จอมโจรทลายสวรรค์

    ตอนที่ 37 หมื่นอัสนีร่วงหล่น

            สายตากงซุนจ้องตกลงบนร่างของศิษย์พี่หนานจิ้งด้วยสีหน้าแตกตื่นพลันเร่งรีบกล่าวด้วยน้ำเสียงดูร้อนรน“ท่านอาจารย์ ! ศิษย์พี่หนานจิ้งคิดที่จะลงมือกำจัดศิษย์น้องฮุ่ยซุนจริงๆโปรดช่วยหยุดยั้งการประมือครั้งนี้ด้วย” กงซุนตวัดสายตากลับไปยังลานฝึก มันเกรงว่าจะพลาดเหตุการณ์สำคัญไปสักวินาทีเดียว“หุบปากแล้วเจ้าลองจ้องเข้าไปในแววตาของฮุ่ยซุน แววตาของมนุษย์นี้มันไม่เคยโกหกใครแววตาของมันในยามนี้มันไม่ใช่แววตาของคนที่คิดจะยอมแพ้ พวกเจ้าทั้งสองจงดูไว้”ผู้อาวุโสตงฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงชื่นชม

     

            ภายใต้แสงแดดอันร้อนแรง สิ่งมีชีวิตที่อยู่รอบบริเวณลานฝึกกับเงียบสงบกงซุนและฟูหลิวที่ยืนอยู่ด้านข้างอาจารย์ พลอยเงียบปากสงบคำ สายตาทุกคู่รอบบริเวณ จ้องมองไปที่ฮุ่ยซุนดั่งราวตัวประหลาดที่โง่งมหาญกล้าท้าทายศิษย์พี่หนานจิ้งผู้เกรี้ยวกราด

     

            “ฮุ่ยซุน! ข้าจะให้โอกาสเจ้า ถ้าเจ้าขอขมาข้า ข้าจะเพียงหักขาเจ้าเพียงข้างเดียวแต่ถ้ายังฝืนดื้อดึง ข้าไม่อาจรับประกันชีวิตของเจ้า” ศิษย์พี่หนานจิ้งเอ่ยขึ้นพลันเลียริมฝีปากอย่างช้าๆมุมปากทั้งสองข้างพลันยกขึ้นเผยรอยยิ้มอันชั่วร้าย นัยน์ตาเฟยซุนจ้องไปยังศิษย์พี่ผู้นี้ด้วยสายตาสงบดุจน้ำนิ่งก่อนเอ่ยอย่างช้าๆ“ศิษย์พี่หนานจิ้ง ท่านไม่คิดว่าตนเองไปฝ่ายที่จะแพ้พ่ายบ้างเหรอ ถ้าหากข้าพลั้งเผลอทำศิษย์พี่บาดเจ็บได้อีกครั้งเกรงว่าผู้คนจะครหาว่าข้านั้นรังแกศิษย์พี่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า” เฟยซุนเอ่ยเสร็จพลันยิ้มให้ศิษย์พี่ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าอย่างอ่อนโยน

     

            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า อาศัยเจ้าอย่างงั้นเหรอ” ศิษย์พี่หนานจิ้งหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง“พวกเจ้าจงดู ที่ศิษย์น้องฮุ่ยซุนผู้นี้เอ่ยมา มันชั่งน่าขำมากนัก ในเมื่อศิษย์น้องผู้นี้ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงในฐานะที่ข้าเป็นศิษย์พี่ ข้าก็ไม่อาจนิ่งดูดายที่จะไม่สั่งสอนมันให้รู้สำนึก ข้าหนานจิ้งจะใช้โอกาสนี้สั่งสอนศิษย์น้องโอหังผู้นี้ให้รู้ที่ต่ำที่สูงเอง”ศิษย์พี่หนานจิ้งมองมันราวกับไปคนโง่งมคนนึงที่ไม่คิดรักชีวิต

     

