ฮ่าวเทียนกำลังสับสนงุนงงกับพลังปราณที่พวยพุ่งของตน ชัดเจนว่ามันรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้น
“ เว่ยซิน เมื่อวาน...ขอบคุณเ้าที่ยื่นมือช่วยเหลือ ไม่ได้เ้า ข้าคง... ” เว่ยซินตอบกลับทันที
“ เ้าไม่ต้องใส่ใจ แต่ไหนแต่ไรข้านิสัยผิดแผก ไม่ชอบมั่วสุมกับตำแหน่งใหญ่โต ไม่ชอบวางท่าบ้าอำนาจ เพียง้าใช้ชีวิตมุ่งสู่มรรคายุทธ์แท้จริงเท่านั้น เ้านับว่าเป็สหายข้า สหายยื่นมือช่วยเหลือ ย่อมเป็เื่ปกตินัก ” ฮ่าวเทียนยิ้มขอบคุณโดยไม่กล่าวอันใด ผ่านพ้นเื่ราวไปได้สักสองอาทิตย์ แม้ถูกกลั่นแกล้งอยู่บ้าง แต่ฮ่าวเทียนยามนี้มีเว่ยซินข้างกาย พวกมันนึกกลั่นแกล้งก็ทำอะไรไม่ได้มาก ทว่าวันนี้ คิ้วขวาฮ่าวเทียนกระตุกทั้งวัน ไม่อาจสงบใจได้ คล้ายมีลางบอกเหตุบางอย่าง...
“ ฮ่าวเทียน วันนี้เ้าไปแดนชมจันทร์กับข้าอีกครานะ ข้าอยากไปจับปลาที่นั่นอีก “ ฮ่าวเทียนตอบคำไม่ลังเล “ เ้าอยากไปไหนข้าจะไปกับเ้า ”
สองคนหลังเลิกเรียนกำลังมุ่งตรงไปยังแดนชมจันทร์ กลับถูกเงาร่างนักเรียนหลายสิบคน ดักตรงหน้า
“ เหอๆ คู่รักนายน้อยฮ่าวและท่านหญิงเว่ยซินวันนี้คิดไปออกเดทกันที่ใดอีกเล่า น่าสนุกนัก ขอข้าร่วมวงด้วยคน ” ปรากฏร่างเงาอีกผู้หนึ่งขึ้นมา เป็หยางเว่ยเทียนนั่นเอง
“ เว่ยเทียน เ้ามีอะไรจะพูดก็พูดมา ข้ากับฮ่าวเทียนมีธุระอื่น ไม่ว่างเล่นกับเ้า! ” หยางเว่ยเทียนหัวเราะเบาก่อนผายมือออก
“ ข้าขอแนะนำ ท่านนี้เป็ศิษย์พี่ข้าเอง เขาอยู่ในชั้นเรียนยอดยุทธ์ ยามนี้เข้าสู่ปราณก่อตั้งแล้ว ” ฮ่าวเทียนขนลุกซู่ ปราณก่อตั้งนับว่าสูงกว่ามันและเว่ยซินมากนัก ที่แท้ พวกบ้านี่คิดทำอันใดอีก...
“ มิต้องทำหน้าตาน่ากลัวปานนั้น ข้าขอยอมรับว่าส่งคนไปกลั่นแกล้งนายน้อยฮ่าวหลายครา ทว่าไม่เคยประสบผล ชัดเจนว่าท่านแข็งแกร่งนัก ทั้งตัวข้านั้นแสนอ่อนแอ จึงให้ศิษย์พี่มาประลองยุทธกับนายน้อยเสียหน่อย ” เว่ยซินขมวดคิ้วพลันกล่าว
“ อยากประลองก็ไปลงทะเบียนยังลานประลอง เช่นนี้ไม่ต่างกับสุนัขข้างถนน! ” สิ้นเสียงเว่ยซิน นางถูกชายหนุ่มร่างกำยำ พุ่งเข้าจี้จุดกลางหลังอย่างรุนแรง พลังยุทธ์ถูกผนึกสิ้น
“ ท่านหญิงน้อยดูท่าสงบเสงี่ยมแล้ว เอ้า นายน้อยฮ่าว ให้ข้าเปิดหูเปิดตา! ” ยามนี้ฮ่าวเทียนถูกจู่โจมอยู่ฝ่ายเดียว อีกฝ่ายแทบไม่ใช้พลังใดๆเลย ทุบตีตนจนกระอักเืครั้งแล้วครั้งเล่า มองดูเว่ยซินกำลังสลบเหมือด
“ โอๆ ดูไปแล้วท่านหญิงเว่ยซินนี่ก็งดงามไม่น้อย หากนางเป็ของข้า ข้าคงได้เป็เขยแม่ทัพหลินเป็แน่ ฮ่าๆๆ ” เสียงนักเรียนคนนึงพูดจาด้วยสายตาที่ถมเต็มราคะ เห็นสองมือนักเรียนผู้นึงกำลังเลิกชายกางเกงนาง หยางเว่ยเทียนกล่าว
