บทที่ 80
ตัวตนใหม่
เวลา 9:30 นาฬิกา รถพอร์ชพานาเมร่าสีชมพูเด่นก็มาจอดเทียบที่ประตูทางเข้าเขตหลงจูอี้ปิน
เป็นเรื่องปกติที่มักจะพบเห็นได้อยู่แล้วถึงการที่รถหรูคันหนึ่งจะเข้ามาจอดตรงหน้าเขตที่อยู่อาศัยขั้นสูงเช่นนี้ แต่พานาเมร่าคันนี้กลายเป็นที่จับตามองนั่นก็เพราะป้ายทะเบียน xd66666 นั่นแหละ!
ป้ายทะเบียนนี้ แค่ตัวมันอย่างเดียวก็เด่นกว่าพานาเมร่าทั้งคันแล้ว มันโดดเด่นเสียจนคนที่ผ่านไปผ่านมาไม่สามารถมองผ่านได้ด้วยความตกใจ
อย่างไรก็ตาม ในทันทีที่ประตูเปิด ทุกๆความสนใจก็ต้องชะงักไป
นั่นก็เพราะประตูของพานาเมร่าคันนี้เป็นประตูอัตโนมัติ มันค่อยๆเลื่อนโค้งขึ้นไปช้าๆราวกับกำลังสยายออก ซึ่งมันทำให้ตอนนี้ รถทั้งคันนั้นเหมือนนางฟ้าที่สยายปีกกว้างไปเสียแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อประตูนั้นเปิดออก แสงทรงกลมที่อยู่บนตัวรถซึ่งถูกสร้างขึ้นมาจากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับสูงก็เปลี่ยนรูปร่าง มันขยับขยายออกและปรากฏเป็นตราสัญลักษณ์วงกลมบริเวณหน้ารถพร้อมอักษรใหญ่ของตัวหนังสือ LX อยู่ภายในวงกลมนั้น
มันคือโลโก้ที่สั่งทำพิเศษให้กับพานาเมร่าคันนี้โดยเฉพาะ ดังนั้นค่าของมันจึงเพิ่มขึ้นอีกเป็นสองเท่าตัวเลย
ยามที่ได้เห็นรถที่แสนจะเย้ายวนคันนี้แล้ว เหล่าผู้ที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างก็ต้องหยุดและดูด้วยความตกใจ สายตาจำนวนมากมายต่างจ้องมองมายังตัวรถพร้อมๆกัน
นั่นก็เพราะว่าทุกๆคนต่างอยากเห็นว่าใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของรถสุดหรูที่ปรับแต่งแบบพิเศษคันนี้
ไม่นานนักพวกเขาก็ได้เห็นในสิ่งที่พวกเขาต้องการ เหนืออื่นใด ขายาวขาวยืดออกมาจากประตูรถ มันดูนุ่มราวกับใบบัวและดูบริสุทธิ์ดุจหยกขาว ดูเหมือนว่าแค่ได้เห็นขาเรียวยาวสวยแค่นั้นก็ทำให้เหล่าชายหนุ่มที่อยู่อาศัยในละแวกนั้นฝันดีไปตลอดปีแล้ว
จากนั้นผมสีน้ำตาลแดงที่ยืดตรงราวกับน้ำตก ควบคู่ไปกับใบหน้าที่สวยงามไร้ที่ติ มันดูลงตัวกันราวกับสัดส่วนทองคำที่อัดแน่นไปด้วยกัน ผนวกซ้ำด้วยเรือนร่างที่ดูร้อนแรงนั้นทำให้ทุกๆอย่างบนตัวเธอดูสวยงามไปหมด
สาวงามคนนั้นผู้ที่ซึ่งออกมาจากรถหรูคันงามที่ปรับแต่งพิเศษแทบทั้งคันคือดอกไม้งามแห่งมหาวิทยาลัยตงหลิง นายหญิงคนปัจจุบันของตระกูลหลานแห่งมหานครตงหลิง หลานเสวี่ย
หลานเสวี่ยนั้นมาในลุคที่ดูเป็นทางการอย่างมากในวันนี้ เธอสวมชุดเดรสยาวสลวยเท่าเข่าในธีมสีชมพูซึ่งช่วยขับผิวที่ขาวสว่างของเธอ