            “ฮ่า ฮ่า มันน่าจะบ้าแล้ว มันคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงหาญกล้าเผชิญหน้าท้าทายศิษย์พี่หนานจิ้งผู้นี้”กลุ่มศิษย์ผู้สนับสุนนศิษย์พี่หนานจิ้งที่อยู่บริเวณรอบลานฝึก บางกลุ่มจ้องมองมันเป็นดั่งตัวตลกหัวเราะเยาะเย้ยเฟยซุนที่มันไม่คิดรักชีวิตของตัวมัน

     

            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า เอาแบบนี้ละกัน ศิษย์น้องฮุ่ยซุนถ้าหากเจ้าเอาชนะข้าได้ข้าก็จะไม่ติดใจเอาความใดๆที่เจ้าลบหลู่ข้าและจะไม่ตอแยกับเจ้าอีกตลอดที่เจ้าเป็นศิษย์ที่สำนักแห่งนี้แต่ถ้าหากเจ้าพ่ายแพ้ ข้าก็ไม่อาจรับรองความปลอดภัยในชีวิตเจ้า อาจจะพลั้งเผลอลงมือทำร้ายเจ้าจนพิกลพิการก็อาจเป็นไปได้” ศิษย์พี่หนานจิ้งเอ่ยขึ้นด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม

     

            รอบบริเวณลานฝึกกลับสู่ความเงียบงันอีกครั้งทุกสายตาจ้องมองไปที่เฟญซุนราวกับรอคำขอขมาต่อศิษย์พี่หนานจิ้ง  “ตกลง ข้าขอให้ทุกคนที่อยู่ในที่แห่งนี้เป็นพยานด้วย” เฟยซุนพลันยกมือประสานเชิงคาระหันไปรอบทิศทางเหล่าศิษย์ที่อยู่บริเวณรอบต่างอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกโผล่ด้วยความตกตะลึงพวกมันไม่คาดคิดว่าศิษย์ใหม่ผู้นี้ ที่พึ่งเป็นศิษย์น้องได้ไม่กี่วันกับเลือกหนทางสู่ความตาย

     

            “ศิษย์น้อง ถึงแม้เราจะไม่รู้จักคุ้นเคย แต่เราก็เป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องร่วมสำนักกันข้าว่าเจ้าลดทิฐิ ลองใคร่ครวญใหม่อีกครั้ง” ชายรูปร่างผอมบางใบหน้าถูกปกปิดไปด้วยผ้าคลุมเนื่องด้วยจากอากาศร้อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสงบ เฟยซุนพลันหันไปจ้องมองเข้าไปในแววตาผู้นั้น ดูมั่นคงและเต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ใจหาได้มีเจตนาอย่างอื่นแอบแฝง

     

            “ขอบคุณศิษย์พี่ ไม่ทราบข้าขอทราบนามของศิษย์พี่ได้หรือไม่” เฟยซุนพลันหันเอ่ยถามด้วยความนับถือ “ข้าหวังชีเซียง” ชายรูปร่างผอมบางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ“ข้าขอรับความหวังดีจากศิษย์พี่ชีเซียง แต่ข้าทำไม่ได้ที่จะลดทิฐิแล้วแล้วขอขมาต่อศิษย์พี่ผู้อันธพาลลงมือทำร้ายศิษย์น้องโดยไม่มีเหตุผล” เฟยซุนพลันชี้มือไปยังศิษย์พี่หนานจิ้งอย่างเกรี้ยวกราด“ฮ่า ฮ่า ข้านี้เหรออันธพาลทุกคนในที่แห่งนี้ก็เห็นว่าเจ้านั้นกล่าววาจาล่วงเกินข้าก่อน หรือสมองของเจ้านั้น มีปัญหาไปแล้ว”ศิษย์พี่หนานจิ้งเอ่ยคำยั่วยุให้เฟยซุนนั้นตกลงในหลุมพรางที่มันขุดไว้อีกครั้ง

