ตอนที่ 36 โจวสือซวินแต่งงานกับภรรยาหัวขบถ
จูกุ้ยฮวาล้มกระแทกลงบนพื้น หล่อนมองดูเซิ่งอันหนิงอย่างไม่เชื่อสายตา จากนั้นจึงตบพื้นและเริ่มร้องไห้ขึ้นมา “โอ๊ย สะใภ้ถีบฉัน เร็ว มาดูสะใภ้คนเมืองที่เพิ่งแต่งเข้ามาของฉันสิ ร้ายกาจมาก ๆ ตบตีแม้กระทั่งแม่ผัว”
นางร้องโวยวายพลางทุบพื้น ทำให้เซิ่งอันหนิงมองด้วยดวงตาเบิกกว้าง
โจวฉางอวิ้นที่ยืนมองอยู่ข้าง ๆ รู้สึกไม่พอใจ ชายหนุ่มชี้หน้าเซิ่งอันหนิง “อวดดีนักนะเธอ พี่รองกลับมาเมื่อไหร่ไม่ปล่อยเธอเอาไว้แน่ ๆ ”
เซิ่งอันหนิงเกลียดการถูกชี้หน้าเป็นอย่างมาก เธอเอ่ยอย่างเย็นชา “เอามือออกไป!”
โจวฉางอวิ้นส่งเสียงดัง “ไม่เอาออกแล้วจะทำไม? ทำไม เธออยากจะลงมือกับฉันเหรอ? บ้านเราอุตส่าห์ไว้หน้าเธอแล้วไม่ใช่หรือไง!”
เซิ่งอันหนิงขี้เกียจเกินจะต่อปากต่อคำ เธอจับนิ้วของโจวฉางอวิ้นเบี่ยงออกอย่างแรง ก่อนเตะไปที่หน้าแข้งของชายหนุ่ม
โจวฉางอวิ้นเจ็บปวดจนกระโดดโหยง เขากระโดดออกไปไกลมากก่อนชี้หน้าเซิ่งอันหนิง “เธอรอฉันได้เลย วันนี้ฉันจะจัดการเธอแทนพี่รองของฉัน”
เซิ่งอันหนิงจ้องมองคนเหล่านี้อย่างดูถูก มีความสามารถแค่นี้ยังคิดจะรังแกผู้อื่นอยู่อีก?
แม้จะอยากลงมือมากเพียงใด แต่ก็จำต้องปฏิบัติต่อพวกเขาเหล่านี้อย่างนุ่มนวล วันข้างหน้าพวกเขาจะได้เชื่อฟัง
โจวฉางอวิ้นหันหลังไปหยิบพลั่วที่พิงอยู่กับกำแพง เซิ่งอันหนิงจึงรีบก้าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เธอก้มลงไปหยิบหินที่พื้นแล้วทุบเข้าไปที่ท้ายทอยของโจวฉางอวิ้น ด้วยรู้ว่าตำแหน่งนั้นสร้างความเจ็บปวดอย่างยิ่งแต่ไม่ถึงกับชีวิตให้ชายหนุ่มได้
เฉินเฉี่ยวหลานตกใจกับเสียงที่ดังขึ้น ส่วนจูกุ้ยฮวาตกใจจนลืมร้องออกมา ชาวบ้านที่มามุงดูที่ประตูต่างก็ยิ่งตะลึงเข้าไปใหญ่
ดูราวกับเวลาหยุดหมุน ตามมาด้วยเสียงดังตุบพร้อมกับโจวฉางอวิ้นที่ล้มลงกับพื้น
จูกุ้ยฮวารู้สึกลำคอตีบตันเหมือนถูกบีบจนเปล่งเสียงออกมาไม่ได้ หลังจากนั้นจึงลุกขี้นโผเข้าใส่เซิ่งอันหนิง “นังแพศยา!”
