โจสูดลมหายใจระงับความตื่นตระหนกในใจ แม้ว่าคำตอบที่ได้จากนกตัวเขื่องตรงหน้าจะตรงตามที่เขาคิดมันก็อดไม่ได้ที่จะเกิดความตื่นตระหนก
ไม่น่าเชื่อว่าเผ่าพันธุ์ที่เป็นเจ้าของสถานที่ล้ำยุคจะเป็นเผ่าพันธุ์นก แถมยังเป็นนกจริงๆเหมือนกับนกทั่วไปเพียงแค่ตัวใหญ่เท่ามนุษย์กับพูดได้แค่นั้นเอง
“แล้วมีแค่คุณคนเดียวเหรอ?” โจเอ่ยถามพลางมองไปรอบๆแต่ก็ไม่เห็นใครนอกจากนกตรงหน้า
“ถูกต้อง ที่นี่มีแค่ฉันคนเดียว…ถ้าจะพูดให้ถูกคือกาแลคซี่นี้มีแค่ฉันคนเดียว” นกตัวเหลืองกล่าว
“ที่กาแลคซี่นี้? ถ้างั้นกาแลคซี่อื่นมีเผ่าพันธุ์ของคุณอีกงั้นเหรอ?” โจกล่าวถามด้วยความตกใจ นี่ไม่ได้หมายความว่านกตรงหน้าจะมาจากกาแลคซี่อื่นหรอกเหรอ?
ต้องรู้ไว้ก่อนว่าทั่วทั้งสหพันธ์ยังไม่มีเผ่าพันธุ์ไหนสามารถเดินทางข้ามกาแลคซี่ได้มาก่อน การเดินทางข้ามกาแลคซี่นั้นอันตรายมากและยังไม่รู้วิธีเดินทางไปยังกาแลคซี่อื่นอย่างแน่ชัด เคยมีบางคนลองขับยานอวกาศออกจากกาแลคซี่และทันทีที่ออกไปประมาณหนึ่งพันปีแสงยานอวกาศก็เหมือนกับถูกบีบอัดจนเหมือนอาหารกระป๋องอย่างไรอย่างนั้นก่อนจถูกความมืดกลืนหายไปโดยไม่เหลือร่องรอย
นี่แสดงให้เห็นว่าเผ่าพันธุ์ของเจ้านกตัวนี้จะต้องมีวิธีเดินทางข้ามกาแลคซี่อย่างแน่นอน
ได้ยินคำถามของโจนกตัวเหลืองก็พยักหน้า “ใช่แล้วล่ะแค่นี้ยังต้องถาม” จากนั้นนกตัวเหลืองก็พูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “เอาแต่ถามนั่นถามนี่ไม่คิดจะบอกชื่อแซ่เลยหรือไงหะ! หรือต้องโบกอีกสักที ช่างไม่มีมารยาทจริงๆ”
“เอ่อ…ผมชื่อโจครับ” โจเพิ่งรู้ตัวว่าเสีบมารยาทก็รีบบอกชื่อไปและมองนกตัวเหลืองด้วยความคาดหวังอยากจะรู้ชื่ออีกฝ่าย
“เรียกฉันว่า กาจู๋ว” นกตัวเหลืองพูดด้วยความภาคภูมิใจราวกับว่าชื่อของตนมีที่มาที่ไปไม่ธรรมดา
โจแทบจะกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่เมื่อได้ยินชื่อของนักตัวเหลืองแถมมันยังดูภูมิใจกับชื่อนี้อีก
“อะไร ชื่อของฉันมันตลกมากนักเหรอ?” กาจู๋วมองหน้าโจอย่างเอาเรื่องเมื่อเห็นสีหน้าของโจ
“แค่กๆ ไม่ใช่แบบนั้น…ผมคิดว่าชื่อของคุณช่างสุดยอดจริงๆ” โจรีบหาข้อแก้ตัว
