ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 71 เหยียบหน้าประตูตระกูลพีไรซ์
ขณะที่ทหารยามทั้งสามคนกำลังยืนมองหน้ากันตัวเกร็งอยู่นั้น เสียงของชายวัยกลางคนก็ดังขึ้นมาจากเบื้องหลัง
“โอ้ เชิญเข้ามาๆ ขออภัยที่ข้ามาต้อนรับพวกท่านช้าไปสักนิด” ชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีขาวปักลายค่อยๆ เดินออกมาจากด้านหลังประตูเมือง เขาคือฮาน อิลีนัส เจ้าเมืองคนปัจจุบันแห่งเมืองปากัส
เมื่อฮานเดินออกมาเขาก็โบกมือไล่ทหารยามทั้งหมดให้ไปทำหน้าที่อื่น ส่วนตรงนี้เขาจำเป็นต้องรับหน้าเอง แขกจากต่างเมืองคราวนี้ไม่ใช่กลุ่มคนที่รับมือด้วยง่าย เมื่อได้ข่าวเรื่องการมาถึงของตระกูลจากเมืองใหญ่เขาก็รีบออกจากจวน มุ่งหน้าตรงมาที่ประตูเมืองทันที
“มาเถิดๆ เชิญเข้ามาด้านในได้เลย คนกันเองทั้งนั้น ถ้าให้พวกทหารเข้าไปเที่ยวรื้อค้นด้านในคันรถคงเป็นการเสียมารยาทอย่างยิ่ง” เจ้าเมืองปากัสรีบผายมือให้อีกฝ่ายเคลื่อนขบวนเข้าไปด้านในด้วยรอยยิ้ม
สำหรับการเป็นเจ้าเมือง เขาจำเป็นต้องยืดหยุ่นให้เป็น ต่อให้ไม่เต็มใจนัก แต่เพื่อรักษาสัมพันธ์อันดีภายในภูมิภาค เขาก็จำเป็นต้องฝืนยิ้มออกมาให้เป็นธรรมชาติที่สุด
ตระกูลหวงหลงเป็นขุมอำนาจใหญ่อันดับต้นๆ ภายในเมืองขนาดใหญ่ C-04 เมืองเล็กๆ อย่างเมืองปากัสจะเอาอะไรไปสู้
ไม่ต้องพูดถึงกลุ่มอำนาจใหญ่ระดับนั้นเลย เพียงแค่กลุ่มอำนาจเล็กๆ ในเมืองขนาดใหญ่ก็เพียงพอแล้วที่จะสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับเมืองขนาดเล็ก
ต่อให้เมืองปากัสมีอเวกระดับแปดอย่างฮานเป็นเจ้าเมือง หากขุมอำนาจเล็กๆ ในเมืองขนาดใหญ่ตั้งใจจะลงมือล่ะก็ ชีวิตอเวกระดับแปดอย่างเขาก็ไม่นับว่ามีค่ามีราคาใดเลย โชคดีที่เมืองขนาดเล็กทั้งหลายไม่ได้มีสิ่งใดน่าดึงดูดใจ ฉะนั้นแม้แต่ขุมกำลังขนาดเล็กในเมืองขนาดใหญ่ก็ไม่คิดจะชายตามอง
ฮานพาขบวนรถทั้งหมดเข้าไปในเมืองโดยสะดวก มีสายตามากมายแอบจ้องมองมา แต่เมื่อเห็นว่าเจ้าเมืองปากัสเป็นผู้รับรองด้วยตัวเอง คนเหล่านั้นต่างก็เก็บสายตาของตนกลับไปในที่ที่มันควรจะอยู่
ฮานพาขบวนทั้งหมดกลับไปที่จวนเจ้าเมืองซึ่งอยู่ไม่ไกลจากประตูเมืองทิศเหนือเท่าใดนัก หากต้องการจะรับรองผู้คนจากตระกูลในเมืองขนาดใหญ่ ก็เห็นจะมีแต่จวนเจ้าเมืองเท่านั้นที่พอจะรองรับคนเหล่านี้ได้ ขืนให้พักที่อื่น คนเหล่านี้อาจคิดว่าเป็นการหมิ่นเกียรติพวกมัน พาลจะสร้างปัญหาขึ้นมาในเมืองอีก
การเก็บคนอันตรายกลุ่มนี้ไว้ใกล้ตัว ดีกว่าให้ออกไปสร้างความวุ่นวายที่อื่น เพราะเขาคงไม่สามารถตามไปแก้ปัญหาได้ทัน รู้ตัวอีกทีปัญหาอาจบานปลายไปมากเกินกว่าเจ้าเมืองตัวเล็กๆ อย่างเขาจะแก้ไขได้ไหว