“ ปากพาซวยแท้ ไม่มีคำสั่งข้า เ้าห้ามทำอะไรบ้าๆเด็ดขาด !” ฮ่าวเทียนมองดูสหายเพียงคนเดียวของมันถูกโอบอุ้มด้วยพวกนักเรียนชั้นต่ำ สองมือรุกล้ำกระทำชำเรา ไม่อาจสงบใจได้อีก
“ พวกสวะบัดซบ ข้าไม่เคยมีความแค้นใดกับพวกเ้า บีบคั้นกันถึงเพียงนี้ ย่อมได้! ” ฮ่าวเทียนยามนี้ดูแปลกตาไป รัศมีอาฆาตสังหารเปล่งออกมาจากร่างที่าเ็ ทุบทำลายคู่ประลองของมันจนถอยร่น ทุกสายตาในเหตุการณ์ตะลึงลานตัวสั่นเทิ้ม
“ ข้ากะแล้ว กะไว้แล้ว ไอ้ขยะนี่ต้องมีบางสิ่งพิเศษ ถึงยังยืนอยู่ที่แห่งนี้ได้ คิดถูกจริงที่ให้ศิษย์พี่มารับมือ พวกเ้าทิ้งท่านหญิงไว้ รีบจากไปกับข้า ให้ศิษย์พี่รับมือ! ” ฮ่าวเทียนสงบใจรวบรวมปราณทมิฬให้มากที่สุด ส่งออกไปทางดวงตา การโคจรปราณของมันจัดว่าอยู่ในชั้นสูงส่ง แม้เทพยุทธ์ผู้ฝึกตนมาเนิ่นนาน ยังคุมปราณไม่ลื่นไหลเท่านี้
“ เ้าไม่เกี่ยวข้อง เป็เพียงสุนัขตัวใหญ่ หากไม่รีบจากไป บิดาจะฆ่าสังหารให้สิ้น! ” …
“ เด็กน้อย ไม่ว่าเ้าใช้วิธีใด ความต่างพลังเรามากล้น ยามนี้กลับปากดีนัก ” ฮ่าวเทียนไม่สนใจคำ รีดเค้นพลังให้มากที่สุด พลันกล่าว
“ ชนะเ้าย่อมไม่อาจทำได้ แต่สังหารให้ตกตาย ข้าทำได้ง่ายนัก... ” รัศมีสังหารที่น่าหวั่นเกรงนี้ ส่งจากดวงตาฮ่าวเทียนเข้าสู่จิตของอีกฝ่ายอย่างเรียบง่าย ทิ่มทำลายจิตใจจนหมดสิ้น ยามนี้ศัตรูมันแม้อยู่ระดับปราณก่อตั้ง ยังไม่อาจตอแยกับปราณสังหารนี้
“ ขะ ข้าจะไม่ลดตัวไปยุ่งเกี่ยวกับขยะเช่นเ้าหรอกนะ!”
จากนั้นมันเร่งจากไปราวกับสุนัขวิ่งหนีพญาเสือ ฮ่าวเทียนยามนี้ทั้งาเ็ ทั้งการฝืนรีดเค้นปราณทมิฬทำให้มันหมดสภาพ มองดูเว่ยซินนอนสลบกองบนพื้นก่อนจะสลบไปอีกคน “ เว่ยซิน....” พลันปรากฏร่างเงาผู้หนึ่งขึ้น ที่แท้เขามองดูเื่ราวนี้อยู่เนิ่นนานแล้ว... วันวานผ่านพ้น ฮ่าวเทียนยามนี้ตกอยู่ในห้วงความฝัน เื่ราวก่อนมันจะสลบไปวนเวียนอยู่ในใจตลอดเวลา
“ ตัวข้า...รู้หรือไม่เหตุใดเ้าถึงตกต่ำเพียงนี้ ตัวเ้าในอดีตยิ่งใหญ่เกรียงไกร ในทวีปนี้ไม่มีผู้ใดให้หวาดเกรง ” เสียงที่ฮ่าวเทียนคุ้นเคยดังขึ้นอีกครา ฮ่าวเทียนกล่าว
“ ท่านคือดวงจิตในตัวข้าเมื่อยามนั้น...อย่าได้ซ้ำเติมข้า ข้ารู้ดี แต่ไม่อาจปกป้องนางได้ ซ้ำยังถูกกลั่นแกล้งเยี่ยงสุนัขข้างถนน...” ร่างชายหนุ่มปรากฏขึ้นในใจฮ่าวเทียนอีกครา คราวนี้ใบหน้าชัดเจนของมัน ทำให้ฮ่าวเทียนตกตะลึง “ ท่าน ท่านหน้าตาเหมือนข้าไม่ผิดเพี้ยน เป็ผีรึอันใดกันแน่! ”
