หลังจากโนบลินได้ยินเสียงที่ปลุกเขาขึ้นจากความครุ่นคิดเขาหลุบตาต่ำก่อนที่กรงสายฟ้าจะอันตรธานหายไปและทำให้เซบัปร่างยักษ์ถูกปลดปล่อยเป็นอิสระมันยืดตัวขึ้นอย่างยินดีก่อนที่จะสูดหายใจจนเต็มปอดความยินดีที่จะได้ล้างแค้นที่มีอยู่ทำให้มันรู้สึกตัวสั่นจนเก็บอาการไว้แทบไม่อยู่
“โฮก!!”
หลังเสียงคำรามดังลั่นมันพุ่งทะยานออกไปจนมองตามแทบไม่ทันทิศทางที่มันกำลังพุ่งตัวไปนั้นคือทิศเดียวกับที่โนบลินปล่อยเจ้าควินซ์ตัวน้อยไว้บนกิ่งไม้ใหญ่ก่อนหน้านี้
โนบลินเร่งเร้าพลังเวทในรองเท้าหนังทั้งคู่เพื่อทะยานตัวตามเซบัปยักษ์ตัวนั้นไปติดๆ ความเร็วในระดับเทียบเท่านักเวทระดับสูงขั้นที่สองถึงสามเห็นความเร็วสูงสุดที่โนบลินใช้ได้ในตอนนี้ซึ่งถือเป็นความเร็วที่รวดเร็วมากจนแทบจะเรียกว่าการเคลื่อนที่ในพริบตาแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีความเร็วพอ ๆ กับเจ้าเซบัปยักษ์ที่กำลังตื่นเต้นสุดขีดเท่านั้น
‘ก่อนหน้านี้มันยังไม่ได้ใช้ความเร็วสูงสุดอย่างนั้นเหรอเนี่ย’
โนบลินใช้ความเร็วสูงสุดเคลื่อนที่คู่ไปกับเซบัปยักษ์ไปตลอดทางจนในที่สุดมันก็ลดความเร็วลงและหยุดนิ่งลงในที่สุดมันหอบหายในเล็กน้อยเมื่อเดินทางมาถึงจุดหมายของมัน
‘อย่างน้อยมันก็ยังรู้สึกเหนื่อยบ้างล่ะนะ’
โนบลินคิดอย่างรู้สึกโล่งใจเพราะถ้ามันสามารถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วขนาดนี้ในระยะทางขนาดนี้แล้วไม่รู้สึกเหนื่อยเลยแม้แต่น้อยเขาคงหมดความหวังที่จะสามารถจัดการมันได้ถ้าจำเป็นในอนาคต
เขาจ้องมองไปยังเซบัปยักษ์ที่หอบเอาความแค้นท่วมท้นจิตใจเอาไว้อย่างพินิจพิเคราะห์ในตอนแรกเขาคิดว่าเจ้านี่คงจะพุ่งเข้าไปขย้ำเจ้าแมวน้อยอย่างไม่รอให้เสียเวลาแต่ตอนนี้เขารู้สึกว่ามันไม่ได้รับร้อนขนาดนั้น
ไม่แน่ว่าตอนนี้มันอาจจะกำลังตั้งใจที่จะทรมานเจ้าควินซ์ตัวสุดท้ายในความคิดของมันให้ตกตายไปอย่างทรมานช้าๆ อยู่ก็เป็นได้
และแน่นอนว่าโนบลินคงไม่ปล่อยให้เหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นอย่างแน่นอนเพราะถึงแม้ว่าเขาจะรู้เรื่องความแค้นระหว่างสัตว์ร้ายและสัตว์เวทสองตัวนี้แต่เขาก็จะไม่ยอมให้เจ้าแมวน้อยนี้ได้รับความทรมานก่อนตายอย่างแน่นอน
‘แก..ควินซ์ตัวสุดท้ายของเทือกเขานี้วันนี้ฉันจะจัดการแกให้สาสมกับที่เผ่าพันธุ์แกทำกับสามีของฉัน’
“เธอจะจัดการยังไงต่อ”โนบลินหันไปถามเซบัปยักษ์
‘ฆ่ามันต้องฆ่ามันถึงจะสามารถล้างแค้นได้’
โนบลินทำอะไรไม่ได้นอกจากเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเขาไม่อยากเห็นภาพของเซบัปตัวสูงกว่าสามเมตรทำร้ายลูกแมวน้อยควินซ์ตัวเล็ก ๆที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไร แต่เขาก็ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ในเมื่อมันเป็นความแค้นที่เกิดขึ้นระหว่างสองเผ่าพันธุ์นั้นเอง
“เมี๊ยว..”
เสียงของควินซ์ตัวน้อยที่มีขนสีดำสนิทดังขึ้นทำให้โนบลินต้องหันไปมองความน่ารักและไร้เดียงสาของมันทำให้โนบลินไม่อยากจะเชื่อว่าสิ่งมีชีวิตแบบนี้จะสามารถทำร้ายใครหรืออะไรได้
แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่สิ่งที่เขาคิดในเมื่อข้าง ๆเขาไม่ไกลในตอนนี้มีสิ่งมีชีวิตร่างใหญ่ที่เป็นสิ่งยืนยันในความโหดร้ายของควินซ์ได้อย่างชัดเจนด้วยชีวิตของสามีของเธอเองมันคือหลักฐานของความโหดร้ายและทารุณของควินซ์ได้เป็นอย่างดี
“ทะ..เธอจะฆ่ามันจะ..จริง ๆ อย่างอย่างนั้นเหรอ?”
