ตอนที่ 128 ปลดปล่อย
ฉั้วววว
+500 Exp
+5000 Exp
+ 5000 Exp
เมื่อเห็นว่าแผ่นค่าประสบการณ์ x5 มันยังใช้ได้ ริวจิเขาปิดเสียงแจ้งเตือนของ Exp ไป
ฉั้วววว
ฉั้วววว
ซอมบี้ที่อยู่ในรัศมี 2 เมตรรอบตัวของริวจิได้ตายลงทันที เมื่อเขาเหวี่ยงดาบออกไปรอบตัวของเขา 1 ครั้ง ซอมบี้ 8 ตัวทั่วทิศทางรอบตัวของเขาก็ได้ขาดออกเป็นสองท่อนทันที แผ่นค่าประสบการณ์ x5 มันช่วยเขาได้มาก เพราะเหมือนกับเขาขยายรัศมีของดาบของเขาเพิ่มเป็น 5 เท่า จาก 2 เมตร กลายเป็น 10 เมตร โดยทันที แต่ปริมาณของซอมบี้นั้นยังเท่าเดิม
[ เร็ว เร็วเข้า ต้องเร็วกว่านี้ ]
ริวจิเพิ่มความเร็วของการฟันเพิ่มขึ้นไปอีกพร้อมกับเริ่มเคลื่อนที่หาซอมบี้ที่อยู่บริเวณใกล้ๆ เพราะไม่อย่างงั้น กว่าที่ซอมบี้มันจะเข้ามาในรัศมีการโจมตีของเขา มันจะทำให้เขาเสียเวลาที่ล้ำค่าไปโดยเปล่าประโยชน์แน่
ฉิ๊ง
ฉิ๊ง
ฉิ๊ง
ภายใน Black Market
หลังจากอายูและแคทเทอรีนน่าได้ Shopping กันเสร็จแล้วนั้น เวลามันก็ได้ล่วงเลยมาเกือบ 2 ชั่วโมงเสียแล้ว ทำให้พวกเธอต้องลงมาที่ชั้นที่ 1
[ Jack นี่ครบเวลา 24 ชั่วโมงแล้วนะ ]
Jack ที่นั่งรอคอยด้วยใบหน้าที่ดูมีความหวังนั้น เขาหวังมาจะมีใครมาสักคน แต่กลับตอนนี้มันกลับไม่มีใครโผล่หน้าออกมาจากประตูบานสีดำเลยแม้แต่คนเดียว
[ เข้าใจแล้วครับ คุณแคทเทอรีนน่า ]
จากนั้นพวก Jack และอีก 2 คนที่เหลือก็ต่างเก็บสัมภาระของตัวเอง ในระหว่างนั้นอายูก็ได้เปิดปากถามแคทเทอรีนน่า
[ เธอจะไปแล้วเหรอ ]
แคทเทอรีนน่านหยักหน้า
[ ใช่ฉันจะพาJack ไปเยี่ยมโจเซฟ ]
[ อ๋องั้นเหรอ ]
[ ใช่แล้วละ หลังจากแจ็กเขาได้รอพวกที่อพยพมาเป็นเวลา 24 ชั่วโมงแล้ว และตอนนี้มันครบเวลาแล้ว ]
ประโยคที่แคทเทอรีนน่าพูดออกมานั้น มันทำให้อายูชุดคิดขึ้นเมื่อพูดถึงเรื่องเวลา
[ อ๋อฉันลืมบอกเธอไปนะว่า เวลาข้างในนี้มันเร็วกว่าข้างนอกถึง 6 เท่า ]
มันทำให้แคทเทอรีนน่าอึ้งไปเลย หลังจากได้ยินประโยคที่ออกมาจากปากอายู
แอ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด
เสียงของประตูสีดำมันก็ได้ดังขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน และมันทำให้ทั้ง 5 คนนั้นได้หันหน้าของพวกเขา Focus ไปที่มันทันที
เมื่อประตูมันได้เปิดออกจนสุดแล้วนั้น มันก็ได้ปรากฏร่างของชาย 5 คน ได้แก่ เซบัสเตียน , Marcus , บรอน , Jess , Root สภาพของพวกเขาไม่ต่างอะไรที่พึ่งผ่านสงครามมา คราบเลือดมันได้ชโลมเต็มไปทั่วทั้งร่างกายของพวกเขา จนแยกไม่ออกว่ามันคือเลือดของพวกเขาหรือมันคือเลือดของซอมบี้กันแน่
ซึ่งเมื่อ Marcus ได้สังเกตเห็นพวก Jack ถือกระเป๋าเหมือนกำลังว่ากำลังจะออกเดินทางในเวลาไม่กี่นาทีข้างหน้า ทำให้เขาปี๊ดแตกขึ้นมาทันที
[ นี่แกบอกว่าจะรอพวกเรา 24 ชั่วโมง แต่ว่านี่พึ่งผ่านมา 4 ชั่วโมง มันน่าขำสิ้นดี ]
เสียงที่ดังก้องไปทั่วของ Marcus นั้นมันไปถึงหูของแคทเทอรีนน่า และมันก็เป็นเครื่องยืนยันในคำพูดของอายูเมื่อครู่ได้เป็นอย่างดี
Jack เขาไม่เข้าใจในสิ่งที่ Marcus สื่อ ทำให้เขาทำหน้างง เพราะตัวเขาเองคิดว่าเขาก็รออยู่ที่นี่ประมาณ 24 ชั่วโมง ซึ่งมันไม่ใช่ 4 ชั่วโมงแน่ๆ เขาไม่มีทางคาดการผิดพลาดไปมากขนาดนั้นแน่
" นายพูดถึงเรื่องอะไร ฉันไม่เข้าใจ "
ทำให้ Marcus รู้สึกว่า Jackนั้น ช่างโกหกหน้าตายสะไม่มี เขากำลังจะตะโกนด่าทอ Jack กลับไป แต่กลิ่นหอมหวนมันก็ไปตีเข้าไปที่จมูกของเขาเสียก่อน ซึ่งอีกทั้ง 4 คน ก็ต่างรู้สึกได้เช่นเดียวกัน
[ พระเจ้า ]
พวกเขาไม่มีรอรีบพุ่งเข้าหาอาหารทันที แต่เมื่อมือพวกเขาไปสัมผัสกับพวกมันแล้วนั้น มันก็เกิดเหตุการณ์เดียวกันกับดอนนี่ที่เคยประสบพบเจอมันเมื่อคราวก่อน
[ บ้าเอ้ย นี่มันแค่ภาพโฮโลแกรม ]
จากนั้น Marcus ก็เตรียมที่จะหันมาต่อว่า Jackต่อในทันที มันแสดงออกทางสีหน้าเขาอย่างชัดเจน ว่าเขากำลังโกรธและโมโหสุดๆ
แต่ดอนนี่ก็ได้พูดสยบกลบทุกเสียงในขณะนั้น
[ ฉันถามจริงๆนะ ถ้าJack ไม่เป็นคนออกไปติดต่อทางวิทยุ พวกนายแต่ละคนจะยังมีที่ซุกหัวอยู่มั้ย ]
"หน๊อยยยย ปากดีนักนะ "
Marcus กำลังจะเข้ามาเพื่อหวังจะชกไปที่ดอนนี่ แต่เซบัสเตียนก็ได้หยุดเอาไว้
[ Hah ha ก็เป็นอย่างที่พวกนายพูดจริงๆนั่นแหละ พวกเรารอดมาได้ก็เพราะ Jack เป็นคนช่วยเอาไว้ ]
[ คุณเซบัสเตียน !! ]
[ เงียบ !!!!]
