นอกจากสองฝาแฝดคัทลีนกาดิแล้ว ด้านข้างยังมีสาวน้อยอีกคนที่ยืนพ่นหายใจอยู่อย่างเหนื่อยหอบ แต่พอสาวน้อยคนนั้นเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็เจม่อนก็นิ่งข้างไปในทันที
" ควีน!! "
เมื่อได้ยินเด็กสาวผมเปียเรียกตัวเองเจม่อนก็หันไปส่งยิ้มทักทายอย่างเป็มิตรเพราะคนที่เรียกเขาว่าควีนส่วนใหญ่มักจะเป็แฟนคลับและผู้สนับสนุนยอดโดเนทในแต่ละครั้งที่มีการไลฟ์สตรีม ดังนั้นสาวน้อยคนนี้ย่อมไม่มีความรู้สึกด้านลบต่อตัวเองอยู่แล้ว
" สวัสดีครับสาวน้อย "
ดาวินไม่คิดว่าตัวเองจะโชคดีได้พบไอดอลในดวงใจในระยะประชิดขนาดนี้ คราวก่อนที่หญิงสาวเห็นการต่อสู้ของควีนกับแก๊งตบทรัพย์เธอก็คิดว่าควีนนั้นเท่และสุดยอดมาก มาครั้งนี้ควีนยังเป็คนจัดการหัวขโมยให้ตัวเองอีก ถ้าเพื่อนในกลุ่มแฟนคลับรู้จะต้องอิจฉาเธอมากแน่ๆ
ด้านคัทลีนและกาดิเองก็เพิ่งสังเกตเห็นเจม่อนเช่นกัน
เดิมทีพวกเขาและดาวินเป็เพื่อนในคณะเดียวกันแต่เรียนคนละสาขาไม่ได้สนิทสนมอะไรกันเหมือนเพื่อนในคณะทั่วๆ ไป ฝาแฝดหญิงคนพี่คัทลีนเรียนสาขาทันตแพทย์ ฝาแฝดชายคนน้องเรียนสาขาศัลยแพทย์หัวใจ ส่วนดาวินเรียนสาขาศัลยแพทย์ระบบประสาท วันหนึ่งๆ ถ้าไม่มีเรียนในภาควิชาบังคับก็แทบจะไม่ได้เจอกันเลยด้วยซ้ำ
แต่เพราะคนทั้ง 3 ชื่นชอบศิลปินคนเดียวกันนั่นก็คือเจม่อน จึงได้รู้จักกันภายในกลุ่มแฟนคลับถึงได้รู้ว่าพวกตนเรียนอยู่ในมหาลัยคณะเดียวกันแต่คนละสาขา จากคนไม่รู้จักจึงกลายเป็เพื่อนสนิทในเวลารวดเร็ว
และที่วัยรุ่นทั้ง 3 มาปรากฏตัวที่นี่ก็เพราะว่าดาวินบอกว่าเจม่อนยังคงอยู่ที่นี่ พวกเขาจึงลองเสี่ยงดวงเผื่อจะโชคดีได้พบกับเจม่อนตัวเป็ๆ แต่ใครจะคิดว่าเพียงแค่ก้าวเข้ามาในเขตชุมชนได้ไม่เท่าไหร่ก็ถูกโจรวิ่งราวเสียแล้ว
ทว่าในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีแฝงอยู่ เพราะคนที่ช่วยจับหัวขโมยให้ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็ควีนที่พวกเขาดั้นด้นมาหาถึงที่นั่นเอง
