ทะลุเวลามาเป็น ชายาองค์ชายแฝด

    Ep.54 สตรีผู้สิ้นหวัง

        คำพูดของเสี่ยวอิงทำให้ซูเจินรู้สึกแปลกใจ เพราะนอกจากนางจะไม่รู้จักวันหนานแล้ว…นางยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสนมลีเกี่ยวข้องอะไรกับวันหนานอีกด้วย สนมลีเองก็ไม่เข้าใจในสิ่งที่สาวใช้ตัวเองพูดเช่นกัน

           "วันหนาน..คืออะไรเสี่ยวอิง?"

           "ตามที่จริงแล้ว วันหนานก็คือวันเจี้ยนนั่นแหละเจ้าค่ะ ด้วยความที่ฝ่าบาทชื่นชมและพอพระทัยในช่อดอกไม้ที่พระสนมลีนำไปถวาย ฝ่าบาทจึงออกปากให้พระสนมลีไปร่วมงานวันเจี้ยนด้วย เเต่พระสนมลีได้ทักท้วงว่า วันเจี้ยนคือวันครอบครัวตระกูลหวัง ซึ่งนางแซ่ลี..มันจึงดูไม่เหมาะสมที่นางจะเข้าร่วมงานวันเจี้ยนของตระกูลหวังด้วย ดังนั้นฝ่าบาทจึงได้เปลี่ยนวันเจี้ยนแห่งตระกูลหวัง เป็นวันหนานแห่งครอบครัวใหญ่ ทั้งนี้ก็รวมพระชายาและพระสนมฮงด้วยเจ้าค่ะ ดอกไม้ของพระสนมลีทำให้ฝ่าบาทพอพระทัยมาก จนเปลี่ยนวันเจี้ยนให้กลายเป็นวันหนาน ข้าจึงคิดว่าพระสนมฮงอาจจะไม่พอพระทัยที่พระสนมลีได้รับสิทธิ์ในการเข้าร่วมประเพณีที่สืบทอดมาอย่างยาวนานนี้ด้วยเจ้าค่ะ"

           "แต่นางเองก็มีสิทธิ์เข้าร่วมวันนี้เช่นกันนี่นา แล้วนางจะไม่พอใจเรื่องอะไรอีก…ถึงขนาดใส่ร้ายว่าพระสนมลีเป็นคนวางยาพิษในช่อดอกไม้ขนาดนี้นางจะใจคอโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว"

      "อาจจะเป็นเพราะว่าพระสนมลีเป็นสตรีนางแรกที่ฝ่าบาทให้การยอมรับและออกปากเชิญเข้าร่วมงานด้วยตนเองหรือเปล่าเจ้าคะ"

             "เสี่ยวอิง…เจ้าอย่าพูดอะไรไปโดยไม่มีหลักฐาน พระสนมฮงอาจจะไม่ได้ ไม่พอใจเรื่องนี้ก็ได้ หากแต่เป็นเพราะว่านางอาจจะแพ้เกษรดอกไม้อย่างรุนแรงก็เป็นได้"

             "แต่เท่าที่เสียวอิงเล่ามา ข้าว่ามันก็มีความเป็นไปได้อยู่นะ…ท่านพ่อถึงกลับปรับเปลี่ยนวันเจี้ยนที่มีกันมาอย่างยาวนานและเปลี่ยนเป็นวันหนานเพราะช่อดอกไม้ที่สนมลีนำไปมอบให้ ไม่เเน่ว่า..สนมฮงอาจจะไม่พอใจที่เห็นว่าสนมลีเป็นที่รักใคร่ของท่านพ่อ เอ้อ!!เข้าเค้าแล้วนะเนี้ย…ข้าจะลองเอาเรื่องนี้ไปคุยกับอี้เฉียนและอี้เถียนดู…เผื่อว่าพวกเขาจะนำเรื่องนี้ไปใช้ในกระบวนการตรวจสอบได้" ซูเจินคิดๆด้ดังนั้นก็รีบปลีกตัวจะเดินออกไปพบสองแฝดเพื่อเจรจาเรื่องนี้ แต่ทว่ายังไม่ทันที่นางจะก้าวขาเดินออกไป ทหารประมาณ 3-5 นายพร้อมอาฉางและอาเฟยก็วิ่งสวนเข้ามา ทำให้ทุกอย่างต้องหยุดชะงักลง อาฉาง อาเฟย คุกเข่าลงตรงหน้าพวกนางแล้วนิ่งเงียบ ซูเจินแอบสังเกตเห็นว่าพวกเขากำลังเกี่ยงกันที่จะพูดอะไรบางอย่างออกมา

           "อาเฟย อาฉาง…พวกเจ้าพาทหารมาที่นี่ทำไม?"

