Chapter 10
นักวิทยาศาสตร์กับการเจรจา
โนร่าเดินตามโนบิลเข้าไปในห้อง ก่อนจะปิดประตูอย่างระมัดระวัง
สิ่งแรกที่เธอสังเกตเห็นก็คือกล้องขนาดเล็กที่อยู่ตรงมุมเพดานเหนือประตู ขนาดของมันเล็กมาก ทั้งยังถูกบังด้วยสายไฟ ถ้าไม่เพราะเธอรู้สึกได้ถึงคลื่นไฟฟ้าจากการทำงานของอุปกรณ์อิเล็คโทรนิกส์ ก็คงไม่รู้ถึงการดำรงอยู่ของมันด้วยซ้ำ
ที่มากกว่านั้นคือ ประตูบานนี้เหมือนจะมีเซนเซอร์สำหรับกับดัก
ไม่แน่ใจว่าเป็นกับดักแบบไหนเพราะมันถูกปิดการทำงานอยู่ แต่ดูจากตัวเก็บประจุที่ซ่อนอยู่ใต้พื้น นี่น่าจะเป็นเครื่องปล่อยกระแสไฟฟ้าแรงสูงชนิดหนึ่ง
จากประตูทางเข้า มีชั้นวางรองเท้าอยู่ด้านซ้าย ถัดไปเล็กน้อยคือเคาเตอร์ประกอบอาหารซึ่งมีอ่างล้างจานในตัว ฝั่งตรงข้ามคือห้องน้ำ โนร่าไม่คิดจะเปิดเข้าไปดูเพราะยังไงเธอก็ไม่จำเป็นต้องใช้มันอยู่แล้ว แต่เธอก็สัมผัสได้ว่ามีสนามแม่เหล็กสำหรับกักเก็บเสียงถูกติดตั้งไว้
ความจริงก็ไม่ใช่แค่ห้องน้ำ แต่น่าจะเป็นห้องนี้ทั้งห้องที่มีสนามแม่เหล็กเก็บเสียงไม่ให้เล็ดรอดออกไปภายนอก
โนร่าเริ่มนึกถึงห้องเชือดของพวกฆาตกรโรคจิตที่เคยดูในหนังขึ้นมา
ถัดจากโซนหน้าประตูก็เป็นส่วนของห้อง นี่เป็นห้องขนาดเล็กอย่างที่โนบิลบอกจริง ๆ ริมหน้าต่างมีโต๊ะทำงานหนึ่งตัวกับเก้าอี้ ใกล้ ๆ กันคือเตียงนอนขนาดกลางที่ผู้ใหญ่หนึ่งคนนอนได้ แต่ถ้าสองคนก็อาจเบียดเสียดไปสักหน่อย ฝั่งตรงข้ามคือตู้เสื้อผ้าแบบบิวท์อิน ถัดไปอีกเล็กน้อยคือประตูเลื่อนสำหรับออกไปนอกระเบียง ภายในห้องเหลือที่ว่างแค่ด้านหลังโต๊ะทำงานประมาณสองตารางเมตรเท่านั้น
นี่เป็นห้องขนาดเล็กสุดที่โนบิลจะเลือกได้ เพราะค่าเช่ามีราคาถูก และมันก็เพียงพอสำหรับเขาแล้ว
ตามประตูและหน้าต่างล้วนมีกล้องกับเซ็นเซอร์ตรวจจับซ่อนอยู่ แต่ไม่มีกล้องตัวไหนจับภาพภายในห้อง นับเป็นเรื่องน่าแปลก
โนร่ามองประเมินส่วนต่าง ๆ และพบว่าไม่มีที่สำหรับให้คนมาอยู่ด้วยจริง ๆ ถึงแม้ตรงที่ว่างหลังโต๊ะทำงานจะพอให้เธอนอนได้ แต่มันจะกีดขวางทางเดิน ถ้าโนบิลจะลุกไปเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนคงไม่สะดวกเท่าไหร่
“ไม่มีที่นอนใช่มั้ยล่ะ?”