อย่างนี้ก็ต้องขอบคุณเ้าหัวขโมยคนนี้ไม่ใช่หรือ
พอคิดอย่างนี้สายตาที่มองหัวขโมยของคนทั้ง 3 พลันดูอ่อนโยนนุ่มนวลขึ้นจนหัวขโมยอดรู้สึกขนลุกซู่ไม่ได้
" ขอบคุณนะคะควีน "
ดาวินรีบเข้ามาขอบคุณเจม่อนด้วยความตื่นเต้นแต่ไม่กล้าเข้าไปใกล้นัก คัทลีนและกาดิเองก็รีบเข้ามายืนด้านข้างดาวินเช่นกัน ตอนนี้สองแฝดลืมไปแล้วว่าที่นี่ไม่ได้มีแค่เจม่อนเท่านั้นแต่ยังมีพี่ชายคนโตของพวกตนอยู่ด้วย
" ไม่ต้องเกรงใจครับ ว่าแต่พวกคุณเป็อะไรหรือเปล่ามีของอะไรหายไปไหมครับ "
เมื่อเห็นว่าอัลดริชใส่กุญแจข้อมือล็อกคนร้ายเรียบร้อยและส่งของที่โดยขโมยมาให้คนทั้งสามแล้วแต่ยังไม่เห็นพวกเขาตรวจสอบข้าวของเลยสักนิดเจม่อนจึงอดที่จะเอ่ยทักขึ้นมาไม่ได้
" ไม่เป็อะไรครับของก็อยู่ครบทุกชิ้นเลย "
กาดิได้สติกลับมาเป็คนแรกรีบตอบเจม่อนออกไปทันทีทั้งที่ยังไม่ได้ก้มลงดูของที่ถือไว้ด้วยซ้ำ อัลดริชเห็นท่าทางซื่อบื้อของน้องชายแล้วแทบไม่อยากจะเอ่ยทักด้วยซ้ำ ทุกทีก็ดูฉลาดกว่านี้ไม่ใช่หรือทำไมวันนี้ถึงมาทำท่าทางโง่งมแบบนี้ล่ะ
" ใช่ค่ะเพราะได้ควีนช่วยทันเวลาเลยไม่มีอะไรหายค่ะ "
คัทลีนรีบสำทับอย่างกระตือรือร้น พอเห็นเจม่อนยิ้มให้ก็ยิ่งไม่เป็ตัวของตัวเองมากขึ้นไปอีก อัลดริชที่ยืนอยู่ด้านข้างเริ่มคิดแล้วว่าระหว่างวิ่งตามหัวขโมยมาหัวของน้องๆ ไปโขกโดนอะไรเข้าหรือเปล่าถึงได้มีอาการแปลกประหลาดแบบนี้
" ฉันไม่คิดว่าจะได้เจอควีนที่นี่ ฉันขอถ่ายรูปด้วยได้ไหมคะ "
" ได้สิ "
" แต่ผมว่าเราไปลงบันทึกที่โรงพักกันก่อนแล้วค่อยมาถ่ายรูปทีหลังดีกว่าไหม "
เมื่อนั้นวัยรุ่นทั้ง 3 ถึงได้รับรู้ว่าที่ตรงนี้ยังมีคนอยู่อีกคนหนึ่ง
สองแฝดคัทลีนและกาดิ : พี่ใหญ่มาอยู่ตรงนี้ั้แ่เมื่อไร?
สาวน้อยดาวิน : นี่ไม่ใช่จอมพลอัลดริชหรอกหรือ มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?