     

            “ในเมื่อเจ้าต้องการสั่งสอนข้า เหตุใดต้องทำร้ายสหายข้าไม่ใช้เพราะเจ้าทั้งสองรวมหัวกัน วางแผนเพื่อให้พวกข้าติดกับให้ข้าตกสู่หลุมพรางที่พวกเจ้าทั้งสองนั้นก่อไว้ไม่ใช่เหรอ” เฟยซุนพลันตวัดนิ้วชี้ไปที่กงฝู “ใช่ เป็นดั่งที่เจ้าเคยคาดคิดไว้ เป็นข้าที่หักขาลูกน้องของเจ้าเอง” เฟยซุนเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย

     

            “ที่แท้ เป็นเจ้า!” บรรยากาศรอบกงฝูปกคลุมไปด้วยเพลิงโทสะมันเป็นถึงคุณชายตระกูลต้วน กลับถูกชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกัน มันทำร้ายลูกน้องของมันโดยที่มันไม่ทันรู้ตัวความเกลียดชั่งต่อเฟยซุนก่อตัวเพิ่มขึ้นทวีคูณ มันกำหมัดอย่างแนบแน่น “น้องพี่ความแค้นในใจนี้พี่จะลงมือสั่งสอนมันเอง” ศิษย์พี่หนานจิ้งเอ่ยขึ้นด้วยเสียงอันเย็นชาจนผู้คนที่อยู่บริเวณลานฝึกสัมผัสได้ถึงเพลิงโทสะที่กำลังลุกไหม้อยู่ภายในใจของพวกมันทั้งสอง

     

            ศิษย์พี่หนานจิ้งพลันปลดปล่อยปราณนักสู้ขั้นสองแผ่พุ่งปกคลุมไปทั่วลานฝึก“แล้วเจ้าจะต้องเสียใจ” ศิษย์พี่หนานจิ้งพุ่งทะยานเข้าหามันประกายอัสนีสีฟ้าแขนซ้ายของมันพลันเปลี่ยนเป็นวงแหวนอัสนีสามชั้น เฟยซุนหรี่ตามองด้วยใบหน้าเคร่งขรึมพลันขยับกายหลบหลีก เฟยซุนกางม่านเพลิงปกบังจนอีกฝ่ายไม่คาดคะเนแยกออกว่าตัวมันอยู่ที่ใดเหล่าศิษย์เร่งรีบลงจากลานฝึกด้วยสีหน้าแตกตื่น อุณหภูมิรอบตัวพวกมันร้อนระอุราวกับดวงอาทิตย์กำลังแผดเผาพวกมันศิษย์พี่หนานจิ้งชะลอความเร็วพลันให้สายตาค้นหาม่านเพลิงอย่างละเอียด “มันจะเล่นลูกไม้อันใดอีก”ศิษย์พี่ผู้นี้พลันเป็นทิศทะยานขึ้นนภาอย่างฉับพลัน “หมื่นอัสนีร่วงหล่น” มันชกเหวี่ยงหมัดซ้ายกลางอากาศที่ปกคลุมด้วยประกาศอัสนีทันทีที่หมื่นอัสนีร่วงหล่นปรากฎสู่สายตา ห่าอัสนีร่วงหล่กจากนภาอย่างหนาแน่น  เฟยซุนพลันเรียกใช้ ผนึกอัคคี ขว้างกั้นอัสนีที่กำลังร่วงหล่นจากนภาอีกครั้ง

     

    ตูม ตูม ตูม

     