เหล่าคนที่อยู่รอบๆต่างพากันหยุดและมองไปยังเธอ ผู้ชายทุกๆคนนั้นตกตะลึงกันหมดราวกับพบเจอเทพธิดา ในขณะเดียวกันเหล่าสาวๆที่ได้เห็นก็พากันอิจฉา แต่ด้วยความแตกต่างกันระดับนี้พวกเธอก็ได้แค่แอบอายที่สวยไม่เท่าเท่านั้น
ภายในรถของเธอนั้น หลานเสวี่ยมองไปยังกลุ่มคนที่มารุมล้อม จากนั้นเธอก็ขมวดคิ้วและหยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก
“ฮัลโหล อู๋ตี้ ทำไมนายยังไม่มาอีกน่ะ? ฉันมารอยู่ที่หน้าทางเข้าเขตที่นายอยู่แล้วนะ รีบๆออกมาได้แล้ว”
ในทันทีที่ปลายสายรับโทรศัพท์ หลานเสวี่ยก็รีบสั่งด้วยเสียงเยือกเย็นของเธอนั้นเลย
และในทันทีที่พูดจบเธอก็รีบวางโทรศัพท์ไปโดยที่ไม่รอให้อีกฝ่ายได้พูดอะไรทั้งนั้น จากนั้นก็ค่อยๆเอนตัวลงไปบนรถ มองไปยังชุมชนแบบไม่แยแสอะไร
5 นาทีต่อมา อู๋ตี้ในชุดสูทก็ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างเร่งรีบ
เขาวิ่งเหยาะมาตลอดทางจนกระทั่งถึงตัวหลานเสวี่ย จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อดูเวลา เมื่อนั้นเขาถึงกับต้องกันฟันแน่น
“คุณผู้หญิงครับ นี่มันยังไม่ 10 โมงเลยไม่ใช่หรือไงน่ะ ฮะ? แถมนี่มันยังเหลืออีกกว่า 20 นาทีเลยนะ นอกจากนั้น ไม่ใช่ว่าเธอบอกว่าจะส่งใครมารับฉันเมื่อวานหรือไง? ทำไมถึงมารับด้วยตัวเองแบบนี้?”
หลานเสวี่ยมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะพยักหน้าน้อยๆด้วยความพอใจแต่กระนั้นเสียงของเธอก็ยังคงเบาอยู่
“นายไม่รู้หรือไงว่าทุกๆอย่างที่นายสัญญาไว้ นายจะต้องพร้อมก่อนถึงเวลานัด 30 นาทีน่ะ? นายดูดีนะวันนี้ แต่...”
ขณะพูดเรื่องนี้ หลานเสวี่ยก็หยุดพูดไปครูหนึ่งพร้อมๆกับที่เธอร่นคิ้วมองเขานิดๆหน่อยๆ
“ทำไมฉันถึงรู้สึกว่านายอ้วนขึ้นกว่าไม่กี่วันก่อนอีกนะ? ฉันรู้ว่านายเคยอ้วน ถึงแม้จะไม่รู้ว่านายทำยังไงถึงได้ผอมได้ในเวลาสั้นๆ แต่ฉันก็อยากจะเตือนนายว่าอย่ากลับไปอ้วนอีก เพราะมันทำให้ภาพลักษณ์ของนายดูแย่มากๆเลย!”
อู๋ตี้กลอกตาและบ่นในใจ ‘ฉันจะอ้วนหรือผอมก็เรื่องของฉัน เพราะยังไงซะความสัมพันธ์ของเธอและฉันมันก็แค่เปลือกอยู่แล้ว!’
อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงเขาก็ทำได้แค่หัวเราะสองครั้งแล้วปล่อยผ่านโดยไม่ตอบอะไร เพราะเหนือสิ่งอื่นใด เขาไม่อยากจะบอกใครก็ตามเกี่ยวกับระบบแลกเปลี่ยนไขมันนี้ยกเว้นเอ้อซีซี
จริงๆแล้ว ในฐานะผู้ชายคนหนึ่งเขาก็อยากจะทำตัวดีๆกับหลานเสวี่ยเหมือนกันนั่นแหละ
แต่เพราะตัวเขาเองนั้นเคยต้องตกระกำลำบากอยู่กับ ซูหลี่เหยามาถึง 3 ปี ดังนั้นแล้วจะให้เขาวนกลับไปยังจุดที่เคยผ่านมาได้แล้วอีกงั้นเหรอ?