จอมพลอัลดริช : ฉันอยู่ตรงนี้มาก่อนพวกเธออีก
เจม่อนเห็นสายตาสื่อความหมายของคนทั้ง 4 ก็หัวเราะออกมาด้วยความขบขัน คนพวกนี้ตลกกันจริงๆ
เพื่อขจัดบรรยากาศน่าตลกพวกนี้เจม่อนจึงตัดบทสายตาสื่อความหมายของทุกคนโดยการบอกให้พาตัวคนร้ายไปสถานีตำรวจก่อน
วัยรุ่นทั้ง 3 ทำตามอย่างว่าง่าย เมื่อทำทุกอย่างเรียบร้อยแล้วท้องฟ้าก็มืดสนิทพอดี อัลดริชจึงพาเจม่อนและวัยรุ่นทั้ง 3 ไปกินข้าวที่ร้านอาหาร แต่ดาวินกลัวว่าจะทำให้เจม่อนลำบาก คัทลีนจึงเสนอให้ไปที่ห้องอาหารในโรงแรมที่พวกคนจองอยู่แทนและให้บังเอิญว่าเป็โรงแรมเดียวกันกับที่เจม่อนพักอยู่
อัลดริชเห็นว่าตกลงกันไม่ได้เสียทีเลยพาไปที่ยานอวกาศส่วนตัวของตัวเองเสียเลย
ระหว่างเดินกลับยานอวกาศอัลดริชจึงได้มีโอกาสซักถามว่าน้องของตัวเองมาโผล่ที่นี่ได้อย่างไร เมื่อรู้ว่าสองแฝด้ามาพบแฟนของตัวเองก็ประหลาดใจไม่น้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีกเพราะความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเจม่อนยังเปิดเผยไม่ได้วัยรุ่นทั้ง 3 จึงรู้เพียงว่าพวกตนเป็เพื่อนกันเท่านั้น
สองแฝดไม่ได้สนใจพี่ชายของตัวเองมากนักเพราะความสนใจทั้งหมดของสองแฝดอยู่ที่เจม่อนทั้งหมดจึงไม่ได้สังเกตเห็นพิรุธของพี่ชาย
เช่นเดียวกันกับดาวินที่ไม่สนใจอะไรเลยนอกจากควีนของตัวเองเท่านั้น อาหารค่ำวันนั้นจึงต้องโทรสั่งมาจากทางโรงแรมเพราะไม่มีวัตถุดิบและเพื่อเป็การประหยัดเวลาไปในตัว
หลังจากงานเลี้ยงจบลงและเหล่าวัยรุ่นทั้ง 3 ที่เจม่อนมารู้ภายหลังว่าเป็แฟนคลับพันแท้ของตัวเองได้ถ่ายรูปพร้อมลายเซ็นกันอย่างพร้อมสรรพแล้ว เจม่อนก็ถูกฮาร์ดี้มารับตัวเดินทางกลับบ้านพักเพื่อเตรียมตัวถ่ายซีรีส์ในเช้าวันรุ่งขึ้น
เจม่อนไม่อยากให้อัลดริชรู้สึกน้อยใจเพราะระหว่างมื้ออาหารเขาถูกรุมล้อมด้วยแฟนคลับตัวน้อยทั้ง 3 ไม่มีเวลาใส่ใจเขามากนักทั้งที่วันนี้เป็วันสุดท้ายที่พวกเขาจะได้อยู่ด้วยกันจึงส่งข้อความไปบอกเขาหลังจากถึงบ้านแล้วว่าถ้าการถ่ายทำไม่มีอะไรยุ่งยากเขาจะหาเวลาไปเยี่ยมชายหนุ่มเอง
อัลดริชตอบรับด้วยความยินดีอย่างยิ่งทั้งยังรับปากว่าจะรอการมาเยือนของเจม่อน
เมื่อไม่มีเจม่อนอยู่ที่นี่ด้วยแล้วทุกอย่างก็เหมือนจะกลับมาเป็ปกติอีกครั้ง สองแฝดและเพื่อนสาวตัวน้อยคล้ายรับรู้ถึงการมีอยู่ของอัลดริชอย่างแท้จริงไม่ใช่แค่วอลล์เปเปอร์ประกอบฉากอย่างเมื่อชั่วโมงก่อน
" เอาล่ะจะกลับเลยหรืออยู่เที่ยวต่อ " อัลดริชกอดอกมองวัยรุ่นทั้ง 3 อย่างรู้สึกขัดหูขัดตาเล็กน้อย
คัทลีนเป็คนหัวไวมาั้แ่เด็กจึงรับรู้ได้ว่าพี่ชายของตัวเองอารมณ์ไม่ดีนักเลยยิ้มประจบออกมาทันที
