ความคิดนี้แล่นเข้ามาในหัวของซ่งอวี้อย่างไม่ทันได้ตั้งตัวนางไม่อาจขจัดความคิดนี้ไปได้
ซ่งอวี้ไม่อาจนั่งนิ่งในเรือนแล้วนางออกจากเรือนเดินตามหาเขาตั้งแต่ทางทิศตะวันออกไปจนถึงทางทิศตะวันตกของหมู่บ้านจากนั้นอ้อมเข้าไปในหุบเขา ถึงขั้นเดินขึ้นเขาไปดูในกระท่อมที่ทั้งสองพบเจอกันครั้งแรก
แต่ก็ไม่มีไม่ว่าจะแห่งหนใดก็ไร้ซึ่งเงาของหลี่เฉิง
ซ่งอวี้ในเวลานี้ราวกับวิญญาณถูกดูดไปจนหมดทุกย่างก้าวล้วนแผ่วเบา คล้ายกำลังเดินบนปุยเมฆ แม้ตรงหน้ามีหลุมน้ำตื้นๆก็ไม่หลบเลี่ยง เดินเหยียบหลุมน้ำขังจนโคลนสีเหลืองกระเซ็นเปื้อนไปทั้งตัวมองดูแล้วน่าเวทนายิ่งนัก
"ซ่งอวี้?" ป้าหวังเห็นซ่งอวี้จึงร้องเรียกนาง
ที่แท้ซ่งอวี้เดินไปถึงหน้าบ้านของป้าหวังโดยไม่รู้ตัวป้าหวังเห็นซ่งอวี้ที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตน นางเป็นห่วงเล็กน้อยประจวบเหมาะเห็นตอนที่ซ่งอวี้เหยียบหลุมน้ำขังพอดี
"ฟ้าใกล้จะมืดแล้วเหตุใดเจ้าจึงยังไม่กลับเรือน?"
เสียงของป้าหวังดึงซ่งอวี้กลับมาอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงสายตาของนางจับจ้องไปที่ป้าหวัง คล้ายคว้าฟางเส้นสุดท้าย
"ป้าหวังป้าหวังเห็นหลี่เฉิงหรือไม่? เขาไปแห่งหนใด!”
คุณชายหลี่?
ป้าหวังครุ่นคิด ส่ายหน้า"วันนี้ข้าไม่เห็นเขาเลย เขากลับเรือนแล้วหรือไม่?"
มองดูสีหน้าของซ่งอวี้แล้วช่างน่าเป็นห่วงยิ่งนัก ด้วยเหตุนี้ป้าหวังจึงพูดปลอบ "ข้าว่าเทียบกับการที่เจ้าหาเขาในหมู่บ้านด้วยความว้าวุ่นไร้ซึ่งเป้าหมายเหมือนแมลงวันไร้หัวเช่นนี้สู้กลับไปดูที่เรือนก่อน ไม่แน่ว่าคุณชายหลี่อาจจะกลับไปที่เรือนแล้วก็ได้? เขาอาจจะกำลังตามหาเจ้าอยู่ก็เป็นได้"
คำพูดของป้าหวังเป็นเหมือนแสงสว่างในความมืดดึงซ่งอวี้ที่สิ้นหวังกลับมายังโลกมนุษย์ นางไม่สนใจสภาพน่าเวทนาของตนเองรีบกล่าวขอบคุณป้าหวัง "ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะป้าหวัง ท่านพูดมีเหตุผลไม่แน่เขาอาจจะกลับเรือนแล้วก็ได้!”
