บทที่ 36
ความต้องการของเสิ่นเหยียน
คำกล่าวของผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าอกมาเสิ่นเหยียนผู้นั้นพูดออกมาด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยจางหยวนที่ได้ยินขมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากันด้วยความจริงจัง
เขาพยายามสงบนิ่งเอาไว้แล้วก็ถามออกไป “ข้าไม่เข้าใจที่ท่านพูดขอรับหมายความว่ายังไง ”
“เรื่องง่ายๆเจ้าเองก็น่าจะเข้าใจหลังจากที่ข้าพูดไปหนึ่งครั้งสิ่งที่ข้าพยายามจะพูดคือให้เจ้าขายวิธีการปลูกผักวิญญาณให้กับพวกข้าซะ ”
เมื่อได้ยินเจตนาของมันที่พูดออกมาคิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันอย่างจริงจังมากขึ้น
ในตอนนี้ความรู้สึกภายในที่พยายามเก็บเอาไว้มันพุ่งพล่านออกมาในพริบตา
เสิ่นเหยียนมันกล่าวต่อออกมาอย่างรวดเร็ว “อย่างที่เจ้ารู้ดีผู้คนภายใต้เหล่านี้มากมายต่างอยากได้ผักวิญญาณ ”
“ แน่นอนว่าผักวิญญาณมันเป็นทรัพยากรที่มีค่าเป็นเหมือนกับอาหารที่สามารถทำให้ร่างกายมนุษย์แข็งแรงและสามารถทำให้ผู้ฝึกฝนวรยุทธ์แข็งแกร่งขึ้นได้”
“ แต่ว่าช่างน่าเสียดายที่ว่าภายใต้หล้าและภายในดินแดนแห่งนี้มีผู้คนล่วงรู้เกี่ยวกับวิธีการปลูกมันน้อยยิ่งนัก ”
“ ผู้คนส่วนใหญ่รู้แต่เพียงว่าใช่พลังวิญญาณในการหล่อเลี้ยงพวกมันขึ้นมาแต่ข้อมูลเบื้องลึกเบื้องหลังก็ไม่มีผู้ใดรู้ว่าใช้วิธีใดในการปลูกมันขึ้นมา ”
“ เพราะแบบนั้นสิ่งที่ข้าต้องการจากเจ้าไม่ใช่ตัวเจ้าแต่เป็นสิ่งที่เจ้ากำลังถือครองอยู่วิธีการปลูกผักวิญญาณ”
อีกฝ่ายพูดออกมาเช่นนั้น
จางหยวนรู้ดีคนส่วนใหญ่ที่ทำการปลูกผักวิญญาณพวกเขามีรายละเอียดมากกว่าการปลูกผักวิญญาณด้วยวิถีของจางหยวน
โดยคนทั่วไปถ้าไม่มีน้ำพลังวิญญาณการปลูกผักวิญญาณเป็นเรื่องที่ยากเย็นเป็นอย่างมาก
ไม่เพียงแค่รายละเอียดเกี่ยวกับการปลูกยังมีข้อมูลตอนหล่อเลี้ยงแล้วก็มีข้อมูลตอนเก็บเกี่ยวอีกมากมาย
แน่นอนว่าข้อมูลส่วนนั้นจางหยวนเองก็ไม่รู้เช่นเดียวกันว่าการหล่อเลี้ยงผักวิญญาณด้วยวิธีธรรมดาทั่วไปจะสามารถทำได้อย่างไร
เพราะว่าวิธีที่เขาใช้ในการเพาะปลูกมันเป็นวิธีที่แตกต่างจากการปลูกผักวิญญาณธรรมดาทั่วไป
ไม่แปลกที่ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้ามันจะทำการติดต่อขอซื้อเกี่ยวกับวิธีการปลูกผักวิญญาณ
แต่ถึงมันจะอยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนั้นเขาก็ไม่มีให้มันหรอก
จางหยวนแสยะยิ้มเล็กน้อยที่มุมปากก่อนที่จะพูดกลับ “ถ้าเช่นนั้นนายท่านลองบอกเกี่ยวกับเหตุผลที่จะทำให้ค่าต้องการขายสูตรการปลูกผักวิญญาณให้กับท่านหน่อยได้หรือไม่”