โนบิลกล่าว
“ฉันยืนหลับเอาก็ได้นะ”
โนร่าพยายามยื่นข้อเสนอ
“จะบ้ารึ? ตื่นมาเจอคนยืนอยู่ปลายเตียงตอนดึก ๆ ดื่น ๆ เดี๋ยวก็หัวใจวายตายกันพอดี”
โนร่าพยายามมองไปรอบ ๆ เธอเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าที่อยู่ตรงข้ามกับเตียงและลองเปิดดู มันเป็นตู้เสื้อผ้าประตูบานเลื่อนแบบสองชั้น ส่วนบนกับส่วนล่างมีพื้นที่เท่ากัน กั้นด้วยแผ่นไม้ที่ดูแข็งแรง แต่ยังไม่มีสิ่งของอะไรถูกนำมาวางไว้
“ตู้นี้ไม่ได้ใช้เหรอ?”
“จริง ๆ กะจะใช้เป็นตู้เก็บของ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ใช้อะไร”
“งั้นฉันนอนตรงนี้ก็ได้!”
“อย่าฝืนเลย ตู้มันแคบแค่นี้เอง ถึงจะบอกว่านอนงอเข่าได้โดยไม่เมื่อยขาก็เถอะ”
โนร่าไม่ได้อธิบายอะไร เธอยกมือซ้ายขึ้นมา บนฝ่ามือก็มีภาพสามมิติของกล่องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าปรากฎขึ้น เธอปรับขนาดของมันเล็กน้อย ก่อนจะแตะมือขวาเข้ากับประตูบานเลื่อนของตู้เสื้อผ้า ทำให้กรอบประตูมีแสงวูบหนึ่งลอดออกมา
เธอเปิดตู้เสื้อผ้าอีกครั้ง ก่อนจะคลานขึ้นไปยังชั้นบนของตู้ แล้วหันมาพูดกับโนบิล
“แค่นี้ก็ไม่มีปัญหาแล้ว”
โนบิลเพิ่งนึกขึ้นได้ว่านี่เป็นหนึ่งในวิทยาการที่เผ่าซินเทซิสเชี่ยวชาญที่สุด เขาชะโงกหน้าเข้าไปดูในตู้และพบว่าภายในตู้แคบ ๆ ที่ควรจะมีขนาดแค่ 0.5 x 1.5 เมตร กลับกลายเป็นห้องขนาดประมาณ 2 x 4 เมตรแทน
นี่เป็นผลจากเทคโนโลยีหดย่อมิติ ทำให้สามารถสร้างพื้นที่ขนาดใหญ่แล้วนำมาซ้อนทับลงในพื้นที่ขนาดเล็กได้ ช่องเก็บของที่โนบิลใช้ก็เป็นเทคโนโลยีลักษณะเดียวกันนี้ ต่างกันตรงวิธีใช้งาน
ถ้าเป็นแบบนี้ เรื่องพื้นที่ก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป ความจริงคือโนร่าจะสร้างห้องที่มีขนาดเท่าไหร่ก็ได้โดยใช้ประตูตู้เสื้อผ้าเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างห้องของโนบิลกับห้องมิติของเธอ
โนบิลครุ่นคิดเล็กน้อย เขายังไม่ค่อยชอบแชร์ห้องกับคนอื่นอยู่ดี มันเป็นเรื่องของอุปนิสัย โนบิลเป็นคนรักสันโดษ การอยู่คนเดียวทำให้เขารู้สึกเป็นอิสระและปล่อยตัวตามสบายได้มากกว่า ถ้าอยู่ร่วมกับคนอื่นจะมีเรื่องที่ต้องระมัดระวังเพิ่มขึ้นอีกหลายอย่าง สำหรับโนบิลมันคือความไม่สะดวก