ขบวนทั้งหมดเคลื่อนตัวไปที่จวนเจ้าเมืองโดยพลัน พวกมันไม่มีความระแวงหรือเกรงกลัวแม้แต่น้อย เพียงแค่เมืองขนาดเล็กน่ะหรือจะสร้างอันตรายอะไรให้มันได้
…
เจ้าเมืองจัดเรือนพักรับรองให้คนภายในขบวนรถทั้งหมด จัดหาที่พักของสัตว์อสูรไว้อย่างเรียบร้อย ในฐานะที่เป็นเจ้าเมือง เรื่องพวกนี้ไม่ได้ยากเย็นอะไร
กลุ่มคนที่มาในครั้งนี้ มีสมาชิกของตระกูลหวงหลงทั้งสิ้นสิบสองคน ไม่มีใครในหมู่พวกมันที่ระดับต่ำกว่าอเวกหก ระดับสูงที่สุดในครั้งนี้คือผู้นำกลุ่ม ชื่อว่าหวงซื่อ เป็นถึงอเวกระดับแปด และยังมีผู้ติดตามใกล้ชิดอีกสองคนที่เป็นอเวกระดับเจ็ด
เรียกได้ว่ากองกำลังเล็กๆ ของตระกูลหวงหลงที่มาเยือนเมืองปากัสในครั้งนี้เปี่ยมไปด้วยมนุษย์ผู้ทรงพลัง ในระดับที่เมืองขนาดเล็กไม่อาจต้านทานได้แม้แต่น้อย
ต้องทราบก่อนว่าตระกูลหวงหลงเจ็บหนักอย่างยิ่งในช่วงนี้ เขาไม่ต้องการให้เกิดอะไรผิดพลาดขึ้นอีก หลังจากส่งสายสืบเข้ามาหาข้อมูลภายในเมืองปากัสล่วงหน้า พวกมันก็ส่งสมาชิกระดับสูงภายในตระกูลนำทัพออกไปจัดการเรื่องราวทันที
ต่อให้ตระกูลพีไรซ์จะมีผู้หนุนหลังเป็นขุมกำลังจากเมืองขนาดใหญ่จริง แต่ครั้งนี้ตระกูลพีไรซ์ก็ต้องเจ็บหนัก ทดแทนในสิ่งที่พวกมันได้กระทำลงไป หากไม่มีตระกูลพีไรซ์ ตระกูลหวงหลงที่ยิ่งใหญ่ก็คงไม่ตกต่ำลงมากเพียงนี้
หวงซื่อนั่งอยู่ในห้องรับรองที่จวนเจ้าเมืองได้จัดเอาไว้ให้ด้วยใบหน้าเฉยชา เขากำลังนั่งรอสายสืบที่ทางตระกูลส่งมาล่วงหน้าให้เดินทางมาหาที่นี่
“ขออนุญาตท่านหวงซื่อ ตอนนี้คนที่ทางตระกูลส่งมาล่วงหน้าได้มาถึงแล้ว กำลังรอเข้าพบท่านขอรับ” ข้ารับใช้ในชุดสีน้ำตาลเดินเข้ามารายงาน
“ให้เขาเข้ามา” ชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีทองค่อยๆ วางจอกชาลง ก่อนจะกล่าวออกด้วยเสียงเนิบๆ ให้ความรู้สึกไม่สนใจสิ่งใด
รอเพียงครู่หนึ่งชายชุดดำทั้งตัวก็เข้ามา
“ยินดีที่ได้พบท่านหวงซื่อ ข้าเป็นหัวหน้ากลุ่มที่รับหน้าที่มาตรวจสอบข้อมูลล่วงหน้า” ชายชุดดำประสานมือไว้ด้านหน้าก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อย
“พูดต่อไป” ชายวัยกลางคนปรายตามองอีกฝ่ายเล็กน้อยก่อนจะพูดให้อีกฝ่ายว่าต่อไปได้
“ขอรับ จากการสืบข้อมูลจากหลายฝ่าย ไม่พบความเชื่อมโยงของตระกูลพีไรซ์กับตระกูลภายในเมืองขนาดใหญ่ ดูอย่างไรก็เป็นเพียงตระกูลเล็กๆ ที่ชอบเก็บตัวเงียบไม่ค่อยสุงสิงกับใครมากนัก” ชายชุดดำหยุดไปชั่วครู่ก่อนจะพูดต่อ
“แต่มีเรื่องแปลกๆ หลายอย่างเกี่ยวกับตระกูลพีไรซ์ เดิมทีตระกูลพีไรซ์มีธุรกิจหลักคือการค้าสมุนไพร ต่อมาเหมือนว่าคนในตระกูลจะคิดค้นสูตรสำหรับสร้างโพชั่นรักษาขึ้นมาได้ แต่อยู่ในรูปแบบของเม็ดยาขนาดเล็ก จุดขายนี้จึงสร้างกำไรให้ตระกูลพีไรซ์เป็นกอบเป็นกำ และตอนนี้กำลังขยายกิจการไปยังเมืองขนาดกลางหลายแห่ง”
