ตอนที่ 31สมาคมนักปรุงยาสาขาเมืองอินทรี
เมืองนี้ช่างดูคึกคักยิ่งนักผู้คนมากหน้าหลากตาเต็มไปหมดและตลอดทางที่เข้ามาเจิ้งฟู่สังเกตเห็นถึงสัตว์หน้าตาแปลกๆในระหว่างทางด้วยและเขาก็คิดว่านั้นคงเป็นสัตว์อสูรระดับต่ำที่คนนำมาเลี้ยงกันแน่นอนเพราะทั้งรูปร่างและหน้าตาของพวกมันต่างมีในบันทึกที่เขาศึกษามาทั้งนั้น.....
"ไม่รู้ว่ายาพวกนี้จะขายได้สักเท่าไหร่นะ?"เจิ้งฟู่มองลงมาที่เม็ดยาในมือของเขาทั้งห้าเม็ดเขาคิดที่จะขายพวกมันทั้งหมดเพื่อนำเงินไปซื้อแหวนมิติเพราะตอนนี้เขายังไม่จำเป็นต้องใช้มันในตอนนี้และอีกอย่างในอนาคตเขาเองก็สามารถที่จะปรุงมันได้อยู่ดีแต่ตอนนี้เขาเองก็ไม่รู้ว่ายาในมือเขาขายแล้วจะพอเพื่อซื้อแหวนมิติหรือป่าว......
หนึ่งชั่วยามผ่านไปไวเหมือนนิยายเลย.....
เจิ้งฟู่เดินลงมาจากห้องของเขาก็พบกับซื่อวู้ที่รอเขาก่อนหน้าแล้วซึ่งซื่อวู้และก็คนคุ้มกันอีกประมาณห้าคนนั้นได้รอเขาเพื่อที่จะไปยังสถานที่ที่ซื่อวู้บอกไว้......
พวกเขาทั้งหมดตรงไปตามทางผ่านตลาดที่มีร้านค้ามากมายสองข้างทางเจิ้งฟู่มองไปยังแผงตามร้านค้าพวกนั้นมีของมากมายทั้งชุดเกราะเครื่องใช้และแร่ชนิดต่างๆที่เป็นของระดับต่ำทั่วไป.....
"ทางนี้เลยจ้าแร่เหล็กชั้นต้นกับแกนกลางอสูรระดับก่อเกิดชั้นต้นเชิญเข้ามาเลือกซื้อหาได้เลยจ้า!!!"
"เกราะระดับกลางทางนี้เลยจร้า!!"
เสียงพ่อค้าแม่ค้าที่ตระโกนเรียกลูกค้าดังตลอดทางทำให้เจิ้งฟู่มองด้วยความอยากรู้อยากเห็นเพราะของพวกนี้เขาไม่เคยเห็นมันมาก่อนเลยนอกจากในหนังสือภาพ......
"ไว้เราทำธุระเสร็จแล้วข้าจะให้เจ้ามาเดินดูแล้วกัน"ซื่อวู้กล่าวขึ้นเมื่อมันเห็นเจิ้งฟู่ทำหน้าตาสนใจมองร้านค้าต่างๆอยู่ตลอด......
"ขอบคุณขอรับท่านอาจารย์" เจิ้งฟู่ประสานขึ้นและยิ้มพร้อมกับทำหน้าใส่ซื่อไปทางซื่อวู้.......
และในที่สุดกลุ่มของพวกเขาก็หยุดลงที่ตรงด้านหน้าอาคารหลังใหญ่ที่นั้นเต็มไปด้วยผู้คนมากมายยืนต่อแถวยาวเหยียดตั้งแต่ทางเข้ายาวจนมาถึงตรงที่พวกเขายืนอยู่กัน......
"ถึงแล้วหละเจิ้งฟู่" ซื่อวู้หันไปหาเจิ้งฟู่แล้วพูดขึ้นเมื่อมาถึงสถานที่ที่เขาบอกไว้แล้ว.....
"ที่นี้คือ?" เจิ้งฟู่ถามด้วยความสงสัยเพราะด้วยเหตุผลที่มาที่เมืองอินทรีนี้เพราะพวกเขาต้องการมาหาซื้อต้นลิ้นหมาแต่ทำไมพวกเขาถึงไม่ไปร้านขายต้นสมุนไพรแต่กลับมาที่นี้แทน.....
"ที่นี้คือสมาคมนักปรุงยาสาขาเมืองอินทรี!!" ซื่อวู้ตอบพร้อมกับยืดอกของมันขึ้นมา.....
สมาคมนักปรุงยา!!?
"แล้วเรามาทำอะไรกันที่นี้อย่างนั้นหรือท่านอาจารย์?"