เพราะเห็นว่าโนบิลยังมีท่าทีลังเล โนร่าจึงโน้มน้าวต่อ
“ถ้าคุณยอมให้ฉันแชร์ห้องละก็ ในงานวิจัยของเรา ฉันจะยอมแชร์วิทยาการที่อยู่นอกเหนือสนธิสัญญาความร่วมมือให้ก็ได้นะ”
ได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของโนบิลก็เป็นประกายขึ้นเล็กน้อย
สนธิสัญญาความร่วมมือระหว่างมนุษย์และซินเทซิสคือข้อตกลงที่ทำร่วมกันว่าด้วยการแลกเปลี่ยนวิทยาการ ซึ่งแต่ละฝ่ายจะมีข้อจำกัดของวิทยาการที่สามารถแลกเปลี่ยนได้อยู่ ส่วนใหญ่จะเป็นฝ่ายซินเทซิสที่มี ‘วิทยาการเฉพาะ’ ซึ่งจะไม่เผยแพร่หรือถ่ายทอดให้กับมนุษย์ ด้วยเหตุผลหลายประการ
สำหรับโนบิลแล้ว นี่เป็นข้อเสนอที่ล่อตาล่อใจมาก
“คงไม่ได้แบ่งปันแบบไม่มีข้อจำกัดอยู่แล้วสินะ?”
“อย่างที่บอกว่ามันต้องเกี่ยวกับงานวิจัย ฉันเองก็อยากให้งานวิจัยชิ้นนี้สำฤทธิ์ผลโดยเร็วเหมือนกัน”
“แต่เธอทำได้แน่เหรอ? ไม่ใช่ว่ามันเป็นกฎที่ซินเทซิสทุกคนต้องทำตามเหรอ?”
“สำหรับฉันแล้วกฎเป็นแค่แนวทางปฏิบัติ”
โนร่ากล่าวอย่างภูมิใจในขณะนอนคว่ำและแกว่งขาอยู่บนชั้นสองของตู้
โนบิลมองดูหูแมวคู่นั้นที่กระดิกไปมาพร้อมกับหางที่กวัดแกว่งอย่างช้า ๆ แล้วเขาก็ต้องยอมรับว่าอีกฝ่ายเป็นซินเทซิสที่มีความพิเศษจริง ๆ
หรือจะเรียกว่าผิดปกติก็ได้เหมือนกัน
“เข้าใจแล้ว ถ้างั้นฉันจะยอมให้เธอแชร์ห้องก็ได้”
“อ๊ะ ๆ เดี๋ยวก่อน ที่ฉันใช้มีแค่ตู้นี้เท่านั้น เพราะฉะนั้นสัดส่วนของค่าเช่าต้องลดลงอีก”
โนร่าชูนิ้วชี้ขึ้นพร้อมกับแสยะยิ้ม ทำให้โนบิลรู้สึกขัดตาเล็กน้อย
“งั้นก็ 35%”
“แค่ตู้ ๆ เดียวเอง 20% ก็พอ”
“30% ไม่ลดไปกว่านี้แล้ว”
“25% นะนะนะ น๊า~”
โนร่ากล่าวพร้อมกับพลิกตัวนอนหงายแทนแล้วทำสีหน้าออดอ้อน แต่ท่าทางนั้นทำให้โนบิลเขม่นตานิด ๆ
“ต้องมีกฎสำหรับการอยู่ร่วมกันด้วย เดี๋ยวพอร่างเสร็จแล้วฉันจะส่งให้”
พูดจบโนบิลก็เดินไปที่โต๊ะทำงานเพื่อร่างข้อตกลง โนร่าจึงนึกกระหยิ่มอยู่ในใจ เธอคิดอยู่แล้วว่ารูปลักษณ์ของเธอต้องใช้ประโยชน์ได้ในเวลาแบบนี้ เพราะชายหนุ่มเผ่ามนุษย์ย่อมไม่มีทางต้านทานความน่ารักของสาวแมวได้อยู่แล้ว
เธอไม่รู้ว่าความจริงโนบิลแค่รู้สึกรำคาญ
