Miracle Earth พิภพปาฏิหาริย์ : ปฐมบทแห่งราชันย์

    ลำนำแห่งจันทรา

                โนอาห์ไม่เคยคิดว่าตัวเองคือเทพกระบี่

                แต่ในบางเวลาเทพศาสตราก็มิจำเป็นต้องถืออาวุธแต่อย่างใด

                โนอาห์อาศัยเวลาเพียงไม่นานก็สามารถบังคับกระบี่เวทมนตร์ทั้งหกเล่มให้ลอยไปลอยมาได้ตามที่ใจต้องการ มองเผินๆอาจจะเห็นว่าโนอาห์สามารถควบคุมกระบี่หกเล่มด้วยกระแสจิตหรือเทเลพาธี โดยแท้จริงแล้วกระบี่ทั้งหกเล่มเหมือนมีเส้นด้ายที่มองไม่เห็นผูกติดกับนิ้วมือของเขา ถึงการบังคับอย่างง่ายเช่นให้บินไปทางซ้ายหรือทางขวาเขาทำได้โดยที่ไม่ต้องขยับตัว  แต่ถ้าจะควบคุมในทิศทางที่สลับซับซ้อนหรือสั่งการให้ไปโจมตียังคงต้องอาศัยการขยับมือตามไปด้วย

                ตามจริงแล้วจะยกความดีความชอบการดัดแปลงบอลธาตุให้กลายเป็นกระบี่บินให้กับโนอาห์คนเดียวถือว่าไม่ถูกนัก เพราะตัวโนอาห์เองได้รับแรงบันดาลใจหรือแนวคิดวิชามาจากยอดฝีมือฝีมือท่านหนึ่งในยุทธภพ เสียแต่ว่ายอดฝีมือผู้นั้นได้เสียชีวิตลงไปก่อนที่ตัวเขาจะเกิดซะอีก ทำให้โนอาห์ได้ยินแต่คำเล่าลือหรือเรื่องเล่าเกี่ยวกับเขาเท่านั้นเอง

                ยอดฝีมือคนนั้นมีนามว่า หรุยเซียนเจี๊ย ในช่วงแรกของชีวิตได้รับชื่อว่าเป็นยอดฝีมือด้านเชิงกระบี่ท่านหนึ่งในยุทธภพ แต่อย่างไรก็ตามหรุยเซียนเจี๊ยไม่เคยขึ้นไปสู่ที่หนึ่งในเชิงกระบี่ เพราะเหนือเขาขึ้นไปยังมียอดคนอีกมากที่มีความเก่งกาจไม่น้อยไปกว่าเขา และนั้นเองทำให้ตัวหรุยเซียนเจี๊ยเร้นกายหายไปในยุทธภพจนชาวยุทธเชื่อกันว่าเขาฆ่าตัวตาย

                แต่แล้ววันหนึ่งหรุยเซียนเจี๊ยได้ปรากฏตัวในยุทธจักรอีกครั้ง การมาของเขาครั้งนี้ล้วนทำให้ทุกคนต้องแปลกใจเนื่องจากหรุยเซียนเจี๊ยไม่ได้พกกระบี่เหมือนอย่างเคย แต่กลับกลายเป็นว่านับตั้งแต่ตอนนั้น หรุยเซียเจี๊ยได้รับฉายา’เทพกระบี่’ไปโดยปริยาย เพราะหรุยเซียนเจี๊ยในตอนนั้นไม่จำเป็นต้องถือกระบี่หรืออาวุธใดๆอีกต่อไป เขาได้คิดค้นยอดวิชาสายหนึ่งที่รวบรวมลมปราณจากภายนอกมาสร้างเป็นปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ได้มากมายนับไม่ถ้วน ว่ากันว่าแม้แต่’ดาราพิชิตฟ้า’และ’จ้าวสรรพาวุธ’ร่วมมือกันทำได้แค่ให้หรุยเซียนเจี๊ยใช้ลมปราณกระบี่ได้เพียงห้าเล่มเท่านั้น