“ ฮ่าวเทียน...เ้าในยามนี้มันช่างอ่อนแอ อ่อนแอจนน่าสมเพช ” รัศมีพลังที่ปลดปล่อยออกมาจากชายผู้นี้ อยู่ในระดับพลังที่มันไม่เคยพบเจอ ใจเด็กหนุ่มเคยััพลังจอมราชันย์ของท่านปู่มันมา นี่กลับยิ่งใหญ่กว่าจนไม่อาจเทียบได้
“ ท่าน ถ้าท่านคือตัวข้า นั่น คือพลังของข้า ?” ชายหนุ่มกลับกล่าว
“ เ้าในยามนี้อ่อนแอนัก กลับดึงเอาปราณทมิฬไปใช้ ไม่ใช่แค่ไม่อาจควบคุมได้ แต่ยิ่งซ้ำเติมพลังให้ผนึกในตัวเรากล้าแกร่งขึ้น ...ผนึกนี่ผนึกข้าจากเ้า ผนึกพลังอำนาจ ความทรงจำ โชคชะตาทั้งมวล ยิ่งเ้าดึงเอาปราณทมิฬไปใช้ ผนึกนี้ยิ่งต่อต้าน ข้าขอเตือน หากไม่อยากตายเร็วนัก ห้ามเ้าใช้ปราณทมิฬอีก จงฝึกฝนด้วยตนเอง ยิ่งใหญ่ดังเช่นตัวเ้าในอดีต...”
สิ้นเสียงชายหนุ่ม ฮ่าวเทียนลืมตาตื่นขึ้น มองไปโดยรอบด้วยความใ ยามนี้มันนอนอยู่ในห้องหับที่ถูกจัดไว้อย่างสวยงาม ทั่วร่างเ็ปนัก แม้ลืมตาขึ้นยังรู้สึกเหมือนหัวจะะเิ “ เป็เพราะพลังจิต ” สุ้มเสียงผู้หนึ่งดังขึ้น ยามฮ่าวเทียนหันไปมอง มันนึกออกทันที นี่คือบุคคลที่ถูกเรียกว่า อาจารย์เทียนอวิ๋น สูงส่งขนาดคณาจารย์ยังต้องคำนับ เด็กหนุ่มพยายามลุกขึ้นคำนับ
“ ไม่ต้องฝืนไป ประเดี๋ยวจะตายเร็วเอา ข้าเห็นทุกสิ่ง เ้าทุ่มเทพลังใส่สองดวงตา ใช้จิตสังหารกำราบศัตรูพ่าย ทั้งน่าชื่นชม และน่าเวทนาในเวลาเดียวกัน...” ฮ่าวเทียนนึกขึ้นได้รีบสอบถาม
“ ท่านอาจารย์ เว่ยซิน เว่ยซินนางเป็อย่างไรบ้าง ? ” เทียนอวิ๋นตอบกลับ
“ ฮึ พลังฝีมือต่ำต้อย แต่กลับมีใจคุณธรรมสูงส่ง ช่างย้อนแย้งนัก นางไม่เป็อะไร หลายวันนี้มาเยี่ยมเยือนเ้าหลายครา ....ปราณทมิฬที่เ้าใช้ออก ไม่ว่าเป็ความลับใดบนกายเ้า เผยออกมาง่ายดายปานนี้ช่างโง่เขลานัก น่าผิดหวังยิ่ง เพียงแต่เห็นสิ่งที่เ้ากระทำ ข้าไม่อาจพูดได้เต็มปากนักว่าเ้าเป็มาร”
ฮ่าวเทียนไม่ใแม้แต่น้อย บุคคลผู้นี้ เพียงแค่มองไปยังดวงตาเขา คล้ายถูกสะกดด้วยมนต์ขลัง ไม่อาจซ่อนเร้นใดๆ
“ ศิษย์ขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่ช่วยเหลือ หากแต่ศิษย์จะขยันฝึกฝน ไม่อาจทำให้ท่านผิดหวังอีก ”
เทียนอวิ๋นขมวดคิ้วก่อนกล่าว
“ พลังฝีมือต่ำต้อยยังปากดี ก่อนจะฝึกฝนอันใด เ้ารอดชีวิตจากอาการาเ็ทางจิตนี้ให้ได้ก่อนเถอะ! ” พลันเห็นฮ่าวเทียนล้มลงจากเตียง คลานเข้ามาหาตนอย่างน่าเวทนา
“ สอนข้า ท่านโปรดสอนข้า ทำเช่นใดจะแข็งแกร่งได้ดั่งท่าน ศิษย์ไม่อาจทานทนความต่ำต้อยนี้ได้อีก ขอท่านอาจารย์ตอบรับคำขอ ให้ข้าร่ำเรียนวิชาจากท่าน ! ”
จบตอน