The last hunter

    บทที่37 จ้าววิหารน้อย(แก้คำผิดแล้ว)

    บทที่37จ้าววิหารน้อย(แก้คำผิดแล้ว)

     

    “ข้าต้องการให้เจ้าเป็นบางสิ่งที่เหนือกว่าสิ่งอื่นใดเจ้าสนใจหรือไม่ ข้าว่าเจ้าคงดูออกมากกว่าคนอื่นที่จะไม่รู้”จ้าวแห่งวิหารกล่าวออกมารอยยิ้มของเขาหายไปแทนที่ด้วยแววตากังวลเมื่อชินหมิงได้ยินเข้าขมวดคิ้วเข้าหากันรอยยิ้มของเขาเองก็หายไป“ท่านกำลังจะตาย”

     

    “อย่างที่คิดเจ้ารู้ตั้งแต่แรกที่จ้องมองข้าแล้วและข้ารู้ว่าข้าอยู่ได้อีกไม่นานเพราะหัวใจดวงนี้กำลังเต้นช้าลงแต่ข้าสามารถหาคนที่จะมาสืบทอดอำนาจแห่งวิหารได้หากเจ้าต้องการเป็นผู้สืบทอดแห่งข้า”จ้าวแห่งวิหารกล่าวออกมาอย่างจริงจังชินหมิงที่ได้ยินก็เริ่มครุ่นคิดบางอย่าง ก่อนที่จะถอนหายใจ“ข้ามีความฝันที่จะออกเดินทางไปทั่วทั้งดินแดนและค้นหาดินแดนใหม่แต่การที่เป็นจ้าววิหารอาจจะทำให้ข้าต้องละทิ้งทุกอย่างแม้แต่ชีวิตของข้าเอง”

     

    “ข้ารู้แต่เจ้าไม่คิดถึงการเสียสละบางหรือการเสียสละเพื่อคนอื่นๆและเจ้าจะเป็นตำนานที่ยิ่งใหญ่และข้ารู้คำกล่าวของข้าไม่ได้ทำให้เจ้าคิดตามแน่นอน และข้ามีทางเลือกให้เจ้าข้าสร้างมันขึ้นมาเพื่อหวังว่าเจ้าจะสามารถทำมันได้”จ้าววิหารกล่าวออกมาด้วยแววตาจริงจังทันทีเขาจับที่ไหล่ของชินหมิงและภาพข้ามมิติในพริบตามายังพื้นที่ด้านหน้าของประตูสีดำขนาดใหญ่ชินหมิงสัมผัสได้ว่าเขาอยู่ส่วนลึกที่สุดของวิหารใต้ดินของวิหาร“ที่นี้คือ”

     

    ชินหมิงกล่าวออกมาด้วยความแปลกใจเพราะที่นี้เต็มไปด้วยพลังอำนาจแห่งความมืดมิดที่แท้จริงอยู่จ้าววิหารไม่ได้กล่าวตอบแต่เขาถอนชุดส่วนบนออกเผยให้เห็นถึงสัญลักษณ์ที่อกของเขามันเป็นตราสัญลักษณ์ของวิหารแห่งความมืด

     

    “มันคืออันใดกันแน่เจ้าพยายามทำสิ่งใดกันแน่สัญลักษณ์กลิ่นอายแห่งความมืดมิด เหตุใดผู้มีอำนาจสูงสุดของวิหารแห่งพระเจ้าธาตุแสงจึงมีมันแล้วที่นี้อีก”ชินหมิงกล่าวถามออกมาพร้อมกับคิ้วที่ขมวดจ้าวแห่งวิหารถอนหายใจออกมาเบาๆ“ภายในพื้นที่กักขังนี้ เมื่อพันปีก่อนจ้าวแห่งวิหารคนแรกได้ผนึกราชาแห่งความมืดมิดเอาไว้ภายในพื้นที่ของวิหารแห่งพระเจ้าและสร้างวิหารแห่งพระเจ้าขึ้นมาเพื่อทับมันเอาไว้และผนึกมันส่งต่อผนึกนั้นรุ่นต่อรุ่นและนั้นทำให้อายุขัยของข้าลดลงอย่างรวดเร็วเพื่อผนึกมันเอาไว้”