“นั่นมันก็แน่อยู่แล้วนี่เป็นชื่อของบรรพบุรุษรุ่นแรก แม้จะเทียบความสามารถกับท่านไม่ได้แต่ฉันเองก็แข็งแกร่งที่สุดในเผ่าพันธุ์เลยได้รับการเปลี่ยนชื่อให้ใช้ชื่อของบรรพบุรุษ” กาจู๋วเชิดหน้าอ้วนกลมของมัน
“แล้วทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่เหรอครับ?” โจไม่อยากพูดเรื่องชื่อของอีกฝ่ายอีกต่อไปเขาเลยเปลี่ยนเรื่องและถามเรื่องที่อยากรู้แทน
“ทำไมน่ะเหรอ?” กาจู๋วหลับตาคิดเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อว่า “ก็มาตามล่าหุ่นกระป๋องไงล่ะ”
“หุ่นกระป๋อง? ไฮแอนตินอสตัวนั้นใช่ไหม?” โจขมวดคิ้ว
กาจู๋วพยักหน้า “ถูกต้อง…ฉันจะเล่าให้ฟังก็แล้วกันมันไม่ใช่ความลับอะไร นานมาแล้วจนแม้แต่ฉันก็จำไม่ได้ เผ่าพันธุ์ของฉันกับเผ่าพันธุ์ของมันได้ทำสงครามกันเพราะว่าอีกฝ่ายมีแผนที่จะค้นหากาแลคซี่อื่นแล้วยึดครอง พวกเรารู้ถึงความโหดเหี้ยมของพวกมันดีจึงทำการต่อต้านไว้แต่ว่าสุดท้ายก็ดันมีพวกมันตัวหนึ่งหนีมาที่กาแลคซี่นี้จนได้ ในฐานะผู้นำเผ่าพันธุ์ฉันจึงต้องไล่ตามมันมาเพื่อหยุดมันไม่ให้ทำเรื่องเลวร้ายที่กาแลคซี่นี้ แต่ใครจะรู้ว่าหลังจากข้ามกาแลคซี่จะถูกจำกัดพลังไว้" กาจู๋วถอนหายใจ
“ทำไมถึงถูกจำกัดพลังล่ะ?” โจสงสัย
“เพราะกาแลคซี่นี้อยู่ในระดับต่ำไงล่ะ เพราะอยู่ในระดับต่ำมันจึงมีกฏไม่ให้ผู้ที่มาจากกาแลคซี่ระดับสูงใช้พลังได้ตามใจ อย่างไรก็ตามแม้จะถูกจำกัดพลังไว้ก็ยังมีอำนาจเหนือกว่าสิ่งมีชีวิตในกาแลคซี่นี้” กาจู๋วอธิบาย
โจเข้าใจในที่สุดว่าทำไมไฮแอนตินอสตัวนั้นมันถึงแข็งแกร่งนัก ที่แท้มันก็มาจากกาแลคซี่อื่นและยังอยู่ในระดับสูงต่อให้พลังถูกจำกัดไว้ก็ยังเหนือกว่าเขาอยู่ดี
“แล้วเผ่าพันธุ์ของคุณเรียกว่าอะไรครับ?” โจอยากรู้มากเพราะตรงหน้าเขาคือสิ่งมีชีวิตจากต่างกาแลคซี่ พูดไปใครจะเชื่อหากเขาไปบอกคนอื่นว่าเขาได้พบกับคนที่มาจากกาแลคซี่อื่น
กาจู๋วเชิดหน้าด้วยความภูมิใจก่อนจะตอบว่า “ไฮซิลู”
“ไฮซิลู”โจพึมพำและจำชื่อนี้เอาไว้จากนั้นก็ถามด้วยความสงสัยว่า “ทำไมถึงต้องมีคำว่าไฮนำหน้าด้วยครับ?”
