื่อจะมีช่องทางหาเงิน’
‘ยินดีเ้าค่ะนายหญิง’
‘ทีเจวันสแกนข้าวของในเรือนไผ่เขียวกับแปลงผักสมุนไพรแล้วส่งข้อมูลมาให้ชั้นด่วนๆอ้อเอาข้อมูลตำราสมุนไพรทุกเล่มด้วยนะ ไม่มีเวลาอ่านเองแล้ว’ หากไม่จำเป็หยางเถาอวี้ชอบที่จะใช้เวลาอ่านหนังสือด้วยตนเองเพราะสามารถทำความเข้าใจให้แตกฉานกว่าการถ่ายโอนข้อมูลปริมาณมากๆในคราวเดียวซึ่งขาดความละเอียดในการทำความเข้าใจเนื้อหาและต้องมาค่อยๆย่อยข้อมูลภายหลัง
‘รับทราบครับผม’ทีเจวันทำภารกิจตามคำสั่งของหยางเถาอวี้เสร็จสิ้นอย่างรวดเร็วไม่นานหยางเถาอวี้ก็ได้ข้อมูลทรัพย์สินเพิ่มเติมภายในเรือนหยกเขียวมีสมุนไพรพลังปราณ สมุนไพรเซียนและของวิเศษอีกหลายอย่างรวมถึงผลึกหยกลมปราณชั้นสูง แต่ละอย่างล้วนล้ำค่าหายาก หากนำออกไปขายคงได้ทุนมาเริ่มต้นแผนการของตนแน่นอนอันที่จริงจะเลือกเอาผลึกหยกลมปราณออกไปแลกเปลี่ยนเป็เงินโดยตรงก็ทำได้แต่จะหาเหตุผลไปบอกกล่าวถึงที่มาของมันกับผู้คนนั้นกลับเป็เื่ยากผลึกลมปราณไม่ได้ปรากฏออกมาให้ชาวบ้านธรรมดาพบเห็นได้ง่ายๆยิ่งไม่ต้องพูดถึงการ ตัวยายจางเองเป็คนในพื้นที่ซึ่งทุกคนรู้จักดีว่ามีฐานะยากจนคิดไปคิดมา การนำสมุนไพรไปขายแล้วบอกว่าหาได้จากป่าหมื่นอสูรจะสมเหตุผลที่สุด เข้าทำนองซ่อนใบไม้ในผืนป่า
เมื่อตัดสินใจได้หยางเถาอวี้จึงหันมาเก็บข่ากับตะไคร้จนเพียงพอกับความ้าแล้วจึงเร่งฝีเท้าเดินกลับบ้านไป
อำเภอตงอวิ๋นอยู่ห่างจากหมู่บ้านหนิวไปราว30 ลี้ ใช้เวลาเดินเท้าราวหนึ่งชั่วยามเศษสองยายหลานพากันเดินไปอย่างไม่รีบเร่งนัก ต่างคนต่างสะพายตะกร้าคนละใบยายจางแบกต้นเง็กเต็ก ส่วนหยางเถาอวี้แบกตะกร้าใส่ข่ากับตะไคร่ ตลอดทางหยางเถาอวี้มักชวนคุยเื่สัพเพเหระส่วนใหญ่เป็การซักถามเพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับเมืองน่านจิงและเมืองอื่นๆในทวีปชิงหลงมากขึ้น
“ท่านยายเ้าคะท่านไม่มีพื้นที่ทำกินเช่นที่นาบ้างหรือเ้าคะ” หยางเถาอวี้ถามเผื่อว่ายายจางจะมีที่นาแต่ทำคนเดียวไม่ไหวหรือไม่มีทุน
“โดนตระกูลจางยึดไปหมดแล้วน่ะสิที่นาที่สามีข้าซื้อไว้ราวห้าสิบหมู่ น้องชายของสามีข้า จางหู่อ้างว่าสามีข้าใช้เงินของตระกูลซื้อหามา ดังนั้นเขาจึงยึดไปหมด เวลานั้นตัวข้าเมื่อสามีกับบุตรชายตายจากไปก็ไม่มีกะจิตกะใจจะไปแย่งชิงกับเขา” ยางจางเล่าเสียงเศร้า
