ณหน้าประตูบ้านตระกูลซู
“ข้าขออวยพรให้เ้าเดินทางปลอดภัยนะ” แม่สามีกอดและลูบหัวสะใภ้รองอย่างเอ็นดู
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านแม่” หว่านชิงรู้สึกอบอุ่นเหมือนได้กอดแม่บังเกิดเกล้านางโหยหาอยากเจอท่านแม่มากแต่คงไม่มีวันได้เจออีกแล้ว
“หากเ้ามีปัญหาอะไรก็ให้ปรึกษาเสิ่นหานนะรู้มั้ย” แม่สามีไว้ใจเสิ่นหาน
“ทราบแล้วเ้าค่ะ” หว่านชิงขึ้นไปบนรถม้าเพื่อเตรียมออกเดินทางไปส่งสินค้าที่เมืองเพียงสุ่ย
“เอ่อ ท่านแม่เ้าคะ” ฮูหยินใหญ่ทัก
“มีอะไรอย่างนั้นหรือ” แม่สามีกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า
“วันนี้ข้าว่าง ข้าไปโรงเกลือเป็เพื่อนท่านดีมั้ยเ้าคะ” ฮูหยินใหญ่เสนอ
“เ้าอยู่ที่บ้านนั่นแหละ ข้าต้องรีบไปแล้ว ขอตัวนะ” ท่านแม่รีบเดินดุ่มๆไปที่รถม้าเพื่อออกเดินทางไปโรงเกลือ
ฮูหยินใหญ่กำหมัดไว้แน่นนางคิดในใจว่า “ทำไมถึงแสดงท่าทีรังเกียจข้าแบบนี้นะช่างมันเถอะ เพราะนางคงผยองได้อีกไม่กี่วันหรอก”
***************************
ห้าวันต่อมา
ณห้องนอนฮูหยินใหญ่
“น่าเจ็บใจนัก! ทำไมถึงหาโอกาสวางยาท่านแม่ไม่ได้เลยนะ” ฮูหยินใหญ่บ่น
“เดี๋ยวนี้เข้าถึงตัวนายหญิงใหญ่ยากมากเลยเ้าค่ะ อีกอย่างนางก็ระมัดระวังตัวมากขึ้นเวลาจะทานอะไรก็ต้องทดสอบเข็มเงินก่อนทุกครั้ง” หงเหม่ยพยายามถึงที่สุดแล้ว
“อีกอย่าง นอกจากธงสือแล้ว นังแก่นั่นยังจ้างจอมยุทธ์อีกห้าคนมาคอยอารักขาข้าหาโอกาสสังหารนางไม่ได้เลยเหมือนกัน” เทียนสงคิดว่าตนคงสู้คนหมู่มากไม่ไหว
“แสดงว่านางต้องระแคะระคายเื่ของพวกเราแล้วนางถึงระแวดระวังมากมายขนาดนี้” ฮูหยินใหญ่คาดการณ์
“แล้วจะทำยังไงต่อไปดีล่ะ” เทียนสงยังคงคิดแผนการไม่ออก
“ไม่เป็ไร ข้ามีแผนสำรองแล้ว ถึงข้าสังหารแม่สามีไม่ได้แต่ข้าสามารถขับไล่นางไปพร้อมกับน้องสาวข้าได้” ฮูหยินใหญ่เตรียมแผนสองไว้รอแล้ว
“ทำยังไงงั้นหรือ” เทียนสงอยากรู้
“เดี๋ยวพวกเ้าก็รู้เอง อีกไม่นานเกินรอหรอก” ฮูหยินใหญ่แค่รอเวลาเท่านั้น
***************************
ณเมืองเพียงสุ่ย
