“สองเท่า?คนที่ให้ราคาสูงที่สุด?”
“...”
เสียงของคนอื่นๆเงียบลงคำพูดของเย่เฉีทำให้ราชันทั้งหมดต้องขมวดคิ้วโดยเพราะชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลังของผู้นำโลกแห่งปราชญ์ที่ขมวดคิ้วเป็นปมแน่นเขามีชื่อว่าโอหยางเก๋อเป็นอัจฉริยะที่ถูกส่งมาจากดาวบูรพา!โลกนักปราชญ์นั้นคือตัวตนที่ยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามที่สุดในจักรวาลในโลกนักปราชญ์นั้นมีตัวตนที่แข็งแกร่งอยู่นับไม่ถ้วนและครอบครองดาวบริวารนับร้อย!
เมื่อขอบเขตอำนาจขยายกว้างออกไปผู้นำทั้งสี่ของโลกนักปราชญ์ในอดีตหรือก็คือสี่มหาปราชญ์ได้ตั้งให้โลกนักปราชญ์นั้นคือดินแดนศักดิ์สิทธิ์และพวกท่านทั้งสี่ก็ได้กระจายออกไปทั้งสี่ทิศสร้างดาวหลักที่ล้อมรอบโลกนักปราชญ์ขึ้นมาเรียกว่าจตุรทิศดวงดาวแห่งปราชญ์ทั้งสี่ดวงดาวนั้นต่างสืบทอดวิชาความรู้ของปราชญ์ทั้งสี่และกลายเป็นสำนักทั้งสี่ที่ทรงพลังที่สุดในจักรวาล!
อุดรลี้โกหยุนมหาปราชญ์โอสถประจิมโจวเจินเทียนมหาปราชญ์ศาสตรา ทักษิณอู๋เจ๋อเหยียนมหาปราชญ์เพลงยุทธ์และสุดท้ายบูรพาเห่ยหมิงซานหยานมหาปราชญ์ค่ายกล!
มหาปราชญ์ทั้งสี่คือตัวตนที่อยู่สูงสุดในจักรวาลที่ประกอบไปด้วยดวงดาวนับร้อยล้านดวงคัมภีร์ลับที่ท่านทั้งสี่ได้ทิ้งเอาไว้ก็ถูกขนานนามว่าเป็นสุดยอดความลับทั้งสี่ของจักรวาลหากใครสามารถครอบครองคัมภีร์ลับทั้งสี่เล่มนี้ก็ไม่ต่างจากการได้ครอบครองจักรวาล ต่อให้ได้ครอบเพียงหนึ่งในสี่ก็ยังสามารถกลายเป็นตัวตนที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดได้ไม่ยาก
ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้โลกนักปราชญ์กลายเป็นจุดศูนย์รวมทั้งจักรวาลและยังแข็งแกร่งจนเข้าใกล้ตำแหน่งผู้ปกครองยุคมากที่สุดนอกจากยุคของราชันมังกรแล้วยุคอื่นๆเรียกได้ว่าตกอยู่ในกำมือของโลกมหาปราชญ์แทบทั้งสิ้นทว่าตำนานก็คือตำนานเมื่อเวลาผ่านไปขุมกำลังโลกระดับสูงต่างก็ซ่องสุมกำลังขึ้นมาทำให้ความแข็งแกร่งของเหล่าผู้นำมาอยู่ในระดับเดียวกันหากจะกล่าวถึงเหตุผลที่โลกแห่งปราชญ์นั้นครองอำนาจยิ่งใหญ่มาโดยตลอดก็เป็นเพราะตลอดทั้งจักรวาลแห่งนี้มีอย่างน้อยครึ่งหนึ่งที่เป็นศิษย์ของโลกแห่งปราชญ์!
อย่างไรก็ตามทั้งคัมภีร์ลับทั้งสำนักใหญ่ทั้งสี่ต่างเปิดรับผู้คนไม่มีจำกัดเผ่าพันธุ์หากว่ามีความสามารถพอก็สามารถเข้ารับการศึกษาได้ทว่า...หลายล้านปีที่ผ่านมานี้ยังไม่มีแม้แต่คนเดียวที่ได้ลับการสืบทอดของคัมภีร์ลับทั้งสี่อย่างครบถ้วนสมบูรณ์อย่างมากก็รู้แจ้งไปได้เพียงบางส่วนเท่านั้นตามความสามารถของแต่ละคนมีส่วนน้อยที่สืบทอดได้สี่ถึงห้าส่วนและมีเพียงสองคนเท่านั้นที่รู้แจ้งได้ถึงเจ็ดส่วน!
“ท่าบรรพชนเรื่องนี้...”
“เฮ้อ...ช่างเถอะในเมื่อต้องจ่ายก็จ่าย!”