ทันทีที่จางหยวนพูดแบบนั้นดวงตาบริเวณรอบๆก็จ้องมองเขาเปลี่ยนไป
พวกผู้คุ้มกันบริเวณรอบๆแผ่ซ่านจิตสังหารออกมาจากภายในดวงตาอย่างชัดเจน
ภายในดวงตาของมันจ้องมองมาที่จางหยวนราวกับว่าจะเข่นฆ่าในตอนนี้แน่นอนว่าจางหยวนเองก็สามารถสัมผัสได้เช่นเดียวกัน
เขาเองก็สามารถสัมผัสได้ถึงดวงตามากมายที่จ้องมองตรงมาเป็นตาเดียว
แม้จะถูกจ้องมองและกดดันด้วยดวงตามากมายเช่นนั้นก็พยายามเขาพยายามสงบนิ่งเอาไว้ แม้ว่าตอนนี้ภายในใจกำลังเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น
สถานการณ์เช่นนี้มีโอกาสสูงเป็นอย่างมากที่อีกฝ่ายจะสามารถสะบั้นศีรษะของเขาได้ทุกเมื่อ
แต่ถ้าจะทำเช่นนั้นมันก็จะต้องยอมสูญเสียหน้าตาภายในสังคมของตนเองไป
เพราะว่าตรงบริเวณนี้มีผู้คนมากมายเดินผ่านไปผ่านมานั้นจึงทำให้จางหยวนพอจะเบาใจได้ว่าพวกมันคงไม่ใจร้อนสังหารเขาในสถานที่แห่งนี้
“ เหตุผลอย่างงั้นรึ ”เสิ่นเหยียนยื่นใบหน้าของมันเข้ามาใกล้ๆ
ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความเย็นชาก่อนที่จะพูดขึ้นมา “ถ้าจะพูดถึงเหตุผลก็คงจะเป็นชีวิตของเจ้ากระมัง ”
จางหยวนได้ยินแบบนั้นยังพยายามแสดงร้อยยิ้มแล้วก็ถามกลับไป “นี่ท่านกำลังข่มขู่ข้าอยู่อย่างนั้นหรือ? ”
“ มันก็แล้วแต่ว่าเจ้าจะคิดอย่างไรแต่ว่าสิ่งที่เขาพูดออกไปก็เป็นแบบนั้นนั่นคือเหตุผลเดียวที่เจ้าจำเป็นต้องขายมันให้กับข้า”
จางหยวนใบหน้ากระตุกในตอนนี้ภายในใจรู้สึกราวกับว่ามีเปลวเพลิงลุกไหม้
ไม่เคยรู้สึกถึงความรู้สึกแบบนี้มานานขนาดไหนแล้วตั้งเเต่มาอยู่ภายในร่างกายนี้มาเกิดใหม่ภายในร่างกายนี้เขาสงบนิ่งลงมาก
เป็นเพราะว่าภายในยุคนี้จำเป็นจะต้องใช้ความคิดเพื่อเอาตัวรอดเขาจึงพยายามจะนำเอาความคิดของตนเองมาเป็นที่ตั้ง
แต่ในตอนนี้เมื่อโดนคนที่อยู่บริเวณด้านหน้ามันพูดจาออกมาเช่นนั้นมุมปากของเขาก็เริ่มกระตุกภายในใจของจางหยวนความรู้สึกลุกไหม้ราวเปลวเพลิง
เขากล่าวกับตนเองภายในใจ “ คนประเภทนี้…สงสัยต้องโดนสักครั้ง”
ในขณะที่ภายในใจคิดเช่นนั้นมุมปากค่อยๆยกยิ้มขึ้นที่ใบหน้าใสซื่อและก็พูดกับมัน“ ก็ได้ขอรับข้าจะขายสูตรปลูกผักวิญญาณให้กับท่าน ”
เสิ่นเหยียนหลังจากที่ติดต่อเจรจาเสร็จหมั้นยกน้ำชาขึ้นมา “สูตรการขายผักวิญญาณข้าจะซื้อในราคาสิบตำลึง ”
หลังจากที่ได้ยินราคาของมันพูดออกมาจางหยวนภายในใจยิ่งบันดาลโทสะมากขึ้นไปอีก “ เราจะได้รู้กันเสิ่นเหยียน ”
จางหยวนกัดฟันแน่นแล้วก็พูด “ สิบตำลึงก็สิบตำลึงขอรับ ”
“ นำกระดาษให้กับมัน ”เสิ่นเหยียนพูดกับผู้ติดตาม
หลังจากนั้นกระดาษและน้ำหมึกถูกวางเอาไว้บริเวณด้านหน้าให้จางหยวนเริ่มทำการเขียนสูตรการปลูกผัก