ว่านหลงได้ติดตามหว่านชิงมาที่เมืองนี้ในฐานะผู้อารักขาส่วนตัวของนางแต่เขาสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าไว้เนื่องจากมีเด็กรับใช้ที่ติดตามมาด้วยบางคนอาจจำได้ว่าเขาคือคนที่เคยปลอมตัวเป็ท่านหมอว่านหลง
ในค่ำคืนคืนหนึ่ง
ว่านหลงที่กำลังอยู่ในห้องพักไม่ห่างจากหว่านชิงมากนักเขากำลังนั่งพักสายตาชั่วครู่ แต่อยู่ดีๆ ก็มีคนซัดมีดสั้นใส่เขา ดีที่เขาหลบทันทำให้มีดไปปักที่เสา พอสังเกตดีๆก็พบว่าที่มีดสั้นนั้นได้มีจดหมายน้อยผูกติดอยู่ด้วย ว่านหลงจึงแกะและหยิบมาอ่าน
“เจอกันเที่ยงคืนหลังวัดเทียนเหมิน”
ว่านหลงแปลกใจว่าใครเป็คนนัดเขากันแน่เขาก็เลยพึมพำว่า “หรือว่าจะเป็เทียนสงนี่เขาติดตามมาถึงที่นี่เลยงั้นหรือ”
จากนั้นว่านหลงก็เลยเคาะประตูหว่านชิงในยามวิกาล
หว่านชิงเปิดประตูในสภาพงัวเงียผมเผ้ายุ่งเหยิง
“เ้าไปล้างหน้าแต่งตัวดีๆ ก่อน ข้าจะพาเ้าไปหลบอยู่ในที่ปลอดภัย” ว่านหลงคิดแผนไว้แล้ว
“ทำไมต้องหลบด้วยล่ะ” หว่านชิงไม่เข้าใจ
“เทียนสงอาจตามพวกเรามาถึงที่นี่” ว่านหลงระแวง
“เป็ความจริงงั้นหรือ ทำไมเขาถึงกัดข้าไม่ปล่อยเลยนะ” หว่านชิงบ่น นางี้เีหนีแล้ว
“รีบไปเถอะ อย่าพูดมาก” ว่านหลงคิดว่ามีเวลาไม่มากนัก
“ไปที่ไหนล่ะ” หว่านชิงสงสัย
“เดี๋ยวก็รู้เอง” สหายไม่ตอบ
ตอนนี้ว่านหลงกำลังยืนรออยู่หน้าห้องของหว่านชิงเพื่อให้นางทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย
***************************
ณวัดเทียนเหมิน
“พาข้ามาที่วัดทำไมกัน” หว่านชิงไม่เข้าใจ
“ขอประทานอภัยด้วยขอรับที่น้องสาวข้าเสียมารยาทวันนี้ข้าจะพานางมาปฏิบัติธรรมที่นี่ขอรับ” ว่านหลงกล่าววัตถุประสงค์กับท่านซือไท่
“นี่เ้าถามข้าหรือยัง” หว่านชิงใ
“เรียกพี่สิ ข้าสอนกี่ทีแล้ว” ว่านหลงแกล้งดุจากนั้นก็หันไปบอกท่านซือไท่ว่า “ขอข้าคุยตกลงกับน้องสาวก่อนนะขอรับ”
“คุยตกลงกันดีๆ นะ การปฏิบัติธรรมของที่นี่ต้องเป็โดยความสมัครใจหาใช่การบีบบังคับ” ท่านซือไท่กล่าว
“ข้าทราบแล้วขอรับ” ว่านหลงพยักหน้าให้หว่านชิงเดินตามมา
หว่านชิงเดินตามว่านหลงไปคุยกันหน้าประตูห้องพระประธาน
“ทำไมข้าจะต้องปฏิบัติธรรมด้วยล่ะ ข้าจะต้องเตรียมตัวกลับเมืองเชียงหนานนะ”หว่านชิงมีงานมากมายที่ต้องไปทำ