และตอนนั้นสายตาของเขาก็สังเกตเห็นอายูที่ยืนอยู่ข้างๆ แคทเทอรีนน่า
[ ผู้หญิงคนเป็นใครอย่างงั้นเหรอ ]
Jack ลูน่า และดอนนี่ พวกเขาไม่รู้จะตอบว่ายังไง เพราะคนที่รู้ก็มีเพียงแค่ แคทเทอรีนน่าเท่านั้น ทำให้มันไม่มีเสียงตอบกลับมาเลยแม้แต่น้อย
[ โอเค ไม่เป็นไร พวกเธอไม่ตอบก็ไม่เป็นไร ]
[ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่อยากจะคิดว่า แคทเทอรีนน่าก็มีเพื่อนกับเขาด้วย ]
Jess เขาได้หัวเราะขึ้นมาด้วยบุคลิกส่วนตัวของเขา
[ เลิกพูดเสียดสีกันสักทีเถอะครับ ตอนนี้พวกคุณก็บาดเจ็บกันมา พักกันก่อนเถอะ ]
[ OK แจ็ก แต่นายพอมีอาหารให้พวกเราบ้างมั้ย พวกเราต้องโยนมันทิ้งไปบางส่วนเพื่อไม่ให้มันเป็นภาระของพวกเรา ในตอนที่เดินทางมาที่นี่ ]
พูดจบแจ็กเขาลังเลเล็กน้อย ก่อนที่จะหยิบเนื้อ 2 Coin ที่เหลือออกมา จากกระเป๋าของเขา
[ ตอนนี้ผมมีแค่นี้ ช่วยแบ่งให้เท่าๆ กันด้วยนะครับ ]
ตาของเซบัสเตียนรวมถึงคนอื่นๆ นั้น มันลุกวาวขึ้นมาทันที พร้อมกับหยิบเนื้อจากมือของเด็กหนุ่มอย่างรวดเร็ว
ฟับ
พร้อมกับแบ่งสัดส่วนอย่างรวดเร็ว และพวกเขาก็เริ่มกัดกินเนื้อกันอย่างรวดเร็ว ในระยะไม่ถึง 10 วินาที เนื้อก้อนใหญ่มันก็ได้สูญสลายไปเพียงไม่ถึงอึดใจเดียวซ้ำ
มันทำให้ดอนนี่นั้น อดกำหมัดไม่ได้ ที่เห็นความใจดีของ Jack แต่เขาก็พูดอะไรไม่ได้นัก เพราะนี่มันเป็นตัวตนของเขา ความรักที่เขามีให้ต่อพวกพ้องนั้น มันสูงมาก
แคทเทอรีนน่าเธอยืนมองอยู่ไกลๆ เธอได้อธิบายให้อายูได้ฟัง
[ คนพวกนี้ก็คือคนที่อยู่ในค่ายของ USA ]
อายูพยักหน้าด้วยความเข้าใจ และจ้องไปที่ใบหน้าของ Jack ที่กำลังเดินกลับมาหาพวกเขา
[ เหมือนกันจริงๆ เลยนะ ]
คำพูดนี้มันได้หลุดออกมาจากปากของอายู ทำให้แคทเทอรีนน่าอดยิ้มไม่ได้
[ อืม เหมือนกันจริงๆนั่นแหละ ]
หลังจากนั้น Jack เขาก็ได้พูดคุยกับพวกเซบัสเตียนไปสักพัก และพบว่า พวกเขาลากซอมบี้มาเป็นจำนวณมาก และพวกมันก็ต่างรอกันอยู่หน้าประตู ทำให้ Jack เข้าไปพูดคุยกันแคทเทอรีนน่า ในส่วนของเรื่องนี้ ในตอนแรกแคทเทอรีนน่าก็ยังไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ แต่เมื่อคิดถึงริวจิว่าริวจิจะกลับมาที่นี่ภายในระยะเวลา 7 วัน ซึ่งเธอไม่สามารถเดินทางจาก USA มาถึง ญี่ปุ่น ซึ่งมีความห่างเป็นระยะเกือบ 14,000 กิโลเมตร ได้ภายในระยะ 7 วันได้อย่างแน่นอน ถึงจะมีเฮลิคอปเตอร์ก็เถอะ แต่ตอนนี้พวกเธอต้องใช้การเดินทางแบบเรือแทน ซึ่งยังไม่มีอะไรมารับประกันว่า มันจะยังมีเหลือเรือที่ยังใช้การได้อยู่รึเปล่า สุดท้ายแคทเทอรีนน่าก็ตัดสินใจที่จะรออีก 7 วัน แต่เธอก็ลืมคิดไปว่าเวลาในโลกความเป็นจริงกับเวลาใน Black Market นั้นมันแตกต่างกัน
1 วันต่อมาในเวลาโลกความเป็นจริง
ริวจิเขายังฆ่าฟันซอมบี้อย่างต่อเนื่องและไม่มีทีท่าว่า เขาจะหยุดพักอยู่หยุดเหวี่ยงดาบของเขาแต่อย่างใด ในระยะเวลาที่ผ่านมานั้นเขาสังหารซอมบี้เกราะไปถึง 17 ตัว ซึ่งมันให้ Expกับเขาถึง 85 ล้าน Exp ซึ่งปกตินั้นเขาจะได้แค่ 17 ล้านเท่านั้น ซึ่งมันบ้ามากๆ ที่เขาจัดการซอมบี้เกราะภายในระยะเวลาแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น แถมยังไม่ได้ใช้สกิลขั้น 4 เลยด้วยซ้ำ หลังจากหมดเวลาของแผ่นค่าประสบการณ์ x5 แล้วนั้น ริวจิก็ใช้แผ่นค่าประสบการณ์ x2 ติดต่อกัน 3 แผ่น ซึ่งระยะเวลารวมกันก็คือ 3 ชั่วโมง มันอาจจะไม่มีประสิทธิภาพเท่ากับ แผ่นค่าประสบการณ์ x5 แต่มันก็ช่วยให้เขาเพิ่ม Exp จากการฆ่าซอมบี้เพิ่มเป็น 2 เท่า
Gate ซอมบี้ที่ปรากฏออกมาที่เกาหลีนั้น ก็มีจำนวณเท่ากับญี่ปุ่นเป๊ะๆ ในด้านของซอมบี้เกราะ ดังนั้นแล้ว มันมีซอมบี้ G3 อยู่ประมาณ 170000 ตัว โดยนับแค่ 17 Gateที่เป็น Gate ระดับ D เท่านั้น และแถมแต่ละตัวก็ให้ Exp 1000 และถ้าริวจิสามารถจัดการซอมบี้ G3 ได้ภายในระยะเวลา 1 ชั่วโมง เขาจะได้รับ Exp มากถึง 850 ล้าน Exp แค่ซอมบี้ G3 เพรียวๆ
และในตอนนั้นเอง เด็กหนุ่มได้กวัดแกว่งดาบของเขาไปทั่วบริเวณรอบตัวของเขา
ฉั้ววววว
Level up
ริวจิยังไม่คิดอะไร แต่จังหวะนั้น มันก็ได้ยินเสียงของระบบดังขึ้นในวินาทีต่อมา
[ ติ๊ง ]
[ ผู้เล่นผ่านเงื่อนไขที่สามารถเลื่อนระดับเป็นขั้นที่ 4 เสร็จสิ้น ]
[ ผู้เล่นต้องการเลื่อนระดับตอนนี้หรือไม่ ]
[ ใช่ ] [ ไม่ ]
ริวจิเมื่อได้ยินเสียงระบบแจ้งเตือนแล้วนั้น มันเป็นเสียงที่เขาอยากได้ยินมาตลอด และเมื่อเขาได้ฟังมันเข้าจริงๆ แล้วนั้น เขากลับทำตัวไม่ถูกในตอนแรกสะงั้น
ก่อนที่จะรู้สึกตัวเมื่อซอมบี้มันได้เข้ามาใกล้จนจะถึงตัวของเขาอยู่แล้ว
ฉั๊ววว
ริวจิสะบัดดาบไปฟันไปที่คอของซอมบี้โดยทันที และเขาไม่รีรอ
ฟึบบบบ
ริวจิรีบกระโดดออกจากดงซอมบี้โดยทันที ในจังหวะที่เด็กหนุ่มกำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศอยู่นั้น
[ เอ้ออออ !!! ]
เด็กหนุ่มไม่รีรอ มุ่งหน้าไปที่ประตู TLP ทันที และเมื่อมารู้ตัวอีกที เขารู้สึกได้ว่าเขายังไม่ตอบคำถามของระบบ แต่ยังไงริวจิก็เลือกที่จะกดปฏิเสธทันที
