Leveling Up in the World of Immortals ( Remake )

    ตอนที่ 49 เขาเก้ายอด ( Remake )

            “ ขอรับ ”

            “ ท่านพ่อของคุณชายต้องการพบท่านน่ะขอรับ!! ”

            “ ท่านพ่อ? อืม ไปกันเถอะ ”

            หวังเฟยหลงเดินทางไปพร้อมกับตงหยางและเซียงหลาน เพื่อไปพบกับหวังกัง เขาก็สงสัยเหมือนกันที่หวังกังเรียกพบเช่นนี้ แสดงว่าคงจะมีเรื่องอะไรบางอย่างที่ยากจะตัดสินใจ 

            ‘ หรือบางทีอาจจะมีข่าวร้าย!!....ขออย่าให้เป็นอย่างที่คิดเลยเถอะ ’

            เมื่อไปถึงหวังเฟยหลงก็เห็นหวังกังกำลังนั่งคุยกับผู้อาวุโสอีกสองคนอยู่ เมื่อพวกเขาเห็นหวังเฟยหลงก็เรียกให้หวังเฟยหลงเข้ามานั่ง ก่อนที่จะเริ่มอธิบายสถานการณ์คร่าวๆ และสถานการณ์ก็เป็นอย่างที่หวังเฟยหลงคาดเดาไว้ แต่อย่างน้อยก็ไม่ได้เลวร้อยขนาดนั้น

            ตอนนี้สถานการณ์ของหมู่บ้านตระกู,หวังอยู๋ในอันตราย และจากการสืบของสมาคมพ่อค้าทมิฬนั้น ทำให้รู้ว่าผู้อยู่เบื้องหลังที่ต้องการเหมืองทองนั้นเป็นเจ้าเมืองฮวา โดยที่พวกได้รับข่าวโดยบังเอิญว่าที่ตรงนั้นมีเหมืองหินวิญญาณอยู่ เขาต้องการครอบครองไว้แต่ผู้เดียวจึงเริ่มวางแผนและให้อีกสองตระกูลโจมตีเพื่อทำลาย 

            แต่ไม่มีหลักฐานเอาที่จะไปเอาผิด ถึงมีหลักฐานก็ไม่สามารถเอาผิดได้อยู่ดี และเรื่องนี้ สมาคมพ่อค้าทมิฬไม่สามารถเข้ามายุ่งเกี่ยวเรื่องภายในเมืองได้ ดังนั้นตระกูลหวังจะต้องจัดการด้วยตัวเอง ใจจริงพวกเขาต้องการปล่อยผ่านเรื่องนี้ไป แต่เจ้าเมืองพยายามใช้อำนาจมากดดันพวกเขามากขึ้น เพื่อที่จะรับเอาส่วนแบ่งจากเหมืองหินวิญญาณที่พวกเขาได้

            และหากเจ้าเมืองยังปล่อยให้ตระหวังเติมโตต่อไปเช่นนี้ อีกไม่นานนักตระกูลหวังจะแข็งแกร่งจนเจ้าเมืองยากที่จะทำอะไรตระกูลหวังได้ เขาคงต้องการกดตระกูลหวัง ควบคุม และขูดรีดตระกูลหวังให้ถึงที่สุด แม้ว่าจะไม่รู้ว่าเพราะโลภหรือมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝงก็ตาม

            “ ให้ตายสิ!! ไม่คิดเลยว่าเรื่องจะมาถึงขั้นนี้ ดูท่าว่าเขาคงต้องการมันอย่างมาก แล้วพวกท่านคิดจะทำอย่างไรกัน ”

            “ พวกเราคิดว่าอาจจะต้องยอมยกส่วนหนึ่งที่พวกเราได้รับไปให้เพื่อให้เรื่องมันจบ เพราะอย่างไรพวกเราก็สู้เจ้าเมืองตรงๆไม่ได้อยู่แล้ว ที่สำคัญถ้าการเสียนิดหน่อยมันช่วยสร้างเส้นสายให้ตระกูลหวังได้มันก็ถือว่าคุ้ม ”

            ‘ ถ้ามันต้องเสียนิดหน่อยละก็นะ!!...แต่เกรงว่ามันจะไม่ใช่แค่นิดหน่อยเท่านั้นน่ะสิ ’