           "เอ่อ…คือว่า…."

        "คือว่าอะไร แล้วนี่เจ้านายพวกเจ้าอยู่ไหน ข้าต้องการพบพวกเขาตอนนี้เลย…ข้ามีอะไรบางอย่างที่จะต้องพูดกับพวกเขาตอนนี้"

          "ซูเจิน..ข้าคิดว่ามันไม่มีประโยชน์อันใดแล้วล่ะ"

          "หมายความว่ายังไง แล้วนี่สรุปพวกเจ้ามาทำอะไรกันแน่?"

          "พวกข้าสองคนได้รับคำสั่งจากองค์ชายทั้งสองให้มาเชิญพระสนมลีไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทพะยะค่ะ"

       "มาเชิญไปเข้าเฝ้าท่าน แล้วต้องเอาทหารมาด้วยเนี่ยนะ มันใช่หรอ?..บอกมาซะดีๆ..พวกเจ้าจะพาตัวสนมลีไปไหน?"

            "ซูเจิน" สนมลีดึงแขนซูเจินไว้ เมื่อเห็นว่าเพื่อนสนิทกำลังอารมณ์ขึ้น แน่นอนว่าตอนนี้นางรู้ชะตากรรมแล้วว่าอาฉางกับอาเฟยไม่ได้จะพานางไปเข้าเฝ้าฝ่าบาท เเต่พวกเขาพาทหารมาจับกุมตัวนางนั่นเอง สนมลีปาดน้ำตาพร้อมกับลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วเดินเข้าไปสวมกอดซูเจิน ราวกับว่าหลังจากนี้พวกเขาจะไม่ได้เจอหน้ากันอีก

           "ปองร้ายคนฝ่ายไหน มีโทษถึงประหารชีวิต…ซูเจิน…ข้าดีใจมากนะที่ครั้งนึง ข้าเคยได้เป็นเพื่อนกับเจ้า ต่อจากนี้ข้าไม่รู้ว่าข้าจะได้เจอเจ้าอีกเมื่อไหร่ อย่าเพิ่งลืมข้าไปก่อนล่ะ"

          "นี่มันอะไรกันสนมลี เจ้าพูดเรื่องอะไรอล้วพวกเขาจะพาเจ้าไปไหน? อาเฟย อาฉาง หากพวกเจ้าสองคนไม่ยอมเปิดปากพูดข้าก็จะไม่ยอมให้พวกเจ้าพาสนมลีไปไหนทั้งนั้น"

           "พระชายา…ทรงประทานอภัยให้พวกข้าด้วย พวกข้าทำตามคำสั่งขององค์ชายอี้เฉียนพะยะค่ะ"

         "แล้วทำไมเขาไม่มาด้วยตนเอง ส่งพวกเจ้ามาทำไม…ผลจากการตรวจสอบออกแล้วหรอ ทำไมพวกข้ายังไม่รู้เรื่องอะไรเลย จู่ๆก็พาทหารเข้ามาจับกุมเช่นนี้ คิดว่าทำถูกแล้วหรือไง นางเป็นถึงพระสนม..จะให้พวกเจ้าเข้ามาจับตัวไปเช่นนี้มันถูกมันควรแล้วหรือ!!"

            "พอเถอะซูเจิน…ไม่ช้าหรือเร็ว ข้าก็ต้องถูกพาตัวไปอยู่ดี อาฉาง อาเฟย นำทางข้าไปเถอะ"

            "ไม่ได้!! ถึงยังไงข้าก็ไม่ยอมให้พวกเขาพาตัวเจ้าไป เจ้าก็รู้อยู่แก่ใจว่าเจ้าไม่ได้เป็นคนใส่ยาพิษลงไปในดอกไม้ช่อนั้น แล้วเจ้าจะตามพวกเขาไปรับโทษเพื่ออะไร!! ไม่รู้แหละ..ถึงยังไงข้าก็ไม่ยอมให้ตัวสนมลีกับพวกเจ้าเด็ดขาด!!!" อาฉางกับอาเฟยไม่กล้าที่จะดึงดันเข้าไปจับตัวสนมลีเพราะเห็นท่าทางเอาจริงเอาจังของซูเจิน บวกกับเอาตัวเองเข้ามาบังตัวสนมลีไว้แล้ว…ทำให้พวกเขาไม่กล้าทำอะไรต่อ ในตอนนั้นเองสองแฝดก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่จริงจังกว่าปกติ

           "กะแล้วว่าเจ้าต้องไม่ยอม สนมลีไปกับพวกข้า"

           "พวกเจ้าจะพาตัวนางไปทำไม?"