พูดจบซ่งอวี้ก็รีบเดินมุ่งหน้ากลับไปที่เรือนป้าหวังที่อยู่ด้านหลังอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ
ตั้งแต่ซ่งอวี้ช่วยจังเฉี่ยวหวาทำคลอดความสัมพันธ์ของทั้งสองครอบครัวก็ดีขึ้นเรื่อยๆ แม้ป้าหวังจะชอบพูดนินทาผู้อื่น แต่นางก็รู้จักแบ่งแยกชั่วดีนางซาบซึ้งในน้ำใจของซ่งอวี้ ไม่เพียงไม่นินทาซ่งอวี้แล้ว ทว่ายามได้ยินผู้อื่นนินทาว่าร้ายซ่งอวี้นางก็จะโต้เถียงโต้กลับถ้อยคำหยาบคายเหล่านั้น
ป้าหวังปกป้องซ่งอวี้เช่นนี้แน่นอนว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองครอบครัวแน่นแฟ้นขึ้นเรื่อยๆ เวลานี้นางมองแผ่นหลังของซ่งอวี้รู้สึกปวดใจแทนยิ่งนัก
"ป้าหวังผู้ใดไม่รู้บ้างว่าซ่งอวี้ตามหาคุณชายหลี่ตลอดทั้งวันแล้วท่านพูดเช่นนี้เป็นการโกหกไม่ใช่หรือ? คุณชายหลี่หายไปตั้งนานแล้วแล้วเขาจะกลับเรือนได้อย่างไร"
เพื่อนบ้านของป้าหวังคือป้าฮวานางเป็นหญิงชราที่อยู่ตามลำพังป้าฮวาเป็นคนดี แต่ไม่ค่อยมีสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่นเท่าใดนักเพราะนางชอบพูดความจริง ไม่ว่าผู้อื่นจะอยากฟังหรือไม่อยากฟัง นางก็พูดออกไปตามตรงทำให้คนมากมายขุ่นเคือง
แม้ชาวบ้านจะไม่ถึงขั้นแก้แค้นหญิงชราคนหนึ่งแต่ก็แสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์ เฉกเช่นเวลานี้
ป้าหวังมองค้อนไปที่ป้าฮวา"หากข้าพูดเช่นนั้น เกรงว่าเวลาซ่งอวี้คงจะสติแตกแล้วเจ้าอย่าเอาแต่คิดว่าบนโลกใบนี้มีเจ้าเพียงคนเดียวที่เป็นคนดี คนอื่นๆคือคนชั่วกันหมดหรือ? เจ้าไม่รู้จักคิดดูเล่าเมื่อวานซ่งอวี้เพิ่งบอกว่าจะชดเชยพิธีแต่งงานกับคุณชายหลี่วันนี้คุณชายหลี่กลับหายไป นางอายุยังน้อย จะรับเรื่องนี้ได้อย่างไร?"
เหตุเพราะป้าหวังพิจารณาถึงเรื่องนี้ดังนั้นนางจึงเกลี้ยกล่อมซ่งอวี้กลับเรือน
ป้าฮวาขมวดคิ้วเป็นปมพูดพึมพำ "คนสมัยนี้ช่างอ่อนไหวจริงๆ แค่พูดความจริงก็ทนฟังไม่ได้"
ป้าหวังมองค้อนกลับไปป้าฮวาจึงหยุดพูด แล้วเดินกลับเข้าไปในเรือนของตนเอง
ซ่งอวี้เดินโซซัดโซเซกลับไปที่เรือนกระทั่งเดินไปถึงหน้าบ้าน จู่ๆ นางก็ดึงสติกลับมา เริ่มกลัวที่จะเข้าไปเล็กน้อยหลี่เฉิง...ท่านจะอยู่ด้านในหรือไม่?
นางกลัวว่าตนเปิดประตูเข้าไปแล้วด้านในยังคงว่างเปล่าเช่นเดิม เช่นนั้นนางจะไปตามหาหลี่เฉิงที่ใด
แม้นางจะหวาดกลัวเพียงใดแต่ถึงอย่างไรก็ต้องเผชิญหน้า ซ่งอวี้สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเปิดประตูเข้าไป
ว่างเปล่า ไม่มีผู้ใด
นางอดไม่ได้ที่จะยิ้มเศร้าคาดเดาได้ตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่หรือ? นางตามหาเขาในหมู่บ้านตลอดทั้งวัน หากหลี่เฉิงทราบเรื่องเขาจะกลับเรือนเงียบๆ แล้วไม่ไปบอกนางได้อย่างไร? สุดท้ายแล้วเพียงตั้งความหวังลมๆ แล้งๆ ไปเดิมพันกับคำว่าถ้าหาก ถ้าหากสิ่งที่ป้าหวังพูดคือความจริงเล่า? ถ้าหากหลี่เฉิงไม่รู้ว่านางกำลังตามหาเขาแล้วกลับเรือนเล่า
แต่น่าเสียดายไม่มีถ้าหาก
ซ่งอวี้มองห้องที่ว่างเปล่ายกมุมปากขึ้นหัวเราะเยาะตนเอง