            หวังเฟยหลงคิดต่างออกไป เขาไม่คิดว่าเจ้าเมืองจะปล่อยไปง่ายๆแค่ผลประโยชน์เล็กๆน้อยๆ หากถึงขั้นฆ่าล้างตระกูลเพื่อเหมืองแล้ว หมายความว่าเขาต้องการทั้งหมด และแผนของเขาเสียไปตั้งแต่ที่หวังเฟยหลงส่งต่อเหมืองไปให้สมาคมพ่อค้าทมิฬดูแลและรับส่วนแบ่งแล้ว เขาอาจจะต้องการส่วนแบ่งทั้งหมดที่เราได้ นอกจากนั้นอาจจะถูกขูดรีดขูดเนื้ออยู่นร่ำไปจนตระกูลล่มจมในที่สุด

            “ พวกท่านตัดสินใจได้เลย…แต่ข้าไม่คิดว่ามันจะจบแค่นั้นหรอก ทางที่ดีเตรียมรับมือเผื่อสถานการณ์เลวร้ายที่สุดเถอะ!! ”

            “ เจ้าคิดเช่นนั้นรึ!? แต่พวกเราจะสู้ได้อย่างไร!! ”

            “ พวกท่านลืมไปแล้วหรอ เราอาจจะอยู่ภายใต้การดูแลเจ้าเมือง แล้วเจ้าเมืองขึ้นตรงต่อใครละ เขาก็ต้องทำอะไรตามกฎเช่นกัน เขาไม่สามารถลงมือได้ตรงๆหรอก…เอาเป็นว่าพวกท่านลองจัดการดู เดี๋ยวข้าจะขอไปจัดการธุรตัวเองก่อนแล้วจะกลับมาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ถึงตอนนั้นค่อยตัดสินใจอีกที ”

            หลังจากพูดคุยกันคร่าวๆเสร็จแล้ว หวังเฟยหลงก็ออกเดินทางไปยังเมืองฮวาทันที เขาเดินทางไปที่สมาคมพ่อค้าทมิฬ เพราะเอาจริงๆตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่หมิงซูเมิ่งจะพาน้องชายของนางมาหาเขาเพื่อถ่ายทอดส่วนที่เหลือให้น้องของนาง

            แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะนางยังไม่มา รวมถึงซินกู้เหลินด้วย เขาก็ไม่ได้ถามช่องทางการติดต่อจากลู่หยางเอาไว้ด้วย หวังเฟยหลงไปหาเซี่ยถิงถิง และได้วานให้นางช่วยสืบดูว่าเจ้าเมืองฮวาเป็นคนอย่างไร ช่วงนี้ทำอะไรบ้าง และวางแผนจะทำอะไร

            เสร็จธุระจากสมาคมพ่อค้าทมิฬแล้วหวังเฟยหลงเดินทางไปทำภารกิจของตัวเอง เขาเดินทางไป น้ำตกบัวบาน ที่อยู่ในเขาเก้ายอด เป็นสถานที่ที่อยู่ทางตอนใต้ของเมืองฮวา หวังเฟยหลงใช้เวลาเดินทางหนึ่งวันเต็มจากเมืองฮวาไปที่ภูเขาเก้ายอด 

            เมื่อมาถึงภาพตรงหน้าของหวังเฟยหลงคือภูเขาสูงใหญ่หลายๆลูกต่อกัน แต่จริงๆแล้วมันคือภูเขาลูกเดียวกัน แต่แค่มียอดเขาที่สูงไม่เท่ากันอยู่เก้ายอด โดยที่ยอดเขายิ่งสูง สัตว์อสูรที่เจอก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น โชคดีที่น้ำตกบัวบานนั้น อยู่เพียงแค่ยอดเขาที่ 2 สัตว์อสูรที่จะเจอส่วนมากก็อยู่ในระดับรวบรวม หรือที่เคยเจอที่แข็งแกร่งที่สุดก็อยู่ระดับหลอมรวม ดังนั้นภารกิจนี้จึงถือว่ามีอันตรายไม่มากนัก 

            เขาเก้ายอดนั้น เป็นเขาสูงใหญ่ที่มีต้นไม้สูงใหญ่มากมายบนเขา สัตว์อสูรก็มีหลากหลาย แต่ที่จะมีมากที่สุดคือสัตว์อสูรประเภทบินได้ มันจะน่ารำคาญอย่างมาก เพราะมันมีความเร็วที่ค่อนข้างมาก และยังบินอยู่บนอากาศได้อีกด้วย ทำให้ยากที่จะต่อสู้กับพวกมัน