           "เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า หลบไป! อี้เถียน..ไปเอาตัวนางมา"

           "หยุดเลยนะ!!ขืนเจ้าก้าวเข้ามาแม้เเต่ก้าวเดียว ข้าจะต่อยปากเจ้าให้ฟันหักเลย อยากลองดีก็เข้ามา!!" 

         "อาฉาง อาเฟย..จับตัวซูเจินเอาไว้ อี้เถียนไม่ต้องสนใจนาง..ไปทำหน้าที่ของเจ้าซะ" สององครักษ์รีบเข้าจับตัวซูเจินไว้เพื่อไม่ให้ขัดขวางการจับกุมตัวสนมลี…ด้านอี้เถียนก็รีบพาตัวสนมลีออกไป ในขณะที่อี้เฉียนนั้นยังยืนมองซูเจินที่กำลังโมโหอยู่…ซูเจินพยายามดิ้นสะบัดมือให้หลุดจากสององครักษ์ เเต่ก็ไม่เป็นผลเพราะพวกเขาทั้งสองมีกำลังมากกว่านางเกือบ 5 เท่าตัว ซูเจินเปลี่ยนจากการดิ้นให้หลุดมาเป็นอ้าปากต่อว่า ด่าทออี้เฉียนแทน

          "นี่ท่านเชื่อจริงๆหรอว่านางเป็นคนทำ ดูไม่ออกจริงๆหรอว่านางกำลังโดนใส่ร้าย คนอื่นมองมาจากนอกโลกยังรู้เลยว่าสนมลีไม่มีทางทำร้ายสนมฮงได้ พวกท่านเป็นถึงองค์ชาย ทำไมตาถั่วขนาดนี้!!อี้เฉียน!!"

            "จากการตรวจสอบพบว่า ช่อดอกไม้ที่สนมลีนำไปให้ขนมฮงมียาพิษอยู่ในนั้นจริงๆ พวกข้าจำเป็นจะต้องทำตามขั้นตอน"

           "ทั้งๆที่รู้ว่านางไม่ได้เป็นคนทำ แต่ก็จะพานางไปติดคุกงั้นหรอ ท่านยังมีความเป็นคนอยู่หรือเปล่าอี้เฉียน!!..ถึงแม้ว่าข้าจะพึ่งมาอยู่เมืองนี้ได้ไม่นาน แต่ข้าก็ดูออกว่าระหว่างสนมฮงกับสนมลี ใครใจร้าย ใครใจดี ใครโหดเหี้ยม ใครนิ่งสงบ แล้วกลับกัน..พวกท่านอยู่ที่นี่ตั้งแต่นางเข้าวังมา..ดูไม่ออกจริงๆหรอ!! อี้เฉียน..ท่านกำลังจะจับคนดีไปเข้าคุกแล้วปล่อยให้คนร้ายตัวจริงลอยนวลนะ" 

             "พวกเจ้าปล่อยนางซะ…แล้วตามข้ามา" อี้เฉียนเลือกที่จะไม่ตอบโต้อะไรแล้วเดินจากไปท่ามกลางความสงสัยและความโมโหของซูเจิน…อาฉาง อาเฟยรีบปล่อยมือออกจากแขนทั้งสองข้างของซูเจิน แล้วเดินตามอี้เฉียนออกไปอย่างเงียบสงบ..แน่นอนว่าซูเจินไม่มีวันยอมให้เพื่อนติดคุกหรือโดนประหารเเน่ๆ นางอาศัยจังหวะที่อี้เฉียนเผลอ..แอบย่องตามพวกเขาออกไปด้วย…

    คล้ายกับเรื่องทะลุเวลามาเป็น ชายาองค์ชายแฝด ที่คุณอ่าน