โนร่าออกจากตู้เสื้อผ้าแล้วเดินไปนอนลงบนเตียงของโนบิลแทน เห็นเช่นนั้นโนบิลก็ขมวดคิ้ว ก่อนจะเพิ่มเรื่องนี้ลงไปเป็นข้อตกลงอีกข้อหนึ่ง
ห้ามมานอนบนเตียงของอีกฝ่าย
เพราะอยู่ว่าง ๆ โนร่าจึงเปิดดูข้อมูลของโปรเจกต์ ทำให้ในการมองเห็นของเธอมีหน้าต่างข้อมูลปรากฎขึ้น
[โปรเจกต์: อิมเมี๊ยวทัลแคท]
[ลำดับการวิจัย: 7 ขั้น]
[หมุดหมายที่ 1: งานวิจัยเพื่อสร้างปัญญาประดิษฐ์สำหรับแมว]
[หมุดหมายที่ 2: งานวิจัยนาโนเทคโนโลยีสำหรับการซ่อมบำรุง]
[หมุดหมายที่ 3: งานวิจัยพัฒนาร่างโครงเบา]
[หมุดหมายที่ 4: งานวิจัยระบบประสาทสังเคราะห์]
[หมุดหมายที่ 5: งานวิจัยเตาปฏิกรณ์พลังงานขนาดเล็ก]
[หมุดหมายที่ 6: งานวิจัยกายสังเคราะห์สำหรับแมว]
[หมุดหมายที่ 7: งานวิจัยอิมเมี๊ยวทัลแคท]
หลังจากพิจารณาอยู่เล็กน้อย โนร่าจึงเอ่ยถาม
“ทำไมถึงเอางานวิจัยที่ยากที่สุดไว้ลำดับแรกล่ะ? ปัญญาประดิษฐ์สำหรับสิ่งมีชีวิตก็ต้องมีจิตสำนึก การสร้างจิตสำนึกให้กับปัญญาประดิษฐ์น่ะ แม้แต่พวกเรายังถือเป็นวิทยาการพิเศษเลยนะ”
“เพราะนี่เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดของโปรเจกต์ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ก็ไม่สามารถสร้างแมวที่มีนิสัยเหมือนแมวจริง ๆ ขึ้นมาได้ และไม่มีประโยชน์ที่จะทำอย่างอื่น ถ้าเรื่องนี้ไม่สำเร็จก็ล้มโปรเจกต์ไปซะดีกว่า”
โนบิลตอบเรียบ ๆ ในขณะที่ยังง่วนกับการร่างข้อตกลง
การสร้างจิตสำนึกให้กับปัญญาประดิษฐ์เป็นวิทยาการที่มนุษย์ยังไม่มีและจัดเป็นหนึ่งในวิทยาการที่เผ่าซินเทซิสจะไม่ถ่ายทอดด้วย นี่เป็นเหตุผลที่โนบิลยอมแชร์ห้องกับโนร่า เพราะมันจะทำให้โอกาสสำเร็จของหัวข้อนี้สูงขึ้นมาก
ความจริงถ้าเทียบระดับความยากแล้ว หัวข้ออื่น ๆ ก็ไม่ได้ง่ายไปกว่ากันสักเท่าไหร่ โนบิลจึงให้ความสำคัญกับสิ่งที่เป็นหัวใจหลักของโปรเจกต์ก่อน
“ทำไมถึงจำกัดฮาร์ดแวร์ส่วนใหญ่ไว้แค่วิทยาการของมนุษย์ล่ะ? ถ้าใช้ของซินเทซิสน่าจะง่ายกว่านะ บางอย่างอาจไม่ต้องวิจัยเพิ่มเติมเลย”
“เพราะเป้าหมายของฉันคือการสร้างสัตว์เลี้ยงที่สมบูรณ์แบบและขายสิทธิบัตรให้คนจำหน่ายไปทั่วโลก จำเป็นต้องคำนึงถึงกระบวนการการผลิตด้วย ถ้าใช้ฮาร์ดแวร์ของซินเทซิส ต้นทุนจะสูงเกินไป ความซับซ้อนในกระบวนการการผลิตจะมากเกินไป ไม่เหมาะกับการผลิตในเชิงพาณิชย์”