            จากนั้นหวังเฟยหลงก็เริ่มวิ่งขึ้นเขายอดที่สองทันที ระหว่างทางหวังเฟยหลงเจอทั้งสัตว์อสูร ทั้งสมุนไพรมากมาย ต้องบอกว่ามันเป็นยอดเขาที่อุดมสมบูรณ์อย่างมาก ตลอดทางที่ผ่านมา หวังเฟยหลงจึงไล่เก็บสมุนไพรตามทางและนำพวกมันไปปลูกไว้ภายในแหวนมิติจักรพรรดิของเขา นอกจากสมุนไพรแล้ว หวังเฟยหลงยังนำสัตว์อสูรที่ที่อยู่เป็นกลุ่มหลายตัวนำเข้าไปไว้แหวนมิติจักรพรรดิ

            ภารกิจของหวังเฟยหลงคือการนำดอกบัวที่กลับไป มันไม่ใช่ภารกิจที่ยากมากนัก แต่ที่หวังเฟยหลงเลือกรับภารกิจนี้ นอกจากเวลาทำภารกิจ 15 วันแล้ว ยังเพราะเขาเก้ายอดมันอุดมสมบูรณ์ มันทั้งสมุนไพรต่างๆ สัตว์อสูรต่างๆมากมาย หวังเฟยหลงยังมีลืมที่จะสร้างโลกภายในแหวนมิติจักรพรรดิของเขา 

            สองชั่วโมงผ่านไป หวังเฟยหลงก็ไปถึงยอดเขาที่ 2 ในที่สุดเขาก็เจอน้ำตกบัวบาน มันเป็นน้ำตกสูงที่ไหลลงมา ที่บ่อน้ำด้านล่างมีดอกบัวที่กำลังบานอยู่หนึ่งดอก แต่ก็มีใบบัวอยู่เกือบเต็มสระ หวังเฟยหลงมองไปรอบๆเขาไม่พบสัตว์อสูรเมื่อแหงนมองข้างบนก็พบว่าโขดหินที่ยื่นออกมาจากน้ำตกที่ไหลลงมาอยู่ เขาเพ่งมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะละความสนใจและมองไปที่ดอกบัวที่บานอยู่

            “ คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง ”

            หวังเฟยหลงเดินไปสำรวจใต้น้ำว่ามีสัตว์อะไรหรือไม่ แต่เหมือนว่าในน้ำจะไม่มีสัตวอสูรอันตรายใดๆ เขาจึงทอดเสื้อผ้าว่ายน้ำเพื่อไปเก็บดอกบัวที่กำลังบาน นำไปเก็บไว้ที่ช่องเก็บของของเขา ทันทีที่เก็บเสร็จหวังเฟยหลงก็ได้ยินเสียงอะไรแปลกๆ เขาเงยหน้าดูก็พบว่ากำลังมีนกตัวที่ใหญ่กว่าคนกำลังดิ่งตรงมาที่เขาอย่างรวดเร็ว 

            ไม่รอช้าหวังเฟยหลงดำน้ำลงไปทันที และนกตัวนั้นก็โฉบผ่านผิวน้ำไปและบินขึ้นไปวนอยู่บนอากาศ หวังเฟยหลงขึ้นมาบนผิวน้ำและสังเกตุก็พบว่ามันคือสัตว์อสูรประเภทบิน มันคือ นกลายคราม Lv.23 มันคือสัตว์อสูรระดับหลอมรวมระยะต้น มันร้องคำรามใส่หวังเฟยหลงและดิ่งใส่หวังเฟยหลงด้วยความเร็วอีกครั้ง

            ‘ บัดซบเอ้ย!! คิดแล้วเชียวว่ามันราบรื่นเกินไป ’

            หวังเฟยหลงดำลงไปใต้น้ำอีกครั้งเพื่อหลบการโจมตี ต้องบอกว่าโชคดีที่มันไม่โฉบลงมาใต้น้ำ ตอนนี้เองหวังเฟยหลงก็เข้าใจแล้วว่าทำไมมีดอกบัวเหลือแค่ดอกเดียว ในรายละเอียดของภารกิจนั้นได้มีการบอกให้ระวังเรื่องสัตว์อสูรที่คอยเฝ้า เพราะไม่ใช่ว่าจะมีสัตว์อสูรคอยเฝ้าตลอด 