     

    “และข้าต้องการให้เจ้าสืบทอดอำนาจของวิหารแห่งพระเจ้าแน่นอนผนึกรุ่นแรกนั้นไม่สามารถออกหากจากวิหารได้ แต่ข้าได้เปลี่ยนแปลงมันแล้วตอนนี้ข้าต้องการให้เจ้าสืบทอดและออกเดินทางไปที่ใดก็ได้ตามต้องการแลกกับการช่วยหาทางปิดผนึกมันอย่างสมบูรณ์ด้วย”จ้าวแห่งวิหารกล่าวออกมาด้วยแววตาจริงจังราวกับคำขอนี้จะเป็นคำขอสุดท้าย ชินหมิงที่ได้ฟังก็เงียบลงก่อนที่จะครุ่นคิดอยู่นาน“การเสียสละของเจ้าข้ารู้มันไม่สูญเปล่าเช่นข้าเจ้าอาจจะเสียอายุขัยไปมากมายแต่ข้าเชื่อว่าคนเช่นเจ้าจะสามารถค้นหามันเจอการปิดผนึกที่สมบูรณ์”

     

    “…..ได้ ข้าตกลง”ชินหมิงครุ่นคิดอยู่นานก่อนที่จะกล่าวตอบจ้าวแห่งวิหารพยักหน้าอย่างพอใจก่อนที่จะจ้องมองลึกลงไปภายในแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลของชินหมิงเขายิ้มออกมาเล็กน้อย“แต่ก่อนที่จะมาถึงจุดที่เจ้าจะสืบทอดพลังของข้าเจ้าจะต้องสู้กับผู้สืบทอดแห่งวิหารทั้งสี่คนที่จะมาถึงในไม่ช้าพวกเขาต่างเป็นตัวคนที่ทรงพลังอย่างมาก”

     

    “ข้าไม่หวาดกลัวเอาละพวกเราไปกันเถอะที่นี้มันมืดเกินไป”ชินหมิงกล่าวออกมาทันทีเมื่อมองไปรอบๆจ้าวแห่งวิหารพยักหน้าและสวมใส่ชุดพาชินหมิงออกมายังพื้นที่ใหม่ในพริบตาเขาแปลกใจเพราะที่นี้ไม่ใช่ที่เดิมแต่มายังพื้นที่ของหุบเขาประหลาดที่มองไปรอบๆเป็นหุบเขาและด้านบนคือดวงจันทร์และรอบๆตัวของเขามีเสามากมาย“แต่เมื่อเจ้าเป็นผู้สืบทอดของวิหารหรือจ้าววิหารน้อยเช่นนั้นเจ้าจะได้รับการทดสอบเช่นเดียวกับอีกสี่คนนั้นเช่นกัน”

     

    “การทดสอบหรือ”ชินหมิงกล่าวถามออกมาด้วยความสับสนในตอนนั้นเสาทั้งหลายตนก็เริ่มส่องสว่างขึ้นมาก่อนที่จะดึงร่างกายของเขาเข้าไปภายในพื้นที่ประหลาดชินหมิงยืนอยู่กลางแสงสว่างไร้สิ้นสุดด้านหน้าของเขาปรากฏยักษ์สีทองจำนวนมากนั่งอยู่บนบัลลังก์จ้องมองมาที่เขา“ผู้ทดสอบแห่งพระเจ้าเอ่ยเจ้าจะต้องทดสอบอำนาจแห่งแสงสว่าง”

     