            หมื่นอัสนีร่วงหล่นปะทะเข้ากับผนึกอัคคีเกิดเสียงดังตูมตามดังลั่นสะท้านไปทั่วลาน ผนึกอัคคีแม้นจะเป็นทักษะที่สุดยอดในการป้องกันแต่ไม่อาจข้ามขีดจำกัดระดับชั้นปราณได้  ผนึกอัคคีถูกใช้ออกด้วยปราณชั้นก่อตั้งขั้นสี่ มันไม่อาจต้านทานหมื่นอัสนีร่วงหล่นได้ สถานการณ์เริ่มย่ำแย่ ผนึกอัคคีสองชั้นใกล้แตกหักทว่าเฟยซุนฝืนเรียกใช้ผนึกอัคคีชั้นที่สามมาทับซ้อนอีกครั้ง จนสามารถต้านทานหมื่นอัสนีร่วงหล่นได้

     

    เปรี๊ย  เปรี๊ย   ปังงง

     

            เฟยซุนถูกแรงกระแทกผลักไปไกลนับสิบก้าว ทว่าศิษย์พี่หนานจิ้งถูกกระแทกสองเท้าทิ้งน้ำหนักอย่างมั่นคงไถลตัวไปตามพื้นห่างเพียงสามก้าว เฟยซุนเงยหน้ามองพลันหายใจเข้าออกอย่างรุนแรง มันไม่คาดคิดที่จะต้องสูญเสียพลังปราณไปจำนวนมากกับผนึกอัคคีขนาดนี้ ศิษย์พี่หนานจิ้งไม่พลาดที่สังเกตเห็นผนึกอัคคีของเฟยซุนต้องใช้ปราณจำนวนมากและผนึกอัคคีของมันไม่อาจต้านทานวิชาอัสนีของมันได้ในทีเดียวมันทะยานขึ้นนภาอีกครั้งก่อนพุ่งดิ่งลงมาดั่งดางหางอัสนีส่องเป็นประกายแสบตาไปทั่วลานมันพลันนึกถึงช่วงเวลาที่ฝึกฝนทักษะใหม่อยู่ในประตูมิติ “เคล็ดลับสิ้นไร้มายาขั้นที่หนึ่ง” เฟยซุนหลับตาโคจรพลังปราณผสานลมหายใจ เพียงเสี้ยววิลมหายใจที่เคยปั่นป่วนกลับสู่ปกติมันเร่งรีบเงยหน้าตวัดสายตาไปทางซ้ายทางขวา มันกางม่านเพลิงขนาดใหญ่เหนือศีรษะอย่างรวดเร็ว

     

            ทว่าศิษย์พี่หนานจิ้งไม่เห็นม่านเพลิงอยู่ในสายตามมันแม้แต่น้อย บุกทะลวงข้ามผ่านม่านเพลิงอย่างง่ายดาย เฟยซุนรีบเคลื่อนย้ายกายไปทางซ้ายมือของมันภายใต้ม่านเพลิง มันเร่งรีบกางม่านเพลิงเดียวแข็งเดียวอ่อนสลับกันจนศิษย์พี่หนานจิ้งชะลอความเร็วในการติดตาม “คิดว่าของแค่นี้จะหยุดข้าได้อย่างงั้นเหรอ”

     

    ย๊ากกกกกกก


            พลังปราณอัสนีถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเข้มข้น  ศิษย์พี่หนานจิ้งเหวี่ยงหมัดอัสนีออกไปด้วยเพลิงโทสะม่านเพลินเบื้องหน้ามันถึงกับสลายหายไปในอากาศ  มันระเบิดพลังปราณนักสู้ขั้นสองด้วยความเกรี้ยวกราด“หยุดล้อเล่นได้แล้ว ตายซะ” พลังปราณนักสู้ขั้นสองทุบทำลายม่านเพลิงทุกชนิดของมันจนหมดสิ้นเกิดกลุ่มควันลอยฟุ้งอยู่กลางอากาศ ทว่ากับรั้งอยู่ได้ไม่นานพลังปราณอันเกรี้ยวกราดพัดพากลุ่มควันลอยหายไปอย่างช้าๆ  ภาพแรกที่ทุกคนเห็นมัน ดวงตาสีดำทมิฬกลับเปล่งประกายระยับราวอยู่ในห้วงจักรวาลผมสีดำชี้ชันโบกสะบัดไปตามสายลม ร่างกายมันยังไม่มีบาดแผลใดๆมีเพียงเหงื่อที่เปียกชุ่มทั่วแผ่นหลัง