"ข้าต้องการมาทำธุระนิดหน่อยเจ้ารออยู่นี้ก่อนเดียวข้ากลับมา" เมื่อพูดจบซื่อวู้ก็เดินตรงไปที่ทางเข้าเขาหยุดที่ทางเข้าและพูดคุยกับคนที่เฝ้าประตูสักครู่จากนั้นคนเฝ้าประตูก็เปิดทางให้เขาเข้าไปด้านใน......
*เขามาที่นี้ทำไมนะ?*
เจิ้งฟู่กับคนคุ้มกันอีกห้าคนยื่นรอซื่อวู้ที่ทางเข้าแต่เขารู้สึกเบื่อจึงได้ขอเดินไปดูตรงที่คนเข้าแถวกันอยู่ว่าพวกนี้มายืนทำอะไรกัน......
ตุบ!!
"เห้ยไอ้หนูระวังหน่อยสิ!!"
ทันใดนั้นขณะที่เจิ้งฟู่กำลังเดินมองเพลินอยู่นั้นเขาก็ได้เดินไปชนเข้ากับชายร่างกายสมส่วนคนหนึ่งเขาจนตัวของล้มลงก่อนที่ชายคนนั้นจะกล่าวว่าให้กับเขาทำให้เจิ้งฟู่รีบยืนขึ้นและพูดขอโทษในทันทีเพราะไม่อยากสร้างปัญญาขึ้น.....
"ขอโทษครับเฮีย!!"
"เออ...ไม่เป็นไรทีหลังก็ระวังหน่อยนะเจ้าหนูว่าแต่....เด็กอย่างเจ้ามาทำอะไรที่นี้นิหรือว่าหลงทาง?"
"ป่าวขอรับ ข้าแค่อยากรู้ว่าพวกเขาต่อแถวกันทำไม?"
"อ๋อ...ก็วันนี้ทางสมาคมปรุงยาประกาศรับศิษย์ทุกคนเลยมาต่อแถวเพื่อสมัครกันไง!!" ชายร่างสมส่วนที่เจิ้งฟู่ชนบอกเขาถึงเหตุผลที่คนมาต่อแถวกัน.....
สมัครเข้าสมาคมปรุงยา!!?
"ถูกแล้วละข้าเองก็มาสมัครด้วยเช่นกันเห็นข้าดูบ้าพลังแบบนี้แต่ข้าก็ชอบการปรุงยานะ" ชายร่างสมส่วนพูดพร้อมกับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อพูดถึงการสมัครเข้าสมาคมปรุงยาและเมื่อเจิ้งฟู่สังเกตดูดีๆเขาก็พบว่าแต่ละคนนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นยาสมุนไพรที่ติดตัวพวกเขา.....
*ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง แล้วอย่างเราจะสมัครบ้างได้ไหมนะ?*เจิ้งฟู่คิดภายในใจของเขาว่าตัวเขาจะมีคุณสมบัติสมัครบ้างหรือป่าว.....
"เฮียข้าขอถามอะไรสักอย่างได้ไหม?"
"ได้สิเจ้าหนูว่ามาเลยเดียวเฮียสุดหล่อพ่อไม่รวยแถมค...ไม่ใหญ่คนนี้จะบอกทุกอย่างที่ข้ารู้เอง"
"การที่จะสมัครเข้าสมาคมปรุงยานั้นต้องทำยังไงบ้างหรอเฮีย? มีกฎการสมัครเข้าอย่างไรบ้าง?"
"กฎการสมัครเข้าสมาคมปรุงยา!!?" ชายร่างสมส่วนถึงกับตะลึงเมื่อเจิ้งฟู่ถามมันแบบนั้นมันมองมาที่เจิ้งฟู่ตั้งแต่หัวจนเท้าก่อนจะพูดขึ้นต่อว่า"อย่าบอกนะว่าเจ้าจะเข้าร่วมสมัครด้วย...เจ้าหนูถึงเจ้าจะอยากสมัครก็ตามเถอะมันไม่ใช่ของเด็กเล่นหรอกนะกฎมันก็ไม่มีอะไรมากหรอกและก็ไม่ได้จำกัดอายุด้วยขอเพียงแค่ผ่านด่านทดสอบไปได้ก็พอ"มันตอบพร้อมกับทำตาโตลุกวาวด้วยท่าทางอันร้อนแรง......
"ขอบคุณเฮียสุดหล่อมากเลยครับข้าแค่ถามไว้เฉยๆพอดีข้าสนใจเรื่องพวกนี้นะ" เจิ้งฟู่เห็นท่าทางของชายร่างสมส่วนแล้วเขาพอจะเดาได้หากว่าเขาพูดไปว่าต้องการสมัครมันจะพูดยาวแค่ไหน....
อ๋อ!!