โอหยางเส้าเจ๋อกล่าวออกมาอย่างช่วยไม่ได้การมางานชุมนุมเขตแดนในครั้งนี้ก็เป็นเพราะการปรากฏขึ้นของค่ายกลเห่ยหมิงโอหยางเก๋อนั้นเป็นสายเลือดหลักของตระกูลโอหยางผู้ปกครองโลกนักปราชญ์ ความแข็งแกร่งของเขานั้นก็อยู่ในระดับอัจฉริยะ!แต่ที่ยิ่งกว่านั้นก็คือโอหยางเก๋อนั้นเชี่ยวชาญในเรื่องค่ายกลอย่างมากจนมาถึงตอนนี้แม้จะยังเยาว์วัยแต่ก็รู้แจ้งในคัมภีร์ลับไปถึงสองส่วนแล้ว!
ทว่าครั้งนี้หากไม่นับสวรรค์แล้วนอกจากโลกอสูรและโลกนักปราชญ์ที่เงียบงันคนอื่นๆล้วนไม่พอใจอย่างยิ่ง! โดยเฉพาะโลกระดับกลางทั้งสาม!แม้แต่ราชันจากโลกวิญญาณก็ยังขมวดคิ้ว ก่อนหน้านี้ที่เขาไม่เคลื่อไหวใดๆก็เพราะเคยได้ยินว่าบรรพบุรุษราชันผีนั้นทิ้งอนุสรณ์ไว้ที่โลกมนุษย์และประกาศห้ามโลกวิญญาณรุกรานแดนมนุษย์เด็ดขาดทว่านั่นมันก็เป็นเรื่องเมื่อนานแล้ว หากเป็นไปได้เขาก็ไม่ได้อยากผิดใจกับโลกมนุษย์เพียงแต่เรื่องครั้งนี้สำคัญมากเกินไป
ความจริงไม่ต้องกล่าวถึงผู้นำโลกวิญญาณที่เงียบมาตั้งแต่แรกตอนนี้ต่อให้ผู้ดูและทั้งสองที่เป็นตัวแทนโลกระดับล่างก็ยังทนไม่ไหวหากเป็นแผนเดิมอย่างน้อยพวกเขาก็ยังพอได้กินกระดูกบ้างแต่ถ้าหากเรื่องเป็นเช่นนี้แม้แต่น้ำแกงก็อย่าหวังจะหลุดถึงมือเมื่อโลกระดับสูงยอมจ่ายอย่างหนักแล้วมีหรือพวกเขาจะสามารถหาผลประโยชน์ได้?
“ข้าคัดค้าน!ต้วนชิงหลิงนี่มันมากเกินไปหน่อยไหม? เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร?”
ผู้ดูแลหนึ่งในสองคนกล่าวคนมาอย่างไม่พอใจถึงแม้ว่าเขาจะไม่มั่นใจว่าเย่ฉีเป็นใครและไม่กล้าเสี่ยงที่จะแตกหักแต่กับต้วนชิงหลิงนั้นไม่เหมือนกัน!
“ข้าก็คิดว่ามันมากเกินไป!เจ้ากำลังคิดจะประมูลมัน?”
ราชันนรกกล่าวออกมาเสียงเข้มตามต่อด้วยราชันปีศาจหรือแม้แต่สมาพันธ์เจ็ดดาวก็ยังทนไม่ไหวคนโง่ก็ยังรู้ว่าการชุมนุมครั้งนี้หัวใจหลักอยู่ที่การปรากฏขึ้นของค่ายกลเห่ยหมิง!พวกเขาทั้งหมดมาที่นี่ด้วยเหตุผลเดียวกันถ้าหากเป็นไปตามที่เย่ฉีต้องการไม่ต้องเดาก็รู้ว่าโลกมนุษย์จะได้ผลประโยชน์ขนาดไหนอย่าลืมว่าที่นี่มีแต่ตัวตนชั้นปกครองโลกที่ต้องการสิ่งเดียวกัน ยังมีเรื่องสำคัญที่สุดคือเดิมพันต้องมากกว่าเป็นสองเท่านั่นอีก
แน่นอนว่าตั้งแต่โลกระดับกลางลงไปพวกเขาไม่รู้ตัวตนของเย่ฉีจึงไม่ได้ตึงเครียดเท่ากับโลกระดับสูงสำหรับโลกระดับกลางลงไปหากยอมเสียเดิมพันไปแล้วก็มีแต่ต้องชนะสงครามอย่างเดียวเท่านั้นถึงแม้อีกฝ่ายจะมีราชันกระบี่แต่ด้วยความไม่รู้จึงทำให้พวกเขาคิดว่าพอมีหวังเพียงด้วยความเสี่ยงนี้หากผิดพลาดขึ้นมาก็ยากเกินกว่าที่พวกเขาจะทนรับไหว
ส่วนโลกระดับสูง...แน่นอนว่าแทบจะไม่มีใครอยากจะยอมให้เรื่องนี้เกิดขึ้น!ฝ่ายเย่ฉีมีราชันกระบี่และราชันสวรรค์...สองราชันที่มีความแข็งแกร่งในระดับเดียวกับพวกเขาแน่นอนว่านี่ยังไม่นับรวมเย่ฉีด้วยถึงเย่ฉีตอนนี้จะอ่อนแอแต่ก็ไม่มีใครสักคนเดียวในเหล่าราชันระดับสูงที่กล้ายอมเสี่ยงกับเขาอย่าลืมว่านี่คือราชันผู้ปกคลองยุคต่อให้กลายเป็นแค่เด็กน้อยคนหนึ่งก็ไม่มีใครรู้ว่าใต้แขนเสื้อของเขาซุกซ่อนไพ่ตายเอาไว้มากแค่ไหน!
