Chapter 8
“ถ้าไม่เข้าใจอะไรก็ถามกูแล้วกัน”
“ครับ!” ไอ้โก้ตอบพี่ฟิลอย่างกระตือรือร้น
วันนี้เป็วันแรกที่พวกผมเริ่มงานที่ร้านพี่ภูมิแต่คนที่ดูตื่นเต้นเป็พิเศษกลับไม่ใช่ผมแต่เป็ไอ้โก้แทน ก็ดูแต่ละคนที่เข้าร้านสิครับสวยๆ ทั้งนั้น อาหารตาเพียบ
“ไม่ค่อยเลยนะมึง”
“นิดนึงน่า” ว่าแล้วไอ้โก้ก็แยกตัวไปทำงานของมัน
ส่วนผมหลักๆ จะเช็คของเป็งานที่ไม่ค่อยได้พบปะผู้คนเท่าไหร่ จริงๆ กลัวจะไปเจอพี่แทนเหมือนวันนั้นต่างหาก
“เพิ่งมาทำงานหรอ” ขณะที่ผมกำลังจะดูของเสียงจากข้างหลังก็ดังขึ้น
“ใช่ครับ” ผมยิ้มให้คนตรงหน้าซึ่งผมไม่รู้จักแต่ดูจากการแต่งตัวแล้วไม่น่าจะใช่พนักงานแล้วเข้ามาในนี้ได้ยังไงวะ
“ฉันเป็น้องไอ้ภูมิ ไม่ต้องทำหน้าสงสัยขนาดนั้น”
“สวัสดีครับ ผมชื่อทัชนะครับ”
“ฉันชื่อภพ” ท่าทางดูเบื่อๆ ของอีกฝ่ายทำให้ผมหันกลับมาทำงานต่อ
“น่าเบื่อ”
“ครับ?” เสียงแว่วๆ จากคนข้างๆ ทำให้ผมขานรับ
“งานที่ทำไม่น่าเบื่อหรอ” ใจจริงผมก็ไม่อยากอยู่ตรงนี้สักหน่อย
“มันเป็หน้าที่ของผมครับ” ถึงจะไม่ค่อยอยากทำก็เถอะ
“เดี๋ยวฉันอยู่เป็เพื่อน”
รอยยิ้มเหมือนเด็กเจอของเล่นถูกส่งมาให้ผมทั้งที่ลักษณะไม่น่าจะดูนิสัยเด็กอ่ะนะ แต่ผมเดาว่าคนนี้คงจะขี้เหงาพอสมควร
การแต่งกายของอีกคนดูธรรมดาแต่ด้วยหน้าตาของคนใส่ทำให้เสื้อเชิ้ตกับกางเกงยีนส์ดูมีระดับขึ้นมามากเลยทีเดียว ทั้งต่างหูข้างเดียวนั้นทำให้ผมสนใจเป็พิเศษ เสื้อที่ปลดกระดุมสองเม็ดบนยิ่งล่อเหยื่อเข้าไปอีก
คนหน้าตาดีใส่อะไรก็ดูดีสินะ
“มาทำอะไรตรงนี้”
“มาเป็เพื่อนพนักงานมึงไง”
“ว่างมากก็ไปอ่านหนังสือ พรุ่งนี้สอบไม่ใช่รึไง” เสียงที่คาดว่าน่าจะเป็พี่ภูมิดังขึ้น
ผมก็เช็คของของผมไปเรื่อยไม่ได้ตั้งใจจะฟังบทสนทนาของสองพี่น้องเลยนะ แต่มันอยู่ใกล้ผมแค่นี้เองไม่ได้ยินก็บ้าแล้ว
“ก็กูจะอยู่”
“อย่ายุ่งให้มาก”
“สั่งจัง”
“ไปข้างบนกับกู”
ผมเหลือบมองพี่ภูมิจากมุมที่ผมยืนอยู่ก่อนจะเห็นอีกคนทำหน้าเซ็งๆ แต่ก็ยอมเดินตามไป
“ไอ้ทัชเอาเครื่องดื่มไปเสิร์ฟโต๊ะนั้นให้กูหน่อย เดี๋ยวมา”
“เดี๋ยวพี่...”
ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตอบรับพี่ฟิลก็วิ่งไปทางห้องน้ำซะแล้ว สงสัยข้าศึกจะบุก
ผมมองเลขโต๊ะก่อนจะยกเครื่องดื่มแล้วเดินไปยังโต๊ะที่ว่า แต่ความซวยของผมยังมีอยู่เมื่อต้องมาเจอกับโจทก์เก่าที่เพิ่งจะมีเื่กันเมื่อไม่นานมานี้
ผมต้องเข้าวัดบ้างแล้วล่ะ
“โอะโอ ใครล่ะเนี่ย”
“นี้มันไอ้รุ่นน้องที่วิ่งหนีเราหัวซุกหัวซุนใช่ปะวะ” ไอ้รุ่นพี่หัวโจกที่ห้องน้ำวันนั้นพูดขึ้น
วันนี้พวกมันมากันสามคนเพิ่มเติมคือคนที่ทำเหมือนไม่ยอมจบกับผมแต่จริงๆ มีแฟนอยู่แล้ว
ดีนะที่ผมเลิกคุยไปแล้ว แต่ไม่ดีตรงที่แฟนมาตามกระทืบผมเนี่ย
มายด์แทบจะไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมามองผมซึ่งผมก็ไม่ได้สนใจอยู่แล้ว
ขณะที่ผมกำลังจะวางเครื่องดื่มมือไอ้รุ่นที่อยู่ใกล้ผมที่สุดกลับปัดมือผมอย่างแรงจนทำให้เครื่องดื่มหก
“แม่ง! ทำงานยังไงวะเนี่ย” เสียงตะคอกดังพอที่จะทำให้โต๊ะข้างๆ หันมาสนใจทางผม
“พนักงานอะไรซุ่มซ่ามชิบหาย” ตามมาด้วยบทเสริมของพวกพ้อง
ผมกลายเป็พนักงานที่ซุ่มซ่ามไปโดยปริยายซึ่งเกิดจากแผนโง่ๆ ของไอ้พวกนี้
นี่มันนิยายน้ำเน่าชัดๆ!
“มีเื่อะไรกันรึเปล่าครับ” พี่ฟิลเดินเข้ามาพลางมองหน้าผม
“ก็พนักงานคนนี้น่ะสิซุ่มซ่ามทำเครื่องดื่มหกหมดแล้ว” อยากจะเบะปากมองบนสักสิบรอบ
“ขอโทษด้วยนะครับ พอดีน้องมันเป็พนักงานใหม่เลยไม่ค่อยรู้เื่สักเท่าไหร่เอาเป็ว่าทางเราจะลดราคาให้ครึ่งหนึ่งนะครับ”
“แต่ผมไม่ได้ทำนะพี่” นี่มันยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวชัดๆ
“จะนำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟใหม่นะครับ” ว่าแล้วพี่ฟิลก็ดึงผมให้เดินตามไปด้วย
พวกเหี้ยนี่ก็ยิ้มสะใจเหลือเกินที่ผมจะโดนด่า
หน้าเหี้ยแล้วยังทำตัวเหี้ยอีก
“ผมไม่ได้ทำนะพี่”
“รู้แล้ว”
“อ้าว ทำไมยังจะลดให้พวกมันอีกล่ะ”
“ไม่ได้จะลดจริงๆ สักหน่อย” แม่ง ได้ใจว่ะหัวหน้าผม
“มันไม่ได้สนใจหรอกว่าลดจริงหรือเปล่า ดูท่าแค่อยากแกล้งมึง” สมแล้วที่ทำงานแบบนี้
“นึกว่าพี่จะไม่เชื่อซะละ”
“มุขควายๆ เด็กอนุบาลยังมองออกเลยเหอะ ว่าแต่คู่อริมึงหรอ”
“คงงั้นมั้ง” ผมตอบแบบขอไปทีไม่อยากจะพูดถึงสักเท่าไหร่
“ช่างเถอะไปทำงานต่อไป กูคงไม่ใช้มึงไปเสิร์พอีกละ” สาธุเถอะพี่
ผมว่าผมควรหลบอยู่หลังร้านนั่นแหละดีที่สุด นอกจากหลบพี่แทนแล้วคงต้องหลบอริด้วยไม่รู้ว่าไปทำอะไรใครไว้บ้าง
กลุ้มใจจริงๆ รักผู้หญิง หญิงก็ไม่สน~~~
เสียงมือถือดังขึ้นขณะที่ผมเช็คของเสร็จพอดีแต่พอดูหน้าจอแล้วก็อยากตัดสายทิ้งซะตอนนี้เลย
พ่อคนที่สองโทรมา
ผมเดินไปหลังร้านซึ่งน่าจะเป็มุมที่เสียงเพลงเบาที่สุดก่อนจะกดรับสาย
“ครับพี่แทน”
‘นอนยัง’
“กำลังจะนอนแล้วครับ” แถไปอีก
‘พี่จะโทรมาบอกว่าพรุ่งนี้เข้าร้านนะ ั้แ่เช้าเลย’
“พรุ่งนี้เป็วันหยุดของผมไม่ใช่หรอ”
‘มาเช็คของให้พี่หน่อย’
“โถ่พี่แทน...”
