หลี่ มู่ไป๋ และ เสวี่ย ลั่ว ก้าวผ่านประตูอันยิ่งใหญ่ของนครหลวงอย่างราบรื่น ไม่มีใครสนใจพวกเขาในชุดคลุมธรรมดาของศิษย์จากตระกูลเล็กๆ ที่พวกเขาเพิ่งได้มาจากการจัดการกับศัตรู
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่เมืองหลวง มู่ไป๋ รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของปราณิญญาในอากาศทันที มันมีความหนาแน่นจนแทบจะกลายเป็ของเหลว นี่คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ฝึกตนในเมืองหลวงก้าวหน้าเร็วกว่าที่อื่น
ตรรกะ: ในแง่ของทรัพยากร เมืองหลวงมีโอกาสในการบ่มเพาะสูงกว่า 800% เมื่อเทียบกับสำนักหมอกควันเมฆาเดิม
มู่ไป๋กวาดตามองอย่างเ็า ผู้ฝึกตนระดับ ก่อตั้งรากฐาน เดินกันอย่างเปิดเผย และการเห็นผู้ฝึกตนระดับ แก่นทองคำ ก็ไม่ใช่เื่แปลก สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วย นักล่า ที่แข็งแกร่งกว่าโลกภายนอกหลายเท่า
การวิเคราะห์การตั้งฐานและการเงินมู่ไป๋เลือกที่จะไม่ใช้โรงเตี๊ยมสาธารณะ แต่เช่าที่พักในเขตที่เงียบสงบซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าปกติถึงสิบเท่า
— การลงทุนในความปลอดภัยเป็สิ่งที่จำเป็ที่สุดในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูงนี้ ค่าใช้จ่ายในการเช่าที่พักจึงไม่ใช่การสิ้นเปลือง แต่คือการ ประกันความอยู่รอด —
เขาใช้ ศิลาปราณ จำนวนหนึ่งเพื่อวาง ค่ายกลป้องกันและซ่อนเร้น ขนาดเล็กด้วยตัวเอง ซึ่งเป็เคล็ดวิชาที่ได้มาจากสมุดบันทึก เพื่อให้แน่ใจว่าการบ่มเพาะของเขาจะไม่ถูกตรวจพบ
หลังจากสำรวจตลาดและหอประมูลเบื้องต้น มู่ไป๋ทำการ วิเคราะห์ทางเศรษฐกิจ อย่างรวดเร็ว
"ราคาของ ศิลาปราณชั้นสูง ในเมืองหลวงสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ 50%" มู่ไป๋กล่าวกับเสวี่ย ลั่ว "และราคาของ โอสถิญญาชั้นยอด ที่ข้า้าเพื่อบรรลุิญญาแรกเริ่มนั้น... ต้องใช้ศิลาปราณชั้นสูงอีกหลายหมื่นก้อน"
เงินในกระเป๋าของมู่ไป๋ที่มีอยู่ในตอนนี้ไม่เพียงพอแม้แต่จะซื้อวัตถุดิบครึ่งหนึ่งด้วยซ้ำ
การทำเงิน: ตรรกะของนักปรุงโอสถมู่ไป๋ไม่ลังเลที่จะหาวิธีสร้างรายได้ การปล้น เป็ทางเลือกที่ง่าย แต่มีความเสี่ยงสูงเกินไป การเป็นักปรุงโอสถ คือทางเลือกที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุด
มู่ไป๋หยิบตำราโอสถขั้นสูงออกมาจาก สมุดบันทึก และมอบให้เสวี่ย ลั่ว ซึ่งมีความถนัดในการปรุงโอสถมากกว่าเขา
"เ้าต้องปรุง โอสถธาตุบริสุทธิ์ ซึ่งเป็โอสถที่หายาก แต่ไม่สะดุดตาเกินไป และเป็ที่้าของตระกูลผู้ฝึกตนขนาดกลาง" มู่ไป๋สั่งการ "ข้าจะควบคุมและให้คำแนะนำเ้าเพื่อลดโอกาสผิดพลาดให้เหลือ 0%"
เสวี่ย ลั่ว ได้รับแรงกดดันอย่างหนัก แต่เธอก็รู้ว่านี่คือภารกิจสำคัญที่สุด เธอเริ่มต้นงานปรุงโอสถด้วยความระมัดระวังสูงสุด โดยมีมู่ไป๋คอยตรวจสอบ สมุนไพร และ การไหลเวียนของไฟ ทุกขั้นตอนด้วยสายตาที่เ็าและแม่นยำ
เงาของตระกูลเทียนหมิงในขณะที่มู่ไป๋กำลังใช้ปราณอัสนีช่วยเสวี่ย ลั่ว ในการกลั่นกรองโอสถอย่างลับๆ พวกเขาก็ได้ยินเสียงอื้ออึงจากถนนด้านนอก
ชายหนุ่มผู้หนึ่งในชุดคลุมสีทองอร่าม ที่มีสัญลักษณ์ของ ตระกูลเทียนิ สลักอยู่บนแขนเสื้อ ได้ใช้แส้ปราณทำร้ายผู้ฝึกตนระดับก่อตั้งรากฐานที่เดินชนเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ
ตูม!
พลังของชายหนุ่มผู้นั้นอยู่ในระดับ แก่นทองคำขั้นกลาง และการโจมตีของเขาทำให้อีกฝ่ายาเ็สาหัสโดยไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วยเหลือ
มู่ไป๋มองเห็นเหตุการณ์นั้นผ่านหน้าต่างอย่างเฉยเมย
— พลังปราณที่รุนแรง ความหยิ่งยะโสที่เกิดจากอำนาจ... นี่คือภาพสะท้อนของ ปรมาจารย์เทียนิ ตราบใดที่ยังไม่บรรลุิญญาแรกเริ่ม การแสดงความอ่อนแอคือการยอมรับความพ่ายแพ้ —
"รีบปรุงโอสถให้เสร็จ" มู่ไป๋กล่าวเสียงเรียบ "เราไม่มีเวลาที่จะสนใจความอยุติธรรมของโลกนี้ จุดมุ่งหมายของเราคือการเพิ่มพลังเท่านั้น"