ส่วนทางเย่ฉีหลังจากเห็นท่าทางของคนอื่นๆก็ยิ้มกริ่มออกมา แน่นอนว่านี่คือสิ่งที่เขาต้องการ!
“พวกเจ้าไม่ต้องกังวลข้าไม่ใช่คนใจร้ายขนาดนั้น...หลังจากจบงานชุมนุมยังมีเวลาเหลือหนึ่งเดือนก่อนที่เขตแดนจะปิดลงนิกายมังกรนพเก้าของข้าได้รับสิทธิ์ในการครอบครองพระราชวังนี้ดังนั้นหากใครที่พลาดสงครามยังสามารถจ่ายสองเท่าของสิ่งที่เทียบเท่ามูลค่าสูงสุดของพระราชวังได้เพื่อนำคนของตัวเองเข้าสู่พระราชวัง!”
คำพูดของเย่ฉีเหมือนจะดูดีแต่นั่นกลับยิ่งทำให้คนอื่นๆฉุนเฉียวมากขึ้น จ่ายสองเท่าของมูลค่าสูงสุด? บัดซบ! หากต้องจ่ายสองเท่าของมูลค่าสูงสุดแล้วพวกเขาจะจ่ายไปเพื่ออะไร?ทว่าในคำพูดต่อมาของเย่ฉีก็ยิ่งทำให้เสียงในงานชุมนุมเงียบลงในโลกนี้ยังมีบางสิ่งที่แม้จ่ายออกไปสิบเท่าก็ยังไม่ได้ครอบครอง!
“เพื่อเป็นการไม่เอาเปรียบพวกเจ้าดังนั้นข้าจะบอกรายละเอียดให้พวกเจ้าได้รู้พระราชวังโบราณนั้นเป็นของราชามู่พวกเจ้าบางคนอาจจะยังไม่รู้แต่ราชามู่คือสายเลือดของเห่ยหมิงมารดาของราชามู่คือธิดาเพียงคนเดียวที่ได้รับการถ่ายทอดคัมภีร์ลับจากมหาปราชญ์เห่ยหมิงซานหยาน!”
สำหรับราชันระดับสูงได้ยินเรื่องนี้ก็ยังไม่แปลกใจเท่าไหร่เพราะว่าพวกเขารู้อยู่แล้วเพียงแต่ไม่รู้ว่าราชามู่ได้สร้างสถานที่สืบทอดมรดกเอาไว้ทว่านอกจากพวกเขาแล้วคนอื่นๆ .... กลายเป็นเสียงโห่ร้องที่บ้าคลั่ง!เสียงดังเซ็งแซ่กระหึ่มขึ้นมาทันทีโดยเฉพาะสามราชันระดับกลางหากได้รับการสืบทอดครั้งนี้ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะบรรลุรู้แจ้งเป็นราชันแท้จริง!
“เฮอะ!แล้วอย่างไร? ถึงจะเป็นสายเลือดของเห่ยหมิงแต่ก็ไม่มีอะไรมารับประกันว่าเราจะได้สืบทอด!อีกอย่างคุณค่าของคัมภีร์เห่ยหมิงนั้นสูงขนาดไหนแล้วเจ้าจะเรียกร้องสองเท่า?ไร้สาระ!หากเป็นเช่นนั้นพวกข้าไม่ต้องยอมมอบโลกที่ปกครองให้เจ้าหรือไง?”