                มองในด้านตัวเลขโนอาห์อาจจะดูเหนือกว่า

                ในต่อมายอดวิชาไร้ชื่อของหรุนเซียนเจี๊ยกลับต้องเลือนหายไปในยุทธภพไร้คนสืบต่อเนื่องจากการเสียชีวิตลงอย่างกระทันหันของเทพกระบี่ที่ไม่ทันจะได้ถ่ายทอดยอดวิชาชนิดนี้ให้กับใคร ทำให้มีเพียงหรุยเซียนเจี๊ยเพียงคนเดียวที่สามารถใช้วิชานั้นได้

                และตอนนี้คนที่ทำได้ใกล้เคียงเทพกระบี่มากที่สุดก็คือโนอาห์

                ชายหนุ่มบังคับกระบี่เวทมนตร์ทั้งหกเล่มให้เข้าไปโจมตียูกิที่ตั้งท่าเตรียมรอไว้ตั้งนานแล้ว ยูกิปรายตามองกระบี่เวทมนตร์ที่อยู่ใกล้ตนมากที่สุดก่อนจะผนึกมานาลงไปในดาบคาตะนะจนเกิดเป็นออร่าสีฟ้าอ่อนห่อหุ้มคมดาบเอาไว้ สาเหตุก็เพื่อให้การโจมตีรุนแรงขึ้นกว่าเดิม เธอคิดว่ากระบี่ที่แต่เดิมเป็นเพียงบอลไร้ธาตุคงจะรับการโจมตีระดับนี้ไม่ได้

                ผลที่ได้ถึงกับทำให้หญิงสาวเลิกคิ้ว ไม่เพียงกระบี่เวทมนตร์จะไม่มีร่องรอยของความเสียหาย กลับเป็นเธอเสียอีกที่ต้องใช้ทั้งตัวดาบและด้ามดาบมาปัดป้องการโจมตีจากกระบี่เวทมนตร์รอบทิศทาง ในตอนนี้สถานการณ์เหมือนจะพลิกกลับมาเป็นเวลาของโนอาห์ แต่ชายหนุ่มรู้ดีว่าค่ายกลกระบี่เวทมนตร์เพียงหกเล่มกักขังยูกิได้อีกไม่นาน เธอจะหลุดออกมาได้เมื่อไหร่นั้นล้วนขึ้นอยู่กับเวลา

                “เธอไม่ต้องพยายามทำลายได้ด้วยการโจมตีระดับนั้นหรอกน่า ยังไงซะมันก็ไม่ได้ผลอยู่ดี” โนอาห์พูดกลั้วหัวเราะแย้มรอยยิ้มด้วยความยินดี ปกติเขาจะเป็นคนที่ไม่พูดระหว่างการต่อสู้ แต่ตอนนี้ตัวเขายังยืนอยู่ในระยะปลอดภัย และค่ายกลกระบี่เวทมนตร์นั้นก็เป็นหลักประกันว่ายูกิจะไม่เข้ามาถึงตัวเขาในช่วงเวลานี้

                เหตุผลที่ทำให้โนอาห์มั่นใจได้ถึงขนาดนี้เป็นเหตุผลเดียวกับทำไมที่เขาต้องเสียเวลาดัดแปลงเวทมนตร์ไร้ธาตุระดับต่ำที่สุดอย่างบอลไร้ธาตุให้กลายมาเป็นกระบี่ลอยได้อยู่ในตอนนี้ จริงอยู่ว่ามีเวทมนตร์ไม่ต่ำกว่าสิบบทที่สามารถสร้างศาสตราเวทมนตร์หรือแม้กระทั่งสร้างอาวุธจริงๆ แต่เวทมนตร์พวกนั้นเป็นที่แน่นอนว่าตัวโนอาห์ไม่สามารถเรียนรู้ได้ในตอนนี้ หรือต่อให้เขารู้ชายหนุ่มก็ยืนยันว่าจะเลือกหนทางเดิม