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินชื่อเผ่าพันธุ์ที่มีคำนำหน้าว่าไฮ ก่อนหน้านี้เขารู้จักแค่แอนตินอสแต่พอได้สู้กับเจ้านั่นและมันก็พูดว่าตัวมันคือไฮแอนตินอส อย่างไรก็ตามกาจู๋วเป็นเผ่าพันธุ์ไฮซิลูและมีคำว่าไฮนำหน้าเหมือนกัน
“คำว่าไฮใช้เฉพาะกับเผ่าพันธุ์ที่สามารถข้ามกาแลคซี่ได้” กาจู๋วตอบทำให้โจถึงกับร้องอ้อ
“ถ้างั้นแสดงว่าเผ่าพันธุ์ของคุณก็เดินทางไปยังกาแลคซี่ต่างๆได้หมดเลยน่ะสิ" ประกายในดวงตาของโจเต็มไปด้วยความตื่นเต้น หากเขาสามารถขอวิธีเดินทางข้ามกาแลคซี่จากกาจู๋วได้มันจะดีแค่ไหนกัน
กาจู๋วได้ยินคำถามของโจก็มองเขาเหมือนกับมองคนโง่ “นายโง่หรือโง่กันแน่ คิดว่าการเดินทางข้ามกาแลคซี่มันง่ายเหมือนเดินในสวนหรือไง ต่อให้เป็นเผ่าพันธุ์ของฉันก็ต้องใช้เวลานานมากกว่าจะเดินทางได้ครั้งนึงแถมยังเสี่ยงที่จะตายอีกด้วย ที่มีคำว่าไฮในชื่อเผ่าพันธุ์ก็เพื่อเป็นการบอกว่าพวกเรามีความสามารถในการเดินทางข้ามกาแลคซี่เท่านั้นมันไม่ได้หมายความว่าจะเดินทางข้ามกาแลคซี่เหมือนเดินไปหน้าปากซอยง่ายๆแบบนั้นซะหน่อย”
โจยิ้มแหยๆ ในตอนนี้เขาก็เหมือนกับเด็กน้อยที่อยากรู้อยากเห็น มันจะไม่ให้เขาตื่นเต้นได้อย่างไรนี่เป็นการค้นพบที่น่าตกใจเลยก็ว่าได้
“เอ่อ…พวกเราไปจัดการไฮแอนตินอสตัวนั้นกันไหม ผมทำให้แขนมันขาดหากเราสองคนช่วยกันก็น่าจะจัดการมันได้ไม่ยาก” โจเสนอขึ้นมา โจเชื่ออย่างมากว่าไฮแอนตินอสเป็นพวกโหดเหี้ยมจริงๆเพราะมันสร้างจักรกลเพื่อเข่นฆ่าสิ่งมีชีวิตบนดาวดวงนี้
แต่ไม่คาดคิดว่ากาจู๋วจะส่ายหน้าปฏิเสธ “ยังไม่ถึงเวลา ตอนนี้แขนที่ขาดของมันคงงอกขึ้นมาเรียบร้อยแล้วล่ะ”
“แขนงอก!!?” โจตกใจ แขนมันงอกออกมาได้ด้วยเหรอ
“แน่นอนสิ ด้วยพลังระดับนี้สามารถฟื้นฟูแขนหรือขาที่ขาดได้แต่ก็ต้องใช้เวลาที่นานพอสมควร” กาจู๋วพูดอย่างไม่แยแส
“นานแค่ไหนกัน?” โจถาม
กาจู๋วมองหน้าโจและกล่าวว่า “ประมาณเกือบสามปี ตามเวลาบนดาวของเผ่าพันธุ์นาย"
ในฐานะที่อยู่กาแลคซี่นี้มานาน เป็นธรรมดาที่กาจู๋วจะรู้ว่าโจเป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์
“อะไรนะ!!” โจแทบจะกระโดดด้วยความตกใจ หากกาจู๋วบอกว่าแขนของไฮแอนตินอสงอกขึ้นมาใหม่จำเป็นต้องใช้เวลาประมาณสามปีและตอนนี้แขนของมันก็หายดีแล้วแสดงว่าเขาอยู่ในหลอดแคปซูลนั่นเป็นเวลาเกือบสามปีไม่ใช่รึไง?