“ข้ากลัวว่าเทียนสงจะตามพวกเรามาที่นี่ ตอนหัวค่ำมีใครก็ไม่รู้ซัดมีดสั้นใส่ข้าและมีดสั้นนั้นก็มีจดหมายนัดด้วย ข้าคาดว่าจะเป็เทียนสงในจดหมายนัดให้ข้าไปเจอที่หลังวัดนี้ แต่ข้ากลัวว่าจะเป็การล่อเสือออกจากถ้ำเทียนสงอาจใช้โอกาสนี้ทำร้ายเ้าในระหว่างที่ข้าไม่ได้อยู่ใกล้ก็เป็ได้” ว่านหลงเล่า
“เ้าก็ไม่ต้องไปตามนัดสิ” หว่านชิงคิดว่าไม่เห็นมีความจำเป็ต้องไปเจอคนร้ายเลย
“ในจดหมายไม่ระบุว่าเป็ใคร ข้ากลัวว่าจะเป็สหายของข้าเองเ้าก็แค่ปฏิบัติธรรมให้ครบสามวัน จงเก็บเผ้าผมให้เรียบร้อย ทำแบบนี้แล้วไม่มีใครจำเ้าได้หรอก” ว่านหลงคิดว่าจะซ่อนตัวหว่านชิงในวัดแห่งนี้
“ก็ได้! เ้าระวังตัวด้วยก็แล้วกัน” หว่านชิงห้ามสหายไม่ได้
“สวดมนต์ให้ข้าด้วยล่ะ ข้าไปล่ะนะ” ว่านหลงที่สวมหน้ากากอยู่รีบเดินไปที่หลังวัดตามนัดหมาย
หว่านชิงจึงเดินเข้าไปพบท่านซือไท่ในห้องพระประธานเพื่อไปฟังข้อปฏิบัติของที่นี่ ก่อนที่จะไปเปลี่ยนเป็ชุดปฏิบัติธรรมของวัดนี้
***************************
ณหลังวัดเทียนเหมิน
“เ้ามาตรงเวลาดีนี่ ว่านหลง” ชายชุดดำกล่าว
“เ้ารู้จักข้า แสดงว่าเ้าคือเทียนสงงั้นหรือ” ว่านหลงคาดเดา
“ไม่ใช่!” ชายปริศนาปฏิเสธ
“ลองปะมือดู เดี๋ยวก็รู้” ว่านหลงชักดาบและเข้าจู่โจมทันที
แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับเอาแต่หลบหลีกไปมาแถมไม่ยอมชักดาบสู้ด้วย
“ทำไมถึงเอาแต่ตั้งรับท่าเดียวเลยล่ะ” ว่านหลงไม่เข้าใจ
“ข้าไม่ต้องชักดาบ ข้าก็สามารถเอาชนะเ้าได้” ชายปริศนากล่าวอย่างมั่นใจ
“อย่าลำพองใจจนเกินไปนัก” ว่านหลงไม่ยอมแพ้ง่ายๆ
แต่ทว่าทั้งสองต่อสู้กันเพียงไม่นานชายปริศนาก็สามารถแย่งดาบของว่านหลงมาได้และสามารถใช้ดาบนั้นจ่อไปที่คอของว่านหลง
“เ้าแพ้แล้ว” ชายปริศนากล่าวอย่างมีชัย
“วิทยายุทธ์ของเ้าเหนือชั้นมาก เ้าไม่ใช่เทียนสงนี่ เ้าเป็ใครและ้าอะไร” ว่านหลงพบว่ากระบวนท่าของชายปริศนาผู้นี้ต่างจากเทียนสงโดยสิ้นเชิง
“ข้า้าให้เ้าเลิกยุ่งเกี่ยวกับหว่านชิง” ชายปริศนากล่าววัตถุประสงค์
“ข้าไม่ได้อยากยุ่งเกี่ยวกับนาง นางต่างหากที่มายุ่งเกี่ยวกับข้า” ว่านหลงกล่าวตามตรง
“เ้าไม่ต้องคอยคุ้มกันนาง ข้าจะปกป้องนางเอง” ชายปริศนาพูดออกคำสั่ง