ภายใน Black Market
มันผ่านมาได้ 6 วันแล้วหลังจากวันที่พวกเขาทั้ง 9 คน ได้ใช้ชีวิตร่วมกันอยู่ชั้นที่ 1 ของที่นี่ ส่วนอายูนั้นเธอพักผ่อนที่ค่าย และหลังจากเสร็จธุระหรือเคลีย Gate ที่สามารถจัดการได้โดยง่ายเสร็จแล้วนั้น เธอก็จะแวะมาหาแคทเทอรีนน่าเป็นครั้งคราว ในเรื่องของอาหารนั้น แคทเทอรีนน่าสามารถซื้อกินได้โดยเงินที่ได้รับมาจากริวจิ และมาจากอายูบางส่วนที่เหลือจากที่ริวจิให้เอาไว้ก่อนที่เขาจะไป เธอไม่สามารถให้ Coin กับแคทเทอรีนน่าทีละเยอะๆ ได้ เพราะส่วนหนึ่งเธอต้องเก็บรวบรวมเอาไว้ในส่วนกลาง ให้ริวจิเป็นคนจัดการ เพราะในการซื้อวัตถุดิบต่างๆ หรือทั้งหมดทั้งมวล ริวจิก็เป็นคนจัดแจง รวมถึง ริวจิเขาเป็นคนจัดการซอมบี้ส่วนมาก มันไม่ได้ทำให้อายูน้อยอกน้อยใจเลยแม้แต่น้อย เพราะเธอไม่ได้ลำบากอะไร ชุดที่เธอใส่มันก็ดูดีมีรสนิยม ลิปสติก รวมถึงเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ มันล้วนแล้วมาจากริวจิทั้งนั้น เธอมีทุกอย่างที่คนอื่นอยากมี และเธอไม่จำเป็นต้องไปโอ้อวดใคร พวกเขาสามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าด้วยการสังเกตรูปลักษณ์ภายนอกของเธอได้
แต่ถึงแบบนั้น แคทเทอรีนน่า ก็ไม่ได้แบ่งอาหารให้พวกเซบัสเตียนเลยแม้แต่น้อย พวกเขาได้อาหารที่ Jack แบ่งให้เท่านั้น ซึ่งมันไม่พอสำหรับคนที่มองดูคนอื่นกินอาหารที่ดูเอร็ดอร่อยต่อหน้าต่อตาพวกเขา มันทำให้เกิดความรู้สึกคับแค้นใจเกิดขึ้นภายในตัวของพวกเขา
ตอนที่ 129 ไบรอัน
คนที่หิวโหยนั้น พวกเขาย่อมทำได้ทุกอย่าง และอารมณ์ก็จะไม่เหมือนเดิม จากคนที่ดูใจเย็นอาจจะเปลี่ยนไปเป็นอีกคนเลยก็เป็นได้ Marcus เป็นคนที่มีอาการรุนแรงที่สุด ยิ่งรวมกับเสื้อผ้าที่ขาดหลุดลุ่ยแล้วนั้น มันยิ่งดูโทรมเข้าไปใหญ่ ซึ่งในวันแรกๆ นั้นเซบัสเตียนก็ไปห้ามพวกเขาเอาไว้ก่อนแล้ว เขายังลังเลว่าในการเอาชนะแคทเทอรีนน่า และแถมพวกเขาก็ยังขาดสารอาหารซึ่งแตกต่างจากพวกเธอ แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไป เขาก็ถูกกลืนเข้าไปในที่สุด
แต่พวกเขาไม่ขี้ขลาดพอที่จะใช้วิธีลอบฆ่าตอนที่อีกฝ่ายนอนหลับ เอาจริงๆคือทำไม่ได้ เพราะแคทเทอรีนน่าเธอไม่ได้ไว้ใจพวกเขาแม้แต่น้อย เธอยังแบ่งกะเฝ้ายามกับทั้ง 3 คนละประมาณ 6 ชั่วโมงตามเดิม
และเมื่อถึงเวลาทำการ พวกเขาวางแผนไว้ว่าพวกเขาจะทำการโจมตีในตอนที่ดอนนี่เป็นคนเฝ้ายาม เพราะดูแล้วว่าดอนนี่นั้นน่าจะแข็งแกร่งน้อยที่สุดแล้วในบรรดาทั้ง 4 คนนั้น และถ้าพวกเขาทั้ง 5 คนรวมพลังกัน มันย่อมใช้เวลาไม่ถึงอึดใจอย่างแน่นอน และเมื่อถึงตอนนั้นพวกเขาก็จะอยู่ในสถานการณ์ที่ได้เปรียบมาก ซึ่งมันเป็นการต่อสู้แบบ 5-3ถ้าพวกเขาชิงอาหารมาได้แล้วใช้เวลาฟื้นฟูเล็กน้อย พวกเขาก็น่าจะเอาชนะพวกเขาทั้ง 3 คนได้ และเมื่อพวกเขาฆ่าทั้ง 4 คนตายหมดแล้วนั้น เมื่อถึงเวลาที่อายูเข้ามาข้างในนี้พวกเขาก็วางแผนที่จะปิดปากเธอโดยทันที นี้ก็แผนการที่พวกเขาได้ Set เอาไว้ทั้งหมด
คิดได้ดังนั้นแล้ว เมื่อถึงเวลาที่ดอนนี่เข้ากะ บรอนเขาเข้าไปหาดอนนี่ทันที
[ เฮ้ดอนนี่ ]
ดอนนี่ก็พูดตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงปกติตามมารยาท อย่างน้อยพวกเขาก็เคยอยู่กินกันมานานเกือบ 6 เดือน
[ ว่าไงบรอน ]
บรอนก็ยิ้มตอบรับตามปกติและค่อยๆ เดินเข้าไปมาดอนนี่เรื่อยๆ
[ ดอน นายพอจะมีอาหารบ้างมั้ย ฉันหิวจนไม่ไหวแล้ววะ พวกนั้นแย่งอาหารฉันไปหมด ฉันยังไม่ได้กินอะไรเลย ]
พวกเขาทั้ง 5 คนนั้น ไม่ได้นอนอยู่กลางถนน พวกเขาไปหลบอยู่ข้างในร้านชุดเกราะ ทำให้มันเป็นการยากไม่น้อยที่จะมองเห็นพวกเขาทุกซอกทุกมุม แต่มันก็ตงิดใจเขาไม่น้อยที่ บรอนบอกว่าไม่ถูกแบ่งอาหารให้ เพราะถ้าเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นจริง ถ้าเขาเป็นบรอน เขาคงจะโวยวายแน่
แต่ก่อนที่เขาจะรู้สึกตัว
[ Chain Lock ]
โซ่สีเงินและรวมถึงเงาที่แตกแขนงออกเป็นหลายเส้นนั้น มันได้เข้ามัดตัวเขาเรียบร้อยแล้ว และตอนนี้ดอนนี่เขาไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้แล้ว ถึงเขาจะใช้ Shadow Step แต่มันก็ไม่สามารถหลุดออกจากโซ่ของบรอนได้
บรอนได้หัวเราะออกมาเบาๆ
[ ดอน นายจะโทษฉันไม่ได้นะ แกเลือกข้างผิดเอง ]
[ มั่วพล่ามอะไรอยู่ละเจ้ายัก ]
Jess เขาถือเคียวของเขาวิ่งเขามาจากด้านหลังของบรอน
[ รีบๆ จัดการให้จบเถอะ Jess ]
มาคัสที่วิ่งมาเคียงคู่กับ Jess นั้นเขาได้จับดาบเอาไว้แน่น พร้อมกับวิ่งไปทางที่ดอนนี่ถูกมัดโซ่เอาไว้
ตึก
ตึก
ตึก
เมื่อทั้ง 2 กำลังจะวิ่งไปถึงระยะการฟันของทั้ง 2 นั้น บรอนเขาก็ปลดโซ่ของเขาออกโดยทันที
ครืดดดดดดดดดดดดดด
ดอนนี่ที่รู้สึกตัวแล้วว่า พวกนี้ต้องการทำอะไร และพวกมันรวมหัวกัน แต่เมื่อเขาลืมตาขึ้นมานั้น Marcus และ Jess ทั้ง 2 ก็มาถึงระยะการฟันของพวกเขา และได้ง้างดาบและเคียวของพวกเขาเตรียมที่จะฟันเรียบร้อยแล้ว เขารีบหลับตาลงไปทันที เมื่อรู้ว่าตนกำลังจะตายด้วยฝีมือของพวกพ้อง