                โนอาห์ไม่ใช่นักเวทย์ที่ชาญฉลาด แต่เขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่รู้จักกรรมวิธีการเรียนรู้ที่ไม่เหมือนใคร เวทมนตร์ระดับที่สร้างอาวุธขึ้นมาได้ตัวเขาเองยังเข้าใจว่ามันต้องกินมานาเป็นจำนวนมาก และถ้าจะให้ได้ในระดับนี้เวทมนตร์ที่ว่าต้องมีระดับไม่ต่ำกว่าห้า โนอาห์เลยคิดซะว่าสู้เสียเวลามาทำให้เวทมนตร์ที่กินมานาน้อยที่สุดอย่างบอลไร้ธาตุกลายเป็นเวทมนตร์ที่ทรงอานุภาพไม่แตกต่างไปจากเวทมนตร์ระดับสูงๆเห็นจะเป็นการดีกว่า

                นอกจากนี้ถ้าเป็นเวทมนตร์ระดับต่ำ มานาที่สูญเสียไปยังไม่มากพอที่จะทำให้ร่างกายเขาหมดแรงจนโคจรลมปราณมหาเมฆาติดขัด โนอาห์เลือกที่จะใช้ประโยชน์ส่วนนี้ในการเสริมศักยภาพของกระบี่ไร้ธาตุทั้งหกเล่มให้มีสูงขึ้นไปในทุกๆด้าน ทั้งความเร็ว ความทนทาน หรือแม้กระทั่งความรุนแรงในการโจมตีซึ่งเขาคิดว่ากระบี่หนึ่งเล่มอาจจะเทียบเท่าเวทมนตร์ระดับสามหรือระดับสี่เลยด้วยซ้ำ

                ทำให้การโจมตีด้วยการผนึกมานาอย่างง่ายของยูกิไร้ผลโดยสิ้นเชิง แต่โนอาห์ก็ยังเชื่ออย่างสนิทใจว่ามันคงได้ผลแค่ในระยะแรก ถึงอย่างนั้นในตอนนี้เขาไม่ได้เก่งกาจมากพอที่จะร่ายเวทมนตร์อีกบทมาสำรองเตรียมไว้ในกรณีฉุกเฉินที่กระบี่เวทมนตร์เอาไม่อยู่ หมายความว่าโนอาห์มีเพียงกระบี่ไร้ธาตุหกเล่มซึ่งเขาพึ่งใช้เป็นครั้งแรกและไม้เท้าสยบมังกรเพียงสองอย่างนี้เท่านั้น

                ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการเดิมพันของเขา

                จะออกมาดีหรือร้าย แม้แต่โนอาห์เองก็ยังไม่อาจให้คำตอบได้

                เพลงดาบวสันตฤดู เพลงดาบที่  2  ใบไม้ในสวนท้อ

              ยูกิเสียเวลามามากเกินพอกับของเล่นชิ้นใหม่ของโนอาห์ หญิงสาวเคลื่อนตัวไปมาสะบัดดาบคาตะนะฟันไปที่กระบี่ทั้งหมดด้วยความรวดเร็วยิ่งกว่าครั้งไหนๆ รวมถึงหลบหลีกคมกระบี่ทั้งหมดได้อย่างน่าอัศจรรย์ จนในที่สุดก็หลุดพ้นจากวงล้อมของกระบี่เวทมนตร์ทั้งหกเล่ม และหลังจากนั้นกระบี่เวทมนตร์ที่แต่เดิมลอยอยู่กลางอากาศได้ทิ้งตัวตกกองอยู่ที่พื้น สร้างความตื่นตะลึงให้ผู้คนที่พบเห็นเป็นอย่างมาก แต่คนที่กลับใจเย็นได้มากที่สุดดันเป็นโนอาห์ซึ่งควรจะอ้าปากค้างคนแรกเสียด้วยซ้ำ

                เขาคิดไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่ายูกิสามารถทำลายค่ายกลกระบี่ได้ แต่นึกไม่ถึงอย่างเด็ดขาดว่าจะไปพร้อมกันทีเดียวทั้งหกเล่ม สำหรับเพลงดาบของยูกิโนอาห์รับรู้มาตั้งแต่ตอนวันสอบเข้าแล้วว่าเป็นสายดาบต่อต้านเวทมนตร์โดยเฉพาะ และยิ่งมาฟังจากคำให้การของอารันที่ดูเหมือนจะรู้ดีจนเขาอดนึกไม่ได้ว่าผู้ชายนี้เป็นญาติอะไรกับยูกิหรือเปล่า ก็ยิ่งมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าไม่มีเวทมนตร์บทใดที่ใช้ออกโดยเขาผู้ซึ่งเป็นจอมเวทฝึกหัดจะไม่ถูกเธอทำลายลง

                แต่มันก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรนักกับการสร้างขึ้นมาใหม่

                อีกอย่างในตอนนี้เขาตั้งชื่อให้กับวิชาที่คิดค้นค้นขึ้นมาใหม่ได้แล้ว

                ลำนำแห่งจันทรา

     

     

                ทันเวลาพอดีฉิวเฉียด  

              ชายหนุ่มผมดำที่พึ่งตั้งชื่อให้กับการดัดแปลงบอลไร้ธาตุให้กลายเป็นกระบี่ต้องถอนอย่างโล่งอกเมื่อเพชรฆาตที่มองยังไงก็สวยมากกว่าน่ากลัวถูกกระบี่เวทมนตร์เล่มใหม่ที่เขาพึ่งโคจรลมปราณมหาเมฆาพร้อมกับร่ายเวทย์ออกมาภายในชั่วอึดใจ สมองเร่งสั่งการให้ไปโรมรันกับยูกิก่อนที่สาวเจ้าจะถึงตัวเขา

                เวลาที่เขาซื้อไปไม่กี่วิเป็นช่วงเวลาอันมีค่าที่มากพอจะให้เขาสร้างกระบี่เวทมนตร์อีกสองเล่มสลับกันจู่โจมหญิงสาวอย่างเป็นระบบระเบียบผิดกับเมื่อตอนแรกโดยสิ้นเชิง ยูกิหรี่ตามองรูปแบบการโจมตีที่แตกต่างไปจากเดิมเพียงชั่วครู่ก่อนจะมาตั้งสมาธิกับการต่อสู้ตรงหน้า

                การต่อสู้ดำเนินไปในลักษณะที่ว่ายูกิประมือกับนักดาบที่มองไม่เห็น ในขณะที่โนอาห์ได้แต่บังคับกระบี่เวทมนตร์สามเล่มจากระยะไกลเพื่อรักษาระยะห่างเท่านั้น ต่างฝ่ายต่างมองหาช่องว่างของกันและกัน ติดอยู่ที่ว่ามองอย่างไรก็ไม่พบแม้เพียงร่องรอย ยูกิเองก็ไม่สามารถรุกคืบหน้าไปถึงตัวโนอาห์ได้ โนอาห์เองก็ไม่สามารถสร้างบาดแผลให้กับยูกิได้แต่อย่างใด

                เพลงดาบวสันตฤดู เพลงดาบที่  2  ใบไม้ในสวนท้อ

              เพลงดาบรูปแบบเดิมถูกดึงมาใช้อีกครั้ง ยูกิเคลื่อนตัวผ่านช่องว่างของกระบี่เวทมนตร์สามเล่มได้อย่างง่ายดายโดยทำไปพร้อมกับการโจมตีที่ทำให้กระบี่ทั้งสามเป็นอัมพาต แต่เมื่อเธอหลุดรอดจากกระบี่เวทมนตร์สามเล่มมาได้ก็พบกับกระบี่เวทมนตร์อีกสามเล่มที่พุ่งเข้ามาจนหญิงสาวได้แต่เดาะลิ้นขัดใจก่อนจะรับมือกับกระบี่เวทมนตร์ตรงหน้าต่อ

                และตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่โนอาห์รอคอยมานานแสนนาน

                ถึงตัวเขาจะไม่ใช่ท่าเท้าล่องนภาแต่การเคลื่อนไหวของเขาก็ใช่ว่าจะเชื่องช้า โนอาห์ปลีกตัวหายไปจากบริเวณนั้นทีนทีในช่วงเดียวกับที่ยูกิมองเห็นกระบี่เวทมนตร์ซึ่งเป็นตัวล่อของเขา ว่ากันว่ายอดฝีมือจะไม่เปิดเผยในช่วงเวลาใดๆแต่ช่องว่างที่เปิดเผยออกมามากที่สุดก็คือตอนโจมตี และเมื่อระยะระหว่างเขาและเธออยู่ไม่ใกล้ไกลเกินกว่าที่เขาจะเคลื่อนไหวหลบจากระยะสายตาของหญิงสาวที่กำลังโดนกระบี่เวทมนตร์ดึงดูดสายตาไป

                เพียงพริบตาโนอาห์ก็มาอยู่ด้านหลังของยูกิโดยอาศัยแรงกายเกือบทั้งและลมปราณมหาเมฆาซึ่งถูกอาจารย์โดโรธีเข้าใจว่าเป็นเวทมนตร์ประจำตัวช่วยในเรื่องของกำลังขา โนอาห์ร่ายบอลไร้ธาตุขึ้นมาอีกสองลูกก่อนจะเปลี่ยนให้มันกลายเป็นกระบี่เวทมนตร์เพียงชั่วอึดใจง้ามพร้อมเตรียมโจมตีอยู่มะรอมมะร่อ เป็นจังหวะเดียวกับที่ยูกิหันหลังกลับมาเหมือนกับว่ารอเวลานี้อยู่เช่นกัน

                เร็วเกินกว่าจะสร้างกระบี่เวทมนตร์ขึ้นมาใหม่ โนอาห์พลันเหลือบมองไปยังด้านหลังของยูกิก็พบเจอแต่ความว่างเปล่าคงคิดได้อย่างเดียวว่ากระบี่สามเล่มนั้นคงถูกทำลายไปไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เขาจะคิดเรื่องนั้น  โนอาห์ยกไม้เท้าสยบมังกรขึ้นขวางดาบคาตะนะที่ปัดกระบี่อีกสองเล่มให้ลอยกระเด็นไปไกลคนละทิศละทาง

                “ช้าไป...” ยูกิพึมพำขึ้นมาเบาๆในเวลาเดียวกันกับที่โนอาห์เบิกตากว้างเพราะรับแรงกระแทกจากฝักดาบในมืออีกข้างของยูกิที่กระทุ้งเข้าที่ท้องน้อยของเขาซะเต็มแรง จนร่างกายเปิดช่องว่างขึ้นมาชั่วขณะ มือข้างที่ถือไม้เท้าสยบมังกรอ่อนแรงลงเป็นโอกาสอันที่ดียูกิจะปัดมันไปให้พ้นทาง

                โนอาห์โคจรลมปราณมหาเมฆายกมืออีกข้างที่ไม่ได้ถืออะไรมาป้องกันการโจมตีจากดาบคาตะนะซึ่งใครต่อใครรวมถึงยูกิเองต่างคิดว่าเป็นวิธีเอาตัวรอดที่ไม่มีทางเป็นไปได้ แต่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้มักเกิดกับโนอาห์อยู่เสมอ