“น่ารังเกียจยิ่งนักท่านยายไม่ต้องเสียใจ เอาไว้ข้าจะซื้อที่ดินใหม่ให้ท่านเองเ้าค่ะ” หยางเถาอวี้ก่นด่าความเห็นแก่ตัวของจางหู่พร้อมกับเริ่มวาดแผนการที่โผล่ขึ้นมากะทันหันคร่าวๆในใจ วันนี้คล้ายฟ้าจะเป็ใจให้นางเปิดประตูสู่เส้นทางใหม่ชอบกล จู่ๆ ก็ได้ไปอำเภอจู่ๆ ก็ได้โอกาสหว่านล้อมยายจาง
“ฮ่าๆ เด็กดีแค่ได้ฟังยายก็ชื่นใจแล้ว”
“ท่านยาย ข้ามีเื่จะสารภาพเ้าค่ะ”
“เื่อะไรหรืออวี้เอ๋อ”
“หลายวันก่อนระหว่างที่ข้าหนีพวกโจรข้านำสมบัติส่วนหนึ่งในขบวนรถหนีติดตัวมาด้วย แต่เพราะกลัวอันตราย ข้าจึงไม่กล้าเปิดเผยแก่ผู้ใดได้แต่ซุกซ่อนเอาไว้ เวลานี้เหตุการณ์ผ่านพ้นไปอย่างปลอดภัยข่าวคราวจากญาติก็ไม่มี ตัวข้านั้นได้รับความเมตตาจากท่านั้แ่แรกพบกันหากท่านยายไม่รังเกียจ ข้าก็อยากจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ลงหลักปักฐานกับท่านยายที่นี่มีท่านยายเป็ครอบครัวใหม่ของข้า” หยางเถาอวี้หาเหตุผลประกอบเพื่อการเริ่มต้นบุกเบิกเส้นทางชีวิตอย่างจริงจัง
“เช่นนั้นหรือยายดีใจที่อวี้เอ๋อเห็นยายเป็ครอบครัวใหม่ของเ้ายายเองก็มีความสุขมากเช่นกันที่ได้เ้ามาอยู่ด้วยอย่างไม่รังเกียจในความอับโชคของข้าเฉกเช่นคนอื่นๆ”ยายจางน้ำตาซึม หันไปคว้าจับมือของหยางเถาอวี้ขึ้นมากุมและตบเบาๆ ที่หลังมือ
“ไม่ต้องห่วงเ้าค่ะท่านยายต่อไปข้าจะทำให้คนพวกนั้นอิจฉาท่านยายจนน้ำลายหยดติ๋งๆๆ เลยเ้าค่ะ” หยางเถาอวี้ทำหน้าทำตาประกอบถ้อยคำปลอบใจจนยายจางอดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูมิได้
“งั้นก็เอาตามนี้นะเ้าคะท่านยายข้ามีแผนการมากมายในหัว ไม่รู้ว่าท่านยายจะเห็นด้วยหรือไม่”หยางเถาอวี้เริ่มเกริ่นนำต่อไป
“แผนการอะไรหรือ” ยายจางเอ่ยถาม
“วันนี้ข้านำสมบัติบางส่วนติดตัวมาด้วยมันคือโสมคน ข้าอยากนำไปขาย หากได้ราคาดีข้าก็อยากนำเงินที่ได้มาช่วยท่านยายซ่อมแซมหรือขยายตัวบ้านสักหน่อยเพื่อเตรียมตัวสำหรับหน้าหนาวที่ใกล้เข้ามาและหากมีเงินเหลือ ข้าก็ตั้งใจว่าจะซื้อที่ดินสักผืนไว้ให้ท่านยายได้ทำนาทำสวนเ้าค่ะ”
แม้ยายจางมีความสงสัยหลายจุดแต่นางก็มิได้เอ่ยออกมา ด้วยคิดว่าสมบัติที่ว่านั่นเป็ของส่วนตัวของหยางเถาอวี้ไม่ควรที่นางจะไปละลาบละล้วง “หากเ้าเห็นสมควรก็แล้วแต่เ้าเถิดแต่เ้าควรทำการอย่างรอบคอบนะอวี้เอ๋อ พวกเราเป็สตรีเพศอ่อนแอหากมีคนใจทรามรู้เข้าว่าเ้ามีทรัพย์ อาจไม่เป็ผลดี”ยายจางตักเตือนด้วยความเป็ห่วง
