“ไสหัวออกไปเร็วเข้า อย่าเกะกะทางเดินของเ้านายข้า”
ไม่เพียงแค่พูดเปล่าแต่บ่าวรับใช้ผู้นั้นยังใช้มือหยาบกระด้างของตนมาคว้าหมับเข้าที่ท่อนแขนของมู่หรงซินอย่างถือวิสาสะนางอยากรู้นัก! ว่าเ้านายของเขาเป็ผู้ใดกัน คนผู้นั้นวิเศษวิโสมากเลยงั้นหรือถึงขั้นต้องขับไล่กันเหมือนหมูเหมือนหมาเช่นนี้
“อย่าได้รบกวนผู้อื่นและอย่าได้ทำตัวเสียมารยาท”
ไม่ทันไรเสียงราบเรียบของคุณชายผู้หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาทัดทานร้อนให้บ่าวรับใช้ผู้นั้นจำต้องรีบละฝ่ามือออกจากท่อนแขนของมู่หรงซินราวกับโดนของร้อนลวกมือ
ทันทีที่บ่าวรับใช้ผู้นั้นละมือออกไปมู่หรงซินไม่ลืมที่จะใช้มืออีกข้างยกขึ้นมาลูบ ๆ ปัด ๆที่แขนเสื้อของตนเองอย่างนึกรังเกียจ เพราะแม้ว่านางจะเป็เพียงบุตรสาวคหบดีไม่ใช่บุตรธิดาของตระกูลขุนนางยศใหญ่แต่บิดามารดาของนางก็หาได้ปล่อยให้พวกบ่าวรับใช้เพศชายมาแตะเนื้อต้องตัวนางอย่างพลการเช่นนี้
ไม่กี่ชั่วลมหายใจคุณชายผู้นั้นก็เดินมาปรากฏตัวต่อหน้านางด้วยท่วงท่าสง่างามเชื่องช้าผิดกับมู่หรงซินที่เพิ่งจะตั้งสติได้ และเพิ่งจะลุกขึ้นยืนได้อย่างมั่นคง
“ท่านควรสั่งสอนคนของทะ...พะ... พี่ิ”
มู่หรงซินตั้งใจจะกล่าวตำหนิคุณชายผู้นั้นสักคำแต่อนิจจาเอ๋ย โลกนี้กว้างใหญ่ไพศาลแต่เหตุไฉนถึงทำให้นางได้มาพบเขาเข้าโดยบังเอิญเช่นนี้ นอกจากอดีตสามีผู้นั้นแล้วคนที่นางไม่อยากเจอหน้าที่สุดในตอนนี้ ก็คือเขาผู้นี้นี่แหละ
คุณชายท่านนี้คือ ิเฉวียนเจ๋อเป็บุรุษที่นางรู้จักมักจี่มาั้แ่วัยเยาว์ นางมักเรียกเขาว่าพี่ิและเคยมีสัญญาหมั้นหมายกับเขามาั้แ่วัยเด็ก
นางไม่ได้สนใจสัญญาหมั้นหมายนั้นสักเท่าไหร่เพราะเห็นว่าเป็เพียงแค่สัญญาปากเปล่าด้วยเหตุนี้นางจึงหันไปถักทอรักกับเซินจิ้งหยวน กระทั่งตกลงปลงใจยอมแต่งงานกับเขา
ใน่เวลานั้นนางไม่เคยคิดเลยว่าตนเองจะเลือกคนผิดและจะกลายเป็สตรีที่หูหนวกตาบอดและโง่เขลาเช่นนี้ นางคิดว่าเขาดีต่อนางเช่นนั้นเขาก็คือเนื้อคู่ของนาง
แต่มาคิดได้ตอนนี้ก็นับว่าสายไปมากแล้ว
‘เขาที่ได้มาเห็นข้าตกอยู่ในสภาพเช่นนี้คงไม่คิดหัวเราะเยาะข้ากระมัง’
ิเฉวียนเจ๋อจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความประหลาดใจคำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัวของเขาแทบนับจำนวนไม่ถ้วน
สำหรับมู่หรงซินแล้วิเฉวียนเจ๋อคนนี้ ใช่ว่าเขาดีสู้เซินจิ้งหยวนไม่ได้ กลับกัน! เขาดีมากต่างหากเขาดีมาก ๆ จนบางทีนางก็อดคิดไม่ได้ ว่าเป็นางต่างหากที่ไม่เหมาะสมคู่ควรกับเขา
นางเป็เพียงบุตรสาวของตระกูลพ่อค้าส่วนอีกฝ่ายเป็ถึงบุตรชายของขุนนางชั้นห้าประจำศาลต้าหยางของเมืองเขาเป็บุรุษหนุ่มอนาคตไกล เฉลียวฉลาด และหน้าตาดีไร้ที่ติสาวงามในเมืองต่างหมายปองที่จะแต่งเข้ามาเป็ฮูหยินน้อยของเขา