“เ้ามีสิทธิ์อะไรมาสั่งข้า อีกอย่าง หว่านชิงขอร้องให้ข้าช่วยนางไม่ได้ขอร้องเ้าเสียหน่อย” ว่านหลงแอบดีใจที่จะมีคนมาทำงานแทนแต่เขาไม่ชอบให้ใครมาออกคำสั่ง
ชายปริศนาค่อยๆถอดผ้าคลุมหน้าออก กลายเป็ชายที่มีใบหน้าเหมือนซูฟาน
“จะ จะ เ้า คือสามีของหว่านชิงนี่ นี่เ้ายังไม่ตายอย่างนั้นหรือ” ว่านหลงใ หากเขายังไม่ปะมือกับชายตรงหน้า คงนึกว่าเป็ผี
“ข้ามีเหตุผลที่ต้องแกล้งตาย แต่คงไม่อาจอธิบายให้เ้าฟังได้และด้วยสถานะสามีของหว่านชิงนั้น ข้ามีสิทธิ์สั่งเ้าได้หรือเปล่า” ซูเฉินถือสิทธิ์
“เอ่อ คือ เ้าอย่าเข้าใจผิดนะ ข้าแค่เป็สหายสมัยเด็กของนาง พวกเราไม่เคยคิดอะไรเกินเลยกว่าคำว่าสหายอีกอย่าง ข้ามีคนรักอยู่แล้ว ข้าไม่มีวันนอกใจคนรักของข้าหรอก” ว่านหลงรีบพูดแก้ตัว เขาไม่อยากให้สามีภรรยาผิดใจกันเพราะเขา
“จากการทดสอบวรยุทธ์ ข้าพอที่จะปกป้องนางด้วยตัวเองได้หรือไม่” ซูเฉินได้อวดฝีมือให้ดูแล้ว
“ได้สิ! เ้ามีฝีมือเหนือกว่าข้ามาก ดูแลนางให้ดีก็แล้วกันตอนแรกข้านึกว่าเ้าคือเทียนสงข้าก็เลยพานางไปหลบที่วัดเทียนเหมินด้วยการปฏิบัติธรรมที่นั่นสามวัน” ว่านหลงไม่คิดขัดขวาง ถ้าคนรักของสหายจะดูแลนางด้วยตนเอง
“ข้าว่าซ่อนนางด้วยวิธีอื่นไม่ดีกว่าหรือ” ซูเฉินไม่เข้าใจ
“ข้ามีเหตุผลอื่นด้วย ข้าบอกเ้าก็ได้ ตอนข้าติดตามหว่านชิงทุกฝีก้าวมีคนคอยจับตามองข้ากับหว่านชิงเกือบตลอดเวลาและคนงานบางคนก็แอบซุบซิบว่าข้าเป็ชายชู้ของหว่านชิงข้าไม่อยากให้ฮูหยินรองเสียภาพพจน์ข้าก็เลยคิดหาวิธีทำให้นางดูเป็คนธรรมะธัมโมด้วยการเข้าวัดปฏิบัติธรรม” ว่านหลงบอกเหตุผล
“ตอนนี้ข้าทำหน้าที่แทนเ้าแล้ว เ้าไม่ต้องเป็ห่วงนางอีกต่อไป” ซูเฉินแสดงความเป็เ้าของ
“เชิญเลย เชิญเลยนะท่าน” ว่านหลงรีบพูดความจริงเขาอยากโยนงานให้คนอื่นอยู่แล้ว
“งั้นข้าขอหน้ากากจากเ้าได้มั้ย” ซูเฉิน้าอารักขาฮูหยินรองด้วยการสวมรอยเป็ว่านหลง
“อะนี่ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ข้าไปก่อนนะ” ว่านหลงะโหนีหายไปทันที
ซูเฉินสวมหน้ากากของว่านหลงและเดินเข้าไปรับหว่านชิงที่วัดเทียนเหมิน
***************************
ณห้องพระประธาน