โนบลินถามอย่างไม่อยากจะเชื่อในตอนแรกเขาคิดว่าเขาทำใจได้ที่จะต้องเห็นควินซ์น้อยนี้ตายไปเพราะถึงอย่างไรมันก็เป็นความแค้นของเซบัปยักษ์อยู่แล้ว แต่เขาไม่เคยคิดว่าพอมาถึงสถานการณ์จริงมันจะตัดใจยากขนาดนี้
‘ถ้าไม่ฆ่ามันความแค้นของฉันก็จะไม่มีวันหมดไป’
“แต่มันเป็นแค่ควินซ์เกิดใหม่ที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลยนะ”
‘เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับข้าแค่มันเกิดมาเป็นควินซ์ก็ถือว่ามันผิดแล้ว’
เซบัปยักษ์ตอบกลับมาด้วยเสียงที่สั่นเทาความแค้นที่สุมอกมานานกำลังจะได้ถูกปลดปล่อยไปในวันนี้ความแค้นที่สั่งสมมานานหลายปีจะได้ถูกปลดเปลื้องออกไปเสียที
แต่แล้ว...เมื่อเซบัปยักษ์จ้องเข้าไปที่ดวงตาของควินซ์ตัวจิ๋วเธอก็สัมผัสได้ถึงความน่ารักสดใสและไร้เดียงสาของควินซ์น้อยตัวนั้นมันคือสายตาแบบเดียวกับที่ลูก ๆ ใช้จ้องมองมันมันคือสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก และความต้องการถูกรักต้องการความรู้สึกที่ทำให้หัวใจอบอุ่น
มันทำให้ริ้วรอยของความลังเลปรากฏขึ้นในใจของเซบัปหม้ายตัวนี้ความรู้สึกที่เหมือนกำลังจ้องมองลูก ๆ ของตัวเองและความรู้สึกเอ็นดูเช่นนี้ปรากฏวาบขึ้นมากลางใจของมันอย่างชัดเจนจนทำให้มันไม่อาจตัดสินใจฆ่าควินซ์น้อยนี้ลงในช่วงเวลาอันสั้น
‘นี่..เจ้ามนุษย์..’
“มีอะไรเหรอ?”
‘ข้ามีเรื่องที่อยากจะขอเจ้า’
“ก็ถ้ามันเป็นเรื่องที่ฉันทำได้ฉันก็จะพยายามทำให้”
‘ข้าอยากให้เจ้าดูแลเจ้าหนูนี่’
“หา..ทะ..เธอเปลี่ยนใจแล้วเหรอ?”
‘อืม’มันหันหน้ามาหาโนบลิน
‘ข้ารู้สึกว่าเจ้าหนูนี่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องความแค้นของข้าเลยเพราะข้าเองก็ตามแก้แค้นต่อควินซ์ทั้งห้านั้นจนสำเร็จแล้วแต่พอข้าได้เห็นร่างของเจ้าหนูในครั้งแรกมันก็ทำให้ความแค้นนั้นมันลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งเพียงต่อตอนนี้..หลังจากได้มองตาของมันแล้ว ข้าคงไม่อาจตัดใจฆ่ามันได้ลงเพียงแต่ข้ามีเรื่องที่ต้องการให้เจ้ารับปาก ว่าเจ้าต้องดูแลและควบคุมมันให้ดีอย่าให้มันไปรังแกใครหรืออะไรได้อีก’
“ถ้าเป็นเรื่องนั้นฉันจะทำให้เต็มที่ด้วยความสามารถของฉันเอง”
โนบลินรับปากอย่างเด็ดเดี่ยวเขาเองก็ไม่ต้องการให้ควินซ์น้อยสีดำตัวนี้ต้องตายตั้งแต่อายุยังน้อยเช่นนี้เพียงแต่ก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบุญคุณความแค้นของใครแต่เมื่อเซบัปยักษ์มีข้อเสนอเช่นนี้ มีหรือที่เขาจะไม่รีบรับปาก
‘ถ้าเช่นนั้นข้าจะขอมอบสิ่งนี้ให้กับเจ้า’
สิ้นเสียง..เซบัปยักษ์ก้มหัวลงและอ้าปากออกปรากฏวัตถุคล้าลูกแก้วขนาดเท่าผลลำใย สีเขียวใสส่งแสงเรืองรองออกมาเม็ดหนึ่งโนบลินได้แต่สงสัยว่าสิ่งที่เซบัปยักษ์มอบให้นี้คืออะไรกันแน่
“นะ..นี่คือ..?”
‘นี้คือ [ดวงจิตเวท]ของข้า มันคือรูปแบบพลังเวทของข้าที่ผสมกับเศษวิญญาณและเจตจำนงของข้าเมื่อใดก็ตามที่เจ้าทำผิดคำพูดที่ให้ไว้มันจะปลดปล่อยพลังออกมาเพื่อจัดการกับเจ้าให้ได้จนกว่ามันจะแหลกสลายไป’นอกจากนั้นมันยังช่วยสอนวิธีการใช้งานดวงจิตเวทอีกด้วย
“ขอบคุณสำหรับสิ่งที่คุณให้มาผมสัญญาว่าจะใช้มันในทางที่ถูกและสิ่งที่ผมรับปากผมจะทำให้ดีที่สุด”
‘ถ้าเจ้ารับปากอย่างแข็งขันเช่นนี้ข้าก็วางใจ’
...สิ้นเสียงจากเซบัปมันก็หันกายและพุ่งจากไปอย่างรวดเร็ว
จนโนบลินไม่ทันได้กล่าวคำลาใดๆ แม้แต่น้อย...