ส่วนสาเหตุที่นางและเขามีสัญญาหมั้นหมายกันก็เพราะมารดาของนางและมารดาของเขาเป็สหายสนิทกัน และมักไปมาหาสู่กันเป็ประจำนางที่เป็ลูกสาวจึงพลอยถูกทาบทามให้ไปเกี่ยวดองกับตระกูลิโดยที่มารดาของนางไม่เคยถามความเห็นของนางมาก่อนเลยแต่ต่อให้เป็สัญญาหมั้นหมายที่ผู้ใหญ่สองฝ่ายเอ่ยปาก นางก็ไม่ใคร่ใส่ได้ใจมากนักเพราะนางเห็นว่านั่นเป็เพียงแค่สัญญาปากเปล่าในวงอาหารหาใช่สัญญาที่มีลายลักษณ์อักษรที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ิเฉวียนเจ๋อมีรูปร่างหน้าตาหล่อเหลากว่าเซินจิ้งหยวนอยู่หลายขุมเสียเพียงแต่ว่าิเฉวียนเจ๋อผู้นี้เป็คนพูดน้อย วันทั้งวันเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับกองตำราหนังสือจนดูน่าเบื่อหน่าย และที่นางไม่ชอบเขา ก็เพราะเขามักจะบีบบังคับให้นางอ่านหนังสือคัดอักษร เล่นหมากรุกเป็เพื่อนเขาอยู่เสมอ นางรำคาญเขาเขาเหมือนตาเฒ่าพันปีที่คอยบังคับนางอยู่ร่ำไป
ทว่า...ตอนนี้เขาเป็ถึงซานติ่งเจี้ย[1]!
หนึ่งในสามบัณฑิตแห่งวังหลวงแม้ว่าเขาจะไม่ใช่ลำดับที่หนึ่งอย่างจ้วงหยวน แต่ก็ได้เป็ลำดับที่สามอย่าง ทั่นฮวา
จ้วงหยวน ปั๋งเหยี่ยนทั่นฮวา คือสามอันดับที่บัณฑิตทั่วทั้งใต้หล้าปรารถนาอยากจะมาอยู่ในตำแหน่งนี้นางทราบดีว่าเขากลายเป็ทั่นฮวาของเมืองหลวงได้ก็เพราะอดีตสามีของนางต่างก็เข้าสอบในครั้งนั้นด้วยเช่นกันเพียงแต่ว่าเซินจิ้งหยวนอยู่ในสามสิบอันดับแรก หาใช่สามอันดับแรกในการสอบเคอจวี่[2]เหมือนอย่างที่ิเฉวียนเจ๋อทำได้
“เ้ามาทำอะไรที่นี่เหตุใดแต่งกายเช่นนี้ แล้วเซินจิ้งหยวนสามีของเ้าเล่า?”
ิเฉวียนเจ๋อเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมาเพราะสภาพของนางในตอนนี้ไม่เหมือนคุณหนูตระกูลมู่ผู้ซุกซนผู้นั้นเลยแม้แต่น้อยนางไม่ได้มีรูปโฉมที่งดงามสดใสดังเคยที่เห็นอยู่นี้ราวกับว่าความสุขในชีวิตของนางถูกทำลายไปจนหมดสิ้นทั้งที่ปกตินางมักจะมีรอยยิ้มประดับอยู่ที่มุมปากเสมอ แม้ในยามที่นางโกรธหรือไม่พอใจ ใบหน้าของนางก็ยังคงมีรอยยิ้มประดับเสมอแต่เหตุใดตอนนี้นางถึงได้กลายเป็เช่นนี้ไปได้?
‘ตกลงว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับนางกันแน่นะ?’
“ข้าหย่ากับเขาแล้ว...”นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแ่ในลำคอจนแทบจับใจความไม่ได้
“อะไรนะ!!เ้าพูดว่าอะไรนะ!??”
ิเฉวียนเจ๋อเอ่ยถามซ้ำเพื่อให้แน่ใจว่าตนเองไม่ได้ฟังผิดเพี้ยนไปเพราะถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะเอ่ยตอบเสียงแ่เบาแต่เขากลับได้ยินชัดเจนถึงประโยคที่นางเอื้อนเอ่ยออกมาว่า “ข้าหย่ากับเขาแล้ว”
‘หย่าแล้วเช่นนั้นหรือ...เื่นี้บิดามารดาของนางทราบหรือไม่ เหตุใดถึงตัดสินใจด่วนเร็วเช่นนี้หรือเป็เพราะนิสัยของนาง... ที่เอาแต่ใจมากจนเกินไป เขาเลยทอดทิ้งนาง?’