“กินข้าวยัง”
“กินแล้ว นี่ก็กำลังจะนอนไง”
‘คุยกับใครน่ะทัช’
“ก็คุยกับพี่…” ยังไม่ทันได้พูดจบผมก็รับรู้ถึงการมาของใครบางคน เลยหันไปดูเจอไอ้คุณธัญยืนอยู่ไม่ไกลแถมยังส่งยิ้มกวนตีนมาให้ผมด้วย
‘คุยกับใคร’
“เอ่อ.. ไอ้โก้มันถามอะพี่แทน เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมไปดูให้นะฝันดีครับ” พูดจบผมก็กดตัดสายทันที ถ้าโดนจับได้ผมจะโทษคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านี่แหละ
“มีอะไรคุณ”
“อู้งานหรอ”
“ผมทำเสร็จแล้ว”
“ทำเสร็จแล้วก็ไปหาไรกิน” ผมมองคุณธัญอย่างมีคำถามในใจว่า…
จริงๆ แล้วเขาเป็คนแบบไหนกันแน่
ต่อหน้าคนอื่นเป็อีกอย่าง พออยู่กับผมแล้วก็เป็อีกอย่างสรุปแล้วแบบไหนคือตัวตนของเขาจริงๆ กันแน่
“เมื่อกี้คุยกับแฟนหรอ”
“ยุ่งอะไรด้วยล่ะคุณ”
“ก็แค่อยากรู้ไง”
“คล้ายๆ กับคำว่าเสือกปะ” คุญธัญหันมามองผมด้วยสายตานิ่งๆ คิดว่าผมจะกลัวหรอวะ คิดผิดแล้วเพราะนอกจากพี่แทนผมก็ไม่กลัวใครหน้าไหนทั้งนั้นแหละ
...........................................