จางหยวนเริ่มทำการเขียนสูตรการปลูกผักวิญญาณอย่างรวดเร็วหลังจากนั้นก็รับเงินสิบตำลึง
เมื่อรับเงินเสร็จคนพวกนั้นเดินออกไปอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย
จางหยวนนั่งอยู่บนโต๊ะด้วยใบหน้าที่ตึงเครียดเขาเหลือบสายตาของตนเองไปมองที่พวกมันที่เดินออกไปจากโรงน้ำชา
จางหยวนสงบใจถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมายกถ้วยน้ำชาที่อยู่ด้านหน้าขึ้นมาดื่ม
หลังจากนั้นไม่นานบริเวณด้านหลังของเขาปรากฏร่างเงาของคนผู้นึง
หย่งคังค่อยๆเดินเข้ามาอย่างช้าๆนั่งลงตรงที่นั่งฝั่งตรงข้ามที่เคยเป็นที่นั่งของเสิ่นเหยียนหย่งคังนั่งลงแล้วถามขึ้น “ เป็นอย่างไรบ้างพวกนั้นสนทนาอะไรกับเจ้า ”
จางหยวนพยายามสงบใจเขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาอีกครั้งแล้วก็พูดขึ้น “ พวกมันต้องการให้ค้าขายสูตรการปลูกผักวิญญาณให้กับพวกมัน”
หย่งคังถามทันที “ แล้วเจ้าก็ขายให้กับพวกมันไปอย่างนั้นรึ? ”
เมื่อถามออกไปเช่นนั้นจางหยวนยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ “ข้าเขียนไปมั่วๆ”
“ พวกมันกลับไปคงจะเริ่มทำการเพาะปลูกผักวิญญาณที่ดินทั้งหมดของพวกมันพวกมันคงจะเริ่มทำการลงผักแล้วก็เพาะปลูกในที่ดินหลายหมู่ ”
“ ดูแล้วครั้งนี้สูตรการปลูกผักวิญญาณของข้าคงจะทำให้พวกมันสูญเสียเงินไปหลายสิบหรืออาจจะหลายร้อยตำลึง” จางหยวนยกยิ้มขึ้นมาอย่างเจ้าเล่ห์
แน่นอนว่าสูตรผักวิญญาณที่เขาให้พวกมันไปล้วนแล้วเป็นสูตรที่เขียนขึ้นมาอย่างมั่วๆ
เพราะว่าเขาไม่รู้เกี่ยวกับสูตรการปลูกผักวิญญาณพวกนี้อยู่แล้วในตอนแรกจะปฏิเสธไปแต่เพราะความหมั่นไส้ในท่าทางของพวกมันเลยตัดสินใจเขียนสูตรมั่วๆและได้เงินมาสิบตำลึง
จางหยวนโยนถุงเงินภายในมือของตนเองขึ้นและก็พูด “ในตอนนี้ก็ได้เงินมากินขนมเล่นๆ ”
หย่งคังพูดเตือนขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยใบหน้าที่จริงจัง “การที่จะทำเช่นนี้อย่างไรเสียพวกมันก็ต้องเล่นงานพวกเราอย่างแน่นอน ”
ตระกูลเสิ่นผู้ใดทำให้พวกมันสูญเสียผลประโยชน์พวกมันย่อมไม่ปล่อยเอาไว้
จางหยวนเหลือบไปมองหย่งคังแล้วก็พูดขึ้น “หรือว่าเจ้าเกรงกลัว ”
หย่งคังส่ายหัวไปมอง “ แน่นอนว่าไม่ภายในเมืองแห่งนี้ข้าไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด ”
“ ต้องแบบนี้สิถึงเป็นคนที่ข้าร่วมมือด้วยหน่อยเรามาดูกันดีกว่าว่าครั้งนี้ตระกูลเสิ่นมันจะสูญเสียเงินทองไปเท่าไหร่กับการปลูกผักวิญญาณ ”
จางหยวนมองดูคนพวกนั้นที่กำลังเดินหายไปจากสายตาอย่างคิดสนุกภายในหัวว่าพวกมันจะสูญเสียเงินจำนวนมากและใบหน้าแสดงออกมาราวกับกระอักเลือดตายภายในใจของจางหยวนก็ปรากฏความสะใจแล้ว
จบบท