ยิ่งไปกว่านั้น หลานเสวี่ยเองก็ไม่ได้พิศวาสอะไรเขาเป็นพิเศษด้วย ดังนั้นเขาก็ไม่จำเป็นต้องแบกหน้าไปรับก้นใครที่ไม่ได้ใส่ใจตนก็ได้
ในเมื่อพวกเราทั้งสองคนนั้นต่างคบหากันด้วยความสัมพันธ์แบบได้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน เพราะงั้นแล้วก็ให้ความสัมพันธ์นั้นดำเนินต่อไปโดยที่ไม่มีใครต้องการเป็นหมาไปเสียก่อน
“โอเค ขึ้นรถมา วันนี้สถานการณ์มันค่อนข้างพิเศษหน่อย เพราะงั้นฉันเลยมารับนายด้วยตัวเองแล้วจะได้อธิบายให้นายฟังระหว่างเดินทางด้วย”
ทั้งสองขึ้นไปบนรถ จากนั้นเครื่องยนต์ก็เริ่มคำรามออกมา วินาทีต่อมารถทั้งคันก็วิ่งออกไปเหลือไว้เพียงฝุ่นที่คลุ้งจากการออกตัวเท่านั้น
ขณะที่นั่งอยู่ที่นั่งข้างคนขับ เมื่อเครื่องยนต์สตาร์ท ความรู้สึกที่ถูกดันจากด้านหลังนั้นมันชัดเจนเสียจนหัวใจของอู๋ตี้รู้สึกบีบรัดไปหมดเลย
หลังจากนั้น 10 วินาที อู๋ตี้ถึงสามารถหายใจยาวๆและเริ่มผ่อนคลายลงได้
“พระเจ้า! เธอนี่ขับรถดุเดือดชะมัด” อู๋ตี้พูด ‘จากใจจริง’
ระหว่างที่เธอขับรถอยู่นั้น เธอไม่ได้เหล่มองเขาเลย เช่นตอนที่กำลังจะพูดนี้ด้วย “ฉันไม่มีเวลาว่างขนาดมาตอบเรื่องไร้สาระนั่นหรอกนะ แต่ฉันต้องบอกนายไว้ 2 อย่าง ซึ่งนายต้องจำไว้ให้ดี”
จนถึงตอนนี้ อู๋ตี้ก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าคนที่เขากำลังจะไปเผชิญหน้าด้วยนั้น มีความสำคัญระดับไหน เขาจะประหม่าไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงพยักหน้าจริงจังและตั้งใจฟังอย่างมุ่งมั่น
“อันดับแรกเลย ฉันอยากให้นายเปลี่ยนตัวตนของนายใหม่ นั่นก็เพราะรูปลักษณ์ของนายตอนนี้เปลี่ยนไปอย่างมากแล้วตอนนี้ ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ดีสำหรับพวกเรา จากวันนี้เป็นต้นไป นายต้องจดจำตัวตนใหม่ของนายเอาไว้”
อู๋ตี้รู้สึกผ่อนคลายที่ได้ยินเช่นนั้น
จริงๆแล้วเขานั้นกังวลเกี่ยวกับปัญหานี้มาก่อนหน้าแล้ว เพราะว่าเขานั้นจะต้องไปเจอกับพวกชนชั้นสูงของตงหลิง
โดยเฉพาะต้องไปเป็นศัตรูกับตระกูลฉา ซึ่งแบบนี้มันจะทำให้เขาไม่สามารถอยู่ในตงหลิงได้หลังจากนี้แล้ว
แต่ความคิดของหลานเสวี่ยนั้นนับว่าดีเลย เปลี่ยนตัวตนของเขาใหม่ทั้งหมด ดังนั้นหากเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้มันก็จะถือว่าทำโดยคนที่ไม่มีตัวตนอยู่จริงและก็จะจางหายไปในอากาศ แล้วพอจบเรื่องแล้วเขาก็จะได้ออกจากที่นี่สะดวกหน่อย
มันเหมือนว่าเขาสวมเปลือกหอยให้ตนเอง และด้วยเปลือกหอยนี้ เมื่อมันเจอกับการปะทะที่รุนแรง นั่นหมายถึง อย่างน้อยๆเขาจะยังเหลืออีก 1 ชีวิต
แต่จุดนี้เอง ตัวตนใหม่นี้ต้องไม่เผยล่องลอยอะไร เพราะไม่งั้นแล้วหากมีล่องลอยที่สืบถึงตัวเขาได้หลุดออกไป ทุกสิ่งอย่างก็จะหมดประโยชน์ทันที
ดังนั้นแล้ว อู๋ตี้ที่เข้าใจจุดนี้ดีจึงตั้งใจฟังข้อมูลและจดจำตัวจนใหม่ของเขาจากหลานเสวี่ยอย่างรอบคอบ
“ชื่อของนายต่อจากนี้คือ หวงตง นายเคยได้ยินเรื่อง 4 สมาชิกจากปักกิ่งหรือเปล่า?”