หยางเถาอวี้ตรวจสอบคลื่นจิตของยายจางตลอดการสนทนาเพื่อความแน่ใจคลื่นจิตของยายจางสงบนิ่งอย่างยิ่งในตอนที่หยางเถาอวี้บอกเล่าถึงเื่สมบัติติดตัวกับโสมคนไม่มีกระแสความโลภโมโทสันปรากฏออกมาแม้แต่น้อย รู้อย่างนี้ก็เบาใจเพราะไม่แน่ว่าต่อไปนางอาจต้องเปิดเผยความจริงแก่ยายจางมากยิ่งขึ้น
สองยายหลานจูงมือกันเดินทางต่อไปอย่างมีความสุขหยางเถาอวี้อยากได้ห้องนอนส่วนตัวเต็มทีแล้วนางจะได้เข้าออกมิติส่วนตัวของรุ่ยเอ๋ออย่างอิสระได้ในยามค่ำคืนส่วนยายจางก็รู้สึกสุขใจที่หยางเถาอวี้ตัดสินใจจะอยู่กับนางอย่างถาวรไม่นานทั้งสองก็เห็นมองเห็นตัวอำเภออยู่ริบๆ
ทันทีที่ย่างเท้าเข้าสู่อำเภอตงอวิ๋นหยางเถาอวี้ไม่ลืมที่จะสั่ง ‘ทีเจวันอย่าลืมสแกนหนังสือทุกเล่มในรัศมีทำการเก็บไว้ด้วย และต่อไปนี้ทุกครั้งที่ไปไหนขอให้สแกนหนังสือตำราใหม่ๆ ทุกเล่มที่พบเก็บไว้เลย’
‘รับทราบครับ’
อำเภอตงอวิ๋นเป็อำเภอเล็กๆ ติดชายแดนทางด้านทิศตะวันออกของเมืองน่านจิงและอยู่สุดเขตทิศตะวันออกของทวีปชิงหลงเป็อำเภอที่มีความเป็อยู่ดีพอสมควร สองข้างถนนสายหลักมีพ่อค้าแม่ค้ามาตั้งแผงขายสินค้าของตนอย่างคึกคักระหว่างทางยายจางได้เล่าให้ฟังว่าร้านขายสมุนไพรที่นางจะไปขายเง็กเต็กให้เป็ของเถ้าแก่เมิ่งร้านค้าแห่งนี้ไม่ใช่ร้านค้าสมุนไพรที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอแต่เถ้าแก่เมิ่งให้ราคาเป็ธรรมดีและไม่รังเกียจหญิงม่ายจนๆ อย่างนางหยางเถาอวี้ฟังแล้วจึงรู้สึกดีกับเถ้าแก่เมิ่งั้แ่ยังไม่เห็นหน้าค่าตากันเลยทีเดียว
ยายจางพาหยางเถาอวี้เดินชมตลาดและร้านค้าต่างๆไปจนถึงร้านสมุนไพรขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่แห่งหนึ่งจึงหยุดฝีเท้าลงหน้าร้านมีลูกค้าเดินเข้าออกคึกคักไม่น้อย ครั้นเดินเข้าไปในร้าน หยางเถาอวี้เห็นชายวัยกลางคนไว้หนวดเคราเล็กน้อยผู้หนึ่งแต่งกายด้วยผ้าเนื้อดีสีน้ำตาลแลดูเรียบง่ายทว่าภูมิฐานเขากำลังยืนอยู่หลังกุ้ยไถ3 แนะนำสมุนไพรให้แก่ลูกค้าผู้หนึ่งยายจางหันมาทางหยางเถาอวี้และพยักพเยิดบอกว่านั่นคือเถ้าแก่เมิ่งนั่นเองครั้นจึงชักชวนนางเดินไปที่กุ้ยไถเพื่อรอพบเถ้าแก่เมิ่งตามลำดับ