     

             “ดูสิ เจ้าจะหนีข้าได้อีกกี่ครั้ง”ศิษย์พี่หนานจิ้งเอ่ยด้วยใบหน้าทะมึน ตัวมันถูกควบคุมด้วยเพลิงโทสะพุ่งทะยานเข้าหาซุนอย่างบ้าคลั่งก่อนถึงเฟยซุนสิบก้าวมันเหวี่ยงฝ่ามือซ้ายลื่นไหลดั่งอสรพิษ “ฝ่ามือวงแหวนเขี้ยวอัสนี” เฟยซุนวาดขาขวาเป็นครึ่งวงกลมไปด้านหลัง ฝ่ามือทั้งสองข้างถูกยกขึ้นเปลวเพลิงดวงเล็กถูกจุดขึ้นเพียงพริบตาเดียวมันปลดปล่อยจุดกักเก็บลมปราณถึงสามจุด“ฝ่ามืออัคคี” เปลวเพลิวของราชันเทพอัคคีถูกกระตุ้นจุดขึ้นจนลุกลามเผาไหม้ไปทั่วแขนสร้างความหวาดหวั่นให้ผู้คนที่เฝ้ามองอยู่เบื้องล่างจำนวนมาก

     

            “นี้สินะ ที่เหล่าผู้อาวุโสคนอื่นเคยเอ่ยถึงกัน การระเบิดพลังปราณออกมาอย่างฉับพลันโดยสามารถเทียบเท่าลมปราณของผู้ที่อยู่ในช่วงชั้นนักสู้”ผู้อาวุโสตงฟางเอ่ยขึ้นด้วยสายตาอันเฉียบคม กงซุนและฟูหลิวที่ยืนอยู่ด้านหลังหันจ้องมองตากันอย่างเลิ่กลั่ก  พวกมันไม่อาจเข้าใจความหมายที่ผู้อาวุโสตงฟางกล่าวถึง

     

            ฝ่ามือวงแหวนเขี้ยวอัสนีพลันเปลี่ยนเป็นอสรพิษอัสนีนับร้อยพยายามพุ่งฉกท่อนแขนซุนอย่างรวดเร็ว ฝ่ามืออัคคีเผาผลาญทุกสิ่งที่อยู่เบื้องหน้ามันปราณทั้งสองสายต่างไม่อ่อนข้อให้แก่กันแต่งผลักดันปราณแต่ละฝ่ายอย่างดุดัน  เปรี้ยงงงงงงงงง  เสียงปะทะของฝ่ามือทั้งสองดังสนั่นลั่นฟ้าทั้งคู่กระเด็นถอยหลังนับสิบก้าว เฟยซุนพลันสบัดมืออย่างรวดเร็วทว่ามือของมันเกิดอาการชาไร้ความรู้สึกศิษย์พี่หนานจิ้งตกตะลึงอย่างที่สุดมันก็ไม่คาดคิดว่าเฟยซุนจะสามารถต้านทานฝ่ามือของมันได้

     

            เพียงไม่กี่อึดใจศิษย์พี่หนานจิ้งพลันเปลี่ยนจากสายตาตกตะลึงแววตาทั้งสองข้างกลับมาควบแน่นมีสติดังเดิม  มันใช้ท่าเท้าพิสดารย่นระยะ ทิ้งระยะห่างจากซุนเพียงสามก้าวซุนไม่อาจเตรียมตัวตั้งรับได้ทันท่วงทีพลันเร่งรีบรีบกางม่านเพลิงอย่างตื่นตระหนก ด้วยปฏิกิริยาอันเฉียบคมศิษย์พี่ผู้นี้ใช้ท่าเท้าพิสดารเหยียบอากาศกระโดดข้ามม่านเพลิงพลันม้วนตัวสองตลบปลายเท้าทั้งสองข้างเกิดประกายสีทับทิมอย่างเข้มข้น “อสรพิษสะบัดหาง”ปลายเท้าทั้งสองขาตวัดเข้าใส่แผ่นหลังเฟยซุนอย่างรุนแรง