“ข้าหย่าแล้วกำลังจะกลับบ้านที่อู่เฉียง ท่านจะถามย้ำทำไมอีก หากไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวนะ”
มู่หรงซินไม่อยากพูดคุยกับอีกฝ่ายนานนักเพราะนางรู้สึกอับอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหนดี การหย่าขาดของสตรีการถูกทอดทิ้งของสตรี ถือเป็เื่ที่น่าอับอายอย่างหนึ่งยิ่งด้วยอีกฝ่ายในตอนนี้โดดเด่นยิ่งนัก เป็ถึงทั่นฮวาของเมืองหลวง มีเกียรติมียศนางที่รู้ดีแก่ใจ ว่าเลือกบุรุษผิด หันไปแต่งกับเซินจิ้งหยวนแทนที่จะรอแต่งงานกับเขา นางก็ยิ่งรู้สึกอับอายจนแทบอยากมุดดินหนี
เซินจิ้งหยวนผู้นั้น!ไม่มีอะไรเทียบพี่ิของนางได้เลยแม้แต่อย่างเดียว แต่ผิดที่นาง ผิดที่นางใจร้อนและดวงตามืดบอดดันตาต่ำไปคว้าบุรุษสารเลวที่มีดีเพียงล่อลวงสตรีอย่างเซินจิ้งหยวนมาเป็สามีจนชีวิตของนางต้องตกต่ำมากขนาดนี้
ไม่แน่ว่า!เมื่อก่อนนี้ที่เซินจิ้งหยวนทำดีกับนาง หมั่นเอาใจนาง และดูรักใคร่นางปานจะกลืนกินอาจเป็เพราะเขาเห็นว่านางเป็บุตรสาวของตระกูลพ่อค้าที่ร่ำรวยหวังพึ่งพาเงินทองจากตระกูลของนางผลักดันให้ตนเองได้เข้าสอบรับราชการ
แล้วก็เป็ดังนั้นเมื่อเขาได้เข้ารับราชการสมใจแล้ว ได้มีตำแหน่งเป็ขุนนางดั่งที่วาดฝันไว้มู่หรงซินคนนี้ก็หมดประโยชน์ลง ไม่แปลกที่เขาจะเขี่ยนางทิ้งและหันไปเกาะสตรีอื่นที่ดีกว่านาง สามารถเชิดหน้าชูตาให้เขาได้และยังสามารถผลักดันให้เขาเติบโตในหน้าที่การงานได้
เหอะ!แต่นางมารู้เอาตอนนี้ ก็นับว่าสายเกินไปแล้ว สายเกินไปแล้วจริง ๆ
“นายท่าน...นายท่านอย่าได้ตำหนินางเลยนะเ้าคะ นางกำลังตั้งครรภ์อยู่ อ่อนเพลียไม่ค่อยสบายเดี๋ยวข้าดูแลนางเองเ้าค่ะ”
ท่านยายหลิวที่ออกไปด้านนอกเพื่อดื่มน้ำได้ไม่นานกลับมาก็พบว่าคนหมู่มากในขบวนเดินทางได้เดินออกมาจากโรงพักม้ากันหมดเพราะมีขุนนางใหญ่โตเข้ามาพักด้านใน พวกคนนอกและพวกชนชั้นแรงงานจึงต้องหลีกทางให้ท่านยายหลิวเดินหาหรงซินอยู่พักหนึ่ง ไม่ว่าเดินหาอย่างไรก็ไม่พบมู่หรงซินด้วยความเป็ห่วงท่านยายจึงได้กล้าเดินเข้ามาในเขตของโรงพักม้าก่อนจะเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังยืนประจันหน้ากับท่านขุนนางผู้หล่อเหลาอยู่
'โอ๊ย ๆแย่แล้ว แย่แล้ว ปล่อยไว้เช่นนี้คงไม่ดีแน่ หากคนธรรมดาเช่นพวกเราเกิดไปพูดอะไรไม่เข้าหูพวกขุนนางเข้าแล้วล่ะก็ มีหวังจุดจบคงไม่สวยนัก'
ด้วยห่วงใยความปลอดภัยของมู่หรงซินท่านยายหลิวจึงรีบเดินเข้าไปประชิดตัวมู่หรงซินแล้วรีบเอ่ยปากขอโทษแทนอีกฝ่ายอย่างกระตือรือร้น
“มาเถอะแม่นางมาพักข้างนอกก็ได้ มีร่มไม้อยู่ ปูผ้านอนที่นั่นก็ได้ก่อไฟยามกลางคืนก็พอจะคลายหนาวได้แล้ว”ท่านยายหลิวเอ่ยกับมู่หรงซินพร้อมกับจับจูงท่อนแขนของนางไว้
“เ้าจะไปไหนข้าไม่อนุญาตให้เ้าไป” ิเฉวียนเจ๋อเอ่ยเสียงต่ำพลางจ้องมองมู่หรงซินที่กำลังจะเดินออกไป
เมื่อครู่เขาได้ยินว่านางจะนอนด้านนอกจะก่อไฟคลายหนาว เช่นนั้นหรือ? นางเป็คุณหนูคนงามของตระกูลมู่ชีวิตของนางไม่เคยลำบากถึงขั้นนั้นมาก่อน นางจะทนนอนหนาวตากหมอกตากน้ำค้างได้อย่างไรกัน?