    “นี้มัน…..อันใด”ชินหมิงกล่าวออกมาด้วยสีหน้าตกตะลึงและในตอนนั้นปรากฏคลื่นพลังอำนาจมหาศาลเข้ามาแทรกแซงร่างกายของเขาอย่างรุนแรงในตอนนั้นดวงตาของเขาปลดปล่อยแสงสว่างออกมาทันที“บ้าเอ้ย”

     

    “ท่านกำลังได้รับการสืบทอดพลังอำนาจแห่งแสงจากเก้าผู้จุติแสงต้องการยอมรับหรือไม่”

     

    “สืบทอดอำนาจแห่งแสงเหรอเหมือนกับที่จ้าววิหารหายตัวได้เมื่ออื่นนั้นคงเป็นหนึ่งในเก้าพลังของผู้จุติแสงซินะ”ชินหมิงนั้นเข้าใจเรื่องราวด้วยระบบอย่างรวดเร็วเขาเพ่งสมาธิไปที่พลังอำนาจแห่งแสงสว่างที่อยู่รอบๆตัว จากศาสตราวุธทั้งเก้าชิ้นสี่ในเก้า ชินหมิงเคยเห็นมันเหมือนกับบุตรแห่งพระเจ้าเลยและหนึ่งในนั้นผ้าคลุมเหมือนกับของจ้าววิหารคนที่พาชินหมิงเข้ามาภายในนี้เลย“นี้มันการเชื่อมต่อกับศาสตราวุธเพื่อดึงความสามารถเฉพาะออกมาซินะงั้นคงไม่มีทางเลือก หากไม่รับพลังมาคงจะดำเนินแผนต่อไปไม่ได้ ยอมรับ”

     

    “ทำการตรวจสอบความเข้ากันของเก้าผู้จุติหากอำนาจที่เหมาะสม”

    “ตัวท่านนั้นมีความยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ศาสตราของเก้าผู้จุติแสงจะสามารถรับใช้ได้ทำการตรวจสอบรูปแบบที่สมบูรณ์”

    “ตรวจพบความสามารถอันเกิดขอบเขตผู้จุติแรกเริ่มคนพบท่าน”

    “ท่านได้รับเลือกจากผู้จุติแรกเริ่มให้เป็นตัวแทนแห่งแสงสว่าง”

    “ได้รับสายเลือดใหม่ แสงประกายสวรรค์เพิ่มค่าสถานะธาตุแสงขึ้น 300%”

    “ได้รับสกิล(สายเลือด) กางเขนแห่งพระเจ้าเลเวล1 สร้างม่านป้องกันรอบตัวขึ้นพลังป้องกันเพิ่มขึ้น 300% การสะท้อนพลังกลับสู้ผู้โจมตี 150%”

    “ได้รับสกิล(สายเลือด)เส้นดายผ่าสวรรค์ เลเวล1 สร้างการโจมตีด้วยแสงขึ้น พลังโจมตีธาตุแสงเพิ่มขึ้น 500% ผลเสียของสกิล ดูดกลืนพลังชีวิตจำนวนมาก”

    “ได้รับไอเทมระดับตำนานชุดแห่งแสงจุติ เพิ่มพลังป้องกัน +300

    ผลเสริม เพิ่มพลังป้องกัน 200% สะท้อนกลับการโจมตี 200%”

     

    “วิ้งฟุมมมมมมม”แสงสว่างพุ่งขึ้นจากเสาทั้งหมดจ้าววิหารนั้นกำลังถูกแรงจากพลังอำนาจกดดันอย่างรุนแรงเขากำลังจะถูกดันจนถอยแต่ในตอนนั้นบุตรแห่งพระเจ้าทั้งสี่ก็เข้ามาด้านหน้าในพริบตาและปกป้องเขาเอาไว้เมื่อแสงสว่างสลายหายไปปรากฏชายหนุ่มเส้นผมทองดวงตาสีแดงสวมใส่ชุดสีขาวทั้งร่างกายยาวจนลากกับพื้นเขาสูงขึ้นและแข็งแกร่งขึ้นมากพวกเขาทั้งห้าจ้องมองด้านหน้าด้วยความสับสน“นั้นเจ้าหนูไท่หยางหรือไม่”