"ข้าก็นึกว่าเจ้าจะสมัครจริงๆสะอีก"มันคิดในใจว่าเจิ้งฟู่ก็เพียงแค่เด็กที่อยากรู้อยากเห็นเท่านั้นคงไม่คิดที่จะสมัครจริงๆหรอกและเมื่อได้ฟังแบบนั้นมันก็ถอนหายใจยาวออกมาพร้อมกับยิ้มให้เขาอย่างเป็นกันเองส่วนเจิ้งฟู่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อเพียงแต่ยักไหล่และก็ทำหน้าบ๊องแบ๊วใส่....
*เยี่ยมไม่ได้มีกฏจำกัดสิ่งใดเพียงแต่ผ่านด่านทดสอบให้ได้เราจะลองดูดีไหมน?*
เวลายังคงผ่านเลยไปแต่ซื่อวู้ยังไม่ออกมาแถวที่ยาวเหยียดก็ค่อยๆสั้นลงสั้นลงและเมื่อเขาหันไปดูที่ทางออกก็พบว่าชายร่างสมส่วนก่อนหน้านี้ได้เดินออกมาพร้อมกับทำหน้าเศร้าคอตกเจิ้งฟู่จึงได้เดินเข้าไปหาแล้วกล่าวทักขึ้น.....
เฮ้เฮีย!!
"เอ้า....เจ้าเองหรอเจ้าหนู.....เจ้ายังไม่ไปอีกเรอะ?"
"ยังเฮียข้ารอญาติของข้าอยู่นะว่าแต่เป็นยังไงบ้างกับการทดสอบ....แต่ดูทำไมท่านถึงได้ทำหน้าเศร้าแบบนั้นละ?"
เฮ้อออ!!
"ช่างน่าเศร้านักการทดสอบมันช่างยากเสียจริงข้าไม่อาจที่จะผ่านมันไปได้แต่ยังไงก็คงยังมีโอกาสหน้าอยู่ข้าไปละเจ้าหนูไว้เจอกันใหม่นะและถ้าหากเจ้าต้องการสมัครเป็นนักปรุงยาเจ้าต้องหมั่นฝึกฝนให้มากๆนะ" เมื่อกล่าวจบมันก็เดินคอตกจากไปทันที......
บะบายเฮีย!!!
"บัดซบทำไมมันถึงได้อยากแบบนี้วะเนี่ยใครมันจะไปจำชนิดของสมุนไพรที่เยอะแยะขนาดนั้นได้วะตูไม่ใช่กูเกิลนะเว้ยที่จะเซิร์สได้เมื่อนึกไม่ออกนะโว้ย!"
"ฮือ ฮือ ฮือ ข้ามันอ่อนหัด ข้ามันอ่อนหัด!!"
ทันใดนั้นเองเสียงร้องและบ่นก็ดังขึ้นจากผู้ที่เดินออกมาหลังจากชายร่างสมส่วนและก็ยังมีอีกหลายคนด้วยที่เป็นเช่นนี้และเมื่อเห็นแบบนั้นเจิ้งฟู่ก็เกิดการลังเลเล็กน้อยแต่เขาจะตัดสินใจแล้วและจึงเดินไปที่โต๊ะรับสมัคร.....
"เฮ้!! เจ้าหนู มาทำอะไรแถวนี้นะหรือว่าหลงทางมา?" แต่เมื่อมาถึงโต๊ะสมัครคำถามแรกที่พวกนั้นถามเขามันกลับเป็นคำถามเดียวกับชายร่างสมส่วนเลย....
"ป่าวขอรับข้าอยากจะมาสมัครเข้าสมาคมปรุงยา"
สมัครเข้าสมาคมปรุงยา!!?
ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!
คนรับสมัครถึงกับอดหัวเราะไม่ได้พวกขาต่างก็หัวเราะออกมาเสียงดังพร้อมกับกุมท้องตัวเองไว้....
"เจ้าหนูนี่เจ้ามาเล่นตลกอะไรกันเจ้าเนี่ยนะจะมาสมัครเข้าสมาคมปรุงยาข้าว่าเจ้าไปเล่นที่อื่นโน้นเจ้ารู้ไหมว่าการเป็นนักปรุงยาไม่ใช่การเล่นขายของนะหนู"
เจิ้งฟู่ถึงกับขมวดคิ้วด้วยความโมโหทันทีที่ได้ยินคำพูดแบบนั้นแต่เขาก็คิดได้ว่าเขาพึ่งจะแปดขวบมันจึงเป็นธรรมดาที่คนพวกนี้จะพูดออกมาแบบนั้นและคิดอย่างนั้นกับเขา....
"เกิดอะไรขึ้น!! หัวเราะเสียงดังเชียว....?"