ผมใช้ที่ฉีดน้ำรดน้ำตะบองเพชรอย่างอารมณ์ดีวันนี้งดคลาสเลยทำให้ผมว่างทั้งวัน แต่ตอนเย็นก็เข้าร้านตามปกติและด้วยเหตุนี้จึงทำให้เดอะแก๊งนอนระเนระนาดอยู่ห้องโถงยกเว้นไอ้ตังที่มันมีเรียนอยู่คนเดียว
น่าสงสารมันนะครับ
“อารมณ์ดีจังนะมึงไม่ใช่มันบวมน้ำตายแล้วหรอ รดน้ำบ่อยเกิ้น”
“ไม่ได้รดบ่อยขนาดนั้นไหม”
“เห็นทีไรมึงก็รดน้ำมันนี่หว่า” ว่าแล้วไอ้โอ๊ตก็เดินมาส่องดูต้นตะบองเพชรใกล้ๆ
ผมวางต้นตะบองเพชรไว้ใกล้หน้าต่างหน้าบ้านแต่ดีที่ไม่มีใครสนใจ ตรงนี้จึงกลายเป็พื้นที่ของผมไปโดยปริยาย
“แล้วนี่พวกมึงจะนอนอยู่บ้านทั้งวันหรอ” ผมถามไอ้โอ๊ตซึ่งดูก็รู้ว่ามันไม่น่าจะอยู่บ้านหรอก
“ไม่รู้กับพวกมัน แต่กูจะออกไปข้างนอก” นั่นไง ซื้อหวยทำไมไม่ถูกบ้างวะ
“นัดสาว?” กลิ่นน้ำหอมฟุ้งขนาดนี้คงไม่ออกไปกินข้าวเฉยๆ แน่
“แสนรู้ไอ้นี่” ไอ้โอ๊ตชกไหล่ผมเบาๆ พลางทำท่าเหมือนจะเขิน แต่เขินได้ตอแหลมากไอ้สัส
“ก็ไปดิ”
“แล้วมึงจะไปไหนปะ”
“ไปแดกข้าว” ไอ้โอ๊ตพยักหน้าก่อนจะเดินออกจากบ้านไปอย่างอารมณ์ดี
คนมันอินเลิฟก็งี้แหละครับ ฟิลเตอร์สีชมพูอบอวนไปหมด
ผมเลิกสนใจไอ้โอ๊ตแล้วหันมาสนใจน้องตะบองเพชรของผมต่อ
ร้านอาหารตามสั่งข้างทางเป็สิ่งที่ผมเลือกสำหรับเที่ยงวันนี้ อยู่บ้านก็คงได้กินมาม่าส่วนเดอะแก๊งมันก็ไม่สนใจจะกินข้าวกันหรอกว่างก็นอนไม่ก็เล่นเกมส์ผมเลยต้องออกมาคนเดียว
กินข้าวคนเดียวเฟี้ยวจะตาย
“อ้าวทัช”
ผมมองไอ้แมนที่โบกมือพร้อมกับส่งยิ้มมาทางผม
“ไงมึง”
“ทัชมากับใครอะ”
“คนเดียว”
“นั่งด้วยกันปะ เราก็มาคนเดียว” ถ้าไอ้ตังมาเห็นคงด่าผมแน่ๆ แต่ผมไม่ได้เกลียดไอ้แมนนี่หว่าแถมยังมีเพื่อนนั่งกินข้าวด้วย
“มึงสั่งข้าวยัง”
“ยังเลย เราเพิ่งมา”
“จะกินไร”
“ข้าวผัดทะเล”
“มึงหาที่นั่งแล้วกันเดี๋ยวกูจะไปสั่งข้าว” ไอ้แมนพยักหน้าก่อนที่ผมจะเดินไปสั่งข้าว
ขณะที่กำลังเดินกลับมาหาโต๊ะไอ้แมนสายตาก็ดันไปสะดุดกับบุคคลที่ไม่น่าจะมาโผล่อยู่แถวนี้และด้วยความเบื่อของวันว่างๆ อยากกวนคนสักหน่อย ขาก็ก้าวไปหาคนที่ยืนอยู่หน้าร้านเป็ที่เรียบร้อย
“มากินข้าวหรอคุณ” ผมถามพลางยิ้มให้คุณธัญ
“มาเรียนมั้ง” มีกวนด้วยแฮะ แต่ก็กวนเป็ปกติอยู่แล้วปะวะ
“แล้วมาคนเดียวหรอ”
“เห็นกี่คนล่ะ” ไอ้เราก็จะมากวนเขาแต่โดนเขากวนกลับซะได้อะเนาะ