ฟึบ
เคร๊งงงงงงง
ครืดดดดดดดดดด
เสียงของเหล็กปะทะกันดังขึ้น ดอนนี่ที่กำลังหลับตาอยู่นั้น เมื่อรู้ว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่เขารีบลืมตาขึ้นทันที และภาพที่ปรากฏขึ้นนั้นมันก็คือ แคทเทอรีนน่า กำลังยืนถือดาบสีขาว และ Marcus และ Jess นั้นพวกเขาถูกดันให้กลับไปทางด้านหลัง
[ ในที่สุดก็เผยธาตุแท้ออกมาจนได้นะ ]
แผนการของพวกเขาได้พังลง และมันยังไม่เริ่มไปถึงไหนเลยด้วยซ้ำ
เสียงปะทะที่ดังอยู่ชั่วครู่นั้น มันได้ดังไปปลุก Jack และ ลูน่าที่กำลังหลับอยู่นั้นตื่นขึ้น ส่วนดอนนี่นั้นเขาไม่มีเวลาพูดขอบคุณแคทเทอรีนน่าด้วยซ้ำ การโจมตีชุดต่อไปมันก็มาโดยทันที
[ ช่วยไม่ได้นะ งั้นเราก็ลุยกันซึ่งๆหน้านี้แหละ ]
[Solar Burst]
ฟู้มมมมมมมมมมมมมมม
เหตุการณ์มันเกิดขึ้นไวมาก แต่ดอนนี่ก็ไวพอที่จะใช้ Shadow Step และหลบออกไปทางด้านข้าง และอีกทั้ง 3 คนก็เช่นกัน
[ หูวววว ไวเหมือนกันนี่ แต่เมื่อครู่นี้แค่ 20 % เองนะ ]
Jack ที่พึ่งหลบการโจมตีเมื่อครู่นี้มาได้นั้น เขาเดินออกจากร้านค้าที่กำลังโดนไฟลุก
[ ทำไมพวกนายถึงทำอย่างงี้ ]
Jack รู้สึกผิดหวังในตัวพวกเขาเป็นอย่างมาก เขาทั้งแบ่งอาหาร ช่วยพวกเขาทุกอย่าง แต่ตอนนี้เขากลับจะโดนพวกเดียวกันฆ่าสะอย่างงั้น
[ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เป็นคำถามที่โง่มาก ]
Jess ได้ตอบสวนขึ้นมาทันที
[ Jack คุยกับพวกนี้ไปก็เสียเวลาเปล่า ]
ดอนนี่เขาเป็นเพื่อนสนิท Jack เขารู้ดีว่าแจ็กรู้สึกยังไง แต่ตอนนี้เขาพึ่งผ่านการโดนฆ่ามาหยกๆ ทำให้ความรู้สึกแบบ Jack นั้นมันไม่มีเหลืออยู่ในหัวของดอนแล้วตอนนี้
แต่ไม่ใช่แค่พวกเขาที่ต้องการทำให้มันจบๆ ไป พวก Marcus เองก็เช่นกัน
Jess เขาไม่รีรออีกต่อไป เขาพุ่งไปด้านหน้าด้วยสีหน้าที่บ้าคลั่ง
ฟึบ
ฟึบ
เคร๊งง
เคียวของเขาได้ปะทะกับดาบของแคทเทอรีนน่าเข้าอย่างจัง มันเป็นการโจมตีธรรมดาๆด้วยซ้ำ แต่มันก็ทำให้เกิดลมได้ ทำให้ดอนนี่ที่ยืนอยู่แถวๆ นั้นได้อุทานขึ้นมา
[ รุนแรงมาก ]
ลูน่าเมื่อเธอเห็นแคทเทอรีนน่ากำลังต่อสู้โดยลำพัง เธอไม่รีรอ เธอรีบพุ่งเข้าไปช่วยโดยทันที
ฟึบ
ฟึบ
เธอเหวี่ยงดาบไปที่ Jess โดยทันที โดยหวังที่จะรอบโจมตีโดยที่เขายังไม่รู้ตัว แต่ Marcus เขาก็ได้มาขวางเอาไว้เสียก่อน
เคร๊งงงง
[ ลูกคุณหนูแบบเธอ มีนิสัยชอบลอบกัดอย่างงั้นเหรอ ]
ลูน่ากัดปากและสวนกลับไปทันที
[ นายด่าตัวเองก็เป็นด้วยเหรอ Marcus ]
Marcus โมโหทันที และรีบดันดาบของลูน่ากลับไปโดยทันที
[ ปากดีนักนะ ]
และดอนนี่เมื่อเห็นบรอนกำลังจะจู่โจมแคทเทอรีนน่า เขารีบพุ่งเข้าไปขัดขวางโดยทันที
Jack เขามองภาพที่ปรากฏขึ้นอยู่ตรงหน้าแล้วนั้น น้ำใสๆ มันก็ค่อยๆ ไหลออกจากบริเวณดวงตาของเขา
" ทำไม ทำไม ทำไมพวกนายถึงทำแบบนี้ !!!!!!!! "
เสียงตะโกนดังลั่นขึ้นไปทั่วทั้งบริเวณ และมันทำให้แคทเทอรีนน่าที่กำลังต่อสู้กับ Jess นั้นได้เผยรอยยิ้มออกมา
[ เอาละ หมดเวลาของพวกนายแล้ว !!]
สาเหตุที่เธอยอมต่อสู้มาถึงจนถึงตอนนี้ มันก็เพราะว่าเธออยากให้ Jack ได้เห็นภาพนี้ มันอาจจะโหดร้ายไปหน่อย และทำร้ายจิตใจของเขา แต่เขาจะต้องผ่านมันไปให้ได้และอยู่กับมันต่อไป
[ Burst Mode ]
ออร่าสีทองได้ปรากฏขึ้นมาห่อหุ้มร่างของหญิงสาวเอาไว้
Jessที่กำลังต่อสู้กับเธออยู่นั้นได้ถอยออกไปโดยทันที และตัวของเขาก็ได้สั่นขึ้น เหมือนว่ากำลังกลัวอะไรเข้าสักอย่าง แต่มือของเขานั้นกำลังล้วงไปที่กระเป๋าและหยิบบางอย่างออกมามันคือผ้าโพกหัว
[ ไบรอัน !!!! ]
Marcus เขาได้เบิกตาโตขึ้นอีกครั้ง โดยไม่สนลูน่าที่กำลังต่อสู้อยู่ด้วยซ้ำ เหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นมาแล้ว ในตอนที่พวกเขาต่อสู้กับซอมบี้เกราะตอนที่อยู่ในค่าย
แคทเทอรีนน่าเธอไม่สนว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอต้องการที่จะจบการต่อสู้ให้เร็วที่สุด
[ ALL AGi ]
ฟึบบบ
เธอเคลื่อนที่เร็วมาก และเมื่อรู้สึกตัวอีกที เธอก็ได้ไปโผล่ตัวต่อหน้าของ Jess เสียแล้ว และเขายังไม่มีท่าทีที่จะมีปฏิกิริยาตอบสนองแต่อย่างใด
[ STR 70 % AGi 30 ]
แคทเทอรีนน่าเธอได้เปลี่ยนค่าสถานะของเธออีกครั้ง พร้อมกับเล็งฟันไปที่คอของ Jess ทันที
[ Mirage Zone ]
คุณสมบัติ : สามารถสร้างภาพลวงตาในระยะ 10 เมตร รอบตัวของผู้ใช้ แต่ค่าสถานะของผู้ใช้จะลดลง 70 %ตลอดเวลาใช้งาน
ระยะเวลา : 5 นาที
เงื่อนไขการเปิดใช้งาน : 30 % ของความแข็งแกร่ง
คูลดาวน์ : 8 ชั่วโมง
ฟึบบบ
Jess หลบการโจมตีของแคทเทอรีนน่าได้อย่างง่ายดาย อาจจะเป็นเพราะว่าเธอใช้ความเร็วแค่ 30 % ในตอนที่เธอฟันดาบออกไปก็เป็นได้ แต่การที่เขาตามความเร็วที่สุดจะ Shock 100 %ของค่าสถานะของทั้งหมดของเธอในตอนแรกได้ทันนั้น มันทำให้เธอตกใจไม่น้อยเลยทีเดียว เธอไม่รู้หรอกว่าชายที่อยู่ตรงหน้านั้นใช้วิธีอะไร แต่มันทำให้เธอไม่โจมตีซ้ำออกไปเป็นครั้งที่ 2