ก่อนที่จูกุ้ยฮวาจะเข้าถึงตัว นางก็ถูกเซิ่งอันหนิงถีบเข้าอีกครั้ง หญิงสาวมองดูแม่สามีด้วยสายตาเย็นชา “ฉัน เซิ่งอันหนิงไม่เคยพ่ายแพ้มาก่อน! ถ้าวันนี้คุณไม่พอใจก็ฆ่าฉันซะ หรือไม่ก็ให้ฉันจัดการคุณในวันนี้! ”
เซิ่งอันหนิงเตะเข้าไปที่ก้นของจูกุ้ยฮวาอีกครั้ง ทำให้นางกรีดร้องอย่างเจ็บปวดราวกับหมูโดนเชือด
ชาวบ้านที่จับจ้องเข้ามาอย่างคึกคักต่างตกตะลึง ตั้งแต่สมัยโบราณแม่สามีมักจะรังแกและตบตีลูกสะใภ้ แต่ที่หมู่บ้านเหอวานกลับมีลูกสะใภ้คนหนึ่งที่ตบตีแม่สามี
ไม่นานนักโจวฉางอวิ้นที่ล้มลงกับพื้นก็ลุกขึ้นมา เขาเช็ดเลือดบริเวณท้ายทอย เมื่อเห็นท่าทางโกรธเคืองของเซิ่งอันหนิง ความหยิ่งยโสของชายหนุ่มก็หายไปในทันที
เซิ่งอันหนิงจ้องมองโจวฉางอวิ้นและจู้กุ้ยฮวาที่สงบลง คนพวกนี้ก็เป็นแบบนี้ มักจะรังแกคนที่อ่อนแอกว่า แต่กลัวคนที่แข็งแรงกว่าเช่นกัน
หลังถูกจัดการไปหนึ่งครั้ง ก็มาดูว่าวันข้างหน้าพวกเขาจะยังกล้าอยู่หรือเปล่า
เซิ่งอันหนิงมองจูกุ้ยฮวาด้วยสายตาเย็นชา “ฟังเอาไว้นะ คุณจะคิดบัญชีกับใครก็ได้ แต่อย่ามามีเรื่องกับเซิ่งอันหนิง ไม่เช่นนั้นแล้วอย่ามาหาว่าฉันไม่เตือน!”
หญิงสาวว่าพลางปัดฝุ่นบนเสื้อผ้าและกลับเข้าห้องไป
จู้กุ้ยฮวารู้สึกเหมือนถูกเซิ่งอันหนิงเหยียบย่ำใบหน้า แต่ก็ไม่อาจเอาชนะเซิ่งอันหนิงได้ นางลุกขึ้นมาเช็ดหน้า และหยิบไก่ที่ตกอยู่บนพื้นไปไว้ในห้องครัวก่อนกลับห้องของตน
โจวฉางอวิ้นเองก็รู้สึกเสียหน้าที่ไม่อาจเอาชนะเซิ่งอันหนิงได้ บริเวณด้านนอกประตูใหญ่ตลอดจนกำแพงลานบ้านต่างมีผู้คนจับจ้องอย่างคึกคัก มีแม้กระทั่งคนที่ยืนอยู่บนหลังคาของเพื่อนบ้าน
โจวฉางอวิ้นกุมท้ายทอยด้วยมือข้างหนึ่ง และจ้องมองเฉินเฉี่ยวหลานอย่างโกรธเคือง “มัวมองอะไรอยู่ล่ะ? รีบกลับห้องไปซะ”
เนื่องจากชายหนุ่มไม่อาจเอาชนะเซิ่งอันหนิง จึงระบายโทสะลงกับภรรยาของตนเอง
สมาชิกในครอบครัวแยกย้ายกันเข้าไปในห้อง ผู้คนที่มามุงดูต่างทยอยกระจัดกระจายสลายตัวไป พลางซุบซิบนินทากันว่าสะใภ้รองที่มาจากในเมืองของตระกูลโจวนี้ จะว่าสวยก็สวย แต่ก็มีอารมณ์รุนแรงเช่นกัน
ตบตีได้แม้กระทั่งแม่สามี ช่างไม่มีความกตัญญูเอาเสียเลย
หลังการทะเลาะวิวาทจบลง ทุก ๆ คนต่างรู้สึกว่าเซิ่งอันหนิงกตัญญูไม่เท่ากับหลัวไฉ่เสีย
โจวสือซวินนี่ช่างน่าผิดหวังเสียจริง คนดี ๆ อย่างหลัวไฉ่เสียกลับไม่ต้องการ กลับไปเอาหญิงสาวนางนี้มาเป็นภรรยา
หลังเหตุการณ์สงบลง เซิ่งอันหนิงก็ได้กลับมาที่ห้อง เธอไม่รู้สึกโกรธเลยแม้แต่น้อย เธอนั่งลงข้าง ๆ เตียงเตาพลางครุ่นคิด ไม่รู้ว่าพวกโจวสือซวินจะกลับมาจากโรงพยาบาลหรือยัง และโจวเอ้อร์นีตกอยู่ในอันตรายหรือไม่?