ซ่งอวี้หนอซ่งอวี้เสียดายที่เจ้ามาจากยุคปัจจุบัน เคยพบเจอกลอุบายต่างๆ นับไม่ถ้วนแต่สุดท้ายกลับเสียท่าให้กับหลุมพรางของคนโบราณ บุรุษที่ไม่รู้จักตื้นลึกหนาบางเพียงเขาหยอดคำหวานเล็กน้อยก็ทำให้เจ้าหลงใหลจนไม่ลืมหูลืมตา ถวายตัวให้เขา
เวลานี้เจ้าถูกทอดทิ้งไม่อาจกล่าวโทษผู้ใด โทษเพียงตัวเจ้าที่โง่เขลาและใสซื่อจนเกินไป
ซ่งอวี้ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่หางตาข่มความเศร้าที่ฉายขึ้นมาทางสีหน้า ทำอาหาร กินข้าวอาบน้ำและนอนหลับโดยไม่พูดไม่จา ทว่าตอนที่นางทำทุกอย่างนี้ หัวใจของนางว่างเปล่า
วันที่สองซ่งอวี้ไม่ได้ทำสิ่งใด นางมุ่งหน้าไปยังร้านตีเหล็ก
"ฮ่าๆๆ! เหตุใดวันนี้น้องซ่งจึงมีเวลาว่างมาได้? สามีของเจ้าเล่า? เหตุใดจึงไม่เห็นเขา?" เมื่อนายช่างหันรู้ว่าซ่งอวี้มาเขาก็รีบออกมาต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและจริงใจ
ซ่งอวี้ฝืนยิ้ม ทว่าหัวใจของนางกลับคล้ายว่าตกลงไปในทะเลสาบแล้ว
เห็นได้ชัดว่านายช่างหันไม่ได้พบเจอหลี่เฉิงมิเช่นนั้นทันทีที่เจอหน้ากันจะเอ่ยถามนางเช่นนี้ได้อย่างไร
ไม่เจอร่องรอยของหลี่เฉิงในหมู่บ้านเสี่ยวหนิวก่อนนอนซ่งอวี้คิดแล้วคิดอีก นางคิดว่าเขาต้องมีเรื่องเร่งด่วนบางอย่าง ด้วยเหตุนี้นางจึงลองเสี่ยงชะตาเข้ามาหาในเมืองแม้จะไม่เจอเขา แต่อย่างน้อยหากมีคนเคยพบเจอเขา รู้ว่าเขาไปที่ใดก็ยังดี
น่าเสียดายคล้ายว่าไม่มีผู้ใดเคยพบเจอหลี่เฉิง
ระหว่างเดินมาที่ร้านตีเหล็กซ่งอวี้เองก็ถามร้านค้าข้างทาง นางคิดว่าหลี่เฉิงสง่าผ่าเผย ใบหน้าหล่อเหลาขอเพียงเคยปรากฏตัว เช่นนั้นต้องมีคนจำได้อย่างแน่นอน แต่นางถามมาตลอดทางผิดหวังตลอดทาง
ไม่มีผู้ใดเคยพบเจอเขาไม่มีแม้แต่คนเดียว
หลังจากซ่งอวี้รู้ว่านายช่างหันไม่ได้พบเจอหลี่เฉิงนางก็ไม่ได้ถามอะไรอีก เพียงคิดอยากจะลองไปถามร้านยาถงอันดูเท่านั้น
คนในเมืองที่นางรู้จักมีไม่มากมีเพียงนายช่างหันเจ้าของร้านตีเหล็ก ท่านจ้าวเจ้าของร้านยาถงอันเท่านั้นหากท่านจ้าวก็ไม่เคยพบเจอเขา เช่นนั้นนางก็ทำได้เพียงยอมแพ้แล้ว
นายช่างหันเป็นคนตรงไปตรงมาเขาดูไม่ออกว่าซ่งอวี้จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว คิดว่าซ่งอวี้มาครั้งนี้เพราะอยากมาดูการตีพลั่ว จึงพาซ่งอวี้ไปดูการตีพลั่วของพวกเขาด้วยความกระตือรือร้น
ซ่งอวี้ไม่อาจปฏิเสธและไม่อยากพูดเรื่องหลี่เฉิง ด้วยเหตุนี้นางจึงรวบรวมแรงไปดูการตีพลั่วครู่หนึ่งแล้วค่อยหาข้ออ้างว่าไม่สบายเล็กน้อยจะไปหาหมอที่ร้านยาถงอันดู นางจึงออกมาจากร้านตีเหล็กได้
ซ่งอวี้รีบสาวเท้าเดินไปที่ร้านยาถงอันลูกศิษย์ไม่รอให้นางเดินเข้าไปด้านใน ก็ร้องเรียกท่านจ้าวออกมา
"เจ้าหนูซ่งเจ้าไม่สบายหรือเปล่า จึงมาหาหมอที่นี่?" ท่านจ้าวเพิ่งเห็นซ่งอวี้เขาก็หรี่ตาลง ดูออกว่าสีหน้าของนางไม่สู้ดีนัก คิดว่านางไม่สบาย ดังนั้นจึงมาที่ร้านยาถงอัน
ซ่งอวี้เม้มริมฝีปากไม่ได้พูดสิ่งใด เพียงส่ายหน้าเท่านั้น
หากไม่ได้ไม่สบายเช่นนั้นก็ย่อมมีเรื่องในใจ หรือจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นในตระกูล? ท่านจ้าวลูบเคราแล้วพูดขึ้นกะทันหัน "เจ้าหนูซ่งเหตุใดครั้งนี้สามีของเจ้าจึงไม่มาด้วย"