" พวกเราว่าจะอยู่ติวหนังสือกับดาสักวันสองวันแล้วถือโอกาสไปเที่ยวก่อนค่ะพี่ใหญ่ "
" ใช่แล้วพี่ใหญ่ พี่ไม่ต้องห่วงพวกเรานะ พี่ไปทำงานต่อได้เลย "
อัลดริชไม่อยากพูดอะไรกับเ้าแฝดต่ออีกพอกำชับอีกสองสามคำก็ขึ้นยานอวกาศกลับไปทันที
พอเห็นว่าอัลดริชไปแล้ววัยรุ่นทั้ง 3 ก็ไม่ได้สนใจเขาอีกเช่นกัน ทั้ง 3 รีบโพสต์รูปที่ตัวเองถ่ายเอาไว้ลงบล็อกของตัวเองอย่างอารมณ์ดีทั้งยังโพสต์ลงในกลุ่มแฟนคลับสร้างความตื่นเต้นและอิจฉาให้กับเหล่าสมาชิกไปพร้อมๆกัน
และเพราะรูปถ่ายที่เหล่าแฟนคลับตัวน้อยจงใจโอ้อวดทำให้ความนิยมของเจม่อนพุ่งสูงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า แต่แอนตี้แฟนก็เพิ่มมาขึ้นเป็เงาตามตัวเช่นเดียวกัน
่บ่ายวันต่อมา
หลังจากเจม่อนถ่ายทำหลายซีนไปใน่เช้าอย่างราบรื่นแล้ว์คงเห็นว่าเขาอยู่อย่างสงบสุขเกินไปจึงส่งดาวหายนะอย่างไลเซนทัลมาสร้างความลำบากให้อย่างใจกว้าง
เจม่อนมองใบหน้าบูดบึ้งของไลเซนทัลอย่างเบื่อหน่าย เดิมทีวันนี้ไม่มีฉากของไลเซนทัลเลยสักฉาก แต่เพราะวิคตอเรียแม่นางเอกของเื่ดันเกิดปัญหา ยังต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เนวานกลัวว่าการถ่ายทำจะล่าช้าเลยติดต่อไปที่เจอราร์ดเพื่อขอคิวไลเซนทัลมาถ่ายก่อน และให้บังเอิญว่าชายหนุ่มมีคิวว่าง่บ่ายนี้พอดี
ไลเซนทัลยังคงผูกใจเจ็บเื่ครั้งก่อนอยู่พอเห็นเจม่อนรอเข้าฉากก็อดโมโหไม่ได้ ดังนั้นระหว่างรอทีมงานเซตฉากให้เรียบร้อยไลเซนทัลจึงเค้นเสียงลอดไรฟันออกมาเบาๆ ป้องกันไม่ให้คนอื่นได้ยินสิ่งที่ตัวเองกำลังพูดอยู่
" อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าครั้งก่อนนายจงใจ "
เจม่อนเลิกคิ้วพลางยกยิ้มอย่างไม่แยแส
" อ้อ... ฉลาดดีนี่ "
" นาย "
" จะเสียงดังทำไมไม่กลัวคนอื่นรู้แล้วหรือไง "
" เฮอะ!! อย่ามาเล่นลิ้นหน่อยเลย คอยดูเถอะวันนี้ฉันไม่ปล่อยนายไว้แน่ "
เจม่อนไม่สนใจทั้งยังยักไหล่ตอบกลับ
" เอาสิ ฉันจะรอนะ "
ยังไม่ทันที่ไลเซนทัลจะได้อาละวาดตามใจเนวานก็เดินเข้ามาหาอย่างอารมณ์ดีเสียก่อน ไลเซนทัลได้แต่กล้ำกลืนความอัดอั้นตันใจลงท้องอย่างอึดอัด
เจม่อนมองท่าทางเหมือนกลืนแมลงวันลงท้องของไอ้คนหลงตัวเองแล้วเบ้ปากในใจ ไม่คิดว่าคนคนนี้จะไร้สมองไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ขนาดนี้ มิน่าเล่าถึงโง่จนถูกคนจูงจมูกได้
ซีนวันนี้เป็ซีนเล็กๆ ระหว่างตัวร้ายและพระเอกที่ปะทะกันระหว่างตัวร้ายหลบหนี เรียกได้ว่าเป็ฉากบู้ฉากหนึ่ง
เนวานบีฟอารมณ์ของคนทั้งสองครู่หนึ่งก็เดินกลับไปนั่งหน้าจอมอนิเตอร์ตามเดิม