                ลมปราณมหาเมฆา เคล็ด ปลดปล่อย

              ออร่าสีขาวจางๆเป็นเส้นลอยไปกระทบด้ามดาบที่ถึงแม้จะไม่แตกหักอย่างที่โนอาห์คิดไว้แต่ทำให้หยุดอยู่กับที่ได้ก็ดีกว่าไม่ได้ทำอะไร ถ่วงเวลาเอาไว้รอคอยให้กระบี่เวทมนตร์อีกสองเล่มบินกลับมาหาตน ถ้าเขายื้อการโจมตีนี้เอาไว้ได้บางทีเขาอาจจะยังพอมีโอกาสชนะ

                ยูกิเห็นการโจมตีเข้าไม่ถึงตัวโนอาห์เหมือนกับว่าถูกขวางกั้นด้วยอะไรบางอย่าง หญิงสาวไม่รอช้าผนึกมานาเข้าไปในตัวดาบคาตะนะจนส่องประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าครั้งไหนๆ จนในที่สุดยูกิก็เป็นชนะ มือของโนอาห์ถูกผลักออกไปด้านข้างราวกับถูกกระแทกจากพลังที่มองไม่เห็น ทำให้ในตอนนี้ร่างกายของโนอาห์เปิดช่องว่างมากถึงมากที่สุด ไม่มีอะไรมาขวางกั้นคมดาบของหญิงสาวได้อีกต่อไปยกเว้นปาฏิหารย์จะมีจริง

                โชคดีเหลือเกินที่ปาฏิหาริย์นั้นมีอยู่จริง

                “หมดเวลา” เสียงหวานใสของอาจารย์โดโรธีได้ผลดีเกินคาด หญิงสาวหยุดคมดาบเอาไว้ก่อนจะถึงคอของโนอาห์ได้ทันเวลาฉิวเฉียด ในขณะที่กระบี่เวทมนตร์อีกสองเล่มจ่อคอหอยเธออยู่ใกล้ๆอย่างน่าหวาดเสียว

                “ครั้งนี้ถือว่าเจ้าโชคดี” ยูกิเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบเก็บดาบเข้าฝักก่อนที่จะสลายหายไปช้าๆ เดินออกไปหาพวกซายากะที่ยืนรออยู่นอกสนามรอเรียนไปวิชาถัดไป ที่รู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างแปลกๆ ซายากะหันมายิ้มทักทายให้เขาอย่างเคยจนเขาต้องยิ้มตอบ ในขณะที่อีกคนยังคงบ่นอุบอิบซึ่งเขาเดาเอาว่าคงแอบนินทาเขาอยู่เป็นแน่

                ในเวลาต่อมาเขาถึงได้รู้ว่าสิ่งที่เขาคิดนั้นผิดมหันต์

                “โชคดีงั้นเหรอ...คงงั้นมั้ง” โนอาห์ยักไหล่มองตามไล่หลังยูกิพึมพำกับตัวเองเบาๆ

                เขายืนมองรอบๆอีกครั้งดีดนิ้วหนึ่งทีเป็นสัญญาณให้กระบี่เวทมนตร์ทั้งสองเล่มสลายหายไป เดินออกไปหาเพื่อนของตนที่ยืนคอยท่าอยู่นานสองนานว่าเมื่อไหร่โนอาห์มันจะเลิกยืนทำเท่ห์อยู่บนสนามประลองซะที

                “อย่างน้อยฉันก็ไม่แพ้นะบอกไว้ก่อน เรื่องจะแขวะนี่นายคงหมดปัญญาแล้วล่ะมั้งรอบนี้ ทำใจซะเถอะนะเพื่อนเอ๋ย ใครมันจะไปรู้ว่าพ่อนักปราชญ์แสนรู้ไปทุกเรื่องอย่างนายจะแพ้เป็นกับเขาเหมือนกัน” โนอาห์กล่าวยิ้มๆ ตบบ่าอารันเบาๆด้วยความคิดที่ว่าตนเหนือกว่าฝ่ายตรงข้ามอย่างเห็นได้ชัด และต่อมาเขาเองถึงกับเป็นฝ่ายชะงักงันเมื่อชายหัวเขียวเอ่ยปากพูดออกมาเป็นครั้งแรก