หลานเสวี่ยถามขึ้นมา ส่วนอู๋ตี้เองก็ได้แต่ส่ายหน้าด้วยความรู้สึกไม่รู้เรื่อง
เธอถอนหายใจและทำได้แค่เพียงอธิบายอย่างใจเย็น “ภายในเมืองหลวง พวกนั้นเองต่างก็มีตระกูลที่แข็งแกร่งมากๆ 4 ตระกูลเช่นกัน และตระกูลหวงเองก็เป็น 1 ใน 4 ตระกูลที่แข็งแกร่งพวกนั้นรวมไปถึงตระกูลนี้ยังถือเป็นตระกูลอันดับหนึ่งของที่นั่นด้วย เพราะงั้นแล้วตัวตนใหม่ที่ฉันให้นายใช้ นามสกุลก็คือ หวง ซึ่งสิ่งนี้มันจะช่วยทำให้บางคนสามารถตระหนักถึงเรื่องนี้ได้ และเข้าใจว่านายนั้นมีความสัมพันธ์กับตระกูลหวงที่อยู่ในเมืองหลวง วิธีนี้ต่อให้เป็นการทำเพื่อวงศ์ตระกูล แต่มันจะทำให้คนพวกนั้นลังเลและระมัดระวังในการกระทำมากขึ้น รวมถึงไม่กล้าที่จะลงมือง่ายๆด้วย”
อู๋ตี้พยักหน้าในทันที ในขณะเดียวกันเขาก็ยกนิ้วโป้งให้หลานเสวี่ยในใจด้วย เธอนั้นเคลื่อนไหวได้เฉียบคม ไม่ปล่อยช่องว่างใดๆให้กลายเป็นจุดบอด ช่างเป็นคนที่ระมัดระวังตัวดีมากๆ
“แล้วถ้ามีใครสักคนถามฉันว่าฉันกับตระกูลหวงแห่งปักกิ่งมีอะไรเกี่ยวข้องกันหรือเปล่า ฉันควรจะแสร้งทำเป็นยอมรับหรือเปล่า?” อู๋ตี้ถามอีกครั้ง
หลานเสวี่ยส่ายหน้าและพูด “ไม่ต้องทำแบบนั้น นั่นเพราะว่ายิ่งนายพูดอะไร มันก็จะยิ่งเสี่ยงกับตัวนายมากขึ้น เพราะพวกนั้นจะเริ่มกังวล และในเวลาอันสั้นพวกนั้นจะสามารถเจอตัวตนของนายได้จากนั้นเรื่องจะไม่ง่ายแล้ว”
ได้ยินดังนั้นอู๋ตี้ก็แสดงรอยยิ้มที่เข้าใจขึ้นมา แต่ในใจของเขานั้นมันยังเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกระมัดระวังและหวาดกลัวในเวลาเดียวกันเมื่ออยู่ต่อหน้าหลานเสวี่ยแบบนี้
เธอคนนี้ช่างทรงพลังเสียจริง!
ในขณะเดียวกัน เขาก็ยังแอบเตือนตัวเองเรื่อยๆว่าในอนาคตนั้น เขาควรจะระวังตัวเองจากเธอให้ดี นั่นเพราะว่าไม่มีใครมั่นใจนี่ว่าพวกเขาทั้งสองจะยังคงยืนอยู่ฝ่ายเดียวกันในอนาคต?
รถยังคงวิ่งตรงไปด้วยความเร็วสูงสุด และภายในรถนั้นเสียงของหลานเสวี่ยก็ยังพูดต่อไป
“ต่อไป อย่างที่สอง นี่เป็นเป็นที่สำคัญกว่าข้อที่หนึ่งมากๆ สำคัญและเกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของนายโดยตรง นายต้องฟังให้ดี”
......................................................................................
สวัสดีปีใหม่ค่ะ ทุกคน เรื่องระบบไขมัน ได้ถึงกำหนดตามเงื่อนไข ของลิขสิทธิ์การปล่อยตอนฟรีแล้ว ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านนะคะ