     

            เฟยซุนถูกท่าเท้าพิสดารถีบเข้ากลางหลังจนทั้งร่างกายกระเด็นลอยละริ้วกลิ้งไถลไปกับพื้นศิษย์พี่หนานจิ้งผู้นี้ไม่รีรอให้มันตั้งหลักได้ทันมันพุ่งทะยานติดตามหมายให้ทุกอย่างจบในฝ่ามือเดียว เฟยซุนสะกดกั้นความเจ็บปวดพลันพลิกกายยืนหยัดขึ้นอย่างทุลักทุเลแววตาทั้งสองจ้องมองที่ศิษย์พี่หนานจิ้งอย่างควบแน่นอย่างแน่วแน่นไม่ยอมแพ้ เฟยซุนพลันกำหมัดอย่างแนบแน่นพลังปราณที่จุดกักเก็บปราณหนึ่งจุดถูกเปิดอย่างฉับพลัน มันเหวี่ยงหมัดใส่พื้นลานฝึกอย่างไร้ท่าทีลังเล

     

    ตูมมมม

     

            พื้นลานฝึกปริแตกแยกออกเป็นบริเวณกว้าง กลุ่มควันลอยสูงอย่างหนาแน่น ศิษย์พี่หนานจิ้งพลันหยุดอย่างกะทันหันด้วยความระมัดระวังตัวคิ้วทั้งสองขมวดเป็นปมราวกับมันไม่เข้าคิดสิ่งที่ซุนคิด“เจ้าเด็กบ้านี้ สมองมันคงมีปัญหา” รอยยิ้มอันชั่วร้ายปรากฎขึ้นบนใบหน้า

     

            ศิษย์พี่หนานจิ้งพุ่งทะยานเข้าหากลุ่มควัน ทว่าคราวนี้กลับเพิ่มความเร็วเป็นสองเท่าเบื้องหน้ามันมีแต่กลุ่มควันไม่อาจมองเห็นด้านในได้ชัดเจนไม่อาจคาดเดาวงแหวนอัสนีถูกกระตุ้นอีกครั้ง “หมื่นอัสนีร่วงหล่น”  เฟยซุนตอบสนองอย่างฉับพลันผนึกอัคคีถูกใช้ภายใต้กลุ่มควันทักษะทั้งสองปะทะกันจนเกิดเสียงดังไปทั่วลาน เปรี๊ย เปรี๊ย ประกายแสงอัสนีสาดส่องออกมาวูบวาบดูน่าหวาดหวั่น เฟยซุนไม่อาจฝืนพลางตัวซ่อนเร้นกลายในกลุ่มควัน “อูสรเร้นกาย” มันรีบเร่งออกจากกลุ่มควันอย่างฉับพลันพลังปราณของมันปั่นป่วนจวนเจียนใกล้ถึงจุดสิ้นสุด เพียงกี่ไม่ถึงอึดใจผนึกอัคคีถูกทำลายห่าพิรุนอัสนีร่วงหล่นยังโจมตีใส่กลุ่มควันอย่างบ้าคลั่ง ศิษย์พี่หนานจิ้งจ้องมองด้วยด้วยสายตาอันเฉียบคมไม่ปรากฎมีสิ่งใดเล็ดรอดออกมาจากกลุ่มควันได้“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าตัวโง่เง่าเกินเยี่ยวยา” ศิษย์พี่หนานจิ้งหัวเราะอย่างบ้าคลั่งพลันปรากฎรอยยิ้มอย่างชั่วร้าย