“อะไรนะ! เ้าจะมารับตัวน้องสาวของเ้ากลับอย่างนั้นหรือ นี่นางยังไม่ได้ปฏิบัติธรรมเลยนะ”ท่านซือไท่ใ
“ต้องขออภัยจริงๆ ขอรับนางมีงานมากมายที่จะต้องทำก่อนกลับเมืองเชียงหนานขอรับ” ซูเฉินที่สวมหน้ากากอยู่กล่าวอ้าง
“เ้าว่าไงล่ะ หว่านชิง! จะปฏิบัติธรรมต่อหรือออกจากวัดไป” ท่านซือไท่ถามความสมัครใจของหว่านชิง
“เอ่อ คือ ข้ามีห่วงมากมายเ้าค่ะ จิตของข้าคงสงบได้ยากดังนั้นข้าขอออกไปสะสางงานนะเ้าคะ” หว่านชิงไม่มีสมาธิเข้าวัดปฏิบัติธรรมเพราะนางยังคงกังวลเื่พี่สาว
“ตามใจเ้าก็แล้วกัน” ท่านซือไท่กล่าวอย่างเข้าใจ
“งั้นข้าขอพาตัวน้องสาวไปเลยนะขอรับ” ซูเฉินกล่าว
“ตามสบาย หากอยากค้นพบทางสงบและสว่างเมื่อไหร่ก็ค่อยกลับมาก็แล้วกัน”ท่านซือไท่ยินดีต้อนรับทุกเมื่อ
“เ้าค่ะ” หว่านชิงจึงไปเปลี่ยนชุดกลับมาเป็ฆราวาสเช่นเดิมจากนั้นก็เดินตามผู้ชายที่เข้าใจว่าเป็ว่านหลงไป
***************************
ณป่าลึกก่อนถึงโรงเตี๊ยม
“สรุปว่าเ้าเจอเทียนสงหรือไม่” หว่านชิงอยากรู้
“ชายที่นัดข้า เขาเป็สหายของข้าเอง” ซูเฉินกล่าวอ้าง
“ค่อยโล่งอกหน่อย ข้านึกว่าจะต้องหนีหัวซุกหัวซุนอีกแล้วว่าแต่เสียงของเ้าเปลี่ยนไปนะ” หว่านชิงสังเกตได้
“อากาศเปลี่ยน เสียงข้าอาจจะแหบไปบ้าง เป็ธรรมดาน่ะ” ซูเฉินกล่าวอ้าง
“ไม่นะ! ข้าว่าเสียงของเ้าคุ้นมากๆ แต่ข้านึกไม่ออก” หว่านชิงพยายามนึกแล้วนึกอีก
“ถึงโรงเตี๊ยมแล้ว เ้ารีบเข้านอนเถอะ เดี๋ยวมีใครมาเห็นเข้า มันจะไม่งาม”ซูเฉินรีบพูดตัดบท
“ข้าทราบแล้ว เจอกันวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน” หว่านชิงปิดปากหาวนางรู้สึกง่วงนอนเต็มที
ซูเฉินเดินกลับไปพักที่ห้องของว่านหลงเพื่อสวมรอยเป็เขา ระหว่างที่เดินไปที่ห้องเขาแอบมองเห็นว่ามีคนหลบมุมซ่อนตัวอยู่ พอเข้าห้องและปิดประตู เขาก็เลยพึมพำว่า “เสิ่นหานคอยจับตาดูพฤติกรรมของหว่านชิงมาโดยตลอดเขาทำเพื่ออะไรกันนะ หรือว่ากำลังจับผิดว่าหว่านชิงเล่นชู้ ถ้าเป็เช่นนั้นจริงก็หมายความว่าเขาน่าจะอยู่ฝ่ายของฮูหยินใหญ่สินะงั้นวันพรุ่งนี้ข้าจะชวนหว่านชิงไปเที่ยวสองต่อสองเพื่อทำให้เสิ่นหานสมใจก็แล้วกัน”