ครืดดดดด
[ ไม่เข้ามาแล้วเหรอ ]
บุคลิกของ Jess ตอนนี้มันไม่เหมือนเมื่อครู่แม้แต่สักนิดเดียว เขาเปลี่ยนไปราวกับกลายเป็นคนละคน
[ หุบปาก !!! ]
แคทเทอรีนน่าเธอเริ่มโมโห ที่โดน Jess แสดงท่าทีออกมาแบบนี้
คิดได้ดังนั้นแล้ว แคทเทอรีนน่ารีบเพิ่มการสลับให้เร็วขึ้น
[ALL AGi]
ซึ่งคราวนี้ Jess ก็ยังไม่มีทีท่าที่จะหลบเช่นเคย
[All STR]
เมื่อเธอเทค่าสถานะไปที่ค่า STR ทั้งหมดแล้วนั้น และเมื่อเธอใช้แรงที่จะเหวี่ยงดาบไปแล้วนั้น เธอเปลี่ยนมาเป็น AGI ทั้งหมดทันที
[ All AGi ]
แต่
ฟึบ
Jess เขาก็ยังหลบการโจมตีของเธอได้เช่นเคย มันทำให้แคทเทอรีนน่าถึงกับ Shock
" บ้าน่า "
[ ถึงตาฉันบ้างละนะ ]
Jess เขาได้เคลื่อนที่เข้าหาแคทเทอรีนน่าแบบตรงๆ และไม่มีลูกเล่นอะไรทั้งสิ้น
[ กระจอกน่า ]
เธอพุ่งสวนทันที
[ All AGi ]
ฟึ้บบบบบบบบบบ
แต่เมื่อเธอเข้าไปใกล้จนจะถึงตัวของ Jess แล้วนั้น ภาพที่เธอเห็นนั้นมันคือ ตัวของเขากลับเร็วขึ้นอย่างกะทันหัน และเคียวที่ยาวเกือบ 2 เมตรของ Jess นั้นมันก็ได้เข้าโจมตีเธอ
ฉั้ววว
มันได้เกิดแผลตรงบริเวณแขนข้างซ้ายของเธอลามไปถึงบริเวณหลัง เป็นรอยกรีดยาวตามคมของเคียว
เหตุการณ์ดังกล่าวนั้น มันทำให้ทั้ง 3 คนรู้สึกช็อกเป็นอย่างมาก
[ Jess แข็งแกร่งขนาดนี้เลยอย่างงั้นเหรอ ]
และอีกทั้ง 2 คนก็รู้สึกไม่ต่างกัน
สถานการณ์มันเริ่มลำบากเข้าทุกที ถึงแม้ตอนนี้แคทเทอรีนน่าจะใช้ Burst Mode แต่เธอก็ยังไม่สามารถจัดการอีกฝ่ายได้ และถ้าระยะเวลาของ Burst Mode หมดลงไปแล้วละก็ ไม่อยากจะคิดเลยว่าพวกเขาจะวิกฤตขนาดไหน
[ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ]
Marcus ได้หัวเราะด้วยน้ำเสียงที่สะใจ
[ มันจบแล้วละ พวกเธอดันไปทำให้ Jess เขารู้สึกถึงอันตราย Ha Ha Ha]
ตอนที่ 130 พลิกแพลง
[ พูดมากปากเหม็นจริงๆ นะ Marcus ]
ลูน่าแสดงอาการกังวลเล็กน้อยอยู่ภายในใจของเธอ ที่เห็นแคทเทอรีนน่าโดนโจมตี แต่ว่าเธอไม่อยากแสดงมันออกมาต่อหน้าของ Marcus แต่กลับ Jack นั้นมันไม่ใช่
[Slaughter whip]
เขารีบเปิดใช้สกิลของเขาทันที แต่ในระหว่างที่เขาวิ่งมานั้น
[ Shock Wave ]
คุณสมบัติ : สามารถทำลายพื้นที่รอบๆ ในระยะ 30 เมตร เท่ากับ 30 % ของความแข็งแกร่งและลดความเร็วของศัตรูลง 50 %เป็นระยะเวลา 5 วินาที ยิ่งอีกฝ่ายอยู่ใกล้จุดศูนย์กลางเท่าไหร่ ความเสียหายก็ยิ่งจะเพิ่มขึ้นเท่านั้น 1 เมตร เพิ่มความเสียหาย 1%
เงื่อนไขการเปิดใช้งาน : 200 ความแข็งแกร่ง
คูลดาวน์ : 3 ชั่วโมง
ตู้มมมมมมมมมมมมมมมมมม
พื้นดินรอบๆ นั้น มันได้แตกออกเป็นรอยแตกโดยทันที พร้อมกับเสี่ยงที่สนั่นหวั่นไหวไปทั่วและกลุ่มควันที่ก่อตัวขึ้น บดบังวิสัยทัศน์การมองเห็น
" Jackkk ! "
ดอนนี่และแคทเทอรีนน่าได้ตะโกนขึ้นเสียงดังทันที จนลืมการต่อสู้ที่อยู่เบื้องหน้า
" เธอประมาทไปหน่อยนะ "
ฉั้วววว
ครั้งนี้ไบรอันเล็งไปที่จุดตายของแคทเทอรีนน่า แต่โชคร้ายเธอเบี่ยงตัวหลบโดยสัญชาติตญาณ ทำให้มันได้แค่เฉียดเท่านั้น ส่วนดอนนี่นั้น เขาโดนโซ่ของบรอนฟาดเข้าไปที่อกจนเสื้อของเขาได้ขาดออก พร้อมกับรอยเลือดที่ซึมออกมาจากเสื้อของเขา
ก่อนหน้านี้
ฟริ๊งงงงง
ร่างกายของริวจิได้ปรากฏขึ้นมาจากประตู TLP เขาไม่รีรอ ริวจิรีบ Call หาน้องสาวของเขาและอายูทันที
ตู้ดดดด
ตู้ดดดดดดดดดดด
[ ว่าไงคะพี่ ]
" อ๋อ ว่างรึเปล่า "
[ ว่างคะ พึ่งเคลีย Gateระดับ D เสร็จเมื่อกี๋นี้เองคะ ตอนนี้เรากำลังเดินทางกลับ]
[ งั้นเหรอ ]
[ ห่ะ Gate ระดับ D เหรอ น้องสามารถเคลียมันได้ด้วยเหรอ ]
ริวจิรู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่เห็นพวกเธอแค่ 2 คนสามารถเคลีย Gate ระดับ D ได้
[ อ่าว มิโกะไม่ได้บอกพี่หรอกเหรอคะ พวกเราเริ่มเคลีย Gate นี้เป็นครั้งที่ 3 และนะ ถึงหนูจะเจ็บใจก็เถอะ แต่อายูเธอมีสกิลใหม่ด้วยแหละ ]
มันทำให้ริวจิรู้ได้ทันทีถึงเหตุผลที่พวกเขาสามารถเอาชนะซอมบี้เกราะได้ ในตอนแรกเขากำลังจะดุน้องสาวของเขา แต่ตอนนี้เขากลับดีใจ เพราะทั้ง 2 สามารถเข้า Gate ระดับ D ได้แล้ว ทำให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้น แต่ถึงอย่างงั้นริวจิก็ไม่รู้ว่ามันคือสกิลอะไรที่อายูได้มาใหม่ และเขาก็ไม่อยากจะซักไซ้ไถถามให้เธอไม่สบายใจอีกด้วย เพราะทุกคนต่างก็มีความลับเป็นของตัวเอง และต้องการพื้นที่กรอบเล็กๆ เป็นของตัวเองทั้งนั้นแหละ
ริวจิเงียบไปนาน ทำให้มิโกะต้องนั้นต้องพูดย้ำขึ้น
[ ฮโล ฮโล พี่ยังอยู่มั้ย ]
ริวจิได้ผงะหลังจากได้ยินเสียงของน้องสาวของเขา
[ อยู่สิ อยู่สิ เอ่อ ว่าแต่ ทั้ง 2 อยู่ด้วยกันรึเปล่า ]
[ ใช่แล้วคะ ]
[ งั้นดีเลย อีกนานแค่ไหนน้องถึงจะมาถึงค่ายละ ]
[ เอ่ออออออ ]
เธออ้ำอึ้งเล็กน้อย ก่อนที่จะตะโกนถามโทชิโอะ
[ โทชิโอะะะะ อีกกี่นาทีจะถึง ]
" จุดนี้ไม่ได้ไกลจากค่ายเรามาก ประมาณ 10 นาทีก็น่าจะถึงครับ "