ทันใดนั้นเองก็มีเสียงดังขึ้นพร้อมกับชายชราชุดฟ้าที่ค่อยๆเดินเข้ามาทำให้คนรับสมัครทั้งสองถึงกับเงียบและหุบปากของพวกมันทันทีและเปลี่ยนเป็นท่าทางจากเมื่อครู่เป็นขึงขังขึ้น........
"พวกเจ้าหัวเราอะไรกัน?" ชายชราชุดฟ้ากล่าวถามขึ้นด้วยใบหน้าจริงจัง...
"คะ...คือว่า.... คือ....คือว่าเด็กคนนี้บอกว่าจะมาสมัครเข้าสมาคมปรุงยานะขอรับพวกเราเลยหัวเราะกันเพราะว่าเด็กคนนี้มาแกล้งพวกเราเล่น"
หือ!!?
ชายชราขุดฟ้าหันมามองที่เจิ้งฟู่ด้วยความตกใจเมื่อได้ยินทั้งสองพูดออกมาแบบนั้นและเมื่อมันมองมาที่เขามันก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของตัวยาสมุนไพรที่ลอยออกมาจากตัวของเขาและทันใดนั้นใบหน้าของมันเกิดรอยย่นขึ้นที่หน้าผากทันทีมันไม่เข้าใจว่าทำไมเจิ้งฟู่นั้นถึงได้มีกลิ่นอายของยาสมุนไพรเต็มไปหมดมันจึงเอ๋ยถามขึ้น.....
"เจ้าหนูที่สองคนนี้พูดมาจริงงั้นเรอะ?"
"เรียนท่านผู้อาวุโสที่พี่นักปรุงยาทั้งสองพูดเป็นความจริงขอรับข้านั้นต้องการที่จะมาสมัครเข้าสมาคมปรุงยาจริงๆ"เจิ้งฟู่ประสานมือของเขาพร้อมกับพูดด้วยท่าทางเคารพและสุภาพ......
*เด็กคนนี้....คำพูดและวิธีการพูดของเขาช่างแปลกยิ่งนักไม่เหมือนกับคำพูดของเด็กเลยราวกับว่าเขาเป็นผู้ใหญ่แล้วอย่างนั้นแหละ*มันอดสงสัยไม่ได้เจิ้งฟู่นั้นอายุยังน้อยในสายตาของมันแต่กลับพูดออกมาได้ไหล่ลื่นและดูราวกับเขาผ่านอะไรมามากอย่างนั้นแหละ.....
"ดี!!ในเมื่อเจ้ายืนยันแบบนั้นข้าจะให้เจ้าลองดูแต่ขอบอกไว้ก่อนนะว่าการทดสอบมันไม่ใช้เรื่องง่ายๆถ้าเจ้าคิดเพียงแค่จะมาเล่นก็ขอให้กลับไปสะ!!"
"ข้าได้คิดไต่ตรองดีแล้วขอรับ"
อือ!!
"พวกเจ้าทั้งสองเตรียมใบสมัครให้เขาสะเดียวข้าจะพาเขาไปยังสนามทดสอบเอง"
ขอรับ!!
คนรับสมัครทั้งสองคนถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกใจเมื่อเจอกับเรื่องแบบนี้พวกมันคิดตามไม่ทันเลยพวกมันไม่รู้ว่าทำไมชายชราถึงได้ยอมรับเรื่องนี้กันทำไมถึงได้ออกหน้าให้กับเด็กคนนี้......
"เจ้าคิดยังไงกับเด็กคนนั้น?" คนรับสมัครB1พูดถามขึ้น....
"ข้าว่ายังไงเจ้าหนูนั้นก็ไม่มีทางผ่านหรอกจะมีที่ไหนที่เด็กแบบนั้นจะรู้เรื่องสมุนไพรได้ขนาดข้าอายุเท่าเขาข้ายังคงวิ่งเล่นอยู่เลย" คนรับสมัครB2กล่าวเสริมขึ้น.....
"แต่ข้าว่าเด็กคนนั้นดูแปลกๆนะ อย่างกับว่า...."
"คิดมากน่าก็แค่เด็กมันอย่างลองดีก็ปล่อยให้มันได้รับบทเรียนไปตอนนี้ก็ได้เวลาปิดการรับสมัครแล้วรีบๆทำหน้าที่ดีกว่าเดียวเสร็จงานแล้วข้าเลี้ยงมาม่าต้มเอง" คนรับสมัครB2พูดตัดคำของคนรับสมัครB1 ทันที.....
"เจ้าพูดจริงๆนะ เจ้านี้ช่างเป็นคนดีจริงๆ ถ้างั้นเดียวข้าเลี้ยงห้องน้ำเองฮ่า ฮ่า ฮ่า...(ขอหน่อย)"