ถ้าโจวสือซวินรู้ว่าเธอทำร้ายแม่และน้องชายของเขา ชายหนุ่มจะรู้สึกโกรธหรือไม่? ต่อให้เขาจะกลับมาเพื่อแยกบ้านกับครอบครัว แต่นี่ก็เป็นถึงแม่ของเขานะ
ยังมีโจวหม่านชางที่เมื่อคืนนี้ไอโขลกแบบจะเป็นจะตาย วันนี้ข้างนอกเอะอะโวยวายเสียงดังแต่ก็ไม่ได้ออกมาดูเลย หรือว่าเขาจะแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินอะไร?
ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นวันนี้ ทำให้เซิ่งอันหนิงไม่หวังว่าจูกุ้ยฮวาจะให้เธอมาร่วมโต๊ะอาหารด้วย ซาลาเปาที่โจวสือซวินซื้อไว้เมื่อวานยังอยู่ในกล่อง หญิงสาวจึงเตรียมอุ่นอาหาร หลังจากนั้นจึงเก็บข้าวของเตรียมไปหาโจวสือซวินที่โรงพยาบาล
เธอถือกล่องอาหารเข้าไปในห้องครัวอย่างไม่เกรงใจ
เซิ่งอันหนิงเห็นว่าเตาเริ่มอุ่นขึ้นมาแล้ว จึงวางกล่องอาหารลงไป รอจนซาลาเปาร้อนแล้วแต่ไส้ยังเย็นอยู่ ถึงอย่างนั้นก็พอที่จะกินได้
หลังจากกินเสร็จและล้างกล่องอาหารเรียบร้อยแล้ว เธอจึงจัดข้าวของลงกระเป๋า และก็นำกะละมังใบใหม่ออกมาด้วย
จูกุ้ยฮวาได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวที่ลานบ้าน นางจึงมองลงมาจากบนหน้าต่าง ก็พบว่าเซิ่งอันหนิงเข้าไปในครัว ผ่านไปพักหนึ่งจึงออกมาและถือกระเป๋าออกไป นางจึงหันไปคุยกับโจวหม่านชาง “เซิ่งอันหนิงไปแล้ว แกว่านางไปฟ้องเจ้ารองหรือเปล่า”
โจวหม่านชางหรี่ตาลง ใบหน้าตรงไปตรงมาของเขาฉายแววครุ่นคิด “ไปฟ้องหรือ? ก็ดีเลย จะได้ให้เจ้ารองมาเห็นธาตุแท้ของนังนี่”
ว่าพลางก็หันไปมองจูกุ้ยฮวาอีกครั้ง “คุณเองก็เหมือนกัน ทำไมถึงรีบร้อนไปทวงเงินล่ะ เรื่องของเอ้อร์นียังไม่จัดการให้ดีเลย เกิดกลับมาแล้วเป็นเรื่องไปทั่วจะทำยังไง?”
จูกุ้ยฮวาเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าลูกสาวจะเป็นตายร้ายดีเช่นไรก็ยังไม่รู้ จากนั้นนางก็เริ่มเช็ดน้ำตา
……
เซิ่งอันหนิงถือกระเป๋าออกมาจากห้องของโจวสือซวิน เธอจำทางที่รถแทรกเตอร์จากไปโดยดูตามรอยล้อรถ เป็นเช่นนี้แล้วเธอจะเข้าไปในเมืองได้ และจะได้เตรียมตัวนั่งรถเข้าเมืองไปอีกที
เมื่อออกมาจากหมู่บ้านได้ไม่นาน ก็ได้มีเกวียนลาผ่านมาซึ่งกำลังจะมุ่งหน้าเข้าเมืองพอดี
เซิ่งอันหนิงตัดสินใจจะติดไปด้วย เธอจึงเข้าไปโบกรถด้วยรอยยิ้ม “คุณลุงคะ คุณลุงจะเข้าเมืองหรือเปล่าคะ? หนูขอติดไปด้วยได้หรือเปล่าคะ?”