“เรื่องแปลกอีกอย่างหนึ่งคือเมื่อประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อน กลุ่มของข้าที่วางแผนจะลอบเข้าไปตรวจสอบภายในตระกูลก็พบความผันผวนของชั้นพลังงานด้านนอกตระกูลพีไรซ์ เมื่อเข้าไปตรวจสอบใกล้ๆ พบว่ามันเป็นสนามพลังขนาดใหญ่ที่ขวางกั้นตระกูลพีไรซ์ออกจากโลกภายนอก ทำให้แผนการสำรวจของพวกเราล้มเหลว”
ชายชุดดำรีบบอกเล่าเรื่องทั้งหมดที่เขาสืบทราบมาให้ชายที่นั่งอยู่ฟัง
“โอ้? ม่านพลังงานรอบเขตตระกูล?” ชายวัยกลางคนทำหน้าตกใจขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเรื่องราวจากปากของชายชุดดำ โดยเฉพาะเรื่องสุดท้าย เรื่องนี้แปลกอย่างที่ชายชุดดำพูดจริงๆ
“ขอรับ หน่วยของพวกเราลองตรวจสอบแล้วพบว่ามันสามารถคัดกรองผู้คนที่เข้าออกได้ ผู้เชี่ยวชาญในหน่วยของพวกเรายังวิเคราะห์อีกว่าม่านพลังนี้ค่อนข้างทรงพลัง หากฝืนใช้กำลังทำลาย แม้เป็นอเวกระดับห้าก็ไม่สามารถทำลายได้” ชายชุดดำรีบอธิบายเพิ่มเติมทันทีที่ได้ยินความสงสัยในน้ำเสียงของชายวัยกลางคนชุดทอง
เมื่อได้รับฟัง ชายวัยกลางคนชุดสีทองอร่ามก็นั่งนิ่ง เหมือนกำลังคิดเรื่องอะไรบางอย่างอยู่นาน
ทั้งห้องเงียบ ชายในชุดดำยังยืนอยู่ที่เดิมโดยไม่ได้ปริปากพูดอะไรออกมา
เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ ในที่สุดชายวัยกลางคนก็ยกจอกชาขึ้นมาจิบก่อนจะวางกลับไปที่เดิม
“เข้าใจแล้ว เจ้าออกไปได้ แล้วก็ให้หน่วยของเจ้ากลับไปที่ตระกูลทันที หลังจากข้าออกจากเมืองนี้ จะไม่มีตระกูลพีไรซ์เหลืออยู่อีกต่อไป” ชายวัยกลางคนชุดทองเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่ง
อย่างน้อยตระกูลพีไรซ์ก็ไม่ได้มีการร่วมมือกับกองกำลังภายในเมืองขนาดใหญ่อย่างเปิดเผย ส่วนเรื่องความแปลกประหลาดที่เกิดขึ้น เขาจะเป็นผู้ค้นหาความลับนั้นเอง
จากนั้นตระกูลเล็กๆ ที่ไร้ค่าก็จะถูกกลุ่มตระกูลหวงหลงของเขาบดขยี้ เมื่อเสร็จงานเขาจะได้รีบๆ กลับไปที่ตระกูลเสียที ยังมีงานอีกมากมายรอให้เขาสะสาง
“ขอรับ” ชายในชุดดำ ประสานมือคารวะก่อนจะออกจากห้องรับรองไป
หลังจากชายชุดดำออกไป ชายชุดทองก็เคาะโต๊ะสองครั้ง
“มีอะไรให้รับใช้หรือขอรับ?” ข้ารับใช้ในชุดสีน้ำตาลเดินก้มหัวมาหยุดอยู่ที่ด้านข้างของชายวัยกลางคนชุดทอง
“ไปเรียกสมาชิกทุกคนมารวมตัวที่ลานด้านหน้า บอกไปว่าพวกเราจะจัดการเรื่องราวให้เสร็จสิ้นในวันนี้เลย ถ้าเรื่องจบไว เราจะได้เดินทางกลับทันที” ชายวัยกลางคนกล่าวออกด้วยสีหน้าเฉยเมย ไม่ได้หันไปมองข้ารับใช้ที่ยืนอยู่ด้านข้างด้วยซ้ำ
“ขอรับท่านหวงซื่อ” ข้ารับใช้กำลังจะเดินออกไป แต่ก็ต้องหยุดฝีเท้าเอาไว้ก่อน เพราะมีเสียงของเจ้านายตามหลังมา