ครั้นเถ้าแก่เมิ่งรับรองลูกค้าท่านนั้นเสร็จเรียบร้อยจึงรีบหันมาทักทายยายจาง“ที่แท้ก็จางฮูหยินนี่เอง วันนี้ท่านมีสมุนไพรอะไรมาขายหรือ” เถ้าแก่เมิ่งกล่าวทักทายอย่างเป็กันเองและเหลือบมองมาทางหยางเถ้าอวี้เพียงแว่บหนึ่งอย่างสนใจนางมีใบหน้างดงามน่ารักเกินสามัญยิ่ง อีกทั้งผิวพรรณก็ขาวผ่อง
“ใช่แล้วเถ้าแก่เมิ่งวันนี้ข้ามีเง็กเต็กมาขายท่านยี่สิบกว่าต้น” ยายจางตอบ
“แล้วแม่นางน้อยผู้นี้เป็ใครหรือข้าไม่คุ้นหน้าเลย” เถ้าแก่เมิ่งเอ่ยถามตามตรง
“อ้อ นี่เป็หลานสาวของข้าเองชื่อหยางเถาอวี้ นางเพิ่งมาอยู่ด้วย”ยายจางเห็นว่าหยางเถาอวี้ตัดสินใจจะใช้ชีวิตอยู่กับตนต่อไปดังนั้นจึงเอ่ยแนะนำออกไปเช่นนี้
“ที่แท้ก็เป็เช่นนี้ หลานสาวของท่านหน้าตาหมดจดงดงามยิ่งนักคล้ายท่านสมัยสาวๆ เลยทีเดียว” เถ้าแก่เมิ่งเอ่ยปากชมตามประสาพ่อค้า คนค้าคนขายปกติย่อมสนทนาพาทีกับลูกค้าอยู่เสมอนี่ไม่นับว่าเป็เื่เสียมารยาทแต่อย่างใด
“ยินดีที่ได้รู้จักเ้าค่ะเถ้าแก่เมิ่ง”หยางเถาอวี้กล่าวทักทายตอบพร้อมย่อกายคารวะน้อยๆ อย่างงดงาม
“ช่างมีมารยาทยิ่งนักจางฮูหยินโชคดีจริงๆ” เถ้าแก่เมิ่งชมเชย
“ข้าก็ว่าอย่างนั้นแหละ ฮ่าๆไม่เสียเวลาท่านแล้ว นี่เป็เง็กเต็กที่ข้าเพิ่งได้มา” ยายจางส่งเง็กเต็กให้เถ้าแก่เมิ่ง
“น้ำหนักรวม 6 จิน3 4ตำลึง รวมเป็เงิน 100 อีแปะแต่ต้นสดอยู่ในสภาพสมบูรณ์ สามารถทำประโยชน์ได้มากกว่า ข้าคิดให้ท่านต้นละห้าอีแปะทั้งหมด 23 ต้นก็เท่ากับ 115 อีแปะท่านเห็นว่าอย่างไร” เถ้าแก่เมิ่งดีดลูกคิดเสร็จจึงหันมาถาม
“แล้วแต่เถ้าแก่เมิ่งจะคิดให้เ้าค่ะข้ารู้ว่าท่านให้ราคายุติธรรมที่สุดแล้ว” ยายจางตอบ
“ฮ่าๆๆ ฮูหยินจางชมเกินไปแล้ว” เถ้าแก่เมิ่งหัวเราะชอบใจที่ได้รับคำชมพลางก็หันไปดูตะกร้าสมุนไพรของหยางเถาอวี้และถาม “แล้วนั่นต้นอะไรหรือ”
..............
ปั่นจิ้งหรีด1:https://www.gotoknow.org/posts/356094
เง็กเต็ก2:เป็สมุนไพรจีน นิยมใช้ส่วนรากมาเป็ยาและเครื่องตุ๋น รากของเง็กเต็กมีลักษณะยาว เรียว แบนมีสีเหลืองอ่อนค่อนไปทางขาวนวล หากเก็บไว้นานๆ ...
https://atherbth.com/2020/04/07/เง็กเต็ก/
กุ้ยไถ3 :เคาน์เตอร์
จิน4: 1 จิน= 500 กรัม= 16 ตำลึง
หน่วยน้ำหนักจีน
1 ชั่ง = 600 กรัม
1 จิน = 500 กรัม = 16 ตำลึง (เหลี่ยง)
1 เหลี่ยงหรือตำลึง = 31.25/32 กรัม