     

    “หืม….พวกท่านเองเหรอ”ชินหมิงกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มเขาหมุนตัวและเดินออกมาอย่างช้าๆแววตาเส้นผม พลังอำนาจแห่งแสงเขานั้นคือตัวตนที่ทรงพลังอำนาจอย่างมาก ชินหมิงข้องมองไปที่แขนซ้ายของตนเองมีรูปกางเขนที่มือซ้ายของเขาด้วย ชินหมิงยกมันขึ้นพริบตาแสงสว่างก็ปรากฏขึ้นสร้างกางเขนขนาดใหญ่สีแดงด้านหน้าของเขาและมันราวกับพลังที่สร้างม่านพลังเป็นกล่องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่รอบเขาเอาไว้“กางเขนแห่งพระเจ้า”

     

    “ลองดู”ชินหมิงที่กระทำสิ่งนี้ทำให้ทั้งห้าที่จ้องมองอยู่ตกตะลึงพวกเขาไม่เคยเห็นสิ่งนี้มาก่อนแต่เสียงของชินหมิงก็ดังขึ้นบุตรแห่งพระเจ้าผู้ใช้หอกก็ตั้งท่าและพุ่งเข้ามาแทงชินหมิงด้วยพลังอำนาจที่มีมันทำให้ม่านพลังของชินหมิงถูกทำลายและหอกของอีกฝ่ายก็จ่อที่คอของเขา“นี้คือแข็งแกร่งที่สุดแล้วหรือ”

     

    “มันยังพัฒนาได้อีกแต่ว่าท่านควรไปทำแผลนะ”ชินหมิงกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มแต่เมื่อเขาได้ยินก็งุนงงพริบตาที่ร่างกายของเขาก็ปรากฏบาดแผลขึ้นโลหิตพุ่งออกมาจากอกของเขาจนบุตรแห่งพระเจ้าล้มลงไปที่พื้นคุกเข่าข้างหนึ่งเขาจ้องมองชินหมิงด้วยสีหน้าตกตะลึง“อำนาจทั้งหมดของมันไม่ใช่การป้องกันแต่มันคือการสะท้อนการโจมตีกลับ”

     

    “ยอดเยี่ยมจริงๆ”จ้าววิหารกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มหลังจากนั้นชินหมิงก็หยิบโอสถเหลวให้กับบุตรแห่งพระเจ้าเขารับและกินทันทีหลังจากนั้นพวกเขาทั้งหกก็กลับไปยังวิหารทันที เมื่อมาถึงทุกคนก็แยกย้ายกันไปตัวของชินหมิงมาที่ลานฝึกและเริ่มการใช้พลังอำนาจแห่งแสงสว่างทันทีเขาศึกษามันเพื่อสอนและเขาสามารถฝึกฝนมันได้แล้วในตอนนี้“สายเลือดแสงประกายสวรรค์ ของผู้จุติแรกเริ่ม น่าสนใจตอนนี้ข้ามีทั้งอำนาจแห่งความมืดมิดและแสงสว่างแล้ว”

     

    “น่าสนุกจริงๆ”ชินหมิงกล่าวออกมาเขาได้รับสองสกิลที่แข็งแกร่งมากหนึ่งโจมตีหนึ่งป้องกันสกิลป้องกันนั้นสามารถใช้ได้ดีแต่สกิลโจมตีนั้นข้อเสียของมันร้ายแรงเกินไปเขาจึงเก็บเอาไว้ก่อนเอาไว้ใช้เป็นไพ่ตายใบสุดท้ายเท่านั้น“สี่ผู้สืบทอดและห้วงเวลาและโรงละครใหญ่”

    คล้ายกับเรื่องThe last hunter ที่คุณอ่าน