[ ก็อย่างที่พี่ได้ยินนั่นแหละคะ 10นาที ]
[ งั้นถ้าเรามาถึงแล้ว มาหาพี่ที่ร้านค้านะ พี่จ.... ]
ริวจิยังพูดไม่ทันจบ มิโกะก็ได้แทรกขึ้นมาเสียก่อน
[ Shoppingggggggggggg ]
[ โทชิโอะ เร็วเข้า ]
จากนั้นสายมันก็ได้ตัดไป
[ เฮ้อออ ]
ริวจิได้หายใจอย่างหดหู่ เมื่อเห็นพฤติกรรมที่ร่าเริง แต่มันก็ดีกว่าตอนที่เธอเอาแต่ใจแบบไร้เหตุผลในตอนก่อนหน้านี้มาก เพราะของที่เธออยากได้นั้น มันไม่ได้ราคาแพง Over ขนาดนั้น และเหรียญ Coin นั้นเธอก็เป็นคนออกไปหาด้วยเช่นกัน ทำให้ริวจิไม่ได้ต่อว่าเธอมากนักเกี่ยวกับเรื่องนี้
พูดจบเด็กหนุ่มก็ค่อยๆ เดินไปที่ประตู TLP ซึ่งในระหว่างทางก็มีคนทักทายเขาอย่างสุภาพ และบรรยากาศ มันก็เข้าสู่ความสงบสุขอีกครั้ง การอยู่การกินของทุกคนเริ่มดีขึ้น เขายิ้มให้กับทุกคนที่เขามาทักทายเขา พร้อมกับจิบน้ำไปพลางเพื่อดับกระหาย
การต่อสู้ยังดำเนินต่อไป แต่มันเหมือนจะผ่านไปนาน แต่พวกเขาต่อสู้กันนั้นมันยังไม่ถึง 5 นาทีเลยด้วยซ้ำ ผลของสกิลของแคทเทอรีนน่านั้นมันยังไม่หมดลง
หลังจากเกือบโดนโจมตีเข้าจุดตายแล้วนั้น แคทเทอรีนน่าได้ถอยห่างจากไบรอันเป็นครั้งแรก พร้อมกับใช้หางตากวาดมองไปที่กลุ่มควันที่กำลังจะสลายลง
ควันสีน้ำตาล ค่อยๆ จางลง และปรากฏรูปร่างของเส้นแส้สีเงิน กำลังรัดมัดตัวของเด็กหนุ่มอยู่ทั่วตัว
[ คุณด้วยอย่างงั้นเหรอ ]
น้ำตาของเด็กหนุ่มมันได้ไหลออกมาจากตาอีกครั้ง เพราะคนที่เขาไว้ใจมาตลอด และเชื่อใจ ยอมทำทุกอย่าง แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันถาโถมเข้ามาหาในทีเดียว มันทำให้ร่างกายของเขาต้องระบายมันออกมาโดยทางน้ำตา
[ ออกจากโลกที่สวยหรูของแกได้แล้ว Jack ความเป็นจริงมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ]
[ Penetrate ]
คุณสมบัติ : เพิ่มความแข็งแกร่ง + 300 สามารถทำให้อาวุธของผู้ใช้อยู่ในสถานะ Drill ซึ่งจะสามารถโจมตีทะลุการป้องกันของอีกฝ่ายได้ ( สำหรับใครที่ภาพไม่ออกก็คือ ฟันแล้วทะลุดาบไปประมาณนี้ )
เงื่อนไขการใช้การ : เผาผลาญความแข็งแกร่ง 5 % ต่อ 1 นาที
คูลดาวน์ : ไม่มี
หมายเหตุ : ถ้าผู้เล่นไม่โจมตีผ่านอาวุธของอีกฝ่ายก่อน การโจมตีนั้นจะไร้ผลรวมถึงถ้าผู้เล่นโจมตีผ่านอาวุธของอีกฝ่ายแล้วนั้นในระยะ 5 วินาที ผู้เล่นไม่สามารถโจมตีผ่านอาวุธชิ้นเดิมของอีกฝ่ายได้ และถึงแม้ผู้เล่นจะเปิดใช้งานสกิลนี้แค่วินาทีเดียวหรือ 1 นาที สกิลจะเผาผลาญความแข็งแกร่งเท่าเดิม
เซบัสเตียนยกขวานยักสีดำของเขาขึ้นมาทันที มันมีลักษณะเป็นเงาเล็กน้อย จากนั้นเขาพุ่งตรงดิ่งไปหา Jack ด้วยความเร็ว
ฟู้วววววววววววว
Jack ไม่รีรอเขารีบคลายแส้ออกจากตัวอย่างรวดเร็ว และโจมตีไปที่เซบัสเตียนอย่างรวดเร็วเช่นกัน แต่แล้วนั้น เซบัสเตียนได้ยกขวานขึ้นมาป้องกันทันที
ดังนั้นเองมันทำให้แจ็กรู้สึกแปลกๆกับมือของเขาที่ถือแส้อยู่ เพราะมันเหมือนว่าเขาไม่รู้สึกถึงความเฉื่อยเลยแม้แต่น้อย มันว่างเปล่า และเขาไม่รู้สึกถึงแส้ของเขาไปกระทบกับขวานของเซบัสเตียนเลยแม้แต่น้อย ทำให้เขารีบดึงแส้กลับมาโดยทันที แต่ก่อนที่แส้ของเขาจะมาถึงนั้น เซบัสเตียนก็ได้เข้ามาประชิดตัวของเขาเสียแล้ว
เซบัสเตียนไม่รีรอ เขาเหวี่ยงขวานไปที่หัวของ Jack ทันที
ขวานเล่มใหญ่ลอยฉีกอากาศแล้วทิศทางของมัน ตรงไปบริเวณคอของเขา
[All AGi ]
ฟึบ
ฟึบ
แคทเทอรีนน่าได้พุ่งเข้าไปจากระยะเกือบ 100 เมตร ช่วยJack ให้พ้นจากการโจมตีในครั้งนี้ของเซบัสเตียน มันทำให้ขวานของเขา เหวี่ยงไปโดนลมเข้าเต็มๆ ทำให้เซบัสเตียนหงุดหงิดเล็กน้อย แต่เขาก็พยายามที่จะนิ่งและพูดจากกวนประสาทออกไปแทน
[ นี่นายเป็นเด็กอมมือหรือไง จะได้มีคนมาคอยประคบประงบอยู่ตลอดเวลา ]
[ หุบปาก ]
แคทเทอรีนน่าได้ตอบสวนกลับไปโดยไม่ต้องคิดอะไร แต่เมื่อประโยคคำพูดของเธอได้จบลง ออร่าสีเหลืองของเธอ มันก็ค่อยๆเลือนจางหายไป เซบัสเตียนเมื่อเขาเห็นดังนั้นแล้ว เขารีบพุ่งเข้ามาหาทั้งคู่ทันที
ฟู้วววววววว
แล้วเหวี่ยงขวานไปยังแคทเทอรีนน่าที่ยืนอยู่ข้างหน้า
[Reflection]
แต่ว่า สกิลของเธอกลับไร้ผล การโจมตีไม่ถูกสะท้อนกลับไป ขวานของเซบัสเตียนมันทะลุผ่านดาบของเธอมา ราวกับดาบของเธอนั้นไม่มีตัวตน มันทำให้แคทเทอรีนน่าตกใจเป็นอย่างมาก แต่เธอไม่สามารถหลบมันได้ทันแล้วในระยะแค่นี้
ฉั๊ววววววววว
ขวานของเซบัสเตียนไปฟันเข้าไปที่บริเวณใต้อกของเธอ เกิดแผลยาวลึกไปจนถึงท้อง พร้อมกับเลือดที่กระเซ็นออกมาจากแผล
ช่าาาาาาาาาาา
[ คุณแคทเทอรีนน่า ]
Jack ได้ตะโกนออกไป พร้อมกับตวัดแส้ของเขาไปที่เซบัสเตียนอย่างโกรธเกรี้ยว
เซบัสเตียนกำลังจะหลบแส้ที่โจมตีมาอย่างง่ายดาย และเตรียมที่จะพุ่งเข้าใส่ Jackอีกคน แต่แล้วมันก็มีเสียงผุดขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน
[ เซบัสเตียน ฉันจำไม่เคยได้ว่าให้นายแย่งเหยื่อของฉันไป ]
มันทำให้เซบัสเตียนหยุดชะงักหยุดการเคลื่อนที่เมื่อครูไป และถอยออกมาจากทั้ง 2 เล็กน้อย