“อ้อ แล้วอย่าลืมไปบอกเจ้าเมืองของที่นี่ด้วยว่าข้าต้องการพบ อยากได้ผู้นำทางเสียหน่อย” ชายในชุดทองเหมือนคิดบางอย่างได้เพิ่มจึงถ่ายทอดคำสั่งต่อไปในทันที
“ขอรับ”
ร่างในชุดสีน้ำตาลรีบหันกลับมาประสานมือแล้วก้มหัวรับคำสั่งอีกครั้งด้วยความนอบน้อม ก่อนจะเดินออกจากห้องรับรองไป
…
…
…
ก่อนหน้านี้ไม่นาน เจ้าเมืองปากัสถูกเรียกตัวจากข้ารับใช้ตระกูลหวงหลง เขาก็รีบย้ายก้นของตนออกมาหาหวงซื่อทันที
เมื่อมาถึงก็ทราบว่าอีกฝ่ายต้องการให้เขาเป็นผู้นำทางไปหาตระกูลพีไรซ์
'ตระกูลพีไรซ์? ตระกูลพีไรซ์อีกแล้ว ทำไมช่วงนี้ข้าถึงได้ข่าวเกี่ยวกับตระกูลพีไรซ์เยอะนัก' เจ้าเมืองปากัสได้ยินก็รู้สึกแปลกใจที่อีกฝ่ายต้องการมาหาตระกูลพีไรซ์ ไม่แน่ใจจริงๆ ว่ามาด้วยจุดประสงค์ใด
บางทีอาจเป็นการร่วมมือกันทางธุรกิจ......แต่การร่วมมือทางธุรกิจต้องส่งชั้นแนวหน้าของตระกูลมามากมายขนาดนี้เชียวหรือ? อาจจะเป็นธุรกิจใหญ่?
มองไปหน้าลานก็พบว่าสมาชิกตระกูลหวงหลงทุกคนที่เดินทางมา ได้เตรียมพร้อมรออยู่ก่อนแล้ว จากสัมผัสที่รับรู้ได้ ก็พบว่ามีอเวกระดับเจ็ดสองคน และระดับหกอีกเก้าคน ไม่มีใครสักคนที่พยายามปกปิดพลัง
จะมีก็แต่หัวหน้ากลุ่ม หวงซื่อ ที่ฮานไม่สามารถสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายอยู่ในระดับไหน แต่ถ้าจะให้คาดเดาก็คงเป็นอเวกระดับแปดเทียบเท่ากับตัวของเขาเอง
หวงซื่อต้องการให้เขานำทางไปในทันที ทั้งยังบอกว่าเพียงแค่นำทางเล็กน้อย ไม่จำเป็นต้องทำอะไรให้มันยุ่งยาก ให้ออกเดินทางกันเดี๋ยวนั้นเลย
เจ้าเมืองปากัสรู้สึกไม่สบายใจแปลกๆ แต่ก็ไม่กล้าขัดคำพูดของอีกฝ่าย ต่อหน้าตระกูลจากเมืองขนาดใหญ่ แม้ศักดิ์ศรีความเป็นอเวกจะเท่ากัน แต่พลังอำนาจและความแข็งแกร่งนั้นเป็นคนละเรื่อง เขาไม่สามารถยั่วยุอีกฝ่ายได้จริงๆ
ก่อนจะพากลุ่มคนตรงหน้าไป ฮานจึงออกคำสั่งให้รองเจ้าเมืองส่งทหารติดตามไปด้วยจำนวนหนึ่งเพื่อดูแลความเรียบร้อย
ยิ่งเขาคิดมากเท่าไหร่ ความรู้สึกไม่ดีก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
ฮานนำทางพวกเขาด้วยรถยนต์ประจำตัว ขับนำขบวนรถเทียมสัตว์อสูร ลงใต้ไปหาตระกูลพีไรซ์
ทหารประจำเมืองกรุยทางมาโดยตลอด ทำให้เส้นทางค่อนข้างราบรื่น ชาวบ้านชาวเมืองสองข้างทางจ้องมองมาด้วยดวงตาที่ดูแปลกใจ น้อยครั้งที่จะเห็นรถเทียมสัตว์อสูรวิ่งอยู่ภายในตัวเมือง และแทบไม่มีครั้งไหนเลยที่ขวบนรถจะดูโอ่อ่า ดูทรงอำนาจมากเท่าครั้งนี้
รถเคลื่อนตัวไม่นานก็มาถึงหน้าเขตตระกูลพีไรซ์
“ด้านหน้านี้คือตระกูลพีไรซ์ขอรับ” ฮาน อีลีนัส เจ้าเมืองปากัสลงมาจากรถประจำตำแหน่งก่อนจะแนะนำให้คนภายในขบวนรถทราบ