            เหมือนว่ามันจะเหนื่อยที่จะบินวนแล้วเพราะมันโจมตีหวังเฟยหลงไม่ได้เพราะหสัวเฟยหลงยังอยู่ในน้ำ มันไปเกาะอยู่ที่โขดหินตรงน้ำตก และคำรามใส่หวังเฟยหลง เพราะเขาอยู่ในน้ำ เขาจึงเสียเปรียบ หากเขาอยู่บนพื้นดิน เขาสามารถจัดการหรือหลบหลีกมันได้ไม่ยาก 

            “ เดี๋ยวนะ!! มันรอให้ข้าลงมาในน้ำ ไอนกบัดซบ ฉลาดนักนะ ”

            เขามองไปรอบๆเพื่อหาทางออกจากสถานการณ์นี้ แต่เขาก็ไม่สามารถหาทางออกได้ เพราะว่ามันคือบ่อน้ำไม่ใช่ลำธาร มันคือบ่อน้ำที่มีน้ำตก แต่ถ้าถามว่าน้ำไปไหนทำไมไม่ล้นเขาก็ไม่รู้เช่นกัน

            “ อ่ะ!! เดี๋ยวนะ มันเป็นไปไม่ได้น้ำจะไม่ล้น!! ”

            ทันใดนั้นเอง เหมือนว่าหวังเฟยหลงจะคิดอะไรบางอย่างออก มันน่าแปลกตั้งแต่ที่บ่อน้ำนี้ไม่มีสัตว์น้ำอะไรแล้ว หวังเฟยหลงตัดสินใจดำน้ำลงไป สำรวจใต้น้ำ โดยปล่อยให้เจ้า นกลายคราม มันรออยู่ข้างบน 

            เมื่อดำน้ำลงมาใต้น้ำ เขาก็ไม่เห็นอะไรเลย ใต้น้ำไม่มีสิ่งใดเลยนอกจากหิน เมื่อสำรวจไปเรื่อยๆเขาก็เกิดความรู้สึกแปลกๆ เขาพยายามสำรวจรอบๆก็พบว่า เขากำลังจะถูกดูดไปที่ไหนสักแห่ง หวังเฟยหลงเข้าใจทันทีว่าทำไมน้ำถึงไม่ล้นออกจากบ่อ เขาปล่อยตัวให้ไหลไปตามแรงดูด ไม่นานเขาก็เจอเหมือนอุโมงค์น้ำ หวังเฟยหลงว่ายขึ้นมาบนผิวน้ำเพื่อหายใจ เขาไม่รู้ว่าอุโมงค์น้ำนี้มันจะอันตรายหรือไม่ เขาจึงต้องคิดหาวิธีเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นเสียก่อน 

            ‘ ไอนกบัดซบ หากข้าออกไปจากที่นี้ได้ ข้าจะกลับมาจัดการเจ้าเสีย ’

            หวังเฟยหลงดำน้ำลงไปอีกครั้ง ครั้งนี้เขาตรงไปที่อุโมงค์น้ำ และปล่อยให้ตัวให้ไหลไปตามอุโมงค์ ภายในมันมืดมากจนหวังเฟยหลงมองอะไรไม่เห็นเลย เวลาผ่านไปไม่นานความเร็วในการไหลก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ ผ่านไป 5 นาที ตอนนี้หวังเฟยหลงอาจจะเริ่มกลั้นหายใจไม่ไหวแล้ว ถ้าไม่ใจเพราะการฝึกฝน แม้แต่นาทีก็คงไม่สามารถทนได้ และในที่สุดหวังเฟยหลงก็เริ่มเห็นแสงที่ปลายอุโมงค์

            ‘ บัดซบเอ้ย!! ลืมไปเลยว่าเราอยู่ที่ยอดเขา ’

            และเมื่อหวังเฟยหลงไหลจนพ้นอุโมงค์เขาก็ต้องสบทออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เพราะมันคืออุโมงค์น้ำที่ชื่อต่อไปยังน้ำตกอีกแห่งหนึ่ง และตอนนี้หวังเฟยหลงก็กำลังตกลงมาจากที่สูงสู่ข้างล่างที่เป็นลำธาร แต่ก็ยังมีความโชคดีที่มันไม่ได้สูงมากนัก สูงแค่ประมาณ 6-7 เมตรเท่านั้น ความสูงแค่นี้สำหรับผู้ฝึกยุทธ์แล้วไม่ถือว่าเป็นอันตราย