" พร้อมนะ 5 4 3 2 1 แอคชั่น!! "
หลังจากวันที่เดวินลอบทำร้ายลีวานในวันนั้น ลีวานก็ออกตามล่าเดวินมาโดยตลอด เหตุผลหนึ่งเพราะเขาถูกลอบทำร้ายจากครอบครัวขั้วอำนาจเก่า ทางรัฐบาลจึงให้ความสำคัญเป็อย่างมาก
และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือคนรักและครอบครัวของผู้พันหนุ่มเองก็ถูกทำร้ายเหมือนกันแต่โชคดีที่ป๊อปปี้เชี่ยวชาญทางการแพทย์จึงสามารถรักษาอาการได้อย่างทันท่วงที
วันนี้ลีวานได้เบาะแสเกี่ยวกับเดวินจึงรีบตรงมาทันทีโดยไม่ชักช้า
ด้วยความแค้นที่เก็บสะสมมาตลอดเดวินไม่ออมมือให้ลีวานเหมือนทุกครั้งที่มีการฝึกซ้อมกันในครั้งอดีต ตอนนี้ลีวานถึงได้รู้ว่าที่แท้ตนดูแคลนเดวินเกินไป
ทั้งสองปะทะฝีมือกันอย่างดุเดือด จากดวลปืนเปลี่ยนเป็ต่อสู้ระยะประชิด ผลัดกันรุกผลัดกันรับจนได้รับาเ็ไปไม่น้อย แต่ไม่นานสถานการณ์ของเดวินก็ตกเป็รองเพราะคนทางฝั่งลีวานมีมากกว่า
ในขณะที่สถานการณ์ตึงมืออย่างที่สุด เพื่อปกป้องเดวินเอาไว้ฮาเด็นตัดสินใจผลักร่างของเดวินตกลงแม่น้ำไปส่วนตัวเองก็ถูกวิสามัญจนเสียชีวิตในที่สุด
เดวินที่ถูกผลักตกน้ำกรีดร้องออกมาด้วยความเสียใจ เขาไม่ได้ใที่ถูกฮาเด็นผลักตกลงแม่น้ำที่เชี่ยวกรากเบื้องล่าง แต่เป็เพราะภาพสุดท้ายของฮาเด็นที่เขาเห็นก่อนร่วงลงสู่ผิวน้ำต่างหากที่ทำให้เขาเสียใจอย่างที่สุด
แม้บนร่างใหญ่โตนั้นจะเต็มไปด้วยะุและอาบย้อมไปด้วยโลหิตสีแดงสด แต่บนใบหน้าเ็านั้นกลับปรากฏรอยยิ้มอันอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
เมื่อก่อนเดวินเคยพูดหยอกล้อฮาเด็นอยู่บ่อยๆ ว่าชายหนุ่มไม่เคยยิ้มดีๆ ให้เขาเห็นบ้างเลย ไม่รู้ว่ายิ้มเป็เหมือนคนอื่นหรือไม่
แต่เขากลับคิดไม่ถึงเลยว่าวันที่ได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าเ็านั้นจะเป็วันเดียวกันกับวันสุดท้ายในชีวิตของเขาเอง
ถึงฮาเด็นจะเป็เพียงบอดี้การ์ดแต่ชายหนุ่มเปรียบเสมือนพี่ชายแท้ๆ ของเขา คอยดูแลและปกป้องเขามาตลอด แต่วันนี้พี่ชายที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวกลับต้องมาจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของคนที่เขาเคยคิดว่าเป็คู่หมั้นที่ดี
ความแค้นที่เดวินมีต่อลีวานจึงยิ่งล้ำลึกยิ่งขึ้น ร่างบางที่จมดิ่งลงใต้บาดาลหลับตาลงด้วยความเคียดแค้นชิงช้าอย่างที่สุด
้าฝั่งลีวานยืนมองแม่น้ำที่เชี่ยวกรากเบื้องหน้าด้วยใบหน้ากรุ่นโกรธก่อนออกคำสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาออกตามล่าเดวินกลับมาให้ได้ไม่ว่าจะเป็หรือตาย!!
*หวังว่าทุกคนจะเอ็นจอยนะคะ (๑˙❥˙๑)