แม้จะตื่นเต้นแต่พวกราชันระดับกลางก็ยังคงข่มอารมณ์ไว้แล้วกล่าวออกมาในน้ำเสียงไม่พอใจแต่ก็เป็นเช่นเคย...เย่ฉีไม่ได้ตอบโต้สิ่งใดแต่ใช้คำพูดและการกระทำของเขาเพื่อหุบปากคนอื่นๆ
“ข้าได้ผ่านการทดสอบทั้งหมดมาแล้วดังนั้นจึงรู้ถึงคุณค่าสูงสุดและเพื่อเป็นการไม่เอาเปรียบค่าจะตัดเรื่องของค่ายกลเห่ยหมิงออกไปการทดสอบนั้นแบ่งออกเป็นแปดศาลและสองการทดสอบลับ ไม่จำกัดระดับพลังหากพวกเจ้าผ่านการทดสอบทั้งหมดเช่นเดียวกับข้าก็จะได้เข้าสู่ห้องมรดกราชาและรางวัลก็คือ...”
เย่ฉีโบกมือครั้งหนึ่งลำแสงเจิดจ้าสิบสายก็โผบินออกมาลอยวนอยู่กลางงานชุมนุมราวกับดวงอาทิตย์สร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนในงานไม่เว้นแม้แต่ราชันระดับสูง!
“นอกจากพวกเจ้าจะได้พบกับจิตวิญญาณของราชามู่แล้วสิ่งที่จะได้รับก็คือสามารถเลือกสิ่งที่อยู่ในนั้นออกมาได้สิบชิ้นแต่ละชิ้นอยู่ในระดับเทพ!”
เสียงสูดลมหายใจเข้าออกดังออกมาจากแทบทุกคนอาวุธเทพนั้นน่าตกตะลึงเพียงใดทำไมพวกเขาจะไม่รู้? สำหรับโลกระดับต่ำนั้นลืมไปได้เลยเพราะแม้แต่โลกระดับกลางยังมีครอบครองเพียงคนละชิ้นส่วนโลกระดับสูงนั้นมีไม่เกินสามชิ้น!สมบัติระดับเทพนั้นต่อให้มีเงินก็ใช่ว่าจะสามารถซื้อหามาได้แต่ตอนนี้มันได้ปรากฏอยู่ตรงหน้าพวกเขาถึงสิบชิ้นและยังอยู่ในมือของโลกระดับต่ำ!
“เจ้าพูดจริงหรือเปล่า?”
“ในนั้นจะมีสมบัติเทพมากมายได้อย่างไร?”
“คุณชายน้อยท่านไม่สามารถโกหกได้!ท่านเข้าใจใช่ไหม?”
ราชันนรกราชันปีศาจและท่าหญิงจวินเซียงกล่าวออกมาพร้อมกันด้วยสายตาเบิกกว้างสิ่งที่เห็นนั้นยั่วยวนมากเกินไป!
“แน่นอนว่าที่ข้าพูดเป็นความจริง!ในห้องมรดกราชายังมีสมบัติเทพอยู่อีกราวหนึ่งร้อยชิ้นข้าไม่สามารถตอบได้ว่ามันถูกรวบรวมมาได้อย่างไร...ส่วนระดับของอาวุธเทพในนั้นก็มีตั้งแต่ต่ำจนสูงพวกเจ้าจะได้สิ่งใดก็ขึ้นอยู่กับวาสนา...ส่วนลำดับการเข้าไปนั้นข้าจะให้สิทธิ์ผู้ที่ทำสงครามชนะก่อนเป็นอันดับแรก!”
ความอึมครึมเข้ามาปกคลุมอีกครั้ง...แน่นอนว่าเข้าไปก่อนย่อมได้เลือกก่อน!เมื่อเห็นท่าทีของคนอื่นๆ หลี่หลิงเทียนก็ส่ายหัวออกมาอย่างช่วยไม่ได้คนพวกนี้โดนเย่ฉีต้มจนเปื่อยแล้ว!เขามั่นใจมากว่าในที่นี้ไม่มีใครสามารถผ่านเข้าห้องมรดกราชาได้แน่นอนห้องมรดกราชาต้องใช้หนึ่งร้อยตราประทับ!และสิบตราประทับอยู่ในศาลาสะท้อนจันทร์ดังนั้นอย่าฝันไปเลยว่าพวกเขาจะสามารถผ่านไปได้ยิ่งแข็งแกร่งเท่าไหร่โอกาสก็ยิ่งน้อยลงดังนั้นพวกระดับราชันโอกาสที่จะผ่านศาลานี้คือศูนย์!อย่างมากพวกเขาก็ได้เพียงเก้าสิบตราประทับเข้าสู่ห้องทองปราสาทราชาเพื่อเลือกสมบัติเทพหนึ่งชิ้น!
จ่ายสองเท่าของสมบัติเทพสิบชิ้นเพื่อซื้อสมบัติเทพชิ้นเดียว!ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าครั้งนี้เย่ฉีจะร่ำรวยมากแค่ไหน!