ว่าแต่...
สาวใช้ของนางเล่า?
สินเดิมมากมายของนางหายไปไหนหมด?
เหตุใดถึงได้มีสภาพเป็เช่นนี้ไปได้?
แล้วเื่ตั้งครรภ์เล่า?
ภรรยาตั้งครรภ์สามีที่ไหนจะกล้าหย่า เกิดเื่อะไรขึ้นกับนางกันแน่!!
“หยุดนะซินเอ๋อร์เ้าห้ามเดินหนีข้า” คราวนี้เขาไม่เพียงแค่เอ่ยเสียงเรียกแต่เขายังเดินตามไปจับท่อนแขนของนางไว้
“พี่ิ...ปล่อยข้าไปเถอะ ข้าไม่มีอะไรจะพูดกับท่าน อีกอย่างข้าไม่ใช่เด็กเล็ก ๆเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ข้าไม่ใช่เด็กน้อยที่จะฟังคำสั่งของท่านอีกแล้ว”
เอ่ยจบประโยคนี้มู่หรงซินก็รีบเดินทิ้งระยะห่างออกไปปล่อยให้เขายืนมองตามแผ่นหลังของนางด้วยแววตาที่สับสนงุงงงอย่างยากจะหาคำตอบ
ที่ผ่านมาเพราะคิดว่านางไปได้ดีแล้วแท้ๆ จึงไม่ได้คิดห่วงกังวลเกี่ยวกับเื่ความเป็อยู่ของนาง ไม่ได้พบเจอไม่ได้ถามไถ่ มุ่งหวังเพียงแต่สะสางงานราชการในส่วนของตัวเองเท่านั้น
เซินจิ้งหยวนผู้เป็สามีของนางทำงานในกรมพิธีการ แม้อยู่ในตำแหน่งเล็ก ๆ ที่อยู่ลำดับขั้นรองห้าแต่ก็ยังนับว่ามีหน้ามีตาอยู่พอประมาณ ยิ่งเมื่อไม่นานมานี้ได้ยินข่าวว่าเขาจวนจะได้เลื่อนตำแหน่งแล้วดังนั้นชีวิตความเป็อยู่ของซินเอ๋อร์ของเขาก็ควรจะดีขึ้นตามไปด้วยมิใช่หรือไยชีวิตของนางถึงตกต่ำถึงขั้นนี้
แล้วการที่อยู่ดี ๆเซินจิ้งหยวนก็ได้เลื่อนขั้นอย่างรวดเร็ว หนึ่งส่วนเป็เพราะความสามารถอีกเก้าส่วนเป็เพราะิเฉวียนเจ๋อที่มีตำแหน่งในราชการเป็ถึงทั่นฮวาช่วยพูดออกปากให้เขาถึงได้เลื่อนขั้นรวดเร็วถึงขนาดนี้
ลองไม่มีิเฉวียนเจ๋อช่วยออกปากให้สักคนขุนนางกรมพิธีการระดับขั้นรองห้าเช่นเซินจิ้งหยวนคงต้องอดทนรอไปไม่ต่ำกว่าหนึ่งถึงสองปี
ที่เฉวียนเจ๋อใจดีช่วยพูดออกปากให้จิ้งหยวนไม่ใช่เพราะเขาสนิทสนมกับคนผู้นั้น ไม่ใช่เพราะเขามีส่วนได้ส่วนเสียแต่เพราะเขานึกอยากให้ซินเอ๋อร์ของเขามีชีวิตความเป็อยู่ที่ดีรวมถึงอยากให้นางได้มีหน้ามีตาทางสังคมมากยิ่งขึ้น
เป็เฉวียนเจ๋อคนนี้ที่มีบุญคุณ!แต่เ้าคนแซ่เซินกล้าตอบแทนบุญคุณของเขาเช่นนี้น่ะหรือ!!!
[1]บัณฑิตที่สอบได้คะแนนสูงสุดสามอันดับแรกจอหงวน ป้างเหยียน และทั่นฮวา
[2]ระบบสอบเข้ารับราชการของจีนในสมัยโบราณ