            สุดท้ายหวังเฟยหลงก็ขึ้นจากน้ำได้สำเร็จ เขาเริ่มด้วยการจัดการตัวเองด้วยการเปลี่ยนเสื้อผ้า และเก็บชุดที่เปียกเข้าไปในช่องเก็บของ จากนั้นเขาก็มองรอบๆเพื่อสำรวจว่าตัวเองอยู่ที่ไหน เขาก็พบว่าตอนนี้เขายังอยู่ที่เขาเก้ายอดแต่แค่กลับมาแถวๆตีนเขาของยอดเขาอื่นๆ 

            “ เจ้านกบัดซบ รอข้าได้เลย วันนี้ข้าจะกินนกย่างให้ได้!! ” 

            ไม่รอช้าหวังเฟยหลงเดินทางไปที่ยอดเขาที่ 2 ทันทีเพื่อหาว่าเพื่อไปจัดการกับ นกลายคราม แต่ระหว่างทางหวังเฟยหลงก็ยังรวบรวมทั้งสัตว์อสูรและสมุนไพรต่างๆเข้าไปปลูกไว้ในมิติจักพรรดิ สิ่งที่เขาขาดตอนนี้คือ สัตว์อสูรประเภทบิน เพราะวันจับยาก นอกจากจะสังหารแล้ว เขายังไม่พบวิธีอื่นเลย 

            ใช้เวลาไปราวๆ หนึ่งชั่วโมง ก็ไปถึงน้ำตกบัวบานในที่สุด โชคดีที่ นกลายครามยังคงเกาะโขดหินบนน้ำตกอยู่ มันคอยสอดส่องไปมาเหมือนยังรอหวังเฟยหลงอยู่ เขายิ้มและเดินออกไปกลางแจ้งเพื่อให้มันเห็น และมันก็คำรามด้วยความสงสัยว่าหวังเฟยหลงโผล่ออกมาได้อย่างไร 

            แต่มันก็ไม่ได้สนใจ มันดิ่งใส่หวังเฟยหลงทันที เห็นเช่นนี้หวังเฟยหลงยิ้มและเรียกดาบกับโล่ออกมา จากนั้นก็ใช้สกิลเคลื่อนที่ เมื่อเห็นว่านกใกล้ถึงตัวเขาแล้ว หวังเฟยกลงใช้สกิล โล่กระแทกใส่นกลายครามอย่างงจัง ทำให้มันกระเด็นเซไปข้างหลัง หวังเฟยหลงไม่ได้ปล่อยโอกาศนี้ให้หลุดมือไป พุ่งเข้าใส่และใช้ดาบฟันแต่มันเอี้ยวตัวหลบทำให้ฟันไปโดนปีกของมันเล็กน้อย

            เมื่อรู้สึกตกอยู่ในอันตรายมันพยายามรีบบินหนีขึ้นที่สูงทันที แต่หวังเฟยหลงไม่ได้ปล่อยโอกาสให้มันได้หนีง่ายๆ เขาเก็บดาบและโล่เรียกอาวุธลับและใช้สกิล [ วงล้อมตาข่าย ] อาวุธลับจำนวนมากถูกปาใส่นกลายคราม มันพยายามหลบแต่ก็ไม่สามารถหลบทั้งหมดได้ แต่มันก็ยังถือว่าฉลาดที่สามารถเลี่ยงจุดสำคัญทำให้ยังบินต่อไปได้ 

            “ ฉลาดนักนะ!! แต่คิดว่าจะหนีได้ง่ายๆเช่นนี้?? ”

            หวังเฟยหลงเรียกมีดสั้นออกมา จากนั้นก็ใช้สกิล [ ตัดเงา ] หวังเฟยหลงพุ่งเข้าใส่ นกลายครามที่กำลังจะบินหนี ไปโผล่ที่ด้านหลัง จากนั้นหวังเฟยหลงก็ใช้มีดในมือแทงไปที่ลำตัว จากนั้นหวังเฟยหลงใช้มีดเฉือนไปที่ปีกของมันอีกหลายครั้ง ทำให้มันไม่สามารถบินได้และล่วงลงพื้นในที่สุด

            [ ท่านสังหาร นกลายคราม ] 

            [...]

    คล้ายกับเรื่องLeveling Up in the World of Immortals ( Remake ) ที่คุณอ่าน