                “ตอนนี้คนในชั้นพูดเหมือนกันนะว่านายไม่เอาจริงเพื่อหวังจะชนะใจใครบางคน” อารันพูดขึ้นมาลอยๆไม่ตรงกับประโยคก่อนหน้าที่เขาทักออกมาไปแต่อย่าง ถึงกระนั้นโนอาห์รู้ดีว่าเจ้าเพื่อนคนนี้มันกำลังยุเขาอยู่ แล้วเรื่องของข่าวลือนั้นถ้ามันมีก็คงจะมาจากชายที่ชื่อว่าอารันไม่ใช่ใครอื่นเป็นแน่แท้

                ชนะใจ...ลือกันออกมาได้

                ความจริงคงเป็นเขาโดนควักหัวใจออกมากว่าซะล่ะมั้งให้ตายเถอะ

                “อ้อ! ยังมีเรื่องของนายกับเซเร...” พ่อค้ามากรู้ขยับรอยยิ้มขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นว่าประโยคแรกยังไม่ได้ผล และไม่ทันที่จะเอ่ยได้จนจบประโยคเขาต้องเผลอเบี่ยงตัวหลบฝ่าเท้าของโนอาห์เพื่อนรักด้วยความว่องไว กระตุกยิ้มขึ้นมาช้าๆบนริมฝีปากเมื่อพบว่าไม้นี้ได้ผล

                ทั้งหมดมวลนี้ล้วนอยู่ในสายตาของคนเพียงคนเดียว

                “เมื่อไหร่พวกคุณจะเลิกเล่นเป็นเด็กไม่รู้จักใหญ่โตกันซักทีครับ เดี๋ยวก็ไปเข้าเรียนคาบต่อไม่ทันกันพอดี” นิกซ์เดินเข้าไปห้ามปรามด้วยน้ำเสียงเนือยๆ และนั้นเองทำให้ชายตัวเล็กค้นพบว่าเขาทำผิดมหันต์            “เฮอะ...ก็ดีกว่าคนที่ไม่โตจริงๆอย่างนายก็แล้วกัน” โนอาห์หันไปยิ้มเยาะที่ดูยังไงก็เหมือนแซวเล่นขำๆระหว่างเพื่อน แต่บางทีเพื่อนกันจะมีกระทบกระทั่งกันบ้างก็ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน

                ด้วยเหตุนี้พวกเขาทั้งสามจึงเข้าเรียนสายเป็นครั้งแรก

                โดยเหตุผลที่ผู้กระทำผิดทั้งสามยกมาก็ถึงกับอาจารย์ที่สอนอยู่ถึงกับกุมขมับ

                “เพื่อนผมมันปวดขี้น่ะครับ แล้วพอดีมันกลัวผี...พวกเราเลยเดินกันมาช้าหน่อย” โนอาห์เอ่ยขึ้นมาพร้อมกับเกาหัวแกรกๆ    

                “พอดีคนแถวนี้มัวแต่หลงทาง เลยทำให้พวกผมต้องเสียเวลาไปด้วย อาจารย์อย่าถือสาหาความมันเลยนะครับ” อารันขยับรอยยิ้มฝีปากและตีสีหน้าที่ดูจริงจังเสียเต็มประดาพร้อมกับก้มหัวขอโทษน้อยๆ

                “ต้องห้ามหมาสองตัวไม่ให้กัดกันน่ะครับ” นิกซ์เป็นคนสุดท้ายที่พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียวยิ่งกว่าครั้งไหนๆ

                ผลสุดท้ายจึงมีแค่นักเรียนสามคนที่ได้รับการบ้านมากกว่าใครเพื่อน