ได้ฟังเช่นนั้นโนร่าก็เริ่มจะเข้าใจขึ้นมา ทีแรกเธอคิดว่าอีกฝ่ายแค่อยากจะสร้างแมวจักรกลไว้เลี้ยงเองคนเดียวซะอีก
“โฮ่ ถ้างั้นแต่ละหัวข้อก็จะเพิ่มความยากมากขึ้นอีกนะเนี่ย โดยเฉพาะข้อแรกนี่ ถ้าไม่ใช้ ‘คอร์’ ของซินเทซิสเป็นศูนย์กลาง ก็ต้องใช้หน่วยประมวลผลโพซิทรอนิค, หน่วยจัดเก็บข้อมูลแบบสามมิติ, และ หน่วยความจำแบบไม่สูญข้อมูล มาทำงานร่วมกัน ต่อให้ใช้งานได้ ประสิทธิภาพก็น่าจะลดลงพอสมควร”
“แค่นั้นก็พอแล้ว”
โนบิลตอบห้วน ๆ โนร่าครุ่นคิดเล็กน้อยก็เข้าใจความหมายของอีกฝ่าย
เดิมทีโปรเจกต์นี้ก็ไม่ได้ตั้งใจจะสร้างปัญญาประดิษฐ์ระดับสูงเทียบเท่ากับมนุษย์หรือซินเทซิสอยู่แล้ว แต่ต้องการจะสร้างปัญญาประดิษฐ์สำหรับสัตว์เลี้ยง ในโปรเจกต์จึงเขียนหัวข้อนี้ว่า ‘ปัญญาประดิษฐ์สำหรับแมว’ หมายความว่าไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ที่มีศักยภาพสูงก็ได้ เพราะมันไม่จำเป็น
ในระหว่างนั้นเอง โนบิลก็ลุกจากเก้าอี้แล้วหันมาพูดกับโนร่า
“เที่ยงแล้ว ฉันจะออกไปหาอะไรกิน เดี๋ยวฉันลงทะเบียนลายนิ้วมือของเธอเข้ากับสแกนเนอร์ที่ประตูให้ เผื่อว่าเธออยากจะออกไปไหน”
ได้ยินเช่นนั้น โนร่าก็ดันตัวขึ้นจากเตียงด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“ไปข้างนอกเหรอ! ฉันไปด้วยสิ!”
คำกล่าวของโนร่าทำให้โนบิลทำหน้าเหยเกอย่างไม่ปิดบัง
“พวกซินเทซิสเนี่ย รู้จักคำว่า ‘ระยะห่าง’ บ้างมั้ย?”
“เห~ คุณโนบิล เราสนิทกันแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“ไม่ใกล้เคียงเลย ที่สำคัญคือต่อให้สนิทกันก็ต้องเว้นระยะห่างอยู่ดี”
“ฉันจะพยายามเรียนรู้เรื่องนั้น แต่ยังไงตอนนี้ก็ขอไปด้วยคนนะ คุณโนบิล”
โนบิลกลอกตาด้วยความรู้สึกเหนื่อยหน่าย แต่ยังไงนี่ก็เป็นเรื่องที่ต้องค่อย ๆ ปรับปรุงไป
“เรียกฉันว่าโนบิลก็พอ”
กล่าวจบโนบิลก็เดินไปยังประตูเพื่อเตรียมออกจากห้อง
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ขัดข้องแล้ว โนร่าก็รีบลุกขึ้นจากเตียงเพื่อตามไป
“งั้นก็เรียกฉันว่าโนร่าด้วยนะ”
เธอกล่าวอย่างร่าเริงในขณะตามโนบิลออกจากประตู
---------------------------------------------------------------------------