[ Jess อย่ามาห่วงเรื่องไร้สาระแบบนี้เลยในเวลาแบบนี้ รีบจัดการให้จบๆ ไปเลยดีกว่า ]
[ ไร้สาระอย่างงั้นเหรอ ]
ไบรอันคิดจะทำอะไรบางอย่างหลังจากคำพูดของเขาจบลง แต่เขาก็ได้หยุดไป หรืออาจเป็นเพราะเวลาของ สกิล Mirage ได้หมดลงไปเสียก่อน
[ นายมีปัญหาอะไรรึเปล่า Jess ]
ในจังหวะที่ทั้ง 2 คนกำลังสนทนากันอยู่นั้น Jack เขารีบวิ่งเข้ามาหาแคทเทอรีนน่าทันที
[ คุณแคทเทอรีนน่า ]
แต่แล้วมันก็มีเสียงสวนกลับมาทันที
[ ถอยไป ! ฉันไม่เป็นไร ]
ความจริงนั้นคือ สถานการณ์มันเริ่มจะวิกฤตสุดๆ สกิล Reflection ของเธอนั้นก็ใช้ไม่ได้ผล แถม Busrt Mode ก็หมดเวลาแล้วมันก็ยังติดคูลดาวน์อยู่ด้วย แถมบาดแผลของเธอก็ค่อนข้างสาหัสเลยทีเดียว เลือดของเธอมันไหลออกมาไม่หยุดจนชโลมเสื้อสีขาวของเธอที่พึ่งไปซื้อมากับอายู จนมีสีแดงท่วมไปหมด ไม่เหลือเค้าโครงเดิมของสีขาวอีกแล้วในตอนนี้
[ จะไม่เป็นไรได้ยังไงครับ เลือดคุณออกเยอะมาก ]
แคทเทอรีนน่าได้เค้นเสียงดังขึ้นอีกครั้ง
[ ถอยไป !! ]
ในส่วนทางด้านเซบัสเตียน
[ เปล่า ฉันไม่มีปัญหาอะไร ]
แต่ในใจลึกๆ ของไบรอันนั้น เขาได้คิดว่าถ้าหากสกิลของเขาไม่ติดคูลดาวน์ในตอนนี้ เขาอาจจะทำให้ปากของเซบัสเตียนหุบลงไปเลยก็ได้ แต่เมื่อมันไม่เป็นอย่างงั้น เขาก็เลือกที่จะตามน้ำไป เพราะจากการคำนวณและเห็นการโจมตีเมื่อครู่นี้ของเซบัสเตียนแล้ว ถึงแม้เขาจะทุ่มทั้งหมด ก็ยังเป็นเรื่องยากอยู่ดี ดังนั้นเขาจึงรอให้เซบัสเตียนจัดการพวกนี้จนหมด และรอเวลาให้เขาอ่อนแรงลง แล้วตอนนั้นมันจะเป็นช่วงเวลาของเขาได้เฉิดฉาย
เมื่อได้คู่ได้สนทนากันเสร็จแล้ว เซบัสเตียนได้หันกลับมาทางของ Jack และแคทเทอรีนน่า โดยไม่พูดอะไรสักคำ เขาเตรียมตัวจะพุ่งใส่ทั้งคู่โดยทันที
แอ๊ดดดดดดดดดดดดดด
เสียงประตูสีดำบานใหญ่มันได้ดังขึ้นขัดจังหวะของเขาอีกครั้ง ภาพที่ผุดขึ้นมาบนหัวของพวกเขาทั้ง 5 คนนั้นก็คือ มันจะต้องใช้เด็กสาวผมสีส้มที่เคยอยู่กับแคทเทอรีนน่าอย่างแน่นอน และมันอาจจะทำให้พวกเขาลำบากก็เป็นได้ ถ้าหากเธอแข็งแกร่ง แต่เซบัสเตียนก็ได้ตะโกนพูดขึ้นมา
[ ก็ดี มาพร้อมๆ กันจะได้ไม่ต้องเสียเวลา ]
แต่แล้วเมื่อบุคคลที่พวกเขาได้คาดการเอาไว้ว่า คือเด็กสาวผมส้มได้ก้าวเท้าออกมา มันทำให้พวกเขาแปลกใจไม่น้อย เพราะผมของเขาเป็นสีดำ แถมมันไม่ได้ยาวเท่ากับผมของเธอ ถึงผิวพรรณของเขาจะดูดีไม่ใช่น้อย แต่พวกเขาก็สามารถการันตีได้ว่า คนคนที่เดินออกมาจากประตูนั้น เป็นคนละคนกับสาวผมส้ม
แต่แล้วเมื่อสายตาพวกเขาหันไป Focus กับคู่ต่อสู้ที่อยู่เบื้องหน้าของตนแล้วนั้น
ฉั้ววววววววว
คอของRoot ที่กำลังคอยโจมตีลอบกัดดอนนี่อยู่นั้นก็ได้หลุดออกจากบ่าโดยทันที โดยที่ไม่มีใครหน้าไหนที่อยู่บริเวณนั้น รู้สึกตัวเลยแม้แต่คนเดียว
" Roottttttttttttt "
ดอนนี่ได้ตะโกนเสียงดังลั่นในเวลาต่อมา และมันดังพอที่จะทำให้คนที่อยู่บริเวณเหล่านั้นหันมามองโดยทันที
[ แกนะแกกกก !!! ]
อารมณ์โกรธของบรอนมันได้ปะทุออกมาราวกับลาวาที่ปะทุออกมาจากภูเขาไฟ
แต่แล้ว เด็กหนุ่มผมสีดำ เขาค่อยๆ หันหน้ามาตามเสียงร้องตะโกน พร้อมกับใบหน้าที่เรียบเฉย ราวกับว่าเขาไม่รู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย
[ Chain Lock ]
หลังจากจบเสียงตะโกนร่ายสกิลของเขาแล้วนั้น มันก็ได้มีเสียง 1 เสียงดังขึ้นมาในเวลาไร่เลี่ยกัน จะพูดอีกแบบก็คือ พร้อมกันเลยก็ว่าได้
ฉั๊ววววววววววว
เสียงนั้นมันคือเสียงของดาบของชายหนุ่มไปทะลวงผ่านคอของเขาไป
มันทำให้ดอนนี่ ที่ยืนอยู่ตรงนั้นตกใจเป็นอย่างมาก และค่อยๆ สั่นกลัวขึ้นมา เมื่อนึกถึงอดีต เพราะครั้งหนึ่งเขาเคยที่จะโจมตีเพื่อที่จะหวังปลิดชีวิตของชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า
และไม่ใช่แค่ดอนนี่เท่านั้นที่ตกใจ ทุกคนที่หันมาตามเสียงตะโกนของบรอนนั้น พวกเขายังคงตกใจเมื่อได้ยินเสียงร้องตะโกนของเขา แต่เมื่อดวงตาของพวกเขาได้หันมองไปตามเสียงเรียกร้องนั้น มันกลับไม่พบชายร่างใหญ่ทรงผมสกีนเฮดยืนตะโกนโหวกเหวกโวยวายแต่อย่างใด แต่มันกลับพบเด็กหนุ่มผมสีดำ มือของเขากำลังถือดาบที่เปื้อนไปที่เลือดอยู่ พร้อมกับดวงตาสีแดงอ่อน ซึ่งมันกำลังมองมายังทิศทางของพวกเขา
[ Master ]
แคทเทอรีนน่าเป็นคนแรกที่พูดออกมา แล้วสมองของเธอในตอนนี้ก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา ความกังวลที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้มันได้หายไปหมด เมื่อชายตรงหน้าของเธอได้ปรากฏตัวออกมา
Marcus ผู้ที่อยู่ใกล้ริวจิที่สุดใน ขณะนี้นั้น
[ ฉันไม่รู้นะว่าแกเป็นใคร แต่สีหน้าของแกนั้น มันกวนโมโหฉันสุดๆ ]
[Solar Burst ]
ก้อนสีส้มๆ กำลังก่อตัวกันและขนาดของมันก็กำลังใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และยังไม่มีทีท่าว่ามันจะหยุดแต่อย่างใด
" กลายเป็นฝุ่นไปสะ "
ย๊าาาาาาาาาาาาาาาาา
ฉั๊วววววว !!!
[ อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาา ]
แขนของเขาได้ขาดออกทั้ง 2 ข้าง พร้อมกับเสียงตะโกนทรมานในเวลาเดียวกัน แต่ก้อนพลังสีส้มนั้นกลับไม่หายไป เมื่อดาบของเขาไปตกลงสู่พื้นนั้น มันก็ได้เกิดแรงระเบิดขึ้น
ตู้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
พื้นดินเหล่านั้น มันได้กลายเป็นหลุมขนาดใหญ่ พร้อมกับกลุ่มฝุ่นได้ก่อตัวเป็นควันขึ้นมาอีกครั้ง ผู้คนต่างยกมือขึ้นมากันลมและฝุ่นที่กระแทกเข้ามาหาใบหน้าของพวกเขา
แต่ในจังหวะที่ทุกคนกำลังติดอยู่กับแรงลมและฝุ่นอยู่นั้นเอง มันได้เกิดเสียงดาบดังขึ้น 3 ครั้ง
ฉิ๊ง
ฉิ๊ง
ฉิ๊ง
และในเวลาต่อมาเมื่อกลุ่มฝุ่นควัน มันค่อยๆ เลือนหายไป มันก็ได้ปรากฏร่างของชายหนุ่มผมสีดำยืนอยู่ ในระยะที่ห่างจากแคทเทอรีนน่าไม่ไกลนัก ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเลือด พร้อมกับหัว 2 หัว ที่ตกอยู่บนพื้นดิน ซึ่งมันคือหัวของเซบัสเตียนและ Jess
ทุกอย่างมันเกิดขึ้นไวมาก โดยที่พวกเขายังไม่ทันตั้งตัวด้วยซ้ำ แต่แล้วการต่อสู้ที่พวกเขาได้ลำบากต่อสู้กันมา มันก็ได้จบลงภายในระยะเวลาไม่ถึง 30 วินาที
จากนั้นร่างของทั้ง 5 คนก็ค่อยๆ สูญสลายไปในที่สุด
ต๊อก
ต๊อก
ต๊อก
เด็กหนุ่มเขาเดินไปเก็บแผ่นกระดาษที่เหลือจากศพของทั้ง 5 คน โดยไม่มีใครกล้าเปิดปากพูดอะไรออกมาเลยแม้แต่คนเดียว พวกเขาได้แต่ยืนมองเด็กหนุ่มเดินไป ทีละก้าว ทีละก้าว จนในที่สุดเขาก็เดินวนมาจนอยู่ตรงอยู่หน้าแคทเทอรีนน่า และจ้องมองไปที่เธอสักพัก ก่อนจะพูดขึ้น
" อาการของเธอหนักมากเลยนะ "
แต่แคทเทอรีนน่าก็ไม่แสดงสีหน้าหรืออาการที่บ่งบอกว่า เธอกำลังบาดเจ็บแต่อย่างใด
[ ฉันไม่เป็นไรค่ะ Master ]
ริวจิได้สวนขึ้นมาทันที
" งั้นเหรอ อย่ามาไขสือหน่อยเลย "
จากนั้นเขาก็หันไปหา Jack
[ นายคือ Jack ใช่มั้ย ]
Jack ได้ตอบกลับไปทันที โดยที่เขาไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ความกลัว ความตกใจ ความตกตะลึง ความรู้สึกมันผลปนเปกันไปหมด
[ ครับ ]
[ พยุงเธอแล้วตามฉันมา ]
จากนั้น Jack เขาก็ได้พยุงแคทเทอรีนน่าไปตามริวจิ ซึ่งเมื่อลูน่าและดอนนี่เห็นดังนั้น พวกเขาก็รีบเดินตามตูดพวกเขาไปโดยทันที
1 ชั่วโมงต่อมา
จากการที่แคทเทอรีนน่าต้องเดินพยุงทำให้พวกเขาใช้เวลานานกว่าที่จะมาถึงบันไดไปสู่ชั้นที่ 2 และมันยังใช้เวลาพอสมควรกับการที่รอบันได แต่ในที่สุดพวกเขาก็ได้พาเธอมานอนพักอยู่โซฟาร้านอาหารแห่งหนึ่ง จากนั้นเขาก็ให้ Jack ทำแผลให้เธอโดยเขานำเครื่องมือออกมาให้ และจากนั้นก็ให้เธอได้นอนพัก
ระยะเวลาผ่านมา 1 ชั่วโมงแล้ว อายูและมิโกะก็ได้มาถึง และเมื่อพวกเธอมองไม่เห็นริวจิที่อยู่ชั้นที่ 1 พวกเธอก็รีบขึ้นไปยังชั้นที่ 2 ทันที และเมื่ออายูเห็นสภาพของแคทเทอรีนน่าแล้วนั้น เธอก็รู้สึกโกรธอย่างมาก แต่ริวจิก็ได้หยุดเอาไว้เสียก่อน แต่มิโกะเธอไม่รู้เรื่องอะไร และเธอก็เลือกจะที่ไม่ถาม ถ้าริวจิไม่บอก
จากนั้นริวจิก็ได้เล่าเหตุการณ์คร่าวๆ ให้กับทั้ง 2 คนฟัง แต่ก็ยังมีข้อสงสัยเกิดขึ้นมาในหัวของทั้งสองเล็กน้อย แต่ริวจิก็ได้เปิดประเด็นขึ้นทันที
[ ฉันกำลังจะเลื่อนขั้น ]
มันเป็นแค่เสียงพูดเบาๆ แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้ทั้ง 2 สาวตกใจ แต่ในเวลาต่อมา
[ จริงอย่างงั้นเหรอคะ ]
" อืม "
น้ำตาของเธอมันก็ค่อยๆ ไหลรินออกมาจากบริเวณดวงตาของเธอ
[ ดี ดีจังเลย ]
พร้อมกับพุ่งเข้าไปกอดริวจิผู้ที่เป็นพี่ชาย เธอรู้สึกอึดอัดและกังวลมาตลอด แต่เธอก็เลือกที่จะเก็บเอาไว้ และความรู้สึกนั้นมันก็ได้ปะทุออกมาจนหมด
ฮือออ
ฮืออออออออ
ฮือออออออออออออ
ริวจิได้แต่ลูบหัวของน้องสาวของเขาเอาไว้
สักพักหลังจากนั้น ริวจิก็ได้เปิดปากพูดขึ้นทันที หลังจากที่มิโกะเธอได้ปล่อยเขาและขยับออกไป
[ ฉันจะเลื่อนขั้นที่นี่ มันอาจจะทำให้หย่นเวลาการหลับของฉันก็เป็นได้ ]
ทั้ง 2 สาวผู้ที่รู้เรื่องเวลาของที่นี่กับโลกในความเป็นจริง พวกเธอก็เข้าใจในสิ่งที่ริวจิพูดทันที โดยริวจินั้นหวังว่าเวลาที่เร็วกว่า 6 เท่าจากข้างในนี้นั้น จะพอช่วยให้เขาย่นระยะเวลาการหลับไปถึง 6 เท่า
ทำให้พวกเธอพยักหน้าทันที
[ ฉันจะขึ้นไปบนชั้นที่ 3 นะ ส่วนชั้นที่ 2 ให้แคทเทอรีนน่าพักผ่อน ]
ริวจิไม่กล้าที่จะหลับอยู่ในชั้นที่ 1 เพราะคนมันเริ่มจะรู้ความลับเกี่ยวกับที่นี่แล้ว และอีกไม่นานคนก็น่าจะรู้ความลับเกี่ยวกับ Gate คิดได้แบบนั้นแล้ว ริวจิก็เลือกที่จะไปชั้นที่ 3 เพราะมันต้องการเลเวลค่อนข้างสูงที่จะขึ้นไปบนชั้นที่ 3
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
ฝากกดติดตามกดหัวใจเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ
ขอบคุณครับ