คุณลุงผู้ขับเกวียนลาเห็นเซิ่งอันหนิงมีใบหน้าละเอียดอ่อนงดงามและคิดว่าหญิงสาวดูไม่เหมือนกับคนในชนบท พอได้ยินว่าเธอจะกลับเข้าเมือง จึงได้หยุดเกวียนและเรียกให้เธอขึ้นรถอย่างกระตือรือร้น
เซิ่งอันหนิงโบกรถและกอดกระเป๋าไว้ในอ้อมแขน พลางลูบถุงกระสอบและสนทนากับคุณลุง “คุณลุง กระสอบของคุณลุงใส่อะไรมาคะ?”
“เปลี่ยนเมล็ดพันธ์ุให้กองทัพมา อีกไม่นานก็จะปลูกแล้ว เธอมาจากที่ไหนล่ะ? ทำไมไม่เคยเห็นหน้าเลย”
เซิ่งอันหนิงไม่แน่ใจว่าคุณลุงรู้จักโจวสือซวินหรือไม่ “คุณรู้จักโจวสือซวินไหมคะ? หนูเป็นภรรยาของเขา”
คุณลุงตกใจแทบสะดุ้ง และหันกลับมามองเซิ่งอันหนิงอย่างละเอียด “หา เธอเป็นภรรยาของเจ้ารองตระกูลโจวหรือ?”
เซิ่งอันหนิงพยักหน้า “ใช่ค่ะ พวกเราเพิ่งกลับมาเมื่อคืน ตอนนี้มีเรื่องในอำเภอนิดหน่อย”
คุณลุงพยักหน้า และมีท่าทางปลื้มใจ “ไม่เลวเลย ไม่เลวเลยจริง ๆ เจ้ารองพาภรรยากลับมาแล้ว”
เซิ่งอันหนิงครุ่นคิด “คุณลุง คุณดูโจวสือซวินเติบโตมาตลอดเลยเหรอคะ?”
คุณลุงยิ้ม “ใช่น่ะสิ เจ้ารองน่ะฉลาดมาตั้งแต่เด็กแล้ว แต่ไม่ค่อยพูดค่อยจา เด็กในหมู่บ้านก็เรียกเขาว่าเจ้าใบ้น้อย”
เซิ่งอันหนิงมีภาพขึ้นมาในใจทันที เมื่อนึกถึงโจวสือซวินตอนเด็กที่ถูกกลุ่มเพื่อน ๆ รังแกราวกับเป็นเด็กน้อยน่าสงสาร จู่ ๆ เธอก็นึกโมโห “จะเกินไปแล้วนะ!”
ระหว่างทางคุณลุงได้เล่าเรื่องต่าง ๆ ของโจวสือซวินในวัยเด็กจนกระทั่งมาถึงในตำบล เซิ่งอันหนิงกลับยังรู้สึกว่ามันไม่เพียงพอ
โชคดีที่มีเกวียนเดินทางเข้าอำเภอไปพอดี
เมื่อถึงอำเภอ เซิ่งอันหนิงก็ได้สอบถามที่ตั้งของโรงพยาบาล จากนั้นจึงได้แบกกระเป๋าและเริ่มเดินไป
แต่กลับคาดไม่ถึงว่าจะพบกับโจวสือซวินและหลัวไฉ่เสียเดินอยู่ด้วยกันที่หน้าประตูโรงพยาบาล…
……………………………………………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
เจออันหนิงสั่งสอนบทเรียนซะบ้าง ไม่งั้นก็รังแกไม่เลิกรา
คนบ้านนี้มีใครปกติไหมเนี่ยนอกจากพี่โจวกับพี่ใหญ่
จังหวะนรกอีกแล้วอันหนิงเอ๊ย อุตส่าห์มาถึงโรงพยาบาลแต่ก็มาเจอสามีอยู่กับแฟนเก่า
ไหหม่า(海馬)