ท่าทางเก้งๆ กางๆ ของอีกฝ่ายทำให้ผมนึกขำ คงไม่เคยมาร้านแบบนี้ล่ะมั้งเพราะดูยังไงมันก็ไม่เหมาะกับเ้าตัวเลยสักนิด
“ไปนั่งกับผมไหม” ชวนเหมือนเขาอยากจะไปนั่งกินกับผมยังไงยังงั้น
แต่จะทำไงได้ก็เอ่ยปากชวนไปแล้ว
“มากับใคร”
“จริงๆ ก็มีเพื่อนมาด้วย มาเถอะคุณจะได้ไปสั่งข้าว” อีกฝ่ายถอนหายใจก่อนจะยอมเดินตามผมไปยังโต๊ะที่มีไอ้แมนนั่งรออยู่
เห็นหน้าเซ็งๆ ของคุณธัญแล้วก็อารมณ์ดีแปลกๆ แฮะ
“นี่ใครหรอทัช” พอเดินมาถึงโต๊ะไอ้แมนก็ถามขึ้นทันที
เออว่ะ แล้วเป็ใครวะเพื่อนก็ไม่ใช่คนรู้จักก็ไม่ใช่
“รุ่นพี่น่ะ” ขณะที่ผมไม่รู้จะตอบอะไรคุณธัญก็พูดขึ้น
“อ๋อ สวัสดีครับ”
“สวัสดีครับ” นึกว่าจะหยิ่งซะอีก
ผมกินข้าวอิ่มแล้วมองคนที่สั่งข้าวมาแต่ไม่แตะแม้แต่นิดเดียว ได้แต่นั่งมองนู่นมองนี่ไปเรื่อย
“กินข้าวสิคุณ” คุณธัญมองหน้าผมเหมือนจะถามว่า ต้องกินหรอ
สรุปว่าสั่งข้าวมานั่งดูรึไง
“กินข้าวเสร็จแล้วทัชจะไปไหนต่อปะ” ไอ้แมนที่นั่งฝั่งตรงข้ามถามผมหลังจากที่มันกินข้าวอิ่มแล้วเหมือนกัน เหลือก็แต่คนข้างๆ ผมนี่แหละ
“ไม่รู้เหมือนกัน”
“อ่า งั้นไป...”
“ไปส่งฉันหน่อยสิ” อยู่ดีๆ คุณธัญก็พูดขึ้นมา
ผมมองคุณธัญอย่างงงๆ จนไม่ได้สนใจว่าไอ้แมนพูดอะไรต่อ มาไม้ไหนวะเนี่ย
“มาเองก็กลับเองสิคุณ”
“ฉันจะกลับแล้วแต่นายลากฉันมา” อ้าว…นี่กูผิดหรอ
“ทัช...”
“เร็วฉันรีบ” เป็อีกครั้งที่ไอ้แมนไม่ได้พูดจบประโยคสัก
พูดจบคุณเขาก็ลุกขึ้นเหมือนเป็การกดดันผมทันที
นี่กูต้องไปส่งจริงๆ หรอวะ
ผมหันมามองไอ้แมนก่อนจะยิ้มแห้งๆ ใส่มันแล้วลุกขึ้น
“ฝากจ่ายด้วยมึง”
“อะ โอเค” ไอ้แมนรับเงินจากผมไปอย่างงงๆ ก่อนที่ผมกับคุณธัญจะเดินออกมาจากร้าน
“คุณคงไม่ได้จะให้ผมไปส่งจริงๆ ใช่ไหม”
“ฉันเพิ่งนึกได้ว่าเอารถมา” โดนแกล้งอีกแล้วสินะกู
ใครมันจะมาอยากซ้อนมอ’ ไซค์ล่ะเนาะ
“งั้นก็แยกกันตรงนี้แล้วกันคุณ”
ในเมื่อไม่มีเื่อะไรแล้วก็คงต้องแยกย้ายก่อนที่ผมจะโดนแกล้งไปมากกว่านี้
ไหนล่ะความคิดที่อยากจะแกล้งเขาอะไอ้ทัช
“ทัช”
“ครับ” ผมตอบรับอย่างคนเคยชินเมื่อมีคนเรียกแค่ชื่อแบบนี้
เดี๋ยวนะเมื่อกี้คุณธัญเรียกแค่ชื่อผมหรอ
“ไว้เจอกัน”
ว่าแล้วคุณธัญก็เดินไปหารถที่จอดไว้ฝั่งตรงข้ามโดยไม่ทันที่ผมจะได้ตอบอะไร
.
.
.
ไว้เจอกัน เป็คำที่ไม่น่